เสียงไก่ขันยามเช้ามืดปลุกจิ๋วก่อนนาฬิกาปลุกเสียอีก เขาลุกขึ้นพับผ้าห่ม แขนมีผ้าพันแผลสีขาวพันรอบ สี่เท้ายังรู้พลาดนักปราชญ์ยังรู้พลั้ง จิ๋วเองก็เช่นกัน เย็นเมื่อวานตอนซ้อมฟ้อนดาบควงพลาดจนได้แผล
ขาเรียวเดินลงบันไดบ้าน ย่าเพิ่งตื่นกำลังจะไปนึ่งข้าว พ่อกำลังจะออกไปตลาด จิ๋วเดินตามย่าเข้าครัว
“มานั่งผ่อหยัง ไขหลับก็ไปนอนก่า”
“อยากผ่อ อยากฮู้ว่าย่านึ่งข้าวจะใด”
ตอนย่าไม่อยู่จะได้ทำเป็ เผื่อคิดถึงขึ้นมาก็ยังมีอะไรที่พอบรรเทาได้บ้าง
“มันจะไปยากหยัง มานี่ก่ะ มาผ่อใกล้ๆ”
ย่าตัวเล็กกว่าจิ๋วมาก แกสูงแค่ไหล่เท่านั้น มือหยิบจับของคล่องแคล่ว เตาที่ใช้เป็เตาถ่าน มือเหี่ยวจุดไม้เกี๊ยะยัดตรงกลาง จิ๋วกระพือพัด ครู่เดียวถ่านก็ติดไฟ
ชีวิตประจำวันจิ๋วเรียบง่าย ตื่นนอน กินข้าว ไปโรงเรียน ซ้อมดาบบ้างบางวัน และกลับบ้านนอน วันหยุดนั่งรถอีต๊อกกับพ่อไปทุ่งนา แต่ได้แผลมาขนาดนี้ พ่อจอมจึงสั่งห้ามจิ๋วตามไปด้วยเด็ดขาด
หมดกัน อวสานตำนานคนบิน ภาพจอมยุทธะโขับรถไถนาหายวับ จนกว่าแผลจะหาย่นี้ก็อ่านการ์ตูนอยู่บ้านไปพลางๆ ก่อน
ถามว่าบ้านนี้รักลูกรักหลานแค่ไหน ดูได้จากการ์ตูนในห้องนอน นอกจากจิ๋วจะอดขนม ปู่กับย่ายังชอบยัดเงินให้เขาไว้ใช้จ่าย ส่วนหนึ่งเพราะพวกท่านเห็นว่าจิ๋วตัวเล็กกว่าใครเพื่อนเลยสงสาร อยากให้ซื้อขนมนมเนยกินเยอะๆ จะได้สูงใหญ่ขึ้นอีกหน่อย แต่ท่านทั้งหลายคงลืมกันไปว่าดีเอ็นเอก็สำคัญ คนในบ้านไม่มีใครตัวโตสักคน แค่กินข้าวน่ะไม่พอหรอก จิ๋วคิดในใจ ไม่เคยปริปากพูด เพราะตัวเองได้ประโยชน์เต็มๆ
????
จิ๋วมาถึงโรงเรียนแต่เช้า เขานั่งอยู่ข้างสนามบอล วันนี้ใส่ชุดพละเพราะมีเรียนตัวกีฬา ในสนามมีคนอยู่ก่อนแล้ว ร่างสูงโปร่งกำลังเดาะบอล จิ๋วเคยเห็นภาพนี้มาก่อน ระยะห่างของวังเหนือกับจิ๋วอยู่ที่ครึ่งสนาม แต่ก่อนเป็เช่นนั้น
อย่างที่เคยบอก ใครบางคน หากไม่สังเกตก็จะไม่มีวันเห็น เมื่อรู้ว่ามีตัวตน จะทำเป็อากาศเหมือนแต่ก่อน ก็ทำไม่ได้แล้ว จิ๋วเห็นวังเหนืออยู่ทุกที่ สวนกันระหว่างคาบเรียนที่ตึก พักกลางวัน ตอนเช้าที่สนาม หรือตอนเย็นขณะรอพ่อมารับ อีกฝ่ายอยู่คนเดียวตลอด คนอย่างวังเหนือจะไม่มีเพื่อนได้อย่างไร จิ๋วก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
จังหวะอีกฝ่ายเดาะบอลหลุดจากเท้า ลูกกลมกลิ้งมาข้างสนาม ไถลมาทางจิ๋ว ดวงตาใสแจ๋วหรี่ลงเมื่อเห็นรอยยิ้มของคนที่วิ่งเหยาะเข้ามา ไอ้นี่มันจงใจนี่หว่า
ทว่าบอลกลับถูกสกัดไว้กลางทางโดยไอ้โอม เด็กเกรียนที่ชอบมีเื่ไปทั่ว พ่อมันเป็ตำรวจถ้าจำไม่ผิด ไอ้เชี่ยนี่ คิ้วเ้าจิ๋วยับย่นเข้าหากัน จิ๋วไม่เคยถูกมันหาเื่ แต่วังเหนือไม่ใช่ ไอ้ไจ๋กรอกหูอยู่่หนึ่งว่าไอ้โอมกับเด็กใหม่เข้าห้องปกครองวันเว้นวัน ่เทอมสองข่าวถึงซาไป อาจด้วยวังเหนือชอบเล่นกับนักฟุตบอลโรงเรียน เจอทีมนักกีฬาพวกนักเลงเลยล่าถอย
“เล่นด้วยดิ” มันยืนจังก้าเหยียบบอลเลิกคิ้วให้วังเหนือ
“เรากำลังจะเลิกเล่นพอดี”
“งั้นกูยืมบอล” มันว่าทั้งที่ถือบอลไว้ในมือ “หวงเหรอวะ บอลเขาเล่นกันเป็ทีมนะ ไม่งั้นมึงจะซื้อมาทำไม”
ลูกบอลอย่างดีมีสัญลักษณ์แบรนด์เด่นหรา อย่างต่ำก็เกือบพัน อย่างมากก็ครึ่งหมื่น เื่แบ่งให้เล่นไม่ใช่เื่ใหญ่ เพราะจิ๋วเคยเห็นบิดาวังเหนือมาบริจาคอุปกรณ์กีฬาให้โรงเรียน แต่ท่าทางขู่กรรโชกต่างหากที่เป็ปัญหา
“ไม่ได้หวง แต่เราไม่เล่นแล้ว”
นุ่มนิ่มจังวะ
“กูถึงขอยืมไง ไว้กูเอาไปคืนที่ห้องมึง”
จิ๋วเกาจมูก เขาไม่ชอบยุ่งเื่ชาวบ้าน คนเราต้องรู้จักเอาตัวรอดให้ได้ด้วยตัวเอง ถ้าช่วยครั้งหนึ่ง แล้วครั้งต่อไปล่ะ ดูอย่างจิ๋วตัวเท่าเด็กมอต้นทำไมไม่มีใครมายุ่งด้วย เพราะพวกมันรู้ว่ายุ่งไม่ได้
“ก็ได้” ยอมง่ายๆ
ไอ้โอมพอรู้ว่าเด็กใหม่ท่าทางดูดีแต่หงอฉิบหายเลยได้ใจ มันเรียกเพื่อนอีกสี่คนไปเตะบอลด้วยกัน วังเหนือสีหน้าเรียบเฉยถอนหายใจเดินเข้ามานั่งข้างจิ๋ว
“จากนี้มันไม่ปล่อยนายไว้หรอก”
จิ๋วไม่กล้าพูดกูมึงขึ้นมาเสียเฉยๆ ก็วังเหนือมันเรียกเราๆ นายๆ ตลอด จะพูดหยาบก็กระดากปาก
“จิ๋วพูดเหมือนตาเห็น” วังเหนือยิ้มน้อยๆ
ปั่ก ลูกบอลลูกเดิมกระแทกเข้าท้ายทอยวังเหนืออย่างเหมาะเหม็ง
“เฮ้ย พลาดๆ ส่งคืนมาหน่อยดิ๊” เสียงไอ้โอมลอยมา
จิ๋วไม่ต้องมานั่งคิดว่าควรทำอย่างไร เขาลุกขึ้นไปเขี่ยลูกบอลเข้าเท้าถอยหลังเล็กน้อยก่อนจะเตะอัดหน้าไอ้โอมคืน
ปั่ก พอดีเป๊ะ
“เชี่ยจิ๋ว!!!” เสียงไอ้ไจ๋ดังสนั่นลั่นทุ่ง มาทันจังหวะเด็ดพอดี ส่วนไอ้ม่อนยืนปรบมือแปะๆ “ไอ้ห่าเดี๋ยวก็เป็เื่หรอก”
“ไม่ทันแล้วมึง กูรำคาญ” จิ๋วว่า
“ไอ้เตี้ยมึงจงใจเหรอ!!” ไอ้โะคอก เดินดุ่มเข้ามาใกล้
“กูพลาด” มันตอแหลเป็คนเดียวหรือไง
“มึงจงใจชัดๆ”
“กูเปล่า หรือตอนแรกมึงจงใจ” จิ๋วสวนหน้าตาย แล้วใครมันดึงมือจิ๋วยิกๆ อยู่นั่น จิ๊
ไอ้โอมทำหน้าคล้ายเข้าใจอะไรขึ้นมา “อ๋อ พวกเลียขาคนรวย ถ้ามันไม่มีเงินมึงคงไม่กล้าขนาดนี้ อำนาจเงินมันหอมจริงโว้ย”
จิ๋วแหกปากหัวเราะจนน่าเกลียดตอนมันพูดจบ จงใจปั่นประสาท หันไปหาเ้าของใบหน้าหล่อเหลา “วังเหนือ มีคนอิจฉาว่ะ”
วังเหนือโคลงศีรษะน้อยๆ จิ๋วจิ๊ปากอีกรอบจะให้หมาโกลเด้นขนทองไปกัดกับขี้เรื้อนข้างทางคงไม่รอดจริง มันต้องพันทางอย่างกูนี่
“ไอ้เตี้ยมึง!!” หมัดรุ่นพุ่งเข้ามา
วังเหนือดึงจิ๋วหลบจนอีกฝ่ายเซ มันกลับตัวมาได้ก็ตะคอกสั่ง “ยืนเหม่อหยังกั๋น ยอกมันก่ะ!”
“ได้เลยครับลูกพี่” เป็ไอ้ไจ๋ที่ตอบรับเสียงดังฟังชัดให้ฝั่งตรงข้ามงงเล่น ก่อนฉวยโอกาสเปิดก่อนได้ปูด ไอ้ไจ๋คนเดียวกับที่โวยให้จิ๋วในตอนแรกนั่นแหละ
“ไปเก็บบอล” จิ๋วผลักไอ้หมาโกลเด้นด้านหลังให้ถอยไป ก่อนจะเท้าโต๊ะตวัดขาเตะป้าบ นักเลงเจอพวกเบียวหน่อยเป็ไง วิทยายุทธ์จิ๋วฝึกฝนมาั้แ่ประถม แขนขาเล็กไปหน่อยแต่ถือดาบมาั้แ่เด็ก ความแข็งแรงย่อมผิดกัน
ไจ๋เห็นเป็เื่สนุก ขณะม่อนถูกดึงมาร่วมด้วยทำท่ายักแย่ยักหยั่น ฝั่งนั้นไม่ออกอาวุธมันก็แค่ตั้งท่าต่อไป ส่วนจิ๋วเรียกได้ว่าอุตลุด ในแก๊งสามคน ได้ยินไอ้ไจ๋หัวเราะเป็บ้าเป็หลังอยู่คนเดียวราวกับโดนเส้นอะไรสักอย่าง
“มึงขำเหี้ยไรไจ๋ หยุดดิ๊” จิ๋วรำคาญเสียงมัน
นอกจากไม่หยุดมันยังคิกๆ คักๆ ต่อ
“ไอ้ตุ๊ด!” เสียงไอ้โอมแผดมาก่อนให้รู้ว่ากูมาละนะ มันเรียกวังเหนือหวังปรามาสให้อับอาย คนบ้าอะไรนิสัยคุณชาย กระแดะฉิบหาย มันจะะโพลิกตัวเตะ แต่ได้แค่พลิกยังไม่ทันได้เตะ ไอ้หล่อข้างกายจิ๋วเกิดมาขายาวแค่วาดขาออกไปนิดเดียว ไอ้โอมก็นอนพังพาบโอดโอยจับขาตัวเองอยู่กับพื้นแล้ว
จิ๋วตาโต ไอ้นี่มันไม่ใช่โกลเด้นนี่หว่า
????
แก๊งโอตาคุยืนกันหน้าสลอนในห้องปกครอง ฝั่งตรงข้ามเป็พวกไอ้โอม วังเหนือยืนอยู่ข้างจิ๋ว ไร้คำแก้ตัวเพราะวิวาทจริง อาจารย์เท้าสะเอวมองหน้าเด็กที่เพิ่งเคยเข้าห้องปกครองครั้งแรกกับเด็กใหม่ที่เข้าเรียนยังไม่ถึงเดือน
“พ่อแม่ส่งเสียเงินให้มาเป็นักเลงกันหรือไงหา มาเรียนหนังสือกันแท้ๆ แต่ไม่รู้วิธีแก้ปัญหาแบบปัญญาชน ไอ้พวกวัยรุ่นเืร้อนหมดอนาคตเรียนไม่จบกันก็เยอะ อยากเป็แบบนั้นหรือไง ฉันสอนที่นี่มาั้แ่รุ่นพ่อพวกเธอด้วยซ้ำ เห็นจุดจบแบบอเนจอนาถของลูกศิษย์มาก็มาก คราวหน้าคุยกันดีๆ ใจเย็นกันหน่อย ศักดิ์ศรีมันกินไม่ได้หรอกนะ ครั้งนี้ถือว่าเตือน แต่ถ้ามีอีก อาจารย์จะเรียกผู้ปกครอง”
สายตาอาจารย์กวาดมองทุกคนก่อนจะตกที่วังเหนือ แกถอนหายใจออกมาเบาๆ “คราวหลังไม่ต้องเอาของจากบ้านเธอมาโรงเรียนอีก”
“ออกไปกันได้แล้ว”
จิ๋วยกมือขึ้นไหว้ขอบคุณแล้วชิ่งออกจากห้องก่อนใครเพื่อน พวกไอ้โอมทำท่าจะตามมา แต่โดนอาจารย์เรียกไว้
“มันกี่เตื้อแล้วหือ อยากถูกพักการเรียนใจ้ก่อ…”
เสียงอาจารย์ลอดออกมาเพราะไอ้ไจ๋ซึ่งเดินรั้งท้ายอ้อยอิ่งไม่ยอมปิดประตูให้สนิทสักที ไอ้ม่อนก็ทำท่าอยากรู้ไปด้วย จิ๋วเท้าสะเอวจิ๊ปาก ก่อนจะตบหัวมันคนละที
“ไม่เรียนกันหรือไง”
จิ๋วเดินนำถอนหายใจเฮือกหนึ่ง อดีตถูกเขาป่วน ทุกการย้อนอดีตมักกล่าวถึงทฤษฎีผีเสื้อขยับปีก จิ๋วไม่รู้ว่าตัวเองจะไปเปลี่ยนอะไรในอนาคตบ้าง…
…แต่จะเปลี่ยนอะไร ก็ช่างเถอะ เขาไม่เสียใจสักนิด การเข้ามาของไอ้โอมก็ไม่เคยเกิดขึ้นเช่นกัน (มั้ง) อย่างน้อยก็ไม่เคยต่อยตีกันล่ะ บางทีหลายอย่างอาจเปลี่ยนไปั้แ่เขาย้อนกลับมาแล้วก็ได้
“ขอบใจนะ”
จิ๋วหันมองร่างสูงโปร่งที่เดินอยู่ข้างกัน เขาส่ายหน้า “เราใจร้อนเกินไป ขอโทษ”
“เออจิ๋วมึงเลย ทำไรไม่คิดหน้าคิดหลัง” ไอ้ไจ๋ได้ทีซ้ำ
“ไจ๋คะ จิ๋วมันแค่เตะบอลอัดหน้าไอ้โอม ยังพอแถว่าอุบัติเหตุได้ แต่มึงค่ะ มึงเริ่มคนแรกเลย มึงะโต่อยชาวบ้านตัดริบบิ้นเปิดงานให้พวกกู” ม่อนสวน จำได้ติดตาขณะลูกน้องไอ้โอมลังเลว่าจะเอายังไงดี เพื่อนรักก็ซัดก่อนแล้ว
“แหมมึง กูไม่เปิดก็จบแบบนี้อยู่ดี พูดมากก็เปลืองน้ำลายเปล่า”
“ขอบใจนะทุกคน” เสียงวังเหนือทุ้มนุ่มน่าฟัง จนจิ๋วไม่เข้าใจว่าคนจะมาหมั่นไส้มันเื่อะไร รวยจนน่าหมั่นไส้งี้เหรอ จิ๋วก็ไม่เข้าใจอยู่ดี
“ไม่เป็ไรมึง แต่มึงเท่มากเลย ท่าเตะมึงเหมือนจินโมริเลยว่ะ” ม่อนเอ่ยชื่อคาแลคเตอร์ในเื่เทพเกรียนโรงเรียนมัธยม
วังเหนือยิ้มอ่อนคิ้วย่นน้อยๆ แล้วหันมามองจิ๋ว มองกูทำไม จิ๋วคิด แต่ปากก็เผลออธิบาย “ตัวเอกก็อดออฟไฮสคูล เก่งการต่อสู้”
“ขอบคุณ”
“เออ วังเหนือกูเห็นมึงนั่งกินข้าวคนเดียวตลอดเลย เที่ยงๆ มากินกับพวกกูได้นะ” ไจ๋ชวน มันช่างสังเกต ถ้าจิ๋วที่ไม่สนโลกยังสังเกตเห็น มีหรือจะรอดพ้นสายตาไจ๋ได้ วังเหนือชอบกินข้าวที่โรงอาหารคนเดียว รอบข้างมีคนรายล้อมจริงแต่สายตาดูเหงาประหลาด
“แล้วจะให้ทักไปยังไงดีล่ะ” วังเหนือล้วงโทรศัพท์ไอโฟนหกออกมา
“กูเล่นทุกอย่าง มาๆ มึงเปิดแอป เดี๋ยวกูพิมพ์ให้” ไจ๋จอมเสือกรีบเชียว หลักๆ ก็อยากััไอโฟนรุ่นล่าสุดแบบไร้เคส ไอ้หล่อนี่มันไม่คิดจะใส่เคสให้ของใหม่เลยหรือไง บ้านเลี้ยงยังไงเนี่ย ไม่ถนอมของสักนิด
“ม่อนล่ะ”
ไจ๋จะยื่นมือถือคืนแต่วังเหนือทัก ม่อนเลยรับไปพิมพ์ต่อจากนั้นก็ส่งให้จิ๋ว จิ๋วจำไอดีเก่าตัวเองไม่ได้เสียด้วย เลยล้วงมือถือตัวเองออกมาแล้วยื่นให้วังเหนือ
“จำไอดีตัวเองไม่ได้” บอกไปตรงๆ
วังเหนือรับมือถือสองเครื่องกลับมา ข้างหนึ่งไอโฟนรุ่นล่าสุด อีกข้างเป็ของมือสองตกรุ่นหลายปีพอใช้สื่อสารได้ จิ๋วมองนิ้วเรียวััลงบนหน้าจออย่างใจเย็น ตอนกดออกจากแอปก็เห็นหน้าจิ๋วยิ้มแฉ่งกับสมาชิกครอบครัว ใบหน้าหล่อเหลาเลยติดรอยยิ้มที่มุมปาก
“เดี๋ยวโทรหานะ”
“เออๆ เดี๋ยวกูส่งโลไปให้” ไจ๋เอ่ย
พวกเขาแยกกันตรงบันได ห้องไออีพีอยู่ชั้นบน ส่วนแก๊งโอตาคุต้องเข้าห้องโฮมรูม สามคนเปิดประตูหลังช้าๆ กลัวอาจารย์ที่ปรึกษาเรียกสวด ก่อนจะพบว่าวันนี้อาจารย์ปล่อยฟรี พวกสาวๆ เห็นหน้าเขาก็กรูกันเข้ามาคะยั้นคะยอให้ไจ๋เล่าเหตุระทึกเมื่อเช้า
จิ๋วแยกตัวเดินไปนั่งโต๊ะตัวเอง พอเหตุการณ์ถูกเล่าซ้ำ เขายิ่งรู้สึกว่าใจร้อนเกินไป อาจเพราะสงสาร ต่อให้ไม่อยากยุ่ง แต่พอคิดว่าวังเหนือตายั้แ่อายุยังน้อย ทำไมต้องมาทนใช้เวลาที่เหลือแบบนี้วะ เขาเลยใจร้ายกับเด็กคนนั้นไม่ลง ก็อย่างที่บอก ทำไปแล้ว ไม่นึกเสียใจทีหลังหรอกนะ
????