ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 142 : เดิมพันด้วยน้ำทิพย์

    จารึกที่ 142 : เดิมพันด้วยน้ำทิพย์ (การลงทัณฑ์และการกำเนิดใหม่)


    บรรยากาศภายในห้องใต้ดินของเรือนไผ่ม่วงในยามนี้ตึงเครียดจนแทบจะจุดไฟติด อักขระป้องกันสีทองจางๆ ถูกเปิดใช้งานคลุมผนังห้องทุกด้าน เพื่อป้องกันกลิ่นอายรั่วไหลและกันเสียงเล็ดลอดออกไปภายนอก กลิ่นอายของสมุนไพรและพลังปราณเข้มข้นอบอวลไปทั่วห้อง


    ตรงกลางห้อง อาเจียได้จัดเตรียม "วงเวทย์แปรธาตุ" ขนาดเล็กขึ้น วาดด้วยเลือดของสัตว์อสูรธาตุไฟผสมกับผงถ่านและหินจันทรา เพื่อสร้างสมดุลให้กับความเย็นจัดของวัตถุดิบหลักที่จะนำมาใช้


    "ขั้นตอนแรก... การเตรียมโอสถทิพย์"


    อาเจียหยิบ "เมล็ดบัวหิมะพันปี" ออกมาจากกล่องไม้


    เมล็ดบัวขนาดเท่าหัวแม่มือ สีขาวบริสุทธิ์ราวน้ำนม แผ่ไอเย็นออกมาจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งเกาะที่ปลายนิ้วถุงมือไหมอัคคีสวรรค์ของอาเจีย

    เขาค่อยๆ บดมันในโกร่งบดยาที่ทำจากหยกขาว บดอย่างระมัดระวังและเบามือที่สุด จนมันกลายเป็นผงแป้งละเอียดที่ส่องแสงระยิบระยับราวกับผงเพชร


    จากนั้น เขาหยิบ "ขวดหยกเย็น" ขึ้นมา เปิดจุกขวดออก


    กลิ่นหอมสดชื่นระเบิดออกมาทั่วห้อง มันเป็นกลิ่นของฝนแรกฤดูผสมกับกลิ่นดอกไม้ป่าบนยอดเขาสูง ทำให้จิตใจปลอดโปร่งและลมปราณหมุนเวียนเร็วขึ้น เพียงแค่ได้กลิ่น อาเจียก็รู้สึกว่าความเหนื่อยล้าหายเป็นปลิดทิ้ง


    อาเจียเอียงขวด หยด "น้ำทิพย์วารีสวรรค์" ลงไปในผงบัวหิมะเพียงหนึ่งหยด


    ติ๋ง...


    ทันทีที่หยดน้ำสัมผัสผงแป้ง


    ฟู่ววว!


    ปฏิกิริยารุนแรงเกิดขึ้น! ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมา แสงสีฟ้าสว่างวาบ ของผสมในโกร่งเดือดพล่านราวกับมีชีวิต ส่งเสียง ฉ่า... ฉ่า... อาเจียต้องรีบใช้แท่งแก้วคนอย่างรวดเร็ว พร้อมกับถ่ายเทพลังปราณเข้าไปควบคุมอุณหภูมิไม่ให้มันระเบิดหรือสูญเสียสรรพคุณ


    ผ่านไปหนึ่งก้านธูป... ของเหลวในโกร่งก็สงบนิ่ง กลายเป็น "น้ำยาเปลี่ยนไขกระดูก" สีเงินยวงที่มีความหนืดข้น แผ่พลังงานมหาศาลออกมาจนอากาศรอบๆ บิดเบี้ยว


    "ยาพร้อมแล้ว..." อาเจียปาดเหงื่อที่หน้าผาก มือของเขาสั่นเล็กน้อยจากความตื่นเต้นและความกดดัน


    "ต่อไป... เตรียมผู้ป่วย"


    เจ้าถุงเงิน นั่งรออยู่กลางวงเวทย์ ตัวสั่นเทาด้วยความกลัวสัญชาตญาณ แต่ขาทุกข้างยังคงปักหลักแน่น ไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว มันมองดูของเหลวสีเงินนั้นด้วยแววตามุ่งมั่น


    อาเจียเดินเข้าไปหามัน แล้วยื่นมือขวาออกมา แบมือขึ้น


    "จงตื่น... พู่กันนิรันดร์!"


    ทันใดนั้น แสงสีดำสายหนึ่งก็พุ่งออกมาจากกลางอกเสื้อของเขา ก่อตัวเป็น "กิ่งไม้สีดำสนิท" ที่ดูเก่าคร่ำครึเหมือนฟืนที่ใกล้ผุพัง แต่เมื่ออาเจียกระชับด้ามจับแน่น และโคจรลมปราณ "วิถียันต์จารึกพลังปฐมภูมิ" อัดฉีดลงไป...


    เปรี้ยะ! เสียงเหมือนเปลือกไม้แตกดังขึ้น! คราบไม้แห้งที่ห่อหุ้มอยู่ภายนอกกะเทาะหลุดร่วงลงสู่พื้นราวกับคราบงู เผยให้เห็นเนื้อแท้ภายในที่เป็น "โลหะสีดำทมิฬ" ผิวด้านที่ดูหนักแน่นและเย็นเยียบ ลวดลายอักขระสีทองโบราณค่อยๆ สว่างวาบขึ้นและไหลเวียนไปตามความยาวของด้ามพู่กันราวกับเส้นเลือดมังกร


    และที่ปลายพู่กัน... เส้นขนสีดำธรรมดาได้หลอมรวมกัน เปลี่ยนสภาพกลายเป็น "กลุ่มเส้นใยสีเงินยวง" ที่ส่องประกายแวววาว มันไม่ได้อ่อนนุ่มอีกต่อไป แต่มันคมกริบและแผ่รังสีสังหารออกมาดุจปลายหอก!


    นี่คือโฉมหน้าที่แท้จริงใน "ระดับที่ 1 : รูปแบบศัสตรา" พู่กันที่ไม่ใช่เพียงเครื่องเขียน... แต่มันคืออาวุธสังหารที่สามารถวาดความตายและบิดเบือนกฎเกณฑ์!


    "เจ้าถุงเงิน... ข้าต้องใช้อักขระช่วยพยุงร่างเจ้า ไม่งั้นพลังยาจะฉีกร่างเจ้าเป็นชิ้นๆ"


    อาเจียกล่าวเสียงเข้ม เขาใช้ปลายพู่กันนิรันดร์จุ่มลงในเลือดของตัวเองที่เตรียมไว้ในถ้วยเล็กๆ เลือดของผู้สืบทอดอักขระจะมีพลังในการผสานดีที่สุด


    "นิ่งๆ นะ... มันจะเจ็บหน่อย"


    ปลายพู่กันสีเงินจรดลงบนกระดองหลังสีดำของแมงมุม


    จี๊ด! เจ้าถุงเงินสะดุ้งสุดตัว ความรู้สึกเจ็บปวดแล่นผ่านร่างทันที เพราะพู่กันนิรันดร์ไม่ได้แค่วาดบนผิว แต่มัน "จารึก" ลงไปถึงแก่นวิญญาณ

    อาเจียกัดฟัน ตวัดข้อมืออย่างรวดเร็วและแม่นยำ วาดอักขระโบราณตัว "ผสาน (He - 合)" เป็นแกนกลางที่กลางหลัง เพื่อเชื่อมโยงพลังยาเข้ากับร่างกาย


    ตามด้วยอักขระ "สมดุล (Ping - 平)" ล้อมรอบเป็นวงกลม เพื่อกระจายพลังไม่ให้กระจุกตัวจนระเบิด


    และปิดท้ายด้วยอักขระ "วิวัฒน์ (Jin - 进)" ที่ส่วนหัวของแมงมุม เพื่อกระตุ้นการกลายพันธุ์


    วิ้ง... วิ้ง... วิ้ง...


    อักขระทั้งสามชุดเปล่งแสงสีทองสว่างจ้า เชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายพลังงานคลุมร่างเล็กๆ ของเจ้าถุงเงินไว้ ราวกับเกราะแสง


    "เอาล่ะ... ถึงเวลาแล้ว"


    อาเจียตักน้ำยาสีเงินยวงขึ้นมาหนึ่งช้อนเล็กๆ แล้วป้อนใส่ปากเจ้าถุงเงิน


    "กินซะ! แล้วกลายเป็นราชัน!"


    เจ้าถุงเงินอ้าปากกว้าง เขี้ยวคู่หน้าขยับรับน้ำยาเข้าไป... แล้วกลืนลงคอ


    อึก!


    ความเงียบปกคลุมห้องอยู่ชั่วอึดใจ...


    ก่อนที่...


    กรี๊ซซซซซซ!


    เสียงกรีดร้องโหยหวนดังออกมาจากลำคอเล็กๆ ของเจ้าถุงเงิน! เสียงที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดทรมานจนบาดลึกเข้าไปในจิตใจคนฟัง

    ร่างกายของมันบิดเกร็งอย่างรุนแรง ขาแปดข้างตะเกียกตะกายพื้นหินจนเป็นรอยลึก!


    ไอเย็นจัดจากบัวหิมะระเบิดออกมาจากภายใน ปะทะกับไอความมืดที่เป็นธาตุเดิมของมัน เกิดเป็นควันสีเทาหมุนวนรอบตัวราวกับพายุขนาดย่อม


    เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!


    เปลือกกระดองสีดำเริ่มปริแตก เลือดสีเขียวเข้มไหลซึมออกมา ร่างกายของมันขยายตัวพองออก แล้วหดลง สลับกันไปมาอย่างน่ากลัว เหมือนลูกโป่งที่กำลังจะแตก


    [ คำเตือน! ... สัญญาณชีพปั่นป่วน! ... อัตราการเต้นของแกนอสูรเกินขีดจำกัด! ... โครงสร้างร่างกายกำลังจะพังทลาย! ]เจ้าสัวตะโกนรายงานเสียงดังลั่นในจิต


    "ไม่! ข้าไม่ยอมให้พัง!" อาเจียกัดฟันแน่น ดวงตาแดงก่ำ


    เขาทิ้งช้อนยา แล้วกระโจนเข้าไปในวงเวทย์ ไม่สนไอเย็นที่กัดกร่อนผิวหนัง


    เขาใช้ พู่กันนิรันดร์ กดลงไปที่กลางหลังของเจ้าถุงเงิน ตรงจุดศูนย์กลางของอักขระ "ผสาน"


    "ด้วยอำนาจแห่งพู่กันนิรันดร์... ข้าขอสั่ง! จงอย่าแตกสลาย! แต่จงหลอมรวม!"


    อาเจียระเบิดพลังลมปราณทั้งหมดที่มี อัดฉีดผ่านพู่กันลงไปในร่างแมงมุม


    พลังปราณของเขาทำหน้าที่เป็น "กาว" ที่ยึดเหนี่ยวโครงสร้างที่กำลังแตกสลายเอาไว้ และเป็น "ตัวเร่ง" ให้อักขระทำงานเต็มประสิทธิภาพ


    แสงสีทองจากพู่กันสว่างจ้าจนแสบตา มันเข้าครอบงำแสงสีเงินและสีดำที่ตีกันยุ่งเหยิง บังคับให้พลังงานทั้งสองสายหมุนวนเป็นเกลียวเดียวกัน


    วูบ... วูบ... วูบ...


    แรงสั่นสะเทือนค่อยๆ สงบลง...


    ควันสีเทาที่หมุนวนเริ่มจับตัวกันแน่นขึ้น... แน่นขึ้น... จนกลายเป็นของแข็ง


    เปลือกกระดองที่แตกเสียหาย ถูกปกคลุมด้วยสารสีเงินบางอย่างที่หลั่งออกมาจากตัวแมงมุมเอง


    ในที่สุด... ร่างของเจ้าถุงเงินก็หยุดนิ่ง...


    มันถูกห่อหุ้มด้วย "รังไหมสีเงิน" ขนาดเท่ากำปั้น ที่ดูแข็งแกร่งและงดงามราวกับโลหะ


    บนผิวรังไหม มีลวดลายอักขระที่อาเจียวาดไว้ ปรากฏเป็นเส้นนูนต่ำสีทองจางๆ แผ่กลิ่นอายลึกลับออกมา


    "แฮ่ก... แฮ่ก..."


    อาเจียทรุดลงนั่งกับพื้น หายใจหอบถี่ ใบหน้าซีดเผือดจากการใช้พลังปราณจนหมดก๊อก


    มือขวาที่ถือพู่กันสั่นระริก


    "รอด... แล้วสินะ?" เขาถามเสียงแหบแห้ง


    [ สัญญาณชีพ... คงที่... ] เจ้าสัวเดินเข้ามาประคองนายท่าน


    [ กระบวนการวิวัฒนาการ : เริ่มต้นสมบูรณ์ ... สถานะ : กำลังฟักตัว ... ประเมินเวลา : ยามเฉิน (เจ็ดโมงเช้าถึงเก้าโมงเช้า) ของวันพรุ่งนี้ ]


    อาเจียยิ้มมุมปากอย่างอ่อนแรง มองดูรังไหมสีเงินด้วยความภาคภูมิใจ


    "นอนซะเจ้าตัวเล็ก... เมื่อเจ้าตื่นขึ้นมา... โลกใบนี้จะกลายเป็นสนามเด็กเล่นของเจ้า"


    เขาเก็บพู่กันนิรันดร์กลับเข้าสู่จิตวิญญาณ แล้วล้มตัวลงนอนแผ่หลาบนพื้นห้องใต้ดินที่เย็นเฉียบ


    "เหนื่อยชะมัด... การเป็นผู้สร้างเนี่ย... ครั้งหน้าคิดตังค์เพิ่มดีกว่า..."


    ดวงตาของเขาค่อยๆ ปิดลง เข้าสู่ห้วงนิทราเพื่อฟื้นฟูพลัง ปล่อยให้รังไหมสีเงินส่องแสงวูบวาบอยู่ในความมืด... รอเวลาแห่งการกำเนิดใหม่ของนักฆ่าผู้ไร้เงา

     

    คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน