ครบกำหนดสามเดือน วันที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง…
ณ ลานประลอง สำนักเทพอัสนีย์บนพื้นที่ยอดเขาสูง ทะเลหมอกขาวโอบล้อมโดยรอบ ความเงียบเข้าครอบคลุม เสียงลมพัดผ่านดังก้องประดุจย่ำกลองสงคราม ดูๆแล้วบรรยากาศช่างสร้างความกดดันให้ทุกผู้คนที่ยืนอยู่ในสถานที่แห่งนี้ยิ่งนัก
ข้างๆเวทีประลอง ร่างสูงสง่าของ เจ้าสมุทร องค์ชายใหญ่แห่งพิภพภูติ ปรากฏขึ้นด้วยรัศมีอำนาจที่ไม่อาจมองข้าม ศิษย์ทั้งสามอันได้แก่ ภูติโลมา ภูติฉลาม และภูติเต่า ยืนเรียงอยู่ด้านหลัง ร่างกายแต่ละตนส่องประกายพลังขั้นเทพราชัน ระดับ 90 พลังอันแตกซ่านส่งให้พื้นเวทีสั่นสะท้านเล็กน้อย
ฝั่งตรงข้าม เทพีน้ำค้างเหมันต์ เทพฟ้าดิน และเจ้าวายุ ยืนเคียงข้างเหล่าเทพและศิษย์ของสำนัก ศิษย์ที่ถูกคัดเลือกคือ เทพวินเซนต์ ในขั้นเทพจักรพรรดิ ระดับ 40, เทพีเซเลน่า และ เทพีเอวา ซึ่งเพิ่งบรรลุขั้นเทพจักรพรรดิ ระดับ 20 ทั้งสามต่างมีสีหน้ามั่นคง สายตาเปล่งประกายแห่งความเชื่อมั่น
“กติกาเป็นเช่นไร” เสียงทุ้มกังวานของเทพฟ้าดินเอ่ยขึ้นก้องไปทั่วลานประลอง
เจ้าสมุทรอมยิ้ม พลางตอบด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ “ศิษย์ข้าสามคน ศิษย์เจ้าสามคน ขึ้นเวทีพร้อมกัน ตะลุมบอนจนกว่าจะมีผู้ยืนหยัดได้เพียงฝ่ายเดียว ผู้ที่เหลืออยู่คือผู้ชนะ”
เสียงอื้ออึงจากเหล่าศิษย์ดังขึ้นรอบลาน ความตื่นเต้นปะปนกับความหวาดหวั่นเมื่อได้ยินกติกาที่โหดร้ายตรงไปตรงมา
ตัวแทนศิษย์สำนักเทพอัสนีย์ทั้งสามก้าวขึ้นเวทีด้วยท่าทีสง่างาม เทพวินเซนต์มีแววตาเยือกเย็นและมั่นคง เทพีเซเลน่าเต็มไปด้วยสมาธิ ส่วนเทพีเอวามีรอยยิ้มซุกซนแต่เปี่ยมด้วยพลังที่ยากจะคาดเดา ตรงกันข้าม ศิษย์ของเจ้าสมุทรแม้จะแข็งแกร่ง แต่กลับมีเงาความหวาดหวั่นฉายวาบในแววตา เมื่อเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่มีพลังเหนือกว่า
แล้วสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น!!
เจ้าสมุทรยกมือขึ้นอย่างแนบเนียน ปล่อย เข็มภูติขนาดเล็กเท่าเส้นผม พุ่งออกไปในชั่วพริบตา มันเคลือบด้วย ยามหาภูติ ซึ่งเป็นยาระดับเทพที่หายากยิ่ง เข็มทั้งสามปักลงในร่างศิษย์ของเขาโดยไร้เสียงไร้แสง ก่อนจะละลายหายไปพร้อมกันกับตัวยา
ชั่วพริบตา พลังของศิษย์ทั้งสามทะยานพรวดขึ้นสู่ขั้นเทพจักรพรรดิ รัศมีพลังอันน่าครั่นคร้ามแผ่ซ่านไปทั่วลาน พวกเขาไม่รู้แม้กระทั่งว่าตนถูกใช้เป็นเครื่องมือ แต่กลับรู้สึกเพียงว่าร่างกายเต็มไปด้วยพลังอันล้นเหลือ
การกระทำลับนี้ไม่มีผู้ใดทันสังเกต ยกเว้นเพียงสามผู้ที่มีพลังในระดับแถวหน้า เทพีน้ำค้างเหมันต์ เทพฟ้าดิน และเจ้าวายุ พวกเขาสบตากัน รู้ชัดว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น
“เจ้าทั้งสองก็เห็นใช่หรือไม่” เสียงทุ้มต่ำของเจ้าวายุกล่าวอย่างแผ่วเบา “แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลา หากเราพูดอะไรออกไป ศึกนี้จะลุกลามบานปลาย… รอเวลาเถิด” เทพฟ้าดินกล่าวเตือนสติ
เทพีน้ำค้างเหมันต์หลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะเผยแววตามั่นคง นางหันกลับไปประกาศเสียงกังวาน “การประลองครั้งนี้ จะเป็นบทพิสูจน์ศักดิ์ศรีของทั้งสำนักเทพอัสนีย์และพิภพภูติ ขอให้ต่อสู้ด้วยพลังทั้งหมดที่พวกเจ้ามี”
เสียงโห่ร้องสนั่นสะเทือนรอบลานประลอง กลองศึกดังขึ้นพร้อมเสียงลมกรีดผ่านผืนฟ้า
“เริ่มได้!”
ทันทีที่เสียงประกาศสิ้นสุด พลังปราณของศิษย์สำนักเทพอัสนีย์ทั้งสามก็ปะทุขึ้นฟ้าเป็นประกายดังสายรุ้งอันงดงาม ส่วนทั้งสามภูติก็ระเบิดพลังออกมาแปรเปลี่ยนสภาพร่างกายจนใหญ่โต พื้นเวทีสั่นสะเทือนทุกครั้งที่พวกเขาก้าวเดิน
สายตาของสองฝ่ายปะทะกันราวสายฟ้าฟาด ศึกใหญ่ที่ทุกคนรอคอย ได้เปิดฉากขึ้นแล้ว!
เทพวินเซนต์ vs ภูติโลมา
เสียงคำรามดังกึกก้องจากร่างอันสูงใหญ่ของ ภูติโลมา ราวกับเสียงภูเขาถล่ม เงาดำทะมึนบดบังแสงอาทิตย์จนเวทีประลองมืดสลัวไปชั่วขณะ ดวงตาสีแดงเรืองรองของภูติโลมาจ้องเขม็งไปยัง เทพวินเซนต์ ที่ยืนสงบนิ่งกำมือแน่นอยู่กลางเวทีราวกับกำลังรวบรวมพลังปราณทั้งปวงไว้ในอุ้งมือ
“เจ้าภูติโลมา เก่งจริงก็เข้ามาเลย วันนี้เจ้าจะได้เห็นความสามารถที่แท้จริงของเผ่าเทพ” วินเซนต์ตะโกนท้าทาย ดวงตาแข็งกร้าวฉายประกายเย็นเยียบประดุจพญามังกรน้ำแข็ง
เพียงชั่วพริบตา ภูติโลมาก็กระโจนเข้ามา ร่างยักษ์ทะยานอย่างรวดเร็วจนน่าประหลาดใจ ภูติโลมายกกำปั้นขนาดมหึมาเหวี่ยงลงมา เสียงลมแหวกอากาศดังสนั่น วินเซนต์ตั้งสมาธิ ยกมือขึ้นควบแน่นพลังปราณกลายเป็น เกล็ดน้ำแข็งแหลมคมพุ่งออกมานับร้อย ปกคลุมพื้นเบื้องหน้า
เสียงไถลพื้น “ครืดด!” ดังสนั่นเมื่อร่างยักษ์เหยียบเกล็ดน้ำแข็งจนเสียหลัก วินเซนต์ไม่รอช้า เขาสะบัดมือซ้าย ปล่อยกระแสไอน้ำแข็งพุ่งเข้าใส่สีข้างศัตรู เสียงแช่แข็ง “กร๊อบ!” ดังขึ้นพร้อมร่างของภูติโลมาที่ถูกตรึงด้วยผลึกก้อนน้ำแข็งไปครึ่งตัว
“หมดท่าแล้ว!” รอยยิ้มมั่นใจผุดขึ้นบนใบหน้าของวินเซนต์ ทว่า… เสียงแตกร้าวกลับดังสนั่น “ปังงง!” ภูติโลมาใช้แรงกำลังของตนเอง ฉีกน้ำแข็งออกจากร่างอย่างดุเดือด ก่อนจะพุ่งกลับมาอีกครั้งด้วยความเร็วที่น่าตกใจยิ่งกว่าเดิม
เทพวินเซนต์กระโดดหลบการโจมตีจากกำปั้นของภูติโลมาได้อย่างคล่องแคล่ว เวทีสั่นสะเทือนทุกครั้งที่หมัดของภูติโลมากระแทกลงมาที่พื้น ขอบเวทีแตกร้าวเป็นเสี่ยงๆ ความดุเดือดทวีขึ้นทุกลมหายใจ ทำให้ทุกสายตาจับจ้องไปที่การต่อสู้นี้ด้วยหัวใจที่เต้นแรง
เทพีเซเลน่า vs ภูติฉลาม
อีกฟากหนึ่ง เทพีเซเลน่า ยืนหลับตาสงบนิ่งท่ามกลางเสียงคำรามของ ภูติฉลามยักษ์ คลื่นพลังอำมหิตแผ่ซ่านจนผู้ชมรู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวปลาฉลามที่คละคลุ้งอยู่ในอากาศ
นางสูดหายใจเข้าลึกๆ พลางเรียกพลังแห่งสายน้ำ วงเวทย์น้ำปรากฏหมุนวนรอบกาย ราวกับทะเลทั้งผืนกำลังตอบสนองต่อเจตจำนงของนาง สายน้ำแปรเปลี่ยนเป็นเกลียวคลื่นร่ายรำอ่อนช้อย แต่เก็บซ่อนขุมพลังอันมหาศาล
“โฮ่กกก!” ภูติฉลามคำรามก้อง ก่อนพุ่งเข้าด้วยพลังป่าเถื่อน ฟันคมยาวแยกออกดังพร้อมขย้ำ
เซเลน่าอาศัยความสง่างามแห่งสายน้ำ หลบหลีกการโจมตีราวกับสายน้ำไหลหลบหินผา ทุกการเคลื่อนไหวลื่นไหลไร้ที่ติ นางสวนกลับด้วยเกลียวคลื่นปะทะเข้ากับร่างอสูร เสียงน้ำระเบิดดังก้องกังวาน
แต่พลังอำมหิตของภูติฉลามเหนือกว่าที่คาด แม้ถูกคลื่นโถมใส่ มันกลับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ก่อนอาศัยจังหวะที่เซเลน่าเสียสมดุลพุ่งเข้าประชิด ครีบแข็งตวัดตัวนางแล้วเหวี่ยงออกนอกเวที
เสียงร่างกระแทกพื้นดังสะท้อนทั่วสนาม เทพีเซเลน่า พ่ายแพ้เป็นคนแรก ความเงียบปกคลุมชั่วขณะ ก่อนเสียงฮือฮาของผู้ชมจะดังขึ้น