ในขณะที่ก้องภพกำลังยืนตกตะลึงกับภาพที่เห็นอยู่นั้น นักรบไทยโบราณก็เริ่มท่องบทกลอนที่ไม่คุ้นหูออกมาโดยไร้ที่มาที่ไป
“เสียงดาบดังสะท้านฟ้า ศึกผู้กล้าเข้าโรมรัน
ขุนศึกพร้อมยืนหยัดมั่น ในศึกนั้นไม่ยอมถอย
ใจห้าวหาญดุจเหล็กกล้าเชิญดาหน้าตั้งมั่นคอย
ต้านศาสตราจนฟ้าคล้อยมิด่างพร้อยนามเลื่องลือ
เคารพครูผู้ประสิทธิ์สลักจิตมิลืมเลือน
ใช้สติอย่าฟั่นเฟือนฟ้าะเืมิลืมตัว
ฝึกวิชาสำแดงฤทธิ์สมเป็ศิษย์ครูลือนาม
ทั่วหล้าสิ้นคำถามใต้ฟ้าครามเหนือปฐี”
“???”
เกิดความฉงนสงสัยขึ้นบนใบหน้าของก้องภพ
“กลอนพวกนี้มันเหมือนจะแฝงนัยยะอะไรสักอย่างแฮะ”
ชายหนุ่มยืนกอดอกพลางพินิจวิเคราะห์
“อืม...จะว่าไปแล้วการที่ตัวเกมเอาบอสโหดขนาดนี้มาอยู่ในพื้นที่ของผู้เล่นใหม่มันก็ดูไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย” ก้องภพลูบคางของตนขณะวิเคราะห์
“แต่ถ้ามันมีอีเวนท์ซ่อนอยู่ล่ะก็...ทุกอย่างจะลงล็อกพอดี”
ดังนั้นก้องภพจึงลองตั้งใจฟังบทกลอนที่นักรบไทยโบราณเอ่ยขานอีกครั้ง
“ขุนศึกพร้อมยืนหยัดมั่นในศึกนั้นไม่ยอมถอย…” ชายหนุ่มพูดทวนบทกลอนขณะฟัง
“อืม...ฟังดูมันก็เหมือนให้เรายืนหยัดต่อสู้โดยไม่ยอมแพ้ไม่ใช่เหรอฟะ?”ก้องภพเกาหัวแกรกๆ
จากนั้นชายหนุ่มก็นึกย้อนถึงเหตุการณ์ต่อสู้ของกลุ่มผู้เล่นที่เพิ่งโดนกำจัดไปอย่างง่ายดาย
“แต่ขนาดผู้เล่นที่มีเลเวลพอฟัดพอเหวี่ยงกับบอสตั้งสี่คนยังโดนดาเมจทีเดียวหายทั้งตี้นั่นก็ต้องแปลว่าคนสร้างเกมไม่ได้้าให้เราทำแบบนั้นน่ะสิ”
“ถ้าไม่ให้ต่อสู้ แล้วจะให้เราทำอะไร?” ก้องภพใช้สมองคำนวณไม่หยุดราวกับฟันเฟืองของเครื่องจักรที่กำลังทำงานอย่างเต็มอัตรา
เขาเอนหลังลงที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากนักรบไทยโบราณมากนักแต่ยังปลอดภัยมากพอที่จะไม่ทำให้นักรบไทยโบราณหันมาโจมตี จากนั้นคิดเกี่ยวกับบทกลอนที่น่าจะแฝงปริศนาให้แก้
ก้องภพนั่งคิดอยู่หลายสิบนาทีก็เริ่มเปลี่ยนจากท่านั่งมาเป็ท่านอนเขานอนพลิกตัวไปมาพร้อมกับยังคงคิดถึงข้อความในบทกลอนต่อไปเรื่อยๆ อีกหลายชั่วโมงจนแสงแดดยามเย็นสาดส่องกระทบใบหน้า
ทว่าในเวลานี้ก้องภพก็ยังไม่สามารถแก้ไขปริศนาได้นั่นจึงทำให้เขาถอดใจด้วยความสิ้นหวัง
“โอ๊ย ช่างมันแล้วกัน คิดจนปวดหัวไปหมดแล้ว” ชายหนุ่มลุกขึ้นเตรียมพร้อมจะเดินทางกลับ
และในตอนที่เขากำลังก้าวเท้าเดินออกจากสถานที่แห่งนี้อยู่นั้นเองสายตาของเขาก็ได้เหลือบไปเห็นว่านักรบไทยโบราณกำลังยืนอยู่บนแท่นหินอ่อน โดยที่หากสังเกตดีๆจะเห็นว่าที่แท่นหินนั้นได้มีการสลักเป็รูปคนกำลังคุกเข่า
ก้องภพกลับมานึกทบทวนถึงบทกลอนอีกครั้งและความคิดบางอย่างได้แล่นเข้ามาในหัวเขาทันทีเขาตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้วคำตอบนั้นแสนจะง่ายดายโดยผู้สร้างเกมได้ให้เฉลยไว้อย่างดีแต่ทุกคนกลับมองไม่เห็นราวกับเส้นผมบังูเา
“ขอให้เป็อย่างที่เราคิดทีเถอะ”ก้องภพสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดจากนั้นเดินเข้าไปหานักรบไทยโบราณ
ในเวลานี้ก้องภพกำลังยืนประจันหน้ากับชายรูปร่างกำยำใบหน้าถมึงทึงด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ นักรบไทยโบราณเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้อีกครั้ง มันทำการชักดาบออกจากฝักพร้อมกับง้างมือสูงเหนือศีรษะเพื่อฟันผู้เล่นตรงหน้า
“เอาวะ เป็ไงเป็กัน” ก้องภพสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะนั่งคุกเข่าลงที่พื้น ชายหนุ่มหลับตาปี๋พร้อมกับก้มหัวให้บุคคลเบื้องหน้า
และในขณะที่คมดาบอยู่ห่างจากศีรษะของก้องภพแค่ไม่ถึงหนึ่งคืบ นักรบไทยโบราณได้ยั้งมือพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากข้อความของระบบ
[ผู้เล่นก้องภพไขปริศนาได้สำเร็จ ได้รับสิทธิ์เข้าพบ ‘พระยาพิชิตา’]
หลังจากสิ้นเสียงประกาศ ก้องภพลืมตาขึ้นและพบว่าสภาพแวดล้อมที่เขาอยู่ได้เปลี่ยนไปเขาพบว่าในเวลานี้ตัวเองกำลังคุกเข่าอยู่ที่ลานกว้างคล้ายสนามประลอง...
ชายหนุ่มลุกขึ้นพลางมองภาพเบื้องหน้าที่เป็เรือนไทยหลังใหญ่ยกพื้นสูงหลังคาทรงจั่วสามเหลี่ยมลาดเอียงลงมาเป็แนวยาวปูด้วยกระเบื้องดินเผาสีน้ำตาลเข้มรับกับแสงอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังลาลับ
พื้นที่ข้างเคียงเต็มไปด้วยผู้คนแต่งกายชุดไทยโบราณเดินสัญจรไปมาเรือนไทยหลังน้อยใหญ่ถูกสร้างไว้อย่างประณีต อีกทั้งยังมีต้นไม้และดอกไม้หลากสายพันธุ์ที่ช่วยให้สถานที่แห่งนี้สวยงามวิจิตรตระการตา
“แล้วเรามาโผล่ที่ไหนอีกล่ะรอบนี้?”ก้องภพหันมองไปรอบๆ ตัวด้วยความสับสน
“ท่านผู้กล้าก้องภพใช่หรือไม่ขอรับ?”ชายหนุ่มผิวคล้ำรูปร่างสูงโปร่งเดินลงมาจากเรือนไทยตรงหน้าพร้อมกับเอ่ยถามก้องภพ
“อะ...อื้ม” ก้องภพตอบเพียงสั้นๆ พร้อมการพยักหน้า
“เชิญขึ้นไปบนเรือนเถิดขอรับท่านพระยาพิชิตกำลังรอท่านอยู่” ชายหนุ่มทำการผายมือไปทางบนเรือนพร้อมกับก้มโค้งด้วยท่าทางนอบน้อม
ดังนั้นก้องภพจึงเดินขึ้นบันไดเข้าสู่เรือนไทยหลังนั้นโดยมีชายหนุ่มผิวคล้ำเดินนำทาง
เมื่อขึ้นมาบนเรือนไทยที่สร้างจากไม้สักทองทั้งหลังก็พบเข้ากับชานบ้านกว้างขวางซึ่งทำหน้าที่เชื่อมเรือนหลัก เรือนนอนหอกลาง*[1] หอนก*[2] และหอพระเข้าไว้ด้วยกันทำให้เกิดพื้นที่ใช้สอยจำนวนมาก
ชายหนุ่มผิวคล้ำเดินนำก้องภพมาหยุดอยู่ที่เรือนหนึ่งซึ่งดูใหญ่โตและกว้างขวางเป็พิเศษ
“เชิญเข้าไปด้านในขอรับ”ชายหนุ่มผิวคล้ำผายมือพร้อมก้มโค้งอย่างนอบน้อมอีกครั้ง
ก้องภพจึงเดินเข้าไปอย่างว่าง่าย ภายในเรือนมีกลิ่นหอมของสมุนไพรลอยฟุ้งในอากาศบางๆสร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้กับผู้มาเยือน
ที่ตรงกลางของเรือนหลักแห่งนี้มีชายวัยกลางคนกำลังนั่งอยู่บนฟูกเปลื้องผ้าท่อนบนเผยให้เห็นรูปร่างกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามรอยสักและรอยแผลเป็ที่บ่งบอกว่าผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชนส่วนท่อนล่างนุ่งโสร่งแบบสบายๆ
ก้องภพเดินเข้าไปหาชายตรงหน้าพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม“เอ่อ...ท่านใช่พระยาพิชิตาหรือเปล่าครับ?”
ชายตรงหน้าไม่ได้ตอบกลับทันที ทำเพียงรินน้ำชาใส่แก้วช้าๆก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “มาได้เสียทีนะ ข้ากำลังใคร่รู้อยู่เลยเชียวว่าผู้ใดกันที่สามารถไขปริศนาของข้าได้”
“ลุงเป็คนคิดปริศนาบทกลอนนั้นเองเหรอครับ?”
“ลุงงั้นรึ?” พระยาพิชิตาจ้องเขม็งมายังก้องภพ
ก้องภพเอามือปิดปากทันที
ซวยแล้ว! ดันเผลอเรียกติดปาก ถ้าเป็ถึงพระยาเราก็ไม่ควรเรียกแบบเป็กันเองสิ
“อะ...เอ่อคือว่า” ก้องภพลุกลี้ลุกลนพลางพยายามยกมือไหว้ขอโทษอีกฝ่าย
ทว่าทันใดนั้นเองพระยาพิชิตากลับหัวเราะชอบใจเสียงดังลั่นเรือน
“ฮ่าๆๆ ดีๆ ข้าชอบ เพลาปกติมีแต่คนเกรงกลัวข้าจักทำอันใดก็ถือยศถืออย่าง ข้าล่ะเบื่อยิ่งนัก”
“แหะๆ ครับ” ก้องภพหัวเราะแห้ง
เฮ้อ! นึกว่าจะไม่รอดแล้วสิเมื่อกี้
“เอ้า มัวยืนอ้ำอึ้งอันใดอยู่ล่ะนั่งลงก่อน” พระยาพิชิตาโบกไม้โบกมือให้ก้องภพนั่งลงบนฟูกที่อยู่ตรงข้ามกับเขา
และเมื่อเห็นว่าก้องภพนั่งลงกับฟูกเป็ที่เรียบร้อยแล้วพระยาพิชิตาจึงเริ่มเอ่ยอีกครั้ง
“เมื่อไม่กี่ปีก่อน เทพพยากรณ์สูงสุดได้ทำนายว่าอำนาจชั่วร้ายจักกลับมาสร้างความวุ่นวายอีกครานางได้มอบหมายให้ข้าถ่ายทอดวิชาต่อสู้แก่ผู้ที่คู่ควรเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่จักหวนมาเยือนแผ่นดินอีกครา”
“แล้วใครคือคนที่คู่ควรนั่นล่ะครับ?”ก้องภพขมวดคิ้ว
“หึ ข้าก็ใคร่รู้ไม่ต่างจากเอ็งแล้วเอ็งรู้หรือไม่ว่านางตอบข้าว่าเยี่ยงไร?”
“ตอบว่ายังไงครับ?”
“นางตอบเพียงว่าข้าจักรับรู้ได้เองอุบ๊ะ นี่นางเห็นข้าฉลาดถึงเพียงนั้นเชียวรึ?” พระยาพิชิตายกน้ำชาในถ้วยขึ้นดื่มจนหมดก่อนจะกล่าวต่อ
“ในเมื่อไม่มีทางเลือกข้าจึงตั้งเงื่อนไขไว้สองประการ ประการแรกคือคนผู้นั้นจักต้องมีจิตใจเอื้ออารีจนได้รับการยอมรับจากชาวบ้านหมู่บ้านไพรรีถึงจักรู้จุดหมายลับที่ข้าซ่อนเอาไว้และประการที่สองคนผู้นั้นจักต้องมีไหวพริบที่ดีจนสามารถแก้ไขบทกลอนที่ข้าประพันธ์เอาไว้ได้”
“เพลาแล้วเพลาเล่าผันผ่าน ข้าเฝ้ารออยู่นานสุดคณานับก็หาได้มีผู้ใดสามารถไขปริศนาได้” พระยาพิชิตาใช้มือท้าวต้นขาพร้อมกับใช้มืออีกข้างชี้ปลายนิ้วมายังก้องภพ“จนกระทั่ง...เอ็งคือคนแรกที่ทำได้”
“ผมเป็คนแรกเลยเหรอครับ?”ก้องภพชี้นิ้วเข้าหาตัวเองด้วยท่าทีตกตะลึง
พระยาพิชิตาพยักหน้าให้เขาเบาๆ
“เอ็งคือผู้ที่คำพยากรณ์ได้กำหนดไว้”
“อ่า ฟังดูยิ่งใหญ่จนน่าขนลุกเลยแฮะ”ก้องภพพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่พระยาพิชิตาได้ยินทั้งหมด
“ถูกต้องภารกิจของเอ็งนับจากนี้มีความสำคัญต่อแผ่นดินอย่างใหญ่หลวง”
“แต่ผมมองภาพตัวเองเป็คนในคำทำนายนั่นไม่ออกเลยนะครับ”ก้องภพพูดด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อมั่นในตัวเอง
“อนาคตผู้ใดเล่าจะหยั่งรู้” พระยาพิชิตพูดแบบทอดถอนใจ“กระนั้นเมื่อเทพพยากรณ์สูงสุดได้มอบหมายให้ข้าถ่ายทอดวิชาต่อสู้แก่ผู้ที่คู่ควรและเอ็งคือผู้ที่คู่ควรข้าจึงมีหน้าที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาทั้งหมดให้เอ็ง เอ็งเต็มใจกราบไหว้ข้าเป็อาจารย์หรือไม่?”
“คะ...ครับ! ถ้าอย่างนั้นผมขอฝากตัวด้วยนะครับอาจารย์” ก้องภพตอบอย่างไม่ต้องคิดพลางก้มหัวทำความเคารพชายเบื้องหน้า
ถึงแม้ว่าจะไม่ถูกหลักธรรมเนียมการไหว้ครูสักทีเดียว แต่ด้วยความจริงใจและความมุ่งมั่นของก้องภพก็เป็ที่พึงพอใจของพระยาพิชิตามากแล้ว
[ผู้เล่น ก้องภพ ได้รับความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์กับพระยาพิชิตา]
“เอาล่ะ เพลานี้ก็มืดค่ำแล้วเช่นนั้นเอ็งจงไปพักผ่อนเอาแรงเสียก่อน รุ่งเช้าข้าจักถ่ายทอดวิชาให้หนัก”
“ไอ้เข้มเอ้ย” พระยาพิชิตาส่งเสียงเรียกบุคคลที่อยู่นอกเรือน
“ขอรับท่านพระยา” ชายหนุ่มผิวคล้ำกล่าวตอบรับขณะเดินเข้ามาในเรือน
“เอ็งช่วยพาลูกศิษย์ข้าไปพักผ่อนที่เรือนรับรองให้ข้าหน่อย”
“ขอรับ”
เมื่อเป็เช่นนั้นก้องภพจึงเดินตามชายหนุ่มผิวคล้ำไปอีกครั้ง โดยที่เวลานี้พื้นที่รอบๆมืดสนิทแล้ว ตัวเรือนไทยประดับประดาด้วยตะเกียงน้ำมันมากมายหลายดวง ช่วยสร้างความสว่างให้แก่เรือนแห่งนี้
ชายหนุ่มผิวคล้ำเดินนำก้องภพมาหยุดยังเรือนเล็กๆ หลังหนึ่งพร้อมกับเปิดประตูออก
“เชิญพักผ่อนที่เรือนนี้ขอรับ”
ก้องภพก้าวเข้าไปพร้อมกับใช้สายตามองสำรวจพื้นที่ช้าๆภายในเรือนถูกตกแต่งด้วยโหลแจกันขนาดใหญ่ที่แต่งแต้มลวดลายไว้อย่างสวยงาม ด้านข้างเป็โต๊ะไม้ใช้สำหรับตั้งตะเกียงน้ำมันที่คอยให้ความสว่างแก่พื้นที่รอบๆ
เตียงนอนที่ปูด้วยเสื่อกกทับกับผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มตั้งอยู่กลางเรือนหมอนสามเหลี่ยมพร้อมผ้าห่มผืนบางวางพับไว้อย่างเรียบร้อยตรงปลายที่นอน
ผ้าม่านสีขาวริมหน้าต่างปลิวไสวตามสายลมอ่อนๆ ที่พัดผ่าน
และเมื่อก้องภพนอนลงที่เตียงข้อความแจ้งเตือนของระบบก็ได้ปรากฏขึ้นมา
[บันทึกจุดเกิดเรียบร้อยแล้ว]
“กว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้าก็อีกหลายชั่วโมงเลยถ้างั้นเราออกเกมไปพักก่อนดีกว่าแฮะ”
เมื่อคิดเช่นนั้นชายหนุ่มจึงกดปุ่มที่กำไลข้อมือและทำการล็อกเอาท์ออกจากตัวเกม...
[1] หอกลาง ใช้สำหรับเป็ที่พักผ่อน รับประทานอาหาร หรือต้อนรับแขก
[2] หอนก ใช้สำหรับแขวนกรงนกเลี้ยงปลากัดหรือปลูกไม้ดอก