ราชันหมื่นอักขระ

จารึกที่ 347 : ฝ่าม่านหมอก

จารึกที่ 347 : ฝ่าม่านหมอก : เสียงเพรียกจากเศษซากพยนต์สวรรค์


เมื่อแสงตะวันสีชาดคล้อยต่ำหลบเร้นอยู่เบื้องหลังม่านเมฆหนาทึบ ท้องฟ้าที่เคยสว่างไสวพลันถูกแทนที่ด้วยความมืดสลัวอันเงียบงัน ป้อมปราการหมื่นอักขระที่ถูกถอนรากถอนโคนขึ้นมาเป็นเกาะลอยฟ้าขนาดยักษ์ ยังคงเคลื่อนที่แหวกผ่านอากาศธาตุไปข้างหน้าอย่างเงียบเชียบ จารึกม่านสูญตาแหวกมิติ 破空空性阵 (พั่วคงคงซิ่งเจิ้น) ที่คลุมอยู่รอบนอก ทำหน้าที่กลืนกินแรงเสียดทานและพรางตาสวรรค์ได้อย่างหมดจด ทว่ายิ่งมุ่งหน้าลึกลงไปในทิศทางที่ปราศจากแสงดารา บรรยากาศรอบด้านก็ยิ่งทวีความหนักอึ้งและเก่าแก่ประดุจกำลังแล่นเรือย้อนกลับไปในห้วงเวลาเมื่อหลายหมื่นปีก่อน


อาเจียหยัดยืนอยู่บนลานศิลาหน้าตำหนักประธาน สองมือไพล่หลัง อาภรณ์สีครามสะบัดพลิ้วตามแรงลมที่เล็ดลอดเข้ามาเพียงแผ่วเบา ดวงตาอันลึกล้ำประดุจห้วงมหรรณพของเขาทอดมองไปยังสุดขอบฟ้าเบื้องหน้า สถานที่ซึ่งความสว่างและความมืดสูญเสียความหมายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียง 'กำแพงหมอกสีเทาหม่น' ขนาดยักษ์ที่สูงตระหง่านเสียดฟ้าและทอดยาวไร้จุดสิ้นสุด กั้นขวางเส้นทางของพวกเขาราวกับเป็นปราการแบ่งแยกขอบเขตของโลกมนุษย์และดินแดนที่ถูกลืมเลือน


"นั่นคือเขตแดนของ ดินแดนเผ่าเซียนโบราณ 远古仙族之地 (หย่วนกู่เซียนจู๋จือตี้) หรือขอรับ ท่านอาจารย์" อาเจียเอ่ยถามเสียงเรียบ ทว่าแฝงความระแวดระวังอยู่ในที


มู่เฉินในร่างเนื้ออักขระบรรพกาล 远古符肉身 (หย่วนกู่ฝูร่วเซิน) ก้าวเดินมาช้าๆ มายืนเคียงข้างศิษย์รัก ปรมาจารย์เฒ่าหรี่ตาลง ทอดสายตามองม่านหมอกนั้นด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรำลึกและโศกเศร้าลึกซึ้ง "ถูกต้อง... เมื่อครั้งที่สำนักหมื่นอักขระของเรายังรุ่งโรจน์ในยุคบรรพกาล ดินแดนแห่งนี้เคยเป็นพันธมิตรที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พวกเขาคือผู้เชี่ยวชาญการสร้าง หุ่นกลศิลา 石傀儡 (สือขุยเหล่ย) และ กลวิธานฟ้า 机关天 (จีกวนเทียน) ที่สวรรค์ยังต้องหวาดหวั่น ทว่าหลังจากสงครามล้างโลก ดินแดนนี้ก็ถูกวิหารเทพอนันตกาลสาปแช่งและตัดขาดจากวัฏสงสาร ม่านหมอกที่เจ้าเห็น หาใช่ไอน้ำธรรมชาติ ทว่ามันคือ 'รอยต่อของมิติที่พังทลาย' ซึ่งอัดแน่นไปด้วยความเคียดแค้นของเศษซากอักขระนับล้านตัว"


ทันทีที่ป้อมปราการหมื่นอักขระเคลื่อนตัวเข้าใกล้รัศมีร้อยลี้ของม่านหมอกสีเทาหม่น เหตุการณ์อันตื่นตระหนกก็บังเกิดขึ้น!


*ครืนนนนน! แกรก... แกรก!*


จารึกม่านสูญตาแหวกมิติที่เคยลื่นไหลและพรางตัวได้อย่างสมบูรณ์แบบ พลันเกิดเสียงลั่นเปรี๊ยะราวกับกระจกที่ถูกบีบอัด มิติรอบๆ เกาะลอยฟ้าบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง หุ่นกลศิลาที่ประจำการอยู่รอบขอบเกาะเพื่อทำหน้าที่เป็นเสารับสัญญาณต่างสั่นสะเทือน ศัสตราประกอบ และ ชิ้นส่วนพยนต์ ของพวกมันเสียดสีกันจนเกิดประกายไฟ ค่ายกลบังคับ 阵法控制 (เจิ้นฝ่าค่งจื้อ) ที่เชื่อมต่อกับใต้ผืนดินเริ่มทำงานติดขัด


"อาเจีย! แรงกดดันมิติจากหมอกนั่นมันบ้าคลั่งเกินไปแล้ว!" หลินชิงเสวี่ยผู้ครอบครองโสตสวรรค์ตะโกนแจ้งเตือน ใบหน้าของนางซีดเผือดขณะใช้พลังมิติของตนเข้าช่วยพยุงค่ายกล "มันไม่ได้ปฏิเสธมวลน้ำหนักของเรา แต่มันกำลัง 'ปฏิเสธ' กลิ่นอายสวรรค์ที่ติดอยู่กับรากฐานของพวกเรา!"


เฟิงอี้หรานกัดฟันกรอด สองมือลุกโชนด้วยเพลิงอัคคีบรรพกาลสีชาด "ให้ข้าใช้เพลิงแผดเผาเปิดทางเถอะ! ต่อให้เป็นหมอกอาถรรพ์ หากโดนเพลิงบรรพกาลของข้าเข้าไป ย่อมต้องมีช่องโหว่!"


"อย่าหุนหันพลันแล่น อี้หราน!" อาเจียตวาดเสียงเฉียบขาด สลัดท่าทีสงบนิ่งทิ้งไปในพริบตา "หากเจ้าโจมตีม่านหมอกนั่น เท่ากับเป็นการประกาศตัวเป็นศัตรูกับเจตจำนงที่หลงเหลืออยู่ของเผ่าเซียนโบราณ เพลิงของเจ้าอาจหลอมละลายได้ทุกสิ่ง ทว่าไม่อาจหลอมละลายความเคียดแค้นของยุคสมัยได้!"


ชายหนุ่มทะยานร่างขึ้นสู่กลางอากาศธาตุ พู่กันนิรันดร์ 永恒笔 (หย่งเหิงปี่) ปรากฏขึ้นในมือขวา อาเจียมิได้ตวัดพู่กันเพื่อโจมตี แต่เขาใช้วิถีแห่งสูญตา 空之道 (คง-จือ-เต้า) ดึงดูดเศษเสี้ยวของม่านหมอกสีเทาที่เล็ดลอดเข้ามาเพียงเส้นสายบางเบา ให้ลอยเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้า


"องค์หญิงน้อย! เปิดชั้นหนังสือวิญญาณ วิเคราะห์องค์ประกอบของหมอกเส้นนี้!"


พู่กันหยกดำส่องแสงสีเงินยวง องค์หญิงน้อยกระโจนออกมาพร้อมกับแผ่นกระดาษมิติในมือ ดวงตาของนางกวาดมองเส้นหมอกที่กำลังดิ้นรนประดุจอสรพิษตัวน้อย "เจ้านาย... นี่มันไม่ใช่หมอก! มันคือเศษซากของ 'จารึกต่อต้านสวรรค์' ที่ถูกทำลายจนละเอียดเป็นผุยผง! พวกมันเกลียดชังทุกสิ่งที่มีกลิ่นอายของวิหารเทพอนันตกาล... และบังเอิญเหลือเกิน ที่เจ้าเพิ่งจะกลืนกินแก่นเซียนปฐพีของแม่ทัพสวรรค์เข้าไปเมื่อวานนี้!"


คำวิเคราะห์ขององค์หญิงน้อยทำให้ดวงตาของอาเจียหรี่ลง ชายหนุ่มตระหนักถึงปัญหาในทันที แม้เขาจะลอกคราบความหยิ่งยโสของเซินตู่เหยียนออกไปแล้ว และหลอมรวมสัจธรรมแห่งความหนักอึ้งเข้ากับ สมอแห่งเต๋า 道锚 (เต้าเหมา) ได้สำเร็จ ทว่า 'ต้นกำเนิด' ของพลังนั้นก็ยังคงมาจากสวรรค์อยู่ดี ม่านหมอกบรรพกาลจึงมองว่าป้อมปราการหมื่นอักขระคือศัตรูที่กำลังจะมารุกราน


"ความล้มเหลวในการหลอมรวมอย่างหมดจดสินะ..." อาเจียพึมพำกับตนเองอย่างไม่ยี่หระ การค้นพบข้อบกพร่องคือหนทางสู่ความสมบูรณ์แบบ เขาหลับตาลง ดำดิ่งเข้าสู่จิตวิญญาณเพื่อเริ่มต้นการทดลองอีกครา


*หากการใช้พลังต้านทานคือความโง่เขลา เช่นนั้นการแสร้งทำเป็นพวกเดียวกันเล่า?*


อาเจียตวัดพู่กัน นิรันดร์ ชักนำพลังปราณจากแก่นภพปฐมกาลมาผสมกับเจตจำนงของเขา เขาวาดอักขระธาตุน้ำและไม้เพื่อสร้าง 'จารึกอำพรางกลิ่นอาย' หมายจะปกปิดสัจธรรมแห่งความหนักอึ้งในร่าง ทว่าทันทีที่อักขระนั้นสัมผัสกับเส้นหมอกบรรพกาล...


*เปรี๊ยะ! บึ้ม!*


เส้นหมอกสีเทาพลันระเบิดออก แรงอัดกระแทกเข้าที่หน้าอกของอาเจียจนชายหนุ่มต้องถอยร่นไปครึ่งก้าว โลหิตไหลซึมจากมุมปากเล็กน้อย


"เจ้านาย! ข้าบอกแล้วไงว่ามันเกลียดสวรรค์ การอำพรางด้วยวิชาทั่วไป มันมองทะลุได้หมด!" องค์หญิงน้อยโวยวาย


อาเจียเช็ดคราบเลือดออก แววตากลับสว่างไสวขึ้น "การปิดบังคือวิสัยของคนขลาด ในเมื่อเผ่าเซียนโบราณเกลียดชังการหลอกลวงของสวรรค์ พวกเขาย่อมไม่ยอมรับค่ายกลอำพรางใดๆ... วิธีเดียวที่จะผ่านเข้าไปได้ คือการแสดงให้เห็นถึง 'ความว่างเปล่า' ที่พร้อมจะรองรับความเจ็บปวดของพวกเขา และ 'สายเลือด' ที่พวกเขายอมรับ"


ชายหนุ่มหันกลับไปมองมู่เฉินที่ยืนอยู่เบื้องล่าง "ท่านอาจารย์... ศิษย์ขอเสียมารยาท ยืมโลหิตแก่นแท้จากร่างเนื้ออักขระบรรพกาลของท่านสักหนึ่งหยดได้หรือไม่ขอรับ?"


มู่เฉินแย้มยิ้มบางๆ ท่านเข้าใจเจตนาของศิษย์รักในทันที ปรมาจารย์เฒ่ากัดปลายสะนิ้ว ชักนำโลหิตสีเงินยวงที่อัดแน่นไปด้วยความเก่าแก่และเจตจำนงดั้งเดิมของสำนักหมื่นอักขระให้ลอยขึ้นไปหาอาเจีย "จงใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุดเถิด ร่างกายนี้ก็เป็นเจ้าที่หล่อหลอมขึ้นมา"


อาเจียรับหยาดโลหิตสีเงินยวงนั้นมาไว้บนปลายพู่กันนิรันดร์ เขาสูดลมหายใจลึก ปล่อยวางการป้องกันทั้งหมดในห้วงวิญญาณ เปิดเปลือย สมอแห่งเต๋า ที่มีรอยร้าวและแฝงสัจธรรมแห่งความหนักอึ้งออกมาอย่างโจ่งแจ้ง


"ในเมื่อพวกท่านโกรธแค้นสวรรค์... ข้าก็จะแสดงให้เห็นว่า ข้าคือผู้ที่เพิ่งจะบดขยี้และช่วงชิงพลังของสวรรค์มา!"


อาเจียตวัดพู่กันวาด อักขระสูญตา 空性符 (คง-ซิ่ง-ฝู) ลงกลางอากาศธาตุ ทว่าครั้งนี้เขาใช้โลหิตของมู่เฉินเป็นหมึก และใช้ความเจ็บปวดจากการต่อสู้กับเซียนปฐพีก่อนหน้าเป็นเจตจำนง


"จารึกผสานสะท้อนบรรพกาล 远古共鸣反射符 (หย่วนกู่ก้งหมิงฟ่านเซ่อฝู)!"


อักขระสีเงินยวงที่แฝงกลิ่นอายอันลึกล้ำประทับลงบนม่านสูญตาที่คลุมรอบเกาะลอยฟ้า ทันใดนั้น คลื่นความถี่ของป้อมปราการหมื่นอักขระพลันเปลี่ยนไป มันไม่ได้แผ่รังสีพลังงานที่ก้าวร้าว และไม่ได้พยายามหลบซ่อน แต่มันกำลัง 'สะท้อน' ความสูญเสีย ความเศร้าโศก และความเคียดแค้นต่อสวรรค์ ออกไปสอดประสานกับม่านหมอกบรรพกาลในจังหวะเดียวกัน!


*วูบบบบ...*


ความอัศจรรย์บังเกิดต่อสายตาทุกคู่ ม่านหมอกสีเทาหม่นที่เคยก้าวร้าวและบิดเบี้ยวมิติ พลันสงบนิ่งลงราวกับสัตว์ร้ายที่ได้กลิ่นอายของสหายเก่า หมอกขนาดยักษ์ค่อยๆ แหวกออกเป็นช่องทางกว้างขวาง ปลดปล่อยให้ป้อมปราการหมื่นอักขระเคลื่อนตัวผ่านเข้าไปได้อย่างราบรื่น ไร้ซึ่งการต่อต้านใดๆ


เมื่อเกาะลอยฟ้าเคลื่อนตัวทะลุม่านหมอกเข้ามา ทิวทัศน์เบื้องหน้าก็ทำให้สรรพชีวิตในสำนักหมื่นอักขระต้องตกตะลึงจนลืมหายใจ


ดินแดนเผ่าเซียนโบราณ หาใช่ป่าเขียวขจีหรือขุนเขาสรวงสวรรค์ที่งดงาม ทว่ามันคือ 'สุสานแห่งความรุ่งโรจน์' ที่ลอยคว้างอยู่ในห้วงมิติอันเวิ้งว้าง ท้องฟ้าที่นี่เป็นสีเทาอมม่วง ปราศจากดวงตะวันหรือดวงจันทร์ มีเพียงแสงเรืองรองจากอักขระโบราณที่สลักอยู่ตามเศษซากปรักหักพังขนาดยักษ์ที่ล่องลอยอยู่ทั่วไป


เกาะศิลาสีดำทมิฬขนาดใหญ่เท่าเมืองทั้งเมืองลอยเคว้งคว้าง บนเกาะเหล่านั้นเต็มไปด้วยเศษซากของ หุ่นกลศิลา ระดับมหาบรรพกาลที่พังทลาย บางตัวมีขนาดใหญ่โตดุจขุนเขา ศัสตราประกอบ ของพวกมันเกิดสนิมปราณ ทว่ายังคงแผ่กลิ่นอายที่ทำให้ผู้บ่มเพาะวิญญาณแรกเริ่มต้องเข่าอ่อน ฟันเฟืองของ กลวิธานฟ้า 机关天 (จีกวนเทียน) ที่เคยใช้ขับเคลื่อนดวงดารา บัดนี้แตกหักและถูกทิ้งร้างประดุจขยะแห่งจักรวาล


ความเงียบสงัดและกลิ่นอายแห่งความตายปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ มันคือความยิ่งใหญ่ที่ถูกทำลายล้างจนเหลือเพียงรอยแผลเป็นแห่งประวัติศาสตร์


"นี่คือ... บ้านเกิดของศาสตร์แห่งหุ่นพยนต์และกลวิธานที่แท้จริง..." เฟิงอี้หรานพึมพำด้วยความตื่นตะลึง เปลวเพลิงในมือของเขาดับลงโดยสัญชาตญาณเมื่อเผชิญกับความยิ่งใหญ่ในอดีตนี้


"ทว่าบัดนี้เหลือเพียงความว่างเปล่า..." ฉินมู่หลางกระชับด้ามกระบี่แน่น สัมผัสได้ถึงรังสีความกดดันที่ไร้รูปซึ่งซ่อนตัวอยู่ตามซอกหลืบของความมืด


ป้อมปราการหมื่นอักขระค่อยๆ ลดระดับความเร็วลง ล่องลอยเข้าไปท่ามกลางสุสานเศษซากเหล่านั้น อาเจียยืนตระหง่านอยู่ที่หัวเกาะ ดวงตาของเขาไม่ได้สาดประกายความโลภเมื่อเห็น ชิ้นส่วนพยนต์สวรรค์ ที่หลงเหลืออยู่ ทว่าเขากำลังประเมินสถานการณ์อย่างเยือกเย็นและเจ้าเล่ห์


ทันใดนั้นเอง!


กระแสพลังวิญญาณที่เก่าแก่และหนักอึ้งประดุจขุนเขานับหมื่นลูก พลันปะทุขึ้นจากส่วนลึกที่สุดของมิติเศษซาก มันไม่ใช่พลังปราณที่มีตัวตน ทว่ามันคือ 'เจตจำนงอันหลับใหล' ที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากการมาเยือนของพวกเขา เจตจำนงนั้นกวาดผ่านป้อมปราการหมื่นอักขระ ตรวจสอบทุกชีวิตบนเกาะลอยฟ้าอย่างทะลุปรุโปร่ง


เสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าดุจศิลาที่เสียดสีกัน ดังกึกก้องขึ้นในห้วงวิญญาณของทุกคน เสียงนั้นแฝงความเคียดแค้น ความสงสัย และอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน


"ผู้ใด... นำพากลิ่นอายอันโสมมของสวรรค์จอมปลอม... ก้าวล่วงเข้ามาในสุสานของผู้ที่ถูกลืมเลือน..."


แรงกดดันจากเสียงนั้น ทำเอาศิษย์สำนักหมื่นอักขระเบื้องล่างทรุดลงคุกเข่ากระอักเลือดในทันที แม้แต่เฟิงอี้หรานและหลินชิงเสวี่ยยังต้องเดินพลังต้านทานอย่างยากลำบาก มีเพียงอาเจียและมู่เฉินที่ยังคงหยัดยืนอยู่ได้ ทว่าสมอแห่งเต๋าของอาเจียก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง


นี่มิใช่จิตสัมผัสของเซียนปฐมพี ทว่ามันคือเจตจำนงที่หลงเหลืออยู่ของ 'มหาเซียนโบราณ' ที่ตระหง่านยิ่งกว่านั้น!


อาเจียรู้ดีว่าในสถานการณ์เช่นนี้ การแสดงความแข็งแกร่งคือความตาย การแสดงความละโมบคือการรนหาที่ สิ่งเดียวที่จะเจรจากับวิญญาณที่เต็มไปด้วยความแค้นได้ คือการเป็นผู้ที่แบกรับความทุกข์ทรมานที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า!


ชายหนุ่มก้าวออกไปยืนอยู่ริมขอบหน้าผาเพียงลำพัง ท่ามกลางแรงกดดันที่แทบจะบดขยี้กระดูก เขาคลายการป้องกันทางจิตวิญญาณออกทั้งหมด ปล่อยให้อาภรณ์สีครามปลิวไสว ร่างกายโอนเอนดุจกิ่งหลิวในพายุ ใบหน้าของอาเจียแปรเปลี่ยนเป็นความโศกเศร้ารันทดอย่างถึงที่สุด ดวงตาที่เคยเยือกเย็นบัดนี้เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจที่ถูกปิดบังไว้อย่างแนบเนียน เขาตีหน้าเศร้าเล่าความชอบธรรม สวมบทบาทของผู้พลัดถิ่นที่ถูกโลกทอดทิ้งอย่างสมบูรณ์แบบ


"ผู้อาวุโสแห่งยุคบรรพกาลผู้ยิ่งใหญ่..." อาเจียประสานมือคารวะ คุกเข่าลงข้างหนึ่งด้วยท่วงท่าที่เปี่ยมด้วยความเคารพและเวทนาตนเอง น้ำเสียงของเขาสั่นเครือ แฝงความเจ็บปวดที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ดังกังวานก้องสะท้อนไปทั่วสุสานศิลา


"พวกเรามิใช่ศัตรู หรือผู้รับใช้แห่งสวรรค์... ทว่าพวกเราคือลูกหลานของ 'สำนักหมื่นอักขระ' ผู้สืบทอดวิถีแห่งเต๋าที่ถูกสวรรค์จอมปลอมขูดรีดและตามล่าจนแทบสิ้นเผ่าพันธุ์... กลิ่นอายสวรรค์ที่ท่านสัมผัสได้ หาใช่รอยมลทินแห่งการรับใช้ ทว่ามันคือรอยแผลเป็นแห่งการต่อต้าน! ข้าพเจ้าเพิ่งจะบดขยี้แก่นวิญญาณของแม่ทัพสวรรค์ขอบเขตเซียนปฐมพี เพื่อปกป้องครอบครัวแห่งนี้ จนรากฐานของตนเองแทบแตกสลาย..."


อาเจียก้มศีรษะลงต่ำ ปล่อยให้ความว่างเปล่าของอักขระสูญตาแผ่กระจายความโศกเศร้าออกไปสอดประสานกับบรรยากาศรอบด้าน "สวรรค์พรากแผ่นดินของพวกเราไป... พวกเราจึงต้องถอนรากถอนโคน ดึงแผ่นดินขึ้นสู่ฟากฟ้า รอนแรมฝ่าฟันมาด้วยความหวังเพียงริบหรี่ หวังเพียงว่า... ในดินแดนที่ถูกลืมเลือนแห่งนี้ จะยังมีบรรพชนผู้เข้าใจถึงความเจ็บปวดของการถูกกดขี่ และยอมรับวิญญาณที่ไร้บ้านเรือนเช่นพวกเรา ให้ได้พักพิงและสานต่ออุดมการณ์แห่งมรรคาที่แท้จริงสืบไป..."


วาจาที่เปี่ยมด้วยความชอบธรรม ความทุกข์ระทม และเจตจำนงแห่งการต่อต้านสวรรค์ ถ่ายทอดผ่านวิถีแห่งหมื่นอักขระ ซึมลึกเข้าไปในเศษซากปรักหักพังและกระแสวิญญาณโบราณ


ความเงียบงันเข้าปกคลุมดินแดนเผ่าเซียนโบราณอีกครั้ง ทว่าแรงกดดันที่เคยมุ่งร้าย กลับค่อยๆ ชะงักงันและสับสน... อาเจียยังคงก้มหน้า รอยยิ้มเย็นชาและเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกลับมาเป็นใบหน้าอันรันทดดุจเดิม


เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อขอทานความเมตตา ทว่าเขากำลังใช้ 'ความโศกเศร้า' เป็นกุญแจ เพื่อเปิดประตูสู่ขุมทรัพย์แห่งยุคบรรพกาล และช่วงชิงกองทัพหุ่นกลศิลาที่หลับใหล ให้ตื่นขึ้นมารับใช้ปลายพู่กันของเขาอย่างชอบธรรมที่สุด!

คล้ายกับเรื่องราชันหมื่นอักขระ ที่คุณอ่าน

อสูรข้ามฟ้า

อสูรข้ามฟ้า

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
4.46M 2294
ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

นิยาย แฟนตาซี
161K 179
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

ระบบคัดลอกพรสวรรค์ (Your Talent Is Mine) 【จบ】

นิยาย แฟนตาซี
2.91M 3613
ท้าทายดินแดนพระเจ้า

ท้าทายดินแดนพระเจ้า

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.45M 5206
ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

นิยาย แฟนตาซี
103K 226
สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
243K 312
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
295K 786