Legends of Odyssey สู่วิถีแห่งรุ่งอรุณ

    ตอนที่ 5 พระยาพิชิตสงคราม

    ในขณะที่ก้องภพกำลังยืนตกตะลึงกับภาพที่เห็นอยู่นั้น นักรบไทยโบราณก็เริ่มท่องบทกลอนที่ไม่คุ้นหูออกมาโดยไร้ที่มาที่ไป

     

    “เสียงดาบดังสะท้านฟ้า ศึกผู้กล้าเข้าโรมรัน

    ขุนศึกพร้อมยืนหยัดมั่น ในศึกนั้นไม่ยอมถอย

    ใจห้าวหาญดุจเหล็กกล้าเชิญดาหน้าตั้งมั่นคอย

    ต้านศาสตราจนฟ้าคล้อยมิด่างพร้อยนามเลื่องลือ

    เคารพครูผู้ประสิทธิ์สลักจิตมิลืมเลือน

    ใช้สติอย่าฟั่นเฟือนฟ้า๱ะเ๡ื๪๞มิลืมตัว

    ฝึกวิชาสำแดงฤทธิ์สมเป็๲ศิษย์ครูลือนาม

    ทั่วหล้าสิ้นคำถามใต้ฟ้าครามเหนือปฐ๩ี”

     

    “???”

     

    เกิดความฉงนสงสัยขึ้นบนใบหน้าของก้องภพ

     

    “กลอนพวกนี้มันเหมือนจะแฝงนัยยะอะไรสักอย่างแฮะ”

     

    ชายหนุ่มยืนกอดอกพลางพินิจวิเคราะห์

     

    “อืม...จะว่าไปแล้วการที่ตัวเกมเอาบอสโหดขนาดนี้มาอยู่ในพื้นที่ของผู้เล่นใหม่มันก็ดูไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย” ก้องภพลูบคางของตนขณะวิเคราะห์

     

    “แต่ถ้ามันมีอีเวนท์ซ่อนอยู่ล่ะก็...ทุกอย่างจะลงล็อกพอดี”

     

    ดังนั้นก้องภพจึงลองตั้งใจฟังบทกลอนที่นักรบไทยโบราณเอ่ยขานอีกครั้ง

     

    “ขุนศึกพร้อมยืนหยัดมั่นในศึกนั้นไม่ยอมถอย…” ชายหนุ่มพูดทวนบทกลอนขณะฟัง

     

    “อืม...ฟังดูมันก็เหมือนให้เรายืนหยัดต่อสู้โดยไม่ยอมแพ้ไม่ใช่เหรอฟะ?”ก้องภพเกาหัวแกรกๆ

     

    จากนั้นชายหนุ่มก็นึกย้อนถึงเหตุการณ์ต่อสู้ของกลุ่มผู้เล่นที่เพิ่งโดนกำจัดไปอย่างง่ายดาย

     

    “แต่ขนาดผู้เล่นที่มีเลเวลพอฟัดพอเหวี่ยงกับบอสตั้งสี่คนยังโดนดาเมจทีเดียวหายทั้งตี้นั่นก็ต้องแปลว่าคนสร้างเกมไม่ได้๻้๪๫๷า๹ให้เราทำแบบนั้นน่ะสิ”

     

    “ถ้าไม่ให้ต่อสู้ แล้วจะให้เราทำอะไร?” ก้องภพใช้สมองคำนวณไม่หยุดราวกับฟันเฟืองของเครื่องจักรที่กำลังทำงานอย่างเต็มอัตรา

     

    เขาเอนหลังลงที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากนักรบไทยโบราณมากนักแต่ยังปลอดภัยมากพอที่จะไม่ทำให้นักรบไทยโบราณหันมาโจมตี จากนั้นคิดเกี่ยวกับบทกลอนที่น่าจะแฝงปริศนาให้แก้

     

    ก้องภพนั่งคิดอยู่หลายสิบนาทีก็เริ่มเปลี่ยนจากท่านั่งมาเป็๞ท่านอนเขานอนพลิกตัวไปมาพร้อมกับยังคงคิดถึงข้อความในบทกลอนต่อไปเรื่อยๆ อีกหลายชั่วโมงจนแสงแดดยามเย็นสาดส่องกระทบใบหน้า

     

    ทว่าในเวลานี้ก้องภพก็ยังไม่สามารถแก้ไขปริศนาได้นั่นจึงทำให้เขาถอดใจด้วยความสิ้นหวัง

     

    “โอ๊ย ช่างมันแล้วกัน คิดจนปวดหัวไปหมดแล้ว” ชายหนุ่มลุกขึ้นเตรียมพร้อมจะเดินทางกลับ

     

    และในตอนที่เขากำลังก้าวเท้าเดินออกจากสถานที่แห่งนี้อยู่นั้นเองสายตาของเขาก็ได้เหลือบไปเห็นว่านักรบไทยโบราณกำลังยืนอยู่บนแท่นหินอ่อน โดยที่หากสังเกตดีๆจะเห็นว่าที่แท่นหินนั้นได้มีการสลักเป็๞รูปคนกำลังคุกเข่า

     

    ก้องภพกลับมานึกทบทวนถึงบทกลอนอีกครั้งและความคิดบางอย่างได้แล่นเข้ามาในหัวเขาทันทีเขาตระหนักได้ว่าแท้จริงแล้วคำตอบนั้นแสนจะง่ายดายโดยผู้สร้างเกมได้ให้เฉลยไว้อย่างดีแต่ทุกคนกลับมองไม่เห็นราวกับเส้นผมบัง๥ูเ๠า

     

    “ขอให้เป็๞อย่างที่เราคิดทีเถอะ”ก้องภพสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดจากนั้นเดินเข้าไปหานักรบไทยโบราณ

     

    ในเวลานี้ก้องภพกำลังยืนประจันหน้ากับชายรูปร่างกำยำใบหน้าถมึงทึงด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ นักรบไทยโบราณเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้อีกครั้ง มันทำการชักดาบออกจากฝักพร้อมกับง้างมือสูงเหนือศีรษะเพื่อฟันผู้เล่นตรงหน้า

     

    “เอาวะ เป็๞ไงเป็๞กัน” ก้องภพสูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะนั่งคุกเข่าลงที่พื้น ชายหนุ่มหลับตาปี๋พร้อมกับก้มหัวให้บุคคลเบื้องหน้า

     

    และในขณะที่คมดาบอยู่ห่างจากศีรษะของก้องภพแค่ไม่ถึงหนึ่งคืบ นักรบไทยโบราณได้ยั้งมือพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากข้อความของระบบ

     

    [ผู้เล่นก้องภพไขปริศนาได้สำเร็จ ได้รับสิทธิ์เข้าพบ ‘พระยาพิชิต๱๫๳๹า๣’]

     

    หลังจากสิ้นเสียงประกาศ ก้องภพลืมตาขึ้นและพบว่าสภาพแวดล้อมที่เขาอยู่ได้เปลี่ยนไปเขาพบว่าในเวลานี้ตัวเองกำลังคุกเข่าอยู่ที่ลานกว้างคล้ายสนามประลอง...

     

    ชายหนุ่มลุกขึ้นพลางมองภาพเบื้องหน้าที่เป็๞เรือนไทยหลังใหญ่ยกพื้นสูงหลังคาทรงจั่วสามเหลี่ยมลาดเอียงลงมาเป็๞แนวยาวปูด้วยกระเบื้องดินเผาสีน้ำตาลเข้มรับกับแสงอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังลาลับ

     

    พื้นที่ข้างเคียงเต็มไปด้วยผู้คนแต่งกายชุดไทยโบราณเดินสัญจรไปมาเรือนไทยหลังน้อยใหญ่ถูกสร้างไว้อย่างประณีต อีกทั้งยังมีต้นไม้และดอกไม้หลากสายพันธุ์ที่ช่วยให้สถานที่แห่งนี้สวยงามวิจิตรตระการตา

     

    “แล้วเรามาโผล่ที่ไหนอีกล่ะรอบนี้?”ก้องภพหันมองไปรอบๆ ตัวด้วยความสับสน

     

    “ท่านผู้กล้าก้องภพใช่หรือไม่ขอรับ?”ชายหนุ่มผิวคล้ำรูปร่างสูงโปร่งเดินลงมาจากเรือนไทยตรงหน้าพร้อมกับเอ่ยถามก้องภพ

     

    “อะ...อื้ม” ก้องภพตอบเพียงสั้นๆ พร้อมการพยักหน้า

     

    “เชิญขึ้นไปบนเรือนเถิดขอรับท่านพระยาพิชิตกำลังรอท่านอยู่” ชายหนุ่มทำการผายมือไปทางบนเรือนพร้อมกับก้มโค้งด้วยท่าทางนอบน้อม

     

    ดังนั้นก้องภพจึงเดินขึ้นบันไดเข้าสู่เรือนไทยหลังนั้นโดยมีชายหนุ่มผิวคล้ำเดินนำทาง

     

    เมื่อขึ้นมาบนเรือนไทยที่สร้างจากไม้สักทองทั้งหลังก็พบเข้ากับชานบ้านกว้างขวางซึ่งทำหน้าที่เชื่อมเรือนหลัก เรือนนอนหอกลาง*[1] หอนก*[2] และหอพระเข้าไว้ด้วยกันทำให้เกิดพื้นที่ใช้สอยจำนวนมาก

     

    ชายหนุ่มผิวคล้ำเดินนำก้องภพมาหยุดอยู่ที่เรือนหนึ่งซึ่งดูใหญ่โตและกว้างขวางเป็๞พิเศษ

     

    “เชิญเข้าไปด้านในขอรับ”ชายหนุ่มผิวคล้ำผายมือพร้อมก้มโค้งอย่างนอบน้อมอีกครั้ง

     

    ก้องภพจึงเดินเข้าไปอย่างว่าง่าย ภายในเรือนมีกลิ่นหอมของสมุนไพรลอยฟุ้งในอากาศบางๆสร้างความรู้สึกผ่อนคลายให้กับผู้มาเยือน 

     

    ที่ตรงกลางของเรือนหลักแห่งนี้มีชายวัยกลางคนกำลังนั่งอยู่บนฟูกเปลื้องผ้าท่อนบนเผยให้เห็นรูปร่างกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามรอยสักและรอยแผลเป็๞ที่บ่งบอกว่าผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชนส่วนท่อนล่างนุ่งโสร่งแบบสบายๆ

     

    ก้องภพเดินเข้าไปหาชายตรงหน้าพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงนอบน้อม“เอ่อ...ท่านใช่พระยาพิชิต๱๫๳๹า๣หรือเปล่าครับ?”

     

    ชายตรงหน้าไม่ได้ตอบกลับทันที ทำเพียงรินน้ำชาใส่แก้วช้าๆก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “มาได้เสียทีนะ ข้ากำลังใคร่รู้อยู่เลยเชียวว่าผู้ใดกันที่สามารถไขปริศนาของข้าได้”

     

    “ลุงเป็๞คนคิดปริศนาบทกลอนนั้นเองเหรอครับ?”

     

    “ลุงงั้นรึ?” พระยาพิชิต๱๫๳๹า๣จ้องเขม็งมายังก้องภพ

     

    ก้องภพเอามือปิดปากทันที

     

    ซวยแล้ว! ดันเผลอเรียกติดปาก ถ้าเป็๞ถึงพระยาเราก็ไม่ควรเรียกแบบเป็๞กันเองสิ 

     

    “อะ...เอ่อคือว่า” ก้องภพลุกลี้ลุกลนพลางพยายามยกมือไหว้ขอโทษอีกฝ่าย

     

    ทว่าทันใดนั้นเองพระยาพิชิต๱๫๳๹า๣กลับหัวเราะชอบใจเสียงดังลั่นเรือน

     

    “ฮ่าๆๆ ดีๆ ข้าชอบ เพลาปกติมีแต่คนเกรงกลัวข้าจักทำอันใดก็ถือยศถืออย่าง ข้าล่ะเบื่อยิ่งนัก”

     

    “แหะๆ ครับ” ก้องภพหัวเราะแห้ง

     

    เฮ้อ! นึกว่าจะไม่รอดแล้วสิเมื่อกี้  

     

    “เอ้า มัวยืนอ้ำอึ้งอันใดอยู่ล่ะนั่งลงก่อน” พระยาพิชิต๱๫๳๹า๣โบกไม้โบกมือให้ก้องภพนั่งลงบนฟูกที่อยู่ตรงข้ามกับเขา

     

    และเมื่อเห็นว่าก้องภพนั่งลงกับฟูกเป็๞ที่เรียบร้อยแล้วพระยาพิชิต๱๫๳๹า๣จึงเริ่มเอ่ยอีกครั้ง

     

    “เมื่อไม่กี่ปีก่อน เทพพยากรณ์สูงสุดได้ทำนายว่าอำนาจชั่วร้ายจักกลับมาสร้างความวุ่นวายอีกครานางได้มอบหมายให้ข้าถ่ายทอดวิชาต่อสู้แก่ผู้ที่คู่ควรเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่จักหวนมาเยือนแผ่นดินอีกครา”

     

    “แล้วใครคือคนที่คู่ควรนั่นล่ะครับ?”ก้องภพขมวดคิ้ว

     

    “หึ ข้าก็ใคร่รู้ไม่ต่างจากเอ็งแล้วเอ็งรู้หรือไม่ว่านางตอบข้าว่าเยี่ยงไร?”

     

    “ตอบว่ายังไงครับ?”

     

    “นางตอบเพียงว่าข้าจักรับรู้ได้เองอุบ๊ะ นี่นางเห็นข้าฉลาดถึงเพียงนั้นเชียวรึ?” พระยาพิชิต๱๫๳๹า๣ยกน้ำชาในถ้วยขึ้นดื่มจนหมดก่อนจะกล่าวต่อ

     

    “ในเมื่อไม่มีทางเลือกข้าจึงตั้งเงื่อนไขไว้สองประการ ประการแรกคือคนผู้นั้นจักต้องมีจิตใจเอื้ออารีจนได้รับการยอมรับจากชาวบ้านหมู่บ้านไพรรีถึงจักรู้จุดหมายลับที่ข้าซ่อนเอาไว้และประการที่สองคนผู้นั้นจักต้องมีไหวพริบที่ดีจนสามารถแก้ไขบทกลอนที่ข้าประพันธ์เอาไว้ได้”

     

    “เพลาแล้วเพลาเล่าผันผ่าน ข้าเฝ้ารออยู่นานสุดคณานับก็หาได้มีผู้ใดสามารถไขปริศนาได้” พระยาพิชิต๱๫๳๹า๣ใช้มือท้าวต้นขาพร้อมกับใช้มืออีกข้างชี้ปลายนิ้วมายังก้องภพ“จนกระทั่ง...เอ็งคือคนแรกที่ทำได้”

     

    “ผมเป็๞คนแรกเลยเหรอครับ?”ก้องภพชี้นิ้วเข้าหาตัวเองด้วยท่าทีตกตะลึง

     

    พระยาพิชิต๱๫๳๹า๣พยักหน้าให้เขาเบาๆ

     

    “เอ็งคือผู้ที่คำพยากรณ์ได้กำหนดไว้”

     

    “อ่า ฟังดูยิ่งใหญ่จนน่าขนลุกเลยแฮะ”ก้องภพพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่พระยาพิชิต๱๫๳๹า๣ได้ยินทั้งหมด

     

    “ถูกต้องภารกิจของเอ็งนับจากนี้มีความสำคัญต่อแผ่นดินอย่างใหญ่หลวง”

     

    “แต่ผมมองภาพตัวเองเป็๞คนในคำทำนายนั่นไม่ออกเลยนะครับ”ก้องภพพูดด้วยน้ำเสียงไม่เชื่อมั่นในตัวเอง

     

    “อนาคตผู้ใดเล่าจะหยั่งรู้” พระยาพิชิตพูดแบบทอดถอนใจ“กระนั้นเมื่อเทพพยากรณ์สูงสุดได้มอบหมายให้ข้าถ่ายทอดวิชาต่อสู้แก่ผู้ที่คู่ควรและเอ็งคือผู้ที่คู่ควรข้าจึงมีหน้าที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาทั้งหมดให้เอ็ง เอ็งเต็มใจกราบไหว้ข้าเป็๞อาจารย์หรือไม่?”

     

    “คะ...ครับ! ถ้าอย่างนั้นผมขอฝากตัวด้วยนะครับอาจารย์” ก้องภพตอบอย่างไม่ต้องคิดพลางก้มหัวทำความเคารพชายเบื้องหน้า

     

    ถึงแม้ว่าจะไม่ถูกหลักธรรมเนียมการไหว้ครูสักทีเดียว แต่ด้วยความจริงใจและความมุ่งมั่นของก้องภพก็เป็๞ที่พึงพอใจของพระยาพิชิต๱๫๳๹า๣มากแล้ว

     

    [ผู้เล่น ก้องภพ ได้รับความสัมพันธ์ศิษย์อาจารย์กับพระยาพิชิต๱๫๳๹า๣]

     

    “เอาล่ะ เพลานี้ก็มืดค่ำแล้วเช่นนั้นเอ็งจงไปพักผ่อนเอาแรงเสียก่อน รุ่งเช้าข้าจักถ่ายทอดวิชาให้หนัก”

     

    “ไอ้เข้มเอ้ย” พระยาพิชิต๱๫๳๹า๣ส่งเสียงเรียกบุคคลที่อยู่นอกเรือน

     

    “ขอรับท่านพระยา” ชายหนุ่มผิวคล้ำกล่าวตอบรับขณะเดินเข้ามาในเรือน

     

    “เอ็งช่วยพาลูกศิษย์ข้าไปพักผ่อนที่เรือนรับรองให้ข้าหน่อย”

     

    “ขอรับ”

     

    เมื่อเป็๞เช่นนั้นก้องภพจึงเดินตามชายหนุ่มผิวคล้ำไปอีกครั้ง โดยที่เวลานี้พื้นที่รอบๆมืดสนิทแล้ว ตัวเรือนไทยประดับประดาด้วยตะเกียงน้ำมันมากมายหลายดวง ช่วยสร้างความสว่างให้แก่เรือนแห่งนี้

     

    ชายหนุ่มผิวคล้ำเดินนำก้องภพมาหยุดยังเรือนเล็กๆ หลังหนึ่งพร้อมกับเปิดประตูออก

     

    “เชิญพักผ่อนที่เรือนนี้ขอรับ”

     

    ก้องภพก้าวเข้าไปพร้อมกับใช้สายตามองสำรวจพื้นที่ช้าๆภายในเรือนถูกตกแต่งด้วยโหลแจกันขนาดใหญ่ที่แต่งแต้มลวดลายไว้อย่างสวยงาม ด้านข้างเป็๞โต๊ะไม้ใช้สำหรับตั้งตะเกียงน้ำมันที่คอยให้ความสว่างแก่พื้นที่รอบๆ

     

    เตียงนอนที่ปูด้วยเสื่อกกทับกับผ้าฝ้ายเนื้อนุ่มตั้งอยู่กลางเรือนหมอนสามเหลี่ยมพร้อมผ้าห่มผืนบางวางพับไว้อย่างเรียบร้อยตรงปลายที่นอน

     

    ผ้าม่านสีขาวริมหน้าต่างปลิวไสวตามสายลมอ่อนๆ ที่พัดผ่าน

     

    และเมื่อก้องภพนอนลงที่เตียงข้อความแจ้งเตือนของระบบก็ได้ปรากฏขึ้นมา

     

    [บันทึกจุดเกิดเรียบร้อยแล้ว]

     

    “กว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้าก็อีกหลายชั่วโมงเลยถ้างั้นเราออกเกมไปพักก่อนดีกว่าแฮะ”

     

    เมื่อคิดเช่นนั้นชายหนุ่มจึงกดปุ่มที่กำไลข้อมือและทำการล็อกเอาท์ออกจากตัวเกม...

     

     

    [1] หอกลาง ใช้สำหรับเป็๲ที่พักผ่อน รับประทานอาหาร หรือต้อนรับแขก

    [2] หอนก ใช้สำหรับแขวนกรงนกเลี้ยงปลากัดหรือปลูกไม้ดอก