บทที่ 24
โอ๊ตขับรถสปอร์ตคันหรูออกมาจากหอพักด้วยความเซ็ง และเหตุผลที่เขาจะต้องเอารถคันนี้ออกมาใช้ มันก็เป็นเพราะว่ากิตติกดดันเขาด้วยการใช้บอดี้การ์ดกว่า 10 คนยืนล้อมรอบรถของเขาเอาไว้ โดยให้เหตุผลเรื่องของความปลอดภัยในทรัพย์สินของเขา เวลาที่โอ๊ตไม่ได้ใช้งานมัน และถ้าเป็นอย่างนี้ล่ะก็ป้าเพ็ญ และคนอื่นก็จะสงสัยเอาได้ ซึ่งก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วจริงq“บ้าจริง! ถูกตาแก่นั่นเอาคืนจนได้.. แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะเนี่ยยย” โอ๊ตกล่าวออกมาอย่างหัวร้อน เพราะตั้งแต่เข้ามาในเขตเของมหาวิทยาลัย เหล่านักศึกษา คณะอาจารย์ หรือแม้แต่บุคคลธรรมดาทั่วไปต่างก็มองมาที่รถสปอร์ตคันนี้อย่างสนใจ มันคงจะเป็นอะไรที่แปลกมาก เพราะในรั้วมหาวิทยาลัยแล้ว ไม่ใช่มีคนใช้งานรถอย่างนี้ แต่แค่มันมีน้อยมากจนนับนิ้วได้เท่านั้นเอง และยิ่งเป็นรถคันใหม่ที่ดูไม่คุ้นตา พวกเขาต่างสงสัยว่าคนภายในรถนั้นเป็นใคร และเมื่อรถของโอ๊ตจอดนิ่งสนิทที่ลานจอดรถหน้าคณะวิทยาศาสตร์… ทุกสายตาจากนักศึกษาคณะวิทย์ก็หันมามองว่าใครจะลงมาจากรถคันหรูนั้น..“โธ่เว้ยย มาช้าที่จอดรถเต็มหมด” โอ๊ตกล่าวออกมาอย่างหัวเสีย ตอนแรกเขาคิดว่าจะไปจอดที่คณะข้างๆเหมือนเดิม แต่เหมือนว่าเขาจะมาช้าไป และถ้าจะขับวนๆไปเรื่อยๆอย่างนี้มันก็ใช่เรื่อง มันอาจจะเรียกความสนใจจากคนอื่นมากขึ้นก็เป็นไปได้ อีกอย่างถ้าเขายังไม่หาที่จอดสักที เขาจะเข้าเรียนเช้านี้ไม่ทัน และจะเป็นปัญหาเอาได้ ช่วงนี้ก็ใกล้เวลาสอบแล้วด้วย เขาจะต้องเข้าเรียนเพื่อคะแนนเก็บที่คิดจากการเข้าห้องเรียน ถึงมันจะมีผลน้อยกว่าในส่วนอื่น แต่มันก็ช่วยได้มากจริงๆ แม้ว่าโอ๊ตจะบ่นแต่เขาก็ต้องลงจากรถออกไปพบกับความจริงอันโหดร้าย แต่ก่อนหน้านั้นเขาก็ปิ๊งไอเดียบางอย่างขึ้นเมื่อเขาพบกับแว่นกันแดดที่อยู่ในคอนโซนหน้ารถ ‘อย่างน้อยก็ปลอมตัวสักหน่อยก็แล้วกัน.. จะได้ไม่เป็นที่สนใจมากนัก’ แน่นอนว่าตรรกะของโอ๊ตมันค่อนข้างไม่เหมือนกับคนทั่วๆไป ทั้งๆที่คิดว่ามันจะไม่เป็นที่สนใจจากคนอื่น แต่กลับให้ผลตรงกันข้ามเลยต่างหาก และเมื่อโอ๊ตลงมาจากรถพร้อมกับมาดสุดเท่ของเขาเหล่าผู้คนที่มองให้ความสนใจอยู่แล้วก็ต่างเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด“เยี่ยม! ไม่มีใครสนใจเรา.. รีบเข้าห้องเรียนดีกว่า” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับเดินไปทางเข้าตึก โดยที่เขานั้นหารู้ไม่ว่าเขานั้นกำลังกลายเป็นประเด็นที่เหล่าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆ ต่างก็กำลังพูดถึงอยู่อย่างเงียบๆ ‘แกๆรู้หรือเปล่าว่าเขาเป็นใครนะ รุ่นพี่หรือรุ่นน้องก็ไม่รู้..’‘นั่นสิ! ไม่คุ้นเลยนะ หรือว่าเขาจะทำเรื่องคณะ.. อ๊าย! เขาอาจจะเข้ามาเรียนสาขาเราก็ได้นะ’‘เฮ้ย ผู้ชายคนนั้นมันเป็นใครวะ แม่ง! โครตเท่เลยว่ะ..’‘นั่นดิวะ.. อวดรวยชะมัด เดี๋ยวนะ! นั่นมันรุ่นพี่ที่เป็นดาวคณะเภสัชนี่หว่า.. เธอกำลังเดินไปที่ชายคนนั้นอย่างนั้นเหรอวะ’ เสียงพูดของนักศึกษาหลายกลุ่มต่างก็พูดถึงโอ๊ต แน่นอนว่าด้วยตัวตนของเขาที่ไม่ได้เป็นที่รู้จักมากนักในมหาวิทยาลัย หลายๆคนก็เลยไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ประกอบกับตอนนี้มีดาวคณะเภสัช หรือก็คือปิงปิงกำลังเดินเข้าไปหาชายคนนั้นอีก ทุกคนต่างก็กำลังลุ้นว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้“สวัสดีค่ะคุณโอ๊ต..” ปิงปิงกล่าวพร้อมกับก้มหัวให้กับโอ๊ต แน่นอนว่ามันให้ความรู้สึกไม่เหมือนกับเมื่อวานที่พวกเขาคุยกัน แสดงได้ว่าเธอคงจะรู้เรื่องที่เขาทำการรักษาคุณตาของเธอแล้ว แต่มีหรือที่โอ๊ตจะเอาเรื่องวุ่นวายเข้าใส่ตัว“สวัสดีครับปิงปิง ผมคิดว่าปิงปิงคุยกับผมเหมือนเมื่อวานดีกว่านะครับ แบบนี้มันไม่ค่อยชินสักเท่าไร อีกอย่างผมก็ไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ..” โอ๊ตกล่าวอย่างลนๆ เขาเกาแก้มแก้อาการเขิน มองไปทางอื่นเหมือนกับคนที่มีความลับอย่างไรอย่างนั้น และอาการกับคำพูดของเขามันเหมือนกับคนที่กำลังร้อนตัวอยู่“ไม่ได้หรอกค่ะ คุณโอ๊ตช่วยรักษาอาการป่วยของคุณตา.. มันจะเป็นการเสียมารยาทถ้าหากฉันพูดกับคุณไม่สุภาพน่ะค่ะ อีกอย่างเมื่อคืนท่านกิตติผู้บ้านใหญ่ของตระกูล ณ สุวรรณภูมิ เดินทางมาเยี่ยมพวกเราสกุลชุนถึงที่บ้าน และท่านได้ยืนยันสถานะของคุณเรียบร้อยแล้ว ขออภัยที่ก่อนหน้านี้ที่ปิงปิงอาจจะเสียมารยาทไปบ้างนะคะ..” ปิงปิงกล่าวออกมา โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับตกใจ และเป็นอีกครั้งที่เจ้ากิตตินั้น มันชอบแส่หาเรื่องให้กับเขาอยู่ไม่เป็นสุข เขาเซ็งกิตติไม่หายเลยทั้งจากเรื่องเมื่อเช้าที่มันก่อเอาไว้ แล้วนี่ยังจะเข้ามายุ่งวุ่นวายกับเพื่อนของเขาอีก ทำไมเขาจะต้องมาเจอเรื่องอย่างนี้ด้วยก็ไม่รู้ เหมือนกับว่าเขาโดยเอาคืนชุดใหญ่ไฟกะพริบ โอ๊ตมองซ้ายมองขวาอย่างหวาดระแวง เขาไม่ต้องการให้ความลับของตัวเองจะถูกเปิดโปงอีก..“..หยุดพูดเถอะครับ.. เหตุผลที่ผมปกปิดก็เพราะไม่อยากวุ่นวายน่ะครับ.. ผมอยากใช้ชีวิตเหมือนกับคนอื่นทั่วๆไป แบบคนธรรมดาน่ะครับ.. ยิ่งปิงปิงทำอย่างนี้คนอื่นก็ยิ่งจะสงสัยเอาสิครับ ปิงปิงพอเข้าใจไหมครับ ดังนั้นปิงปิงควรเรียกผมเหมือนเดิมจะดีกว่านะ ถือว่าผมข้อร้อง.. นะครับ..” โอ๊ตกล่าว ในความคิดของทั้งสองคน แน่นอนว่ามันแตกต่างกันเอามากๆ ปิงปิงที่ได้ยินก็เข้าใจแล้วว่าโอ๊ตเขากำลังยอมรับว่าเป็นทั้งเซียนแพทย์อะไรนั่น และเป็นทั้งบุคคลที่รักษาคุณตาของเธอ ส่วนโอ๊ตนั้นเขาเข้าใจว่าปิงปิงทราบแล้วว่าเขาเป็นทายาทของตระกูลใหญ่ ณ สุวรรณภูมิ เพราะเรื่องของกิตติ มันจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเธอถึงได้กล่าวกับเขาสุภาพขนาดนี้“เข้าใจแล้วค่ะ.. ปิงปิงต้องขอโทษด้วยที่ทำให้โอ๊ตเดือดร้อนนะคะ จริงๆปิงปิงก็อึดอึดอัดนิดหน่อยที่ต้องพูดแบบทางการกับโอ๊ตนะ แบบธรรมดานี่แหละดีสุดละ เนอะ!” ปิงปิงกล่าวพร้อมกับรอยยิ้มอันร่าเริงประจำตัวของเธอ โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็ยิ้มตอบกลับด้วยเช่นกัน“นั่นสินะครับ แต่ว่าขอบคุณนะครับปิงปิงที่เข้าใจผม.. ว่าแต่ตั้งแต่เมื่อกี้ละ ผมสงสัยนะครับว่าปิงปิงมาหาผมถึงที่คณะอย่างนี้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ” โอ๊ตที่เมื่อนึกขึ้นมาได้ เขาก็กล่าวถามกับปิงปิงในทันที อีกอย่างเขาเองก็อยากจะเปลี่ยนประเด็นเรื่องของทายาทตระกูลใหญ่ หรือแม้แต่เรื่องแพทย์เทวะอะไรนั่นด้วย เขาไม่รู้ว่ากิตติพูดคุยกับพวกเขามากแค่ไหน ดังนั้นเลี่ยงเลยจะดีกว่า“จริงสิ! คือว่านะ.. คุณตาของปิงปิง ท่านอยากจะเลี้ยงอาหารขอบคุณโอ๊ตน่ะ วันนี้โอ๊ตว่างหรือเปล่าล่ะ” ปิงปิงที่ได้ยินคำถามก็เหมือนจะเพิ่งนึกได้เหมือนกันว่าตัวเองมาหาเขาทำไม“วันนี้เหรอครับ ตอนเย็นผมไม่ว่างน่ะครับ ถ้าเป็นหลังเที่ยงก็พอได้อยู่หรอกครับ แต่ว่าไม่เห็นจำเป็นต้องทำขนาดนั้นเลยนี่ครับ แค่ได้ยินคำขอบคุณก็พอแล้วครับ” โอ๊ตกล่าว“ได้ยังไงกันล่ะคะโอ๊ต.. คุณตาเขาจริงจังมากเลยนะคะ นี่ถึงบอกกับปิงปิงว่าถ้าชวนโอ๊ตมาทานข้าวไม่ได้ จะตัดค่าขนมของปิงปิงครึ่งหนึ่งเลยนะ..” ปิงปิงกล่าวพร้อมกับทำสายตาอ้อนน่ารักๆ เหมือนกับน้องแมว“ตั้งครึ่งหนึ่งเลยเหรอครับ เรื่องแค่นี้ทำไมทำเป็นจริงจังไปได้ล่ะครับ..” โอ๊ตกล่าว“เรื่องแค่นี้ที่ไหนกันล่ะคะโอ๊ต คุณตานะเป็นคนจีนแท้ๆเลยนะ เรื่องบุญคุณน่ะท่านถือเอามากๆ.. เอาล่ะ ถ้าโอ๊ตไม่ยอมไปล่ะก็ฉันจะป่าวประกาศเรื่องของโอ๊ตทั่วทั้งมหาวิทยาลัยเลยคอยดู.. ปิงปิงเองก็ต้องปกป้องค่าขนมของตัวเองนะรู้ไหม..” ปิงปิงกล่าว และทำท่าดุๆอย่างน่ารัก มันเป็นดาเมจของสาวงามที่เหมาะสมกับคำว่า ‘ดาวมหาวิทยาลัย’ จริงๆ โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นเขาก็หัวเราะออกมาเบาๆ“ได้ครับ!.. เอาเป็นหลังเที่ยงก็แล้วกันนะครับ.. นี่ผมทำเพื่อปกป้องค่าขนมของปิงปิงเลยนะครับเนี่ย..” โอ๊ตกล่าว ปิงปิงที่ได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าอย่างพอใจกับคำตอบ“โอเค ตกลงตามนี้ค่ะโอ๊ต ถ้าอย่างนั้นปิงปิงขอติดรถของโอ๊ตไปด้วยกันเลยนะคะ ปิงปิงขอโทรบอกที่บ้านก่อน แล้วเจอกันตอนเที่ยงค่ะโอ๊ต..” ปิงปิงกล่าว โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร มันก็เป็นเรื่องปกติที่ไปทางเดียวกันจะนั่งรถไปด้วยกัน เขายิ้มแล้วกล่าวตอบกลับปิงปิงไป“ได้ครับปิงปิง ผมเองก็ต้องเข้าเรียนแล้ว เดี๋ยวจะสายเอาได้ เอาไว้เจอกันตอนเที่ยงนะครับ” โอ๊ตกล่าวก่อนที่จะโบกมือลากันเล็กน้อย เมื่อโอ๊ตเห็นว่าปิงปิงเดินออกไปแล้ว เขาก็เริ่มรู้สึกถึงบรรยากาศมาคุที่อยู่รอบตัว ผู้คนที่จ้องมองมาที่เขาอีกครั้ง“รีบไปจากตรงนี้ดีกว่า..” โอ๊ตกล่าวกับตัวเอง ก่อนจะรีบออกจากจุดนี้ในทันที เขาไม่ต้องการเป็นที่สนใจของคนอื่น และเรื่องวุ่นวายที่มันจะเข้ามาทำลายความสงบสุขในชีวิตของเขาอีก แต่ทันใดนั้นเสียงของเจ้ากรรมนายเวรที่มือถือก็ดังขึ้นมาเรียกร้องความสนใจจากเขา โอ๊ตจึงหยิบมันขึ้นมาดูเพื่อที่จะตรวจเช็ก ‘ฝากเงิน/เงินเข้า.. 20,000,000 บ.จาก MKBANK/x123xxx เข้า x846xxx เวลา 08.58 น.’ “เงินค่าแพนเค้กของตาแก่นั่นสินะ.. ไอ้เจ้าสี่ตากิตติมันก็ทำงานของมันเร็วเหมือนกันนะ..” โอ๊ตกล่าว แต่เขาก็ต้องหันมาให้ความสนใจข้อความที่เขาไม่ได้อ่านเมื่อวาน เพราะตั้งแต่ตอนเย็นเมื่อวานก็มีแต่เรื่องให้ปวดหัว เขาจึงไม่ได้ยุ่งกับมือถือตัวเองเลย และแน่นอนว่าเขาก็ต้องทำหน้าเซ็งอีกครั้ง เพราะว่าเขาลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไงกัน ‘ฝากเงิน/เงินเข้า.. 8,105,463.78 จาก MKBANK/x456xxx เข้า x846xxx เวลา 20.01 น.’ “ไอ้เงินจากคาสิโนนี่มันจะเข้าแม่งทุกวันเลยหรือยังไงกันวะ อีกอย่างเข้าแต่ละวัน แม่งเยอะฉิบหาย!”