แสงแดดยามเย็นที่พาดผ่านหน้าต่างคฤหาสน์ตระกูลหลินดูจะสว่างไสวผิดกับบรรยากาศภายในห้องโถงที่หนาวเหน็บ หลินซูหว่าน ในชุดพนักงานบริษัทที่ดูสะอาดสะอ้านทว่าเรียบง่ายเกินไปเมื่อเทียบกับฐานะของคนในบ้าน กำลังยืนนิ่งเหมือนหุ่นปั้นท่ามกลางสายตาเยาะหยันของ แม่เลี้ยงเฉิน และ หลินอวี่ น้องสาวต่างแม่
"ซูหว่าน แกว่าว่างมากนักหรือไงถึงกลับบ้านมาสภาพนี้? งานที่ฉันสั่งให้แกเอาเอกสารไปส่งที่บริษัทกรุ๊ปมู่น่ะ ทำไมยังไม่ไป!" เสียงแหลมปรี๊ดของแม่เลี้ยงเฉินกระแทกเข้าที่โสตประสาท
"หนูเพิ่งกลับมาถึงค่ะคุณแม่ เอกสารมันสำคัญมาก หนูขอเวลาเปลี่ยนชุดสัก..."
"ไม่ต้องเปลี่ยน! สภาพแบบนี้แหละคนเขาจะได้รู้ว่าตระกูลหลินเราใช้งานแกหนักแค่ไหน ฮึ! รีบไปซะ อย่าให้เสียเื่"
ซูหว่านกำหมัดแน่น ความเ็ปแล่นริ้วในอก พ่อของเธอ—หลินเจิ้ง—นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ไม่ไกล แต่เขากลับไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาปกป้องลูกสาวคนโตแม้แต่นิดเดียว ความลำเอียงที่ฝังรากลึกทำให้เขามองเห็นเพียงความสดใสของหลินอวี่ และความไร้ค่าของซูหว่าน
ราตรีที่ความร้อนรุ่มแผดเผา
ซูหว่านเดินทางมาถึงโรงแรมหรูระดับเจ็ดดาวที่เป็สถานที่จัดงานเลี้ยงธุรกิจตามคำสั่ง บรรยากาศหรูหรานั้นทำให้เธอรู้สึกแปลกถิ่น ขณะที่เธอกำลังเดินหาห้องรับรองเพื่อส่งเอกสารตามนัดหมาย ทว่าความผิดปกติบางอย่างกลับเกิดขึ้น เมื่อเธอหลงเข้ามาในโซนห้องพักรับรองส่วนตัวที่เงียบเชียบ
ทันใดนั้น ประตูห้องหนึ่งก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง!
"ออกไป!" เสียงทุ้มต่ำที่แหบพร่าและทรงพลังดังขึ้น ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีดำสนิทก้าวออกมาด้วยท่าทางโงนเงน ใบหน้าคมสันของเขาแดงซ่าน ดวงตาคู่คมที่มักจะเยือกเย็นบัดนี้กลับเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความปรารถนาที่ไม่อาจควบคุม
เขาคือ มู่เฉิง ประธานหนุ่มผู้กุมบังเหียนอาณาจักรมู่ที่ใครๆ ต่างเกรงขาม แต่ในเวลานี้เขากำลังตกเป็เหยื่อของยาปลุกเซ็กซ์ชนิดรุนแรงที่คู่แข่งทางการค้าและคุณหนูตระกูลใหญ่แอบใส่ลงไปในไวน์
ซูหว่านใจนก้าวขาไม่ออก "เอ่อ... ขอโทษค่ะ ฉันมาส่งเอกสาร..."
ยังไม่ทันสิ้นคำพูด มือหนาที่ร้อนราวกับไฟลุกก็คว้าเข้าที่ข้อมือบางของเธออย่างแรง แรงดึงนั้นมหาศาลจนร่างระหงของซูหว่านถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ กลิ่นน้ำหอมไม้จันทน์ผสมกับกลิ่นอายคุกคามทำให้เธอหายใจติดขัด
"ร้อน... ช่วยฉัน..." มู่เฉิงกระซิบพร่าอยู่ข้างใบหู ลมหายใจที่ร้อนรุ่มทำให้ซูหว่านสั่นสะท้านไปทั้งตัว
"คุณคะ! ปล่อยนะ! คุณเมามากแล้ว..." ซูหว่านพยายามดิ้นรน แต่ััจากยาปลุกฤทธิ์ทำให้มู่เฉิงขาดสติสัมปชัญญะไปโดยสิ้นเชิง เขาลากเธอเข้าไปในห้องพักหรูหราก่อนจะกดเธอกับประตูห้องที่ปิดสนิท
รสจูบที่ดุดันและเอาแต่ใจเริ่มโหมกระหน่ำ ซูหว่านรู้สึกเหมือนกำลังจมดิ่งลงในมหาสมุทรที่บ้าคลั่ง ความร้อนแรงจากร่างกายชายหนุ่มซึมลึกเข้าสู่ผิวพรรณของเธอ ภายใต้แสงไฟสลัวที่เต้นระบำอยู่ในห้องนั้น ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ตั้งใจดำเนินไปอย่างเร่าร้อนและรุนแรง ทิ้งไว้เพียงรอยประทับแห่งโชคชะตาที่มู่เฉิงเองก็ไม่อาจลืมเลือนแม้ในยามฝัน
กลางดึกที่เงียบสงัด ซูหว่านลืมตาขึ้นท่ามกลางความปวดร้าวตามร่างกาย เธอทองดูชายหนุ่มที่นอนหลับอยู่ข้างๆ ด้วยความรู้สึกสับสน น้ำตาหยดหนึ่งไหลลงอาบแก้ม เธอไม่รู้จักเขา และเขาดูเหมือนคนมีอำนาจเกินกว่าที่เธอจะต่อกรด้วย เธอรีบสวมเสื้อผ้าที่ขาดวิ่นอย่างลนลานและหนีออกจากห้องนั้นไป โดยทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายจางๆ ที่ประธานมู่จะจดจำไปตลอดกาล
การกลับบ้านและการโต้กลับที่แหลมคม
ซูหว่านกลับถึงบ้านในเช้าตรู่ของอีกวัน สภาพของเธอดูอิดโรยและบอบช้ำ แต่เธอก็พยายามปกปิดมันไว้ภายใต้เสื้อคลุมตัวหนา ทันทีที่เท้าเหยียบเข้าสู่ห้องโถง เสียงหัวเราะคิกคักของหลินอวี่ก็ดังขึ้น
"ตายจริง พี่ซูหว่าน! หายไปทั้งคืนเลยเหรอคะ? อย่าบอกนะว่าไปแอบอ่อยผู้ชายที่งานเลี้ยงมาน่ะ" หลินอวี่พูดพลางป้องปากหัวเราะ ดวงตาฉายแววดูถูกอย่างปิดไม่มิด
"นั่นน่ะสิ! งานการไม่ทำ หายหัวไปทั้งคืน แกทำให้ตระกูลหลินต้องอับอายขายหน้า!" หลินเจิ้งที่เดินลงมาจากชั้นบนตวาดลั่นโดยไม่ถามไถ่เหตุผล
ซูหว่านหยุดกึก เธอหลับตาลงนึกถึงความเ็ปที่ได้รับจากชายแปลกหน้า และความใจดำของคนในบ้านที่บีบให้เธอต้องไปที่นั่น ความอดทนของเธอขาดสะบั้นลง
เธอเงยหน้าขึ้น จ้องมองไปที่พ่อและน้องสาวด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่สายตาที่ยอมคนอีกต่อไป
"อับอายเหรอคะ?" ซูหว่านเค้นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "คนที่ส่งหนูไปที่นั่นทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่ามันเสี่ยงคือคุณแม่เลี้ยงนะคะ ส่วนหลินอวี่... ถ้าเธอกังวลเื่ศักดิ์ศรีของบ้านนัก วันหลังก็หัดขยันออกไปส่งเอกสารเองบ้างนะ ไม่ใช่ดีแต่แต่งหน้าคอยจับผู้ชายไปวันๆ"
"แก! กล้าดียังไงมาว่าฉัน!" หลินอวี่หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
"ฉันพูดความจริงค่ะ" ซูหว่านก้าวเดินผ่านหน้าพวกเขาสามคนไปอย่างมั่นคง "และถ้าใครจะมาด่าว่าหนูทำตัวไร้ค่าอีกล่ะก็... ลองนึกดูนะคะว่าใครกันแน่ที่ใช้แรงงานคนอื่นเพื่อเลี้ยงชีพตัวเองไปวันๆ ถ้าพ่อคิดว่าหนูเป็ตัวอัปมงคลนัก ก็ช่วยทำตัวเป็ 'พ่อ' ที่ให้ความเป็ธรรมหน่อยเถอะค่ะ ไม่ใช่เป็แค่หุ่นเชิดให้ผู้หญิงสองคนนี้จูงจมูก!"
คำพูดนั้นทำให้หลินเจิ้งถึงกับอึ้งไปครู่ใหญ่ เขาไม่เคยเห็นซูหว่านเถียงกลับแบบนี้มาก่อน แม่เลี้ยงเฉินได้แต่ยืนตัวสั่นด้วยความแค้นใจ
ซูหว่านเดินเข้าห้องนอนของเธอและล็อกประตูอย่างแ่า เธอทรุดตัวลงพิงบานประตู ร่างกายสั่นเทาด้วยความกลัวที่เพิ่งปะทุออกมา เธอไม่รู้เลยว่า ค่ำคืนที่แสนเ็ปนั้น ได้ให้กำเนิด "สิ่งมหัศจรรย์" ที่จะเปลี่ยนชีวิตเธอไปตลอดกาล