ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 137 : รอยร้าวที่มองไม่เห็น

    จารึกที่ 137 : รอยร้าวที่มองไม่เห็น : กลิ่นอายจากขุมนรก 


    ดวงตะวันลอยสูงขึ้นสู่กลางท้องฟ้า แต่แสงแดดกลับไม่อาจสาดส่องลงมาถึง "ยอดเขาประจิม" (ทิศตะวันตก) ได้อย่างเต็มที่ เมฆหมอกหนาทึบและกระแสลมกรรโชกแรงพัดพาเอาไอความเย็นยะเยือกปกคลุมพื้นที่ตลอดเวลา ทำให้ที่นี่ดูเหมือนดินแดนร้างที่ตัดขาดจากโลกภายนอก


    ตุบ...


    ร่างของอาเจียและเจ้าสัวทมิฬร่อนลงสู่พื้นหินแข็งกระด้างอย่างนิ่มนวล (ด้วยการหิ้วของเย่ปิงอวิ๋น)


    อาเจียเซถลาเล็กน้อย หน้าซีดเผือดจากการเมารถ... เอ้ย เมาความสูง


    "แหวะ... คราวหน้าข้าขอเดินเองนะขอรับ... เร็วก็จริงแต่ไส้ข้าไหลไปกองรวมกันหมดแล้ว"


    เย่ปิงอวิ๋น ไม่สนใจอาการบ่นของเขา นางเดินตรงไปที่หน้าผาชันที่มองออกไปเห็นทะเลเมฆสุดลูกหูลูกตา


    "ตรงนั้น..." นางชี้ไปที่ความว่างเปล่าเบื้องหน้า "จุดเชื่อมต่อที่ 7 ของค่ายกลพิทักษ์สำนัก"


    อาเจียขยี้ตา มองไปตามนิ้วของนาง


    "ไม่เห็นมีอะไรเลยขอรับ มีแต่เมฆ..."


    ...


    เย่ปิงอวิ๋นหันมามองอาเจีย แววตาของนางฉายแววคาดคั้น


    "อาเจีย... ข้ารู้ว่าสายตาเจ้าไม่ธรรมดา เจ้ามักจะมองเห็นจุดอ่อนที่คนอื่นมองข้ามเสมอ"


     

    อาเจียสูดหายใจลึก รวบรวมสมาธิ


    "เนตรอักขระ... เปิด!"


    ทันใดนั้น ภาพตรงหน้าก็เปลี่ยนไป... ท้องฟ้าที่ว่างเปล่าปรากฏเส้นสายพลังงานสีทองนับหมื่นเส้นถักทอกันเป็นตาข่ายขนาดยักษ์คลุมยอดเขาไว้


    แต่ทว่า... ตรงจุดที่เย่ปิงอวิ๋นชี้ มี "รอยดำ" ขนาดเท่ากำปั้น ปรากฏอยู่บนตาข่ายสีทองนั้น


    มันไม่ใช่แค่รอยขาดธรรมดา แต่มันเหมือน "แผลเน่า" ที่มีควันสีดำซึมออกมา และกำลังกัดกร่อนเส้นสายพลังงานรอบๆ ให้เปื่อยยุ่ยอย่างช้าๆ


    "นี่มัน..." อาเจียขมวดคิ้ว รู้สึกคุ้นเคยกับกลิ่นอายนี้อย่างประหลาด


    "มันไม่ได้เกิดจากการเสื่อมสภาพ... แต่เหมือนมีอะไรบางอย่างกำลัง 'เจาะ' เข้ามาจากอีกฝั่ง"


    [ นายท่าน... ข้าสัมผัสได้ถึงไอวิญญาณที่น่ารังเกียจ... ]


    เสียงของ เจ้าสัวทมิฬ ดังขึ้นในจิต แสงสีฟ้าในดวงตาทองอำพันของมันกระพริบถี่ๆ


    [ กลิ่นอายนี้... เหมือนกับสิ่งอัปมงคลที่อยู่ 'ใต้น้ำตก' มิผิดเพี้ยน... ระดับความอันตราย : วิกฤต ]


    "ว่าไงนะ!" อาเจียสะดุ้งโหยง "ใต้น้ำตก? ...อสูรเงาโลหิต น่ะรึ!?"


    "เจ้าพูดถึงอะไร?" เย่ปิงอวิ๋นหันมาถาม แววตาสงสัย


    "เอ่อ..." อาเจียเหงื่อตก (ลืมไปว่าเย่ปิงอวิ๋นยังไม่รู้เรื่องอสูรผนึก) "ข้าหมายถึง... กลิ่นอายมันคล้ายกับ... ของเน่าเสียใต้น้ำที่ข้าเคยเจอขอรับ"


    เขาเดินเข้าไปใกล้รอยแยกนั้นอย่างระมัดระวัง


    "ศิษย์พี่หญิง... ท่านช่วยกางม่านพลังคุ้มกันให้ข้าหน่อย ข้าจะลองใช้อักขระสูญตา 'ล้าง' รอยเน่านี่ดู"


    เย่ปิงอวิ๋นพยักหน้า สะบัดมือสร้างม่านน้ำแข็งโปร่งใสครอบคลุมพื้นที่


    อาเจียเรียก "พู่กันนิรันดร์" ออกมาในมือ


    ปลายพู่กันขนสีเงินเปล่งแสงสีทองสว่างวาบ เขาตวัดปลายพู่กันกลางอากาศโดยไม่ต้องจุ่มหมึก เขียนอักขระตัว "ชำระล้าง (จิ้ง)" ผสมกับแก่นแท้แห่ง "สูญตา (หลิง)" เป็นวงกลม


    "จงสลายไปสู่ความว่างเปล่า!"


    อักขระสีทองพุ่งเข้าไปประทับที่รอยดำบนค่ายกล!


    ฟู่วววว!


    เสียงเหมือนน้ำราดไฟดังขึ้น ควันสีดำเริ่มจางหายไป รอยแผลเน่าค่อยๆ หดตัวลง


    "ได้ผล!" อาเจียยิ้มกว้าง "เห็นไหมล่ะ ฝีมือข้า..."


    เพล้ง!


    จู่ๆ ม่านน้ำแข็งของเย่ปิงอวิ๋นก็แตกกระจาย!


    รอยดำที่กำลังจะหายไป กลับ "ระเบิด" ขยายตัวขึ้นฉับพลัน! กลายเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่เท่าศีรษะคน!


    และจากรูโหว่นั้น... หนวดเงาสีดำ พุ่งออกมาด้วยความเร็วสูง หมายจะเจาะกะโหลกอาเจีย!


    "ระวัง!" เย่ปิงอวิ๋นตะโกน ปฏิกิริยาไวปานสายฟ้า นางสะบัดกระบี่สร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นขวาง


    ปัง!


    หนวดเงานั้นทรงพลังเกินคาด มันเจาะทะลุกำแพงน้ำแข็งของศิษย์เอกได้ในพริบตา และพุ่งตรงมาที่อาเจียต่อ!


    [ อันตราย! ]


    วูบ!


    ร่างหยกทมิฬของ เจ้าสัว พุ่งเข้ามาแทรกกลางระหว่างอาเจียกับหนวดเงา!


    เจ้าสัวยก แขนซ้ายสีดำทมิฬ ขึ้นรับการโจมตี!


    ฉึก!


    หนวดเงาพุ่งชนแขนซ้ายของเจ้าสัว... แต่มันไม่ได้เจาะทะลุ และไม่ได้กระเด้งกลับ


    มัน "จม" หายเข้าไปในแขนซ้ายราวกับถูกหลุมดำดูดกลืน!


    แขนซ้ายของเจ้าสัวสั่นระริก ลวดลายเมฆหมอกบนแขนหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง พยายามย่อยสลายพลังงานแปลกปลอมที่รับเข้ามา


    [ พลังงานชั่วร้ายมหาศาลนัก... ข้าจะกลืนกินมันให้สิ้น! ]


    เจ้าสัวสะบัดแขนซ้ายวูบหนึ่ง ปล่อยคลื่นพลังสีดำ (ที่เพิ่งดูดมา) สวนกลับเข้าไปในรูโหว่นั้น!


    ตูมมมม!


    เสียงระเบิดดังสนั่นมาจาก "อีกฝั่ง" ของมิติ รอยแยกสั่นสะเทือนก่อนจะค่อยๆ ปิดตัวลงจนเหลือเท่ารูเข็ม


    หนวดเงานั้นหดกลับไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องโหยหวน


    "แฮ่ก... แฮ่ก..." อาเจียทรุดลงนั่งกับพื้น หัวใจเต้นรัวเร็วแทบหลุดจากอก


    "เกือบไปแล้ว... ขอบคุณมากเจ้าสัว... ถ้าไม่ได้แก ข้าคงหัวเป็นรูไปแล้ว"


    เจ้าสัวหันกลับมา แสงสีฟ้าในดวงตาทองอำพันดูอ่อนแสงลงเล็กน้อย


    [ หน้าที่ของข้า... คือปกป้องทรัพย์สินของนายท่าน... และตัวนายท่าน (ซึ่งเป็นทรัพย์สินหลัก)... ]


    เย่ปิงอวิ๋นมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความตกตะลึง


    "หุ่นเชิดนั่น... รับการโจมตีระดับนั้นได้? แถมยังดูดกลืนพลังงานได้อีก?" นางมองเจ้าสัวด้วยสายตาใหม่ "และกลิ่นอายเมื่อกี้... มันคือปีศาจจากบรรพกาลชัดๆ อาเจีย เจ้าไปพัวพันกับอะไรมากันแน่?"


    ยังไม่ทันที่อาเจียจะแก้ตัว


    นกกระดาษสีแดง ตัวหนึ่งก็บินฝ่ากระแสลมเข้ามา ร่อนลงตรงหน้าเย่ปิงอวิ๋น


    นางคลี่นกกระดาษออกอ่าน สีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที


    "ผู้อาวุโสหลี่ส่งข่าวมา..." เย่ปิงอวิ๋นเงยหน้ามองอาเจีย


    "ผนึกที่น้ำตกมรณะ... เกิดการแตกร้าวรุนแรงพร้อมกันกับที่นี่... สิ่งที่เจ้าเจอกับสิ่งที่อยู่ใต้น้ำตก มันคือตัวเดียวกัน!"


    "มันกำลังพยายามเจาะผนึกจากหลายทิศทาง..."


    เย่ปิงอวิ๋นเก็บกระบี่ สายตามุ่งมั่น


    "อาเจีย... ผู้อาวุโสหลี่เรียกตัวเจ้าด่วน... เราต้องกลับไปที่หอศัสตรา... เรื่องนี้ใหญ่เกินกว่าที่ศิษย์สายในจะรับมือเองได้แล้ว"


    อาเจียกลืนน้ำลายเอือก มองดูขวดน้ำทิพย์วารีสวรรค์ในมือ


    "คุ้มไหมเนี่ย..." เขาพึมพำ "ได้ยามาสามหยด... แต่ต้องไปสู้กับบอสใหญ่ระดับตำนาน..."


    [ ความเสี่ยงสูงเทียมฟ้า... ผลตอบแทนไม่แน่นอน... ข้าว่าเราหนีเถอะนายท่าน ] เจ้าสัวกระซิบ


    "หนีไม่ได้แล้วล่ะเพื่อนยาก..." อาเจียถอนหายใจ ลุกขึ้นยืนปัดฝุ่น


    "ถ้าสำนักพัง... เราก็ไม่มีที่ซุกหัวนอน... แถมผู้อาวุโสหลี่คงตามล่าข้าจนสุดขอบโลกแน่"


    "ไปกันเถอะศิษย์พี่หญิง..." อาเจียกัดฟันทำเท่ (ทั้งที่ขาจั่น) "ไปจบเรื่องนี้กัน... แต่ข้าขอคิดค่าล่วงเวลานะ!"