โลกนี้มีคนอยู่สองประเภท
ประเภทแรกคือพวกที่ไม่ต้องใช้แรงงาน ดำเนินชีวิตไปวันๆโดยปกติชน โดยส่วนมากเรียกคนพวกนี้ว่า’ปัญญาชน’ และประเภทที่สองคือพวกที่กลับด้านกับประเภทแรก ชีวิตในแต่ละวันล้วนดำเนินไปอย่างยากลำบาก เกิดมาเพื่อเป็เบี้ยล่างคนประเภทที่ 1 อยู่ร่ำไป หาเช้ากินค่ำไปวันๆ
ถ้าประเภทแรกคือคนธรรมดา
ประเภทที่สองก็กรรมกร
“บ้าชิบ อย่าให้พ่อรู้นะว่าใครมันคิดแผนแบบนี้มา เจอหน้าคงต้องขอวางมวยกันซักตั้งหน่อยล่ะ” เสียงบ่นอุบจากกระทาชายผมสองสีที่กำลังกำลังฉาบปูนบริเวณหอพักเบียคะโกะอย่างขมักขเม้น
ถูกต้อง ฉาบปูน
ใครมันจะไปรู้มาก่อนว่าการประชุมที่กินเวลาไปกว่าค่อนคืนจะหาข้อสรุปได้ว่าให้ใช้แรงงานคนแทนเวทมนตร์ในการบูรณะ ทำเอาพวกเขาทั้งหลายที่ตื่นั้แ่ไก่โห่ลงมายังห้องนั่งเล่นต้องตาลุกวาวเนื่องจากหัวหน้าชั้นปีแจ้งมาว่ามีข่าวดีและข่าวร้ายมาแจ้งให้ฟัง แน่นอนว่าพวกเขาเลือกฟังข่าวดีก่อน
ข่าวก็คือวันนี้ทั้งวันไม่มีการเรียนการสอน เป็ที่ยินดีกับคนบางคนที่ดีใจอย่างออกนอกหน้าเช่นเดรคกับไรอันมากนัก ในขณะคนที่แสดงอาการผิดคาดที่สุดเห็นทีจะเป็โนอาห์ที่หน้าซีดเซียวแทบล้มพับลงไปตรงนั้น แล้วมาได้เื่ก็ตอนพวกเขาถามมันว่าเป็อะไรกันแน่เท่านั้นล่ะ
‘แล้วแบบนี้ฉันจะปั่นงานทำไมแทบทั้งคืนกันล่ะ’ เ้าตัวตอนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงอิดโรย ใบหน้าที่เคยมีแต่รอยยิ้มกลับเจือปนไปด้วยความสิ้นหวัง ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่าขอบตาของชายผมดำคล้ำนิดนึงด้วย
ส่วนข่าวร้ายก็คือในเมื่อวันนี้ทางโรงเรียนไม่มีการเรียนการสอน จึงจะขอเกณฑ์นักเรียนทุกคนไปช่วยงานบูรณะโรงเรียน มาถึงจุดนี้โนอาห์ที่กำลังทำหน้าตายอดตายอยากตาเบิงโพลงแทบถลนออกมาจากเบ้าดังเช่นหลายๆคนในห้อง และก่อนที่ทุกๆคนจะฮือฮาไปมากกว่านี้วาจาของทายาทขุนนางคนสำคัญก็ได้เอ่ยออกมาราวกับคำประกาศิต
‘เื่นี้อาจารย์ใหญ่เป็คนต้นคิด’ สรรพเสียงในห้องนั่งเล่นเงียบลงทันตาเห็น
พวกเขาเลยต้องมาระเห็จก่ออิฐฉาบปูนอยู่ตรงนี้งกๆยังไงล่ะ
“ไม่เอาน่าไรอัน ยกเว้นเสียแต่ว่าแกจะมีความกล้ามากพอถึงขั้นประมือกับเมอร์ลินน่ะ” โนอาห์ที่กำลังนั่งทำงานในลักษณะเดียวกันอยู่ข้างๆทำเสียงจี๊จ๊ะอย่างอารมณ์ดี
“วะ! ก็บ่นๆไปเท่านั้นแหละ อย่างน้อยก็ดีกว่ามานั่งทำงานแบบนี้นี่นะ ให้ตายเถอะน่า....แกเองก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอ ตอนแรกยังเห็นบ่นนู่นบ่นนี้อยู่เลยนี่ แล้วไหงคราวนี้มาทำทีเป็ขยันไปได้ล่ะฮื้อ?” เสียงซักความจากไรอันดังขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าของเ้าตัวที่หันไปมองโนอาห์ ชายที่บ่นจะเป็จะตายอ้างถึงแม่น้ำทั้งห้ามหาสมุทรทั้งเจ็ดเพื่อที่จะได้ไปทำงานส่วนอื่นโดยไม่ต้องมารับบทเป็กรรมกรจำเป็แบบนี้
“บ่นไปก็เท่านั้น แล้วอีกอย่างฉันมาคิดๆดูแบบนี้ก็ดีเหมือนกันไม่ใช่เหรอไง ได้มาส่องสาวที่หออื่นเลยนะเว้ย ดีทั้งขึ้นทั้งล่อง ฮึฮึ” โนอาห์ไหวไหล่วืดตั้งหน้าตั้งตาฉาบปูนต่อไป พลางนึกในใจถึงเพื่อนตัวดีของเขาสองคนที่ป่านนี้ไม่รู้ระเห็จไปอยู่ไหน
กลายเป็ว่าคนที่ได้ทำงานนี้กับเขาดันกลายเป็ไรอันชายผมสองสีซะได้
คนที่ถึงแม้จะดูตรงๆไปหน่อยแต่ก็คบได้
“ฮืม...ไม่ใช่ว่าแกกับซายากะ่นี้มีอะไรกันหรอกเหรอ” ประโยคที่ถึงกับทำให้คนโกรธยากอย่างโนอาห์ถึงกับต้องถลึงตามองคนพูดที่บัดนี้ลูบคางไปมา
เมื่อกี้ขอถอนคำพูด เ้าหมอนี่มันคบไม่ได้!!
“ต้องให้ฉันบอกตั้งกี่ครั้งว่ามันเป็เื่เข้าใจผิดน่ะพ่อหนุ่ม อีกอย่างเธอคงไม่มาสนใจฉันอยู่แล้วล่ะ เื่อะไรอย่างว่านั้นเลิกคิดไปได้เลย” ชายหนุ่มโบกมือปัดๆ
ไรอันเพ่งมองคนตรงหน้าราวกับว่าพินิจพิจารณาอะไรบางอย่าง เื่ในวันนั้นมีคนทั้งป้องเป็พยานว่าโนอาห์กับซายากะเดินจูงมือกันมา ถึงจำเลยทั้งคู่จะพากันปฏิเสธเป็พัลวันก็เถอะ นอกจากนี้จะให้ซักไซ้ไปมากกว่านี้เห็นทีว่าในชั้นปีจะไม่มีใครที่กล้าหาญขนาดนั้น ในเมื่อฝ่ายหญิงถ้าทะเล่อทะล่าเข้าไปไม่รู้ว่าตอนไหนหัวจะหลุดออกจากบ่า ขณะที่ฝ่ายชายก็ไหลไปเรื่อย โยเยออกนอกเื่ได้ตลอด
แต่โชคยังดีที่์ประทานตัวช่วยมาให้พวกเขา
ตัวช่วยที่มีชื่ออารันและเซเรน่า ทั้งสองยืนยันว่าเ้านั้นรีบตรงดิ่งไปช่วยพวกที่ตกลงมาทันที ถึงจะมีการใส่สีเติมแต่งไปนิดเพราะความสัมพันธ์ของสองคนนี้กับโนอาห์มันก็มีอะไรแปลกๆมาั้แ่แรกแล้ว อย่างไรก็ตามเหตุการณ์หลังจากนั้นก็ไม่มีใครรู้นอกจากคนที่อยู่ในเหตุการณ์ซึ่งมีเพียงสองคน
และจังหวะนั้นเองที่์ประทานตัวช่วยคนที่สามมาให้กับพวกเขา
นิกซ์เล่าเป็คุ้งเป็แควว่าเ้าโนอาห์กอดซายากะแน่นขนาดไหน แถมมีพูดปิดท้ายอีกว่าถ้ามันไม่บังเอิญเกือบจะโหม่งโลกใกล้ๆกับจุดเกิดเหตุพอดีคงไม่มีวันรู้ว่าเพื่อนของเขาเป็ห่วงเพื่อนมากแค่ไหน และค่าตอบแทนของการเป็ห่วงเพื่อนถ้าเขาจำไม่ผิดจะเป็ฝ่าพระบาทงามๆของโนอาห์ที่ถีบโครมจนชายตัวเล็กลงไปกลิ้งหลุนๆกับพื้นทำหน้าเหลอหลาเสียเต็มประดาว่าตัวเองทำอะไรผิด
เอาเถอะ ถ้ามันไม่อยากบอกก็ไม่เป็ไร
“นายเองก็เถอะ ระวังไว้ให้ดี ได้ข่าวว่าผู้หญิงในชั้นปีเรานี่เนื้อหอมใช่เล่น แถมดูท่าแม่หนูองเมียวนั้นจะมากกว่าใครเพื่อนเลยนะรู้หรือเปล่า” ไรอันยิ้มกระหย่องอย่างยินดีเมื่อเห็นว่าคำยุของเขาได้ผล ชายหนุ่มผมดำหันขวับมามองเขาชั่วครู่ก่อนก่อนจะกลั้วหัวเราะเบาๆ
“ของมันแน่อยู่แล้วสิ ในบรรดาสาวๆทั้ง 5 คนเนี้ย มีแค่เลฟิเอ้กับซายากะเท่านั้นที่จัดได้ว่าใช้ได้ อีกอย่างคงไม่มีใครบ้าถึงขนาดลงทุนไปจีบเ้าหญิงของเราอยู่แล้ว เพราะงั้นหวยก็เลยตกมาอยู่กับซายากะน่ะสิ คุยด้วยไม่น่าเบื่อดี” โนอาห์ชักสีหน้าเครียดเมื่อพบว่าตนเผลอพูดอะไรออกไป เม้มปากแน่นหันหน้าไปฉาบปูนทำเหมือนกับว่าเื่เมื่อกี้เป็เพียงแค่ภาพลวงตาจากแสงอาทิตย์
“เหวยๆ นี่ขนาดไม่มีอะไรไมนะ แล้วทำไม...” ไม่ทันที่ไรอันจะได้พูดเย้าจนจบประโยค หัวของเขาก็ก้มลงไปจุ่มกับถังปูนที่วางอยู่ใกล้ๆโดยมีคนร้ายคือโนอาห์ที่ตีหน้าเฉยเมยก่อนจะะโไปรอบด้วยสีหน้าแตกตื่นผิดกับเมื่อซักครู่ลิบลับ
“ช่วยด้วยๆ!! มีคนเป็ลมแดด เรียกหน่วยพยาบาลมาเร็วเข้า!!”
โทษฉันไม่ได้นะไรอัน นายรนหาที่เอง
โนอาห์ยิ้มกระหย่องอย่างยินดีเดินดูโน่นดูนี้ในโรงเรียนที่วุ่นวายกว่าปกติเพราะงานบูรณะครั้งใหญ่ หลังจากอาศัยความชุลมุนจากเหตุการณ์’เด็กนักเรียนเกือบสำลักปูนเหลวตาย’ปลีกตัวออกมาเดินเล่นได้ซักพัก ซึ่งก็น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อยกับภาพที่เขาได้เห็นระหว่างทาง
พอไม่ใช้เวทมนตร์อะไรๆก็ดันกลายเป็เื่ยุ่งยาก
แต่มันก็แสดงให้เห็นถึงอีกมุมของใครต่อใครที่ไม่อาจมีวันได้เห็น
ภาพของประธานหอทั้ง 4 ที่เขาจำได้ดีโดยเฉพาะฮาร์ท ไรเซ็นที่ลงทุนมาทำงานภาคสนามด้วยตัวเอง ถึงแม้งานกรรมกรแบกหามจะไม่ค่อยเหมาะกับใบหน้าหล่อๆนั้นเท่าไหร่ก็ตาม แต่ถึงกระนั้นชายผู้นี้ก็ยังหัวเราะร่วนไปทำงานไปได้พร้อมกัน สร้างเสียงหัวเราะให้กับนักเรียนคนอื่นที่ทำงานอยู่กลุ่มเดียวกันกับเขาเช่นกัน
ถัดมาเป็ประธานหอเก็นบุ วาเนสซ่า เรเชล หญิงสาวที่ยังไงเขาก็นึกภาพไม่ออกว่าจะลงทำงานมาแบบนี้ได้ยังไง ซึ่งก็เป็เช่นนั้น เหมือนเ้าอาจารย์ใหญ่เมอร์ลินอะไรนี้จะลำเอียงไม่ใช่เล่น หรือจะเรียกใช้งานตามแต่สมควรดี ในเมื่อผู้ชายทำงานภาคสนามที่ออกแรงเยอะๆ ผู้หญิงเองก็ได้งานที่เบาน้อยกว่ามาก บ้างก็ไปจัดข้าวเครื่องใช้ บ้างก็อยู่ที่หน่วยเบิกอุปกรณ์ และสุดท้ายคือคนแจกจ่ายอาหาร
ไม่นึกไม่ฝันว่าจะได้เห็นหญิงงามกำลังส่งข้าวกล่องที่บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในโรงอาหารทั้ง 4 พร้อมใจกันทำอย่างสุดฝีมือเพื่อนักเรียนที่น่ารักทั้งหลาย และนี้เองอาจจะเป็เหตุผลที่ทำให้บูธอาหารบริเวณหอเก็นบุมีนักเรียนชายมากระจายกำลังทำงานกันมากกว่าปกติ ถึงแม้คุณเธอจะไม่เคยส่งยิ้มให้ใครแม้ซักครั้งเลยก็เถอะ แต่ดูเหมือนว่าแค่นี้ก็เพียงพอที่จะดึงดูดแรงงานจำนวนให้ไหลมาทำงานที่นี่ได้ไม่ว่าจะเพราะจำใจมาหรือโดดมาจากที่อื่นก็ตาม
หรือนี่จะเป็แผนของประธานหอเก็นบุ
ขณะอีกสองคนนั้นเขาเองก็พึ่งได้เห็นชัดๆเป็ครั้งแรกหลังจากอาศัยคำให้การของนิกซ์ที่ทำงานอยู่แถวๆนั้น โดยบอกปัดไปว่ามาเบิกอุปกรณ์กันเพื่อนตัวเล็กตีความไปว่าความจริงแล้วเขานี้แหละโดดงานมา ประธานหอเบียคะโกะชื่อว่า อาเซียร์ ไอเซ็นโทว์ ชื่อฟังดูยากแต่เ้าของชื่อกลับดูอบอุ่นอย่างน่าประหลาด ชายหนุ่มผมสีทอง แววตาสีน้ำตาล ผิวสีคล้ำ ที่ถึงแม้จากการสังเกตมักทำหน้านิ่งๆ แต่ด้วยประสบการณ์ของเขาบอกเลยว่าชายคนนี้เป็ผู้ชายที่มีมนุษย์สัมพันธ์คนหนึ่ง
ประธานหัวเซย์ริวที่บังเอิญรับหน้าที่เป็หัวหน้าฝ่ายพลาธิการรับฝากเื่ปากท้องแบกหามเสบียงไปมาอยู่แถวนั้นมีชื่อว่า เร็น พิคมี่ ชายรูปร่างผอมบาง ผมสีดำยาวถึงกลางหลังจนเขานึกว่าผู้หญิง แต่นัยต์สีดำคมกริบนั้นกลับทำให้สัญชาติญาณของเขาบอกได้เลยว่าไม่ธรรมดา อันที่จริงก็ไม่ธรรมดาั้แ่ใส่ผ้าพันคอปิดถึงปากในขณะที่แดดยังส่องเปรี้ยงๆอยู่อย่างนี้ก็เถอะ
สรุปแล้วโรงเรียนนี้มีแต่คนไม่ปกติ
ชายหนุ่มคิดอย่างระเหี่ยใจในขณะที่เดินแวะนู่นนี้นั้นไปเรื่อย ระหว่างทางเจอคนรู้ก็แวะทักทายบ้างตามประสา ถึงแม้บางคนจะถามมาบ้างก็เถอะว่าทำไมถึงมาโผล่ที่นี้ได้ เขาเลยขยับรอยยิ้มแพรวพราวตอบไปว่า
‘มันเคยมีใครเอาฉันอยู่ที่ไหน’
แต่ตอนนี้แม้ว่าเขาจะเจอเพื่อนผู้ชายแทบทุกคน และเพื่อนผู้หญิงบางคนอย่างเซเรน่าที่เขาต้องหลบหลีกเป็พัลวันไม่ให้เ้าหล่อนหาตัวเจอเขาเจอไม่งั้นเถียงกันสามชาติสี่ชาติก็คงจะไม่จบ กับเฟียน่าที่ยังคงความเงียบไว้ได้เหมือนเคย เลยตัดสินใจจะกลับไปขอโทษไรอันโดยแลกกับข้อมูลเด็ดๆตามที่ตนไปเจอมาวันนี้ให้ ซึ่งในตอนนี้เองแววตาของเขาก็ไปสะดุดกับอะไรบางอย่าง
ดูท่าข่าวของไรอันจะเป็เื่จริง
ภาพที่เขาเห็นเป็กลุ่มผู้ชายหลายคนกำลังยืนล้อมซายากะคุยกันอย่างออกรสออกชาติ ชายหนุ่มคิดในใจว่าหญิงสาวคงจะหาโอกาสปลีกตัวไปจากชายหนุ่มกลุ่มนี้อยู่ ถึงจะดูแปลกๆไปหน่อยตรงที่ว่าทำไมตอนนี้ถึงไม่มียูกิคอยประกบคู่นายหญิงที่สาวเ้าห่วงนักห่วงหนา ปล่อยให้กลายเป็พืชกินแมลงที่คอยดักกินแมลงตัวน้อยๆแบบนี้อยู่ได้
ในขณะที่โนอาห์กำลังอมยิ้มคิดในใจว่าจะเข้าไปช่วยพวกผู้ชายเ่าั้ดีหรือไม่ เสียงใสๆของซายากะก็ดังขึ้นเมื่อมองเห็นเขายืนเด่นเป็สง่าอยู่แถวๆนั้น
“อ๊ะ! นั้นคุณโนอาห์ไม่ใช่เหรอคะ ขอโทษด้วยนะคะพอดีเพื่อนฉันมาเรียกแล้วน่ะ ไว้วันหวังค่อยคุยกันใหม่นะ” หญิงสาวก้มหัวให้กับผู้ชายที่ยืนล้อมตัวเธออยู่ที่ตอนนี้มองมาที่เขาตาเป็มัน ไม่วายที่โนอาห์จะมองไปข้างหลังว่ายังมีใครพอให้โบ้ยได้หรือเปล่า
วินาทีนั้นเองร่างกายเขาก็กลับมารู้สึกตัวอีกครั้ง
รู้สึกตัวว่าไม่ควรเดินมาแถวนี้เลย
“ยืนนิ่งทำไมล่ะค่ะ ไปกันเถอะ” ซายากะยิ้มแฉ่งขณะที่กอดแขนโนอาห์แน่น แน่นจนอดคิดไม่ได้ว่าแม่สาวน้อยคนนี้ไปฝึกวิชามือตุ๊กแกมาจากไหน ก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนเมื่อถูกเอามาใช้เป็เครื่องมือเ้าหล่อนในการฝ่าจากวงล้อมแบบนี้พลางเดินออกไปจากบริเวณนั้นช้าๆพร้อมกับซายากะที่กอดแขนเขาอยู่
อดนึกขอโทษพวกผู้ชายที่ยืนอิจฉาตาร้อนเขาอยู่ไม่ได้
หวังว่าตัวเขาเองจะไม่ถูกดักตีหัวั้แ่อยู่ปีหนึ่งหรอกนะ
“จะปล่อยได้หรือยังฮื้ม?” โนอาห์เลิกคิ้วถามหลังจากเดินออกมาได้ซักระยะนึงแล้ว อีกทั้งหญิงสาวที่เกาะอยู่ยังฮัมเพลงไปเรื่อยๆไม่รู้ทุกข์รู้ร้อนใดๆกับสายตาที่จับจ้องมาที่พวกเขาทั้งคู่เป็ทางเดียว
นี่ถ้าเพื่อนๆมาเจอคงสนุกพิลึก
“ขืนปล่อยคุณโนอาห์หนีฉันไปอีกน่ะสิคะ ไม่เอาด้วยหรอก ถึงตอนนั้นก็ต้องมารับมือกับพวกผู้ชายคนอื่นอีก น่าเบื่อแย่เลยล่ะค่ะ” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานเจื้อยแจ้วจ้องแต่ยังไม่หันหน้ามามองเขา
“งั้นหมายความว่าอยู่กับเฉยแล้วไม่เบื่องั้นสิ” ชายหนุ่มแซวเล่นไปงั้น แต่ปฏิกิริยาที่ได้กลับน่าสนใจไม่หยอก เธอเบนหน้าหันไปอีกทางจนเขาเองก็ไม่รู้ว่าตอนนี้ฝ่ายหญิงมีสีหน้าอย่างไรก่อนจะพึมพำเบาๆ
“ก...ก็แค่หลักประกันเท่านั้นแหละค่ะ” ประโยคที่ถึงกับทำให้คนที่ทำตัวเหมือนคนฉลาดต้องขมวดคิ้ว ผู้หญิงยังชอบทำอะไรที่เขาไม่ค่อยใจอยู่ตลอด
แต่ก็น่ารักดี
“จะว่าไปยูกิไปไหนซะล่ะ ปกติเห็นตัวติดกันเป็ตังเมเลยนี่นา” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถามประเด็นอื่นเผื่อจะช่วยให้บทสนทนาคลายความอึดอัดขึ้นได้บ้าง ซึ่งดูท่าจะได้ผลเป็อย่างดี
“หนีมาล่ะค่ะ!” ซายากะยิ้มอย่างภูมิใจหันหน้ากลับมาจ้องเขาตรงๆ
“หนีเหรอ...แบบนี้ทางนั้นไม่เป็ห่วงแย่เลยหรือไง?” โนอาห์ยิ้มเจื่อนๆตอบกลับ
“ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ เพราะฉันเองก็ทิ้งจดหมายบอกไว้แล้วว่าจะหนีมา อ้อ! แอบอ้างชื่อคุณโนอาห์ไปในจดหมายนั้นด้วยนะคะ เผื่อที่ว่าฝ่ายนั้นจะได้ไม่ต้องออกตามหา ซึ่งก็ดูท่าจะไปได้สวย ติดที่ว่าจะเดินไปไหนมาไหนก็ไม่เห็นจะสะดวกเหมือนแต่ก่อนเลย...” สาวเ้าบ่นเสียงหงุงหงิงพอได้ยินกันสองคน ประโยคที่ถึงกับทำให้เข่าเขาแทบทรุด กลับหอไปคงต้องระวังตัวสุดชีวิตป้องกันไว้ก่อนว่าจะมีคมดาบมาบั่นคอเขาทันทีที่เข้าหอหรือไม่
“สมกับเป็เธอจริงๆเลยนะ แต่ในเมื่อกลับมาเป็คนเดิมได้แบบนี้แล้ว แสดงว่าเื่เมื่อคืนนั้นไม่ได้ติดใจเอาความอะไรแล้วใช่ไหม ก็อย่างที่ฉันบอกไปนั้นแหละ พอดีเธออยู่ใกล้มือฉันที่สุด...แล้วหลังจากนั้นก็เลยเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นนิดหน่อย ่นี้ก็เลยออกจะมีข่าวลือแปลกๆใช่ไหมล่ะ” โนอาห์แย้มรอยยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง เพราะคิดว่าข่าวลือหนาหู่นี้อาจจะทำให้หญิงสาวลำบากใจ ถึงแม้ว่าตัวปล่อยข่าวรายแรกๆจะเป็อารันที่ปั้นหน้ายิ้มว่าไม่รู้เห็นอะไรด้วยก็เถอะ
“ทำไมถึงคิดว่าเป็แบบนั้นล่ะคะ?” ซายากะถาม
“ก็แหม ตอนนั้นที่กอดกันเธอเองเอาแต่ก้มหน้านี้นา มาวันนี้เห็นกอดแขนฉันซะแน่นเชียว เลยคิดว่าน่าจะหายแล้วอะไรประมาณนี้ล่ะมั้ง” ชายหนุ่มยกเื่เมื่อคืนมาอ้างได้อย่างหน้าตาเฉย จนหญิงสาวคู่กรณีเผลอปล่อยมือที่กอดแขนเขาไว้หลวมๆ ดวงหน้าหวานขึ้นสีอย่างน่ารัก
“อ๊ะ จะว่าไปฉันมีคำถามมาถามคุณโนอาห์หนึ่งข้อแหละค่ะ เกี่ยวกับเื่เมื่อวาน” ซายากะทำหน้าเหมือนพึ่งนึกอะไรได้กลบเกลื่อนเื่เมื่อกี้ไปจนสิ้น โนอาห์ได้ยินดังนั้นเลิกคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อผู้หญิงคนนี้จะมาไม้ไหนกันแน่เลยเผลอตอบกลับไปอย่างไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนยืนอยู่ในสถานที่เปลี่ยวค่อนข้างลับตา
“ว่ามาสิ ถ้าฉันตอบได้จะตอบให้” โนอาห์ขยับรอยยิ้มบางแต่ดวงตาเริ่มสังเกตได้ว่าแถวนี้ไม่มีใครซักคนอยู่เลย จนคิ้วเริ่มขมวดนิดๆด้วยความสงสัย
“คุณเป็ใครกันแน่คะ?”