หลังจากร่ำลาเพื่อนสาวทั้งสองแล้ว น้ำตาลก็เดินมายังรถคู่ใจที่จอดอยู่ไม่ไกล หญิงสาวยิ้มให้กับเื่ตลก ๆ ในร้านกาแฟเมื่อครู่ ก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วมุ่งหน้ากลับสู่ที่พัก
ทว่าขับมาได้ไม่นาน ท้องฟ้าพลันแปรเปลี่ยนเป็สีเทาดำทะมึน ลมกระโชกแรงขึ้นมาอย่างน่ากลัว และเพียงไม่กี่อึดใจต่อมา ห่าฝนเม็ดใหญ่ก็สาดซัดลงมาไม่ลืมหูลืมตา ทำให้บดบังทัศนวิสัยเบื้องหน้าเหลือเพียงม่านน้ำสีขาวโพลน
ถนนที่เปียกชุ่มและลื่น ทำให้รถของน้ำตาลที่แล่นมาด้วยความเร็วเริ่มเสียหลัก น้ำตาลพยายามบังคับพวงมาลัยสุดชีวิต แต่ทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว รถหมุนคว้างอย่างควบคุมไม่ได้ท่ามกลางสายฝน หัวใจหญิงสาวเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
โครม เสียงโลหะกระทบกับราวคอนกรีตดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกมหาศาลอัดร่างของน้ำตาลเข้ากับพวงมาลัยอย่างแรง ความเ็ปแล่นปราดไปทั่วกาย ก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดจะดับวูบลง
รถทั้งคันพุ่งทะลุราวสะพาน ดำดิ่งลงสู่กระแสน้ำอันมืดมิดและเยือกเย็นเบื้องล่าง ร่างที่ไร้ความรู้สึกจมลึกลง...ลึกลง...สู่ความมืดมิดอันเป็นิรันดร์
...หรืออาจจะไม่ใช่
เปลือกตาที่หนักอึ้งราวกับมีหินถ่วง ค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ
แสงยามเช้าสีนวลลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาปลุกสติที่เลือนรางให้กลับคืนมา พร้อมกับความรู้สึกปวดเมื่อยที่ร้าวระบมไปทั่วทั้งร่าง น้ำตาลค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพลางกะพริบตาถี่ยิบ เพื่อปรับสายตาให้ชินกับแสง แล้วมองขึ้นไปยังเพดานไม้ที่ไม่คุ้นเคย
ภายในห้องตกแต่งอย่างง่าย ๆ จนเรียกได้ว่าว่างเปล่า มีเพียงเตียงไม้แข็ง ๆ กว้าง ๆ ที่สามารถนอนได้หลายคน และชุดจำนวนมากแขวนอยู่บนราวที่ปลายเตียง ลักษณะคล้ายห้องนอนรวม
น้ำตาลพยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่มีเพื่อจะลุกขึ้นนั่ง แต่ร่างกายกลับอ่อนเปลี้ยจนแทบขยับไม่ได้ เมื่อก้มมองสำรวจตนเอง ก็พบว่ากำลังสวมชุดผ้าฝ้ายสีเทา เป็เสื้อผ้าแบบโบราณที่เคยเห็นในละครจีนย้อนยุคเท่านั้น
สายตาเหลือบไปเห็นกระจกทองเหลืองบานเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง ด้วยความอยากรู้และลางสังหรณ์แปลก ๆ น้ำตาลจึงฝืนเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมา สูดหายใจลึกก่อนจะยกขึ้นส่องดูใบหน้า
ภาพที่สะท้อนอยู่บนผิวโลหะมันวาวนั้น…ไม่ใช่น้ำตาล
“เฮ้ย! ใครวะ”
น้ำตาลหลุดอุทานออกมาอย่างลืมตัว ภาพในกระจกควรจะเป็ใบหน้าของน้ำตาล แต่กลับกลายเป็หญิงสาวแปลกหน้าผู้มีดวงตากลมโตสดใส ผิวขาวนวลเนียน และเส้นผมสีดำขลับยาวสลวย
หญิงสาวค่อย ๆ ยกมือขึ้นััใบหน้าของตนช้า ๆ ััจากปลายนิ้วเย็น ๆ กับภาพหญิงสาวในกระจกที่เคลื่อนไหวตามทุกกระเบียดนิ้ว เป็เครื่องยืนยันความจริงว่าคนในกระจกคือตนเอง
‘นี่…ไม่ใช่ร่างของฉัน’
ทันใดนั้น ประตูไม้ก็เปิดออกพร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงวัยกลางคนในชุดสีเข้ม เมื่อเห็นว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงได้สติแล้ว หญิงผู้นั้นก็เบิกตากว้างด้วยความใ รีบปรี่เข้ามาประคองร่างของหญิงสาวด้วยท่าทีห่วงใย “หลันเอ๋อร์ เ้าฟื้นแล้วหรือ เป็อย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนหรือไม่”
คำว่า ‘หลันเอ๋อร์’ คือกุญแจที่ไขประตูแห่งความทรงจำให้เปิดออกทันที ภาพที่ไม่ใช่ของตนเองมากมายพลันหลั่งไหลเข้ามาในหัว ทั้งภาพของจวนตระกูลหลี่อันโอ่อ่า ผู้คนที่สวมชุดแปลกตา และสถานะของร่างนี้ที่ถูกเรียกขานคือ "สาวใช้"
ความทรงจำเ่าั้ยืนยันความจริงทั้งหลาย ว่าตนเองได้ข้ามภพมาจริง ๆ น้ำตาล หญิงสาวจากศตวรรษที่ 21 ได้ตื่นขึ้นมาในร่างของ "ชิงหลัน" สาวใช้แห่งจวนตระกูลหลี่ และภาพสุดท้ายในความทรงจำของชิงหลันที่หลงเหลืออยู่ คือเหตุการณ์ที่ร่างเดิมพลัดตกสระบัวในสวนด้านหลังจวนขณะไปกวาดใบไม้บริเวณนั้น
สถานการณ์ตรงหน้าเหมือนกับพล็อตนิยายข้ามภพที่เคยอ่านจนขึ้นใจ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่เื่แต่งอีกต่อไป มันคือเื่จริงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง
นับจากวันนั้นเป็ต้นมา ชีวิตของน้ำตาลในร่างของชิงหลันก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ในทุก ๆ วัน หญิงสาวต้องตื่นั้แ่ฟ้ายังไม่สางเพื่อเริ่มทำงาน ั้แ่กวาดถูเรือนขนาดใหญ่ ซักผ้ากองโตในน้ำเย็นเฉียบ ไปจนถึงงานจิปาถะอื่น ๆ ตามคำสั่ง และที่สำคัญที่สุดคือการปรนนิบัติรับใช้คุณชายสุดหล่อของจวน ั้แ่รินน้ำชาไปจนถึงจัดเตรียมที่นอน ‘อย่างน้อยก็ดีที่ไม่ต้องเกาหลังตอนนอนให้ด้วย’
ชีวิตในยุคโบราณที่เต็มไปด้วยกฎระเบียบและข้อจำกัดมากมายนี้ ช่างแตกต่างจากชีวิตอิสระเสรีที่เคยมีอย่างสิ้นเชิง การปรับตัวให้เข้ากับมันจึงยากเย็นแสนเข็ญ แต่ด้วยบุคลิกเดิมของร่างนี้ที่ดูเรียบร้อยเป็ทุนเดิม จึงทำให้การแสดงเป็ ‘ชิงหลัน’ คนใหม่ผ่านไปอย่างทุลักทุเล
น้ำตาลได้แต่บ่นพึมพำกับตนเองในใจขณะทำงาน ‘ชีวิตนี่มันเลือกเกิดไม่ได้จริง ๆ สินะ…อุตส่าห์ได้ข้ามภพมาทั้งที ทำไมไม่ส่งไปเข้าร่างคุณหนูสูงศักดิ์สักบ้าน หรืออย่างน้อยก็เป็ฮูหยินของท่านแม่ทัพสุดหล่อ กล้ามแน่น ๆ หุ่นแซ่บ ๆ อะไรพวกนั้น ดันมาอยู่ในร่างสาวใช้แบบนี้เนี่ยนะ…ดีที่สวย ไม่งั้นแม่จะโวยให้ดู’
น้ำตาลในร่างสาวใช้ลอบถอนหายใจ ก่อนจะคิดต่ออย่างปลง ๆ
‘ยังดีนะ ที่คุณชายรูปหล่ออย่างกับพระเอกซีรีส์...แต่ก็นั่นแหละ หล่อแค่ไหนฉันก็กินไม่ได้’
หลายสัปดาห์ผ่านไป ชีวิตสาวใช้ที่เคยเป็ดั่งฝันร้ายในตอนแรก ก็เริ่มเข้าที่เข้าทางมากขึ้น เพราะแม่บ้านใหญ่ได้ทำการสอนกฏระเบียบของจวนใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง รวมทั้งคำสอนของสาวใช้รุ่นพี่ และบทเรียนที่แลกมาด้วยความซุ่มซ่ามของตนเอง
การตื่นั้แ่ฟ้ายังไม่สางเพื่อมาขัดถูเรือนคุณชาย การบรรจงรินชาด้วยท่าทีสงบเสงี่ยม หรือการขานรับทุกคำสั่งอย่างว่าง่าย บัดนี้นางแสดงได้แเีขึ้นทุกวัน
ยอมรับว่า่แรกมันก็ติดขัดบ้าง แต่คำว่า "ท้อแท้" ไม่ได้อยู่ในพจนานุกรมของน้ำตาล เมื่อการโวยวายไม่ช่วยอะไรได้ การทำตัวดี ๆ ไปก่อนแล้วค่อยหาลู่ทางทีหลังดูจะเป็ทางเลือกที่ฉลาดกว่า
น้ำตาลอยู่ในร่างนี้ นั่นคือความจริงที่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากต้องเล่นไปตามเกมนี้ให้ดีที่สุด แม้ว่าภายในใจยังโหยหาไวไฟแรง ๆ กับแอร์เย็นฉ่ำในโลกเก่าอยู่ทุกวัน แต่ก็จำต้องยอมรับว่าอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าของที่นี่ก็ไม่เลวนัก
บ่ายวันหนึ่ง ขณะที่ชิงหลันกำลังจะไปเก็บผ้าเช็ดโต๊ะที่ตากไว้ยังเรือนด้านหลังของคุณชาย ก็พบว่าผ้าผืนนั้นได้อันตรธานหายไปเสียแล้ว ‘หายไปไหนของมันวะ’ ริมฝีปากบางขยับเป็เสียงพึมพำงุบงิบ
ชิงหลันกวาดสายตามองหาตามพุ่มไม้เตี้ย ๆ ‘ลมบ้าอะไรจะแรงเบอร์นี้’
ในที่สุด หญิงสาวก็เจอผ้าเช็ดโต๊ะผืนนั้นตกอยู่ข้างพุ่มไม้ ที่อยู่ไม่ไกลจากเรือนพักของฮูหยินน้อยเท่าไหร่นัก ‘สองคนนี้แยกเรือนยังไงให้เรือนติดกัน’
ขณะที่หญิงสาวกำลังจะก้มลงเก็บ “อ๊ะ… อ๊ะ…แรงอีก…”
เสียงคุ้น ๆ ที่ลอดออกมาจากหน้าต่างที่ปิดไม่สนิท ทำให้เท้าของชิงหลันต้องหยุดชะงักลง หญิงสาวยืดตัวตรง สองหูผึ่งขึ้นรับเสียงโดยอัตโนมัติ ‘เสียงคุ้น ๆ แบบนี้…กลางวันแสก ๆ เนี่ยนะ’ สัญชาตญาณความอยากรู้อยากเห็นในตัวมันร่ำร้องอยากดูตอนต่อไป
หญิงสาวย่องเท้าเข้าไปใกล้หน้าต่างบานนั้นอย่างช้า ๆ แล้วชะโงกผ่านช่องว่างเข้าไปด้วยใจที่ตื่นเต้น
“อุ้ย!…หนังสด” หญิงสาวพึมพำกับตนเอง ภาพที่ปรากฏแก่สายตาทำให้แก้มร้อนผ่าวแทบไหม้ ‘เคยดูแต่ในจอ ไม่เคยเห็นของจริง แบบนี้’
เรือนร่างสองร่างพันเกี่ยวกันบนเตียงกว้าง ทุกััล้วนร้อนแรงและเร้าอารมณ์ แผ่นหลังของชายเกร็งแน่นเมื่อสะโพกสอบเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไม่ลดละ ขณะที่เรือนผมนุ่มของหญิงสาวใต้ร่างก็สยายยุ่งเหยิง ดวงหน้าแดงจัดด้วยแรงอารมณ์ที่คุกรุ่น
‘โอ้โห…แม่เ้าโว้ย’ ‘ฮูหยินน้อย…นึกว่าเป็กุลสตรีผ้าพับไว้ ที่แท้ก็ร้อนแรงไม่แพ้นางเอกหนังโป๊’ ‘ส่วนคุณชายอีกคน ต่อหน้าใคร ๆ ทำเป็ูเาน้ำแข็ง เรียบร้อย ที่แท้ก็เสือร้ายตัวพ่อโดยแท้ แล้วที่แยกเรือน…นั่นมันแค่ลวงโลกใช่หรือไม่’