จารึกที่ 146 : ความโกลาหลในเงามืด : การมาเยือนของผู้มีอำนาจ
แสงแรกแห่งรุ่งอรุณเริ่มจับขอบฟ้า เสียงไก่ป่าขันแว่วมาแต่ไกล เป็นสัญญาณเริ่มวันใหม่ที่สดใส... สำหรับคนทั่วไป
แต่สำหรับ คฤหาสน์ตระกูลหลิว ...เช้านี้คือ "ฝันร้าย"
"ใคร!!! ใครมันบังอาจ!!!"
เสียงตะโกนกึกก้องด้วยโทสะดังออกมาจากหน้าคลังสินค้าทิศเหนือ นกที่เกาะอยู่บนต้นไม้ตกใจบินหนีแตกตื่น
หลิวจิน นายน้อยตระกูลหลิว ยืนตัวสั่นเทิ้มด้วยความโกรธแค้น ใบหน้าหล่อเหลาบัดนี้แดงก่ำจนน่ากลัว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนราวกับจะระเบิด
เบื้องหน้าเขา... คือภาพที่น่าสังเวช
ยามเฝ้าคลังสองคน ยืนแข็งทื่อเป็นหิน ดวงตาเบิกโพลงแต่ขยับไม่ได้แม้แต่ปลายนิ้ว (ผลจากพิษชาของเจ้าถุงเงินที่ยังไม่คลายฤทธิ์)
ประตูคลังสินค้าเปิดอ้าซ่า... ตัวล็อกถูกน้ำกรดกัดจนละลาย
และเมื่อมองเข้าไปข้างใน... ชั้นวางของที่เคยเต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่า บัดนี้ว่างเปล่า! เหลือเพียงฝุ่นและหยากไย่!
"ของหายไปเกือบหมด! หินวิญญาณ! สมุนไพร! ยา! ...และ..."
หลิวจินรีบวิ่งเข้าไปที่มุมในสุดของคลัง เขาผลักลังไม้ล้มระเนระนาด แล้วก้มลงดูที่ช่องลับใต้พื้น
แผ่นไม้ถูกงัดเปิดออก... และช่องว่างนั้น... ว่างเปล่า
"มะ... ไม่จริง..." หลิวจินหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬไหลพรากราวกับเขื่อนแตก
"สมุดบัญชี... ป้ายหยก... หายไปแล้ว!"
สมบัติเงินทองหายไปยังพอหาใหม่ได้... แต่ "ของสิ่งนั้น" หากหลุดรอดออกไป... มันหมายถึงจุดจบของตระกูลหลิวทั้งตระกูล! โทษฐานสมคบคิดกับพรรคมารคือ "ประหารเก้าชั่วโคตร"!
"หาให้เจอ! พลิกแผ่นดินหา!" หลิวจินหันมาตวาดใส่หัวหน้ายามที่ยืนคอตก
"ตรวจสอบร่องรอย! ใครมันเข้ามา! ใช้วิชาอะไร! ไปลากคอมันมาให้ข้า เดี๋ยวนี้!"
"ระ... เรียนคุณชาย..." หัวหน้ายามกล่าวเสียงสั่น "หน่วยตรวจสอบแจ้งว่า... ไม่พบร่องรอยฝีเท้าเลยขอรับ... ค่ายกลป้องกันก็ไม่ถูกทำลาย... เหมือนกับว่า... คนร้าย 'ล่องหน' เข้ามาและออกไป"
"ล่องหน? ไร้สาระ!" หลิวจินขบกรามแน่น "ในโลกนี้ไม่มีวิชาล่องหนที่สมบูรณ์แบบ! มันต้องทิ้งร่องรอยไว้!"
สมองของหลิวจินประมวลผลอย่างรวดเร็ว
ใครที่มีความแค้นกับเขา? ใครที่มีความสามารถแปลกประหลาด? ใครที่กล้าทำเรื่องอุกอาจขนาดนี้ในเขตสำนัก?
ภาพของใบหน้ากวนประสาทใบหน้าหนึ่งลอยขึ้นมาในหัวทันที...
"อาเจีย..."
หลิวจินกำหมัดแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อจนเลือดซิบ
"ไอ้เด็กเหลือขอนั่น... มันมีหุ่นเชิดประหลาด... มันมีความรู้เรื่องอักขระที่แก้ทางค่ายกลได้... และมันเพิ่งจะมีเรื่องกับข้า!"
"ต้องเป็นมันแน่!"
"รวบรวมคน!" หลิวจินตะโกนสั่ง "เอาหน่วยบังคับการไป! เราจะไปค้นเรือนไผ่ม่วง! ...ถ้าเจอของกลางแม้แต่ชิ้นเดียว... ข้าจะสับมันเป็นหมื่นชิ้น!"
...
ยามเฉิน... ณ เรือนไผ่ม่วง
เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนจำนวนมากดังก้องมาแต่ไกล ทำลายความสงบของป่าไผ่
อาเจียกำลังนั่งจิบชาอยู่หน้าเรือนอย่างสบายอารมณ์ ทำทีเป็นอ่านตำรา (แต่จริงๆ คือแอบมองผ่านเนตรอักขระ)
"มากันเร็วจริงแฮะ..." อาเจียเปรยเบาๆ "สงสัยของที่หายไปจะสำคัญมากจริงๆ สินะคุณชายหลิว ถึงได้ยกขบวนแห่กันมาขนาดนี้"
เขาวางถ้วยชาลง แล้วหันไปพยักหน้าให้ เจ้าสัวทมิฬ ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างประตู
[ พร้อมรับแขกแล้วขอรับนายท่าน... บทบาทวันนี้ : หุ่นเชิดผู้ซื่อสัตย์และโง่เขลา ]
เจ้าสัวปรับเปลี่ยนท่าทางเล็กน้อย ไหล่ที่เคยตั้งตรงดูผ่อนคลาย กลับมาแข็งทื่อ ดวงตาสีฟ้าครามแกล้งทำเป็นกะพริบช้าๆ เหมือนหุ่นที่ระบบไม่เสถียร
"อาเจีย! ไสหัวออกมา!"
เสียงตะโกนของหลิวจินดังขึ้นที่หน้าลานดิน
กลุ่มคนกว่ายี่สิบคน ในชุดเครื่องแบบ "หน่วยบังคับการ" (ที่ตระกูลหลิวติดสินบนไว้) ยืนล้อมเรือนไผ่ม่วงไว้ทุกทิศทาง อาวุธครบมือ
อาเจียค่อยๆ เดินลงมาจากระเบียงเรือน ทำหน้าตางัวเงียเหมือนเพิ่งตื่น
"อ้าว? คุณชายหลิว? ...มาทำอะไรแต่เช้าขอรับเนี่ย? ข้ายังไม่ได้ล้างหน้าบ้วนปากเลย"
"อย่ามาเล่นลิ้น!" หลิวจินชี้หน้าอาเจียด้วยกระบี่ "เมื่อคืนเจ้าไปไหนมา!"
"เมื่อคืน?" อาเจียทำท่าครุ่นคิด "อ๋อ... ข้าก็นอนอยู่ที่นี่ไงขอรับ ถามเจ้าสัวดูสิ... หรือถามนกถามไม้แถวนี้ก็ได้ ข้าไม่ได้ออกไปไหนเลย สาบานได้"
"โกหก!" หลิวจินตวาด "เมื่อคืนคลังสินค้าของข้าถูกปล้น! ทรัพย์สินหายไปมหาศาล! และคนร้ายก็มีฝีมือเข้าออกค่ายกลได้โดยไร้ร่องรอย... ในบรรดาศิษย์ใหม่ มีแค่เจ้าที่มีความสามารถด้านอักขระประหลาดๆ แบบนั้น!"
"โห... ใส่ร้ายกันดื้อๆ เลยนะขอรับ" อาเจียทำหน้าตกใจ "ข้าเนี่ยนะ? ปล้นคลังตระกูลหลิว? ...คุณชาย ท่านดูสภาพข้าสิ ผอมแห้งแรงน้อย หุ่นเชิดข้าก็เก่าๆ สนิมเขรอะ... จะเอาปัญญาที่ไหนไปเจาะค่ายกลระดับสร้างรากฐานของท่านได้?"
"หลักฐานอยู่ที่การค้น!" หลิวจินหันไปสั่งลูกน้อง "ค้น! รื้อให้ทั่ว! ทั้งในเรือน ใต้ถุน บนหลังคา... หาของกลางให้เจอ!"
เหล่าหน่วยบังคับการกรูกันเข้ามา
แต่ทว่า...
ทันทีที่คนแรกก้าวเท้าขึ้นบันไดเรือน...
ควับ!
เขารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างบาดที่ข้อเท้า
"โอ๊ย!" เขาร้องลั่น ก้มลงดู พบว่าขากางเกงขาดเป็นรอยเรียบกริบ และมีเลือดซึมออกมาเป็นทางยาว
"อะไรวะ!?"
คนอื่นๆ ที่ตามมาก็โดนเช่นกัน
ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!
เสื้อผ้าขาด! ผิวหนังเป็นแผล! ทั้งที่มองไม่เห็นอาวุธ!
บางคนเดินชน "กำแพงที่มองไม่เห็น" จนหน้าหงาย
"กับดัก! มีกับดัก!" พวกมันแตกตื่นถอยร่นออกมา
อาเจียยืนกอดอก ยิ้มแห้งๆ
"อ๋อ... ลืมบอกไปขอรับ ช่วงนี้แมลงเยอะ ข้าเลยให้เจ้าถุงเงินขึงใยกันแมลงไว้นิดหน่อย... พวกท่านเดินระวังๆ กันด้วยนะ ใยมันคม"
หลิวจินมองดูใยแมงมุมที่สะท้อนแสงแดดวิบวับเพียงชั่วครู่
"ใยแมงมุม? ...ไอ้สัตว์เดรัจฉานนั่น!"
เขามองหาเจ้าถุงเงิน แต่ไม่พบ (มันพรางตัวเกาะอยู่บนยอดไผ่ มองดูผลงานอย่างสะใจ)
"ทำลายให้หมด! แค่ใยแมงมุมจะขวางข้าได้ยังไง!" หลิวจินระเบิดพลังปราณธาตุไฟ เผาทำลายใยรอบๆ ทางเข้า
พวกเขากระทืบเท้าบุกเข้าไปในเรือน รื้อค้นข้าวของกระจุยกระจาย
เตียงนอนถูกคว่ำ... ตู้เสื้อผ้าถูกพัง... ไหดองผักถูกทุบแตก...
แต่อาเจียยืนมองด้วยความสงบ (แม้ในใจจะร้องไห้เสียดายไหผักดอง)
เพราะเขารู้ดีว่า... ของสำคัญทั้งหมด อยู่ใน "ห้องใต้ดินลับ" ที่เจ้าสัวสร้างไว้
ห้องนั้นถูกซ่อนด้วย "ค่ายกลลวงตา" ขั้นสูง
ในสายตาคนนอก ทางเข้าห้องใต้ดินเป็นเพียง "พื้นดินธรรมดา" ที่ไม่มีรอยต่อ แม้จะเคาะดูก็เป็นเสียงทึบ
เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป...
หน่วยบังคับการเดินกลับมารายงานหลิวจินด้วยสีหน้าผิดหวัง
"ไม่พบอะไรเลยขอรับคุณชาย... มีแต่เสื้อผ้าเก่าๆ กับตำราพื้นฐาน... ไม่มีหินวิญญาณ หรือของมีค่าเลย"
"เป็นไปไม่ได้..." หลิวจินกัดฟัน "มันต้องซ่อนไว้ที่ไหนสักแห่ง!"
เขาเดินตรงดิ่งมาหาอาเจีย จ้องหน้าในระยะประชิด
"เจ้าเอาไปซ่อนไว้ที่ไหน! คายความลับออกมา!"
อาเจียจ้องกลับ ไม่หลบตา
"ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่รู้เรื่อง... ถ้าท่านหาไม่เจอ ก็แปลว่าข้าบริสุทธิ์... หรือท่านจะยัดข้อหาข้า? ต่อหน้าศิษย์พี่ศิษย์น้องที่มามุงดูกันเต็มไปหมดเนี่ยนะ?"
หลิวจินหันไปมองรอบๆ
เริ่มมีศิษย์สายในคนอื่นๆ มามุงดูเหตุการณ์ ซุบซิบนินทา
"ตระกูลหลิวรังแกคนอีกแล้ว..."
"หาเรื่องเด็กใหม่ไม่มีทางสู้..."
"หลักฐานก็ไม่มี บุกรุกเรือนคนอื่น..."
แรงกดดันจากสายตาสังคมทำให้หลิวจินชะงัก
เขาทำอะไรผลีผลามไม่ได้ ถ้าเรื่องถึงหูผู้อาวุโสคุมกฎ เขาจะเดือดร้อนเอง
"ฝากไว้ก่อนเถอะ..." หลิวจินชี้หน้าอาเจีย นิ้วสั่นระริก
"ใน รอบต่อไป ของงานประลอง... ข้าจะทำให้เจ้าต้องคุกเข่าอ้อนวอนขอชีวิต!"
"ถ้าเจ้ากล้าขึ้นเวที... ข้าจะขยี้เจ้าคาเวที!"
หลิวจินสะบัดชายเสื้อ เดินกระแทกเท้าจากไปพร้อมกับลูกน้อง ทิ้งไว้เพียงซากความเสียหายของเรือนไผ่
อาเจียมองส่งแขกที่ไม่ได้รับเชิญจนลับตา แล้วถอนหายใจยาว
"เฮ้อ... รอดไปที"
เขาหันไปมองเรือนที่เละเทะ
"เจ้าสัว... คิดค่าเสียหายทั้งหมด... แล้วบวกดอกเบี้ยไปอีกสามเท่า"
[ รับทราบ... บันทึกลงใน 'บัญชีแค้น' เรียบร้อย... ]
อาเจียก้มลงเก็บเศษไหผักดองขึ้นมา แววตาเปลี่ยนเป็นเย็นชา
"อยากขยี้ข้าในงานประลองงั้นรึ..." อาเจียแสยะยิ้มที่มุมปาก แววตาที่เคยขี้เล่นเลือนหายไป เหลือเพียงความเย็นชาดุจน้ำแข็ง "ได้... ถ้าอยากเล่นแรงนัก ข้าก็จะจัดให้..."
"งานประลองปีนี้... จะไม่มีที่ยืนสำหรับตระกูลหลิว!"
เพล้ง!
อาเจียกำเศษไหในมือแน่นจนแหลกละเอียดเป็นผงฝุ่นคามือ สงครามระหว่าง "ศิษย์ไร้นามผู้ซ่อนเขี้ยวเล็บ" กับ "ตระกูลมหาอำนาจเก่าแก่" ได้ถูกประกาศขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว!