ในส่วนลึกของสระวิญญาณมีเพียงผู้มีความสามารถสูงมากเท่านั้นจึงจะเข้ามาได้ สองหนุ่มสาวต่างเปลือยกายจ้องมองหน้ากันและกัน
“มันเป็นความเข้าใจผิดข้าขอโทษ ข้าหลงทางเข้ามาโดยไม่ได้ตั้งใจ”
จางเฉินพยายามอธิบายแล้วหันหลังจะเดินจากไปแต่หญิงสาวเรียกกระบี่ออกมาจากวงแหวนมิติ แล้วพุ่งเข้าหาจางเฉินทันที
บูมมม
น้ำสาดกระเซ็นปราณกระบี่พุ่งเข้าหาจางเฉินหมายปลิดชีวิต จางเฉินรีบดำน้ำแล้วว่ายน้ำหลบหนีอย่างรวดเร็วหญิงสาวกรีดร้องอย่างไม่พอใจ อาการเจ็บปวดจากสระวิญญาณก็มากเกินจะรับไหวอยู่แล้วการใช้วรยุทธในน้ำยิ่งทำให้เกิดภาระต่อร่างกายหนักมากไม่อาจจะติดตามเพื่อฆ่าจางเฉินได้
“อย่าให้ข้าได้เจอเจ้าอีกครั้งหน้าเจ้าตายแน่” หญิงสาวพยายามตะโกนจนสุดเสียง
จางเฉินหลบหนีออกมาไกลแล้วแต่ก็ยังได้ยินเสียงของหญิงสาวอยู่เขายังพอจำเส้นทางที่ผ่านมาได้ในช่วงที่เก็บหินวิญญาณปฐพีใต้สระวิญญาณใช้สภาพแวดล้อมใต้สระเป็นตัวบอกทิศทางแต่เขายังไม่แน่ใจมากนักว่ามันอยู่เขตผู้หญิงหรือผู้ชายแต่เป้าหมายคือจุดที่เขาเก็บหินวิญญาณก้อนแรกสุด
“ภาพติดตามากข้าไม่อาจรวบรวมสมาธิได้เลย”
จางเฉินตั้งใจจะผ่านขั่นหลอมรวมลมปราณแต่เขารู้สึกว่าไม่สามารถสงบจิตใจได้ต้องพยายามนั่งสมาธิอยู่นานมากเพื่อให้เข้าสู่รัฐสมาธิ
หลังจากขั้นกลั่นร่างกายเพื่อสร้างพื้นฐานแล้วสะสมปราณสู่ตันเถียนเป็นลักษณะของก๊าซเข้าสู่ลมปราณก่อเกิดสร้างกระแสพายุหมุนวนในตันเถียนเพื่อเปลี่ยนก๊าซให้ควบแน่นเป็นน้ำเกิดเป็นบ่อน้ำหลอมรวมลมปราณคือการรวมพายุกับบ่อน้ำเพื่อให้เป็นน้ำพุปราณ ขั้นนักรบคือการรวมน้ำพุเป็นสายน้ำธาราปราณขั้นราชาเปลี่ยนสายน้ำเป็นทะเลปราณ ขั้นเซียนคือการเปลี่ยนปราณแต่เดิมเป็นปราณเซียนขั้นจักรพรรดินั้นคือจุดสิ้นสุด
จางเฉินรวบรวมพลังในตันเถียนเพื่อควบรวมพายุกับบ่อน้ำปราณ ภายใต้การควบคุมด้วยพลังวิญญาณการดูดซับพลังสวรรค์และโลก รวมถึงของเหลวในสระวิญญาณผ่านเส้นลมปราณทั้งสิบสองเส้นชีพจร 54 จุด จางเฉินกระตุ้นให้เกิดการควบรวมอย่างต่อเนื่องกระบวนการนี้สร้างความเจ็บปวดเป็นอย่างมากเหมือนเป็นการขุดเจาะน้ำบาดาลในตันเถียนส่วนที่ยังเป็นก๊าซอยู่ก็ยังคงหมุนวนไปทั่วตันเถียนในสภาวะของความโกลาหล
ในเวลานี้เป็นช่วงสำคัญมากหากไม่สำเร็จก็จะได้รับบาดเจ็บเส้นลมปราณทั้งหมดและอาจถึงตายได้ปกติแล้วจะต้องเก็บตัวฝึกยุทธในที่เงียบสงบสำหรับผู้ฝึกทั่วไปแต่จางเฉินด้วยต้องการเข้าสู่ระดับเซียนในอนาคตต้องการปริมาณและคุณภาพในระดับสูงจางเฉินจึงต้องรับกับความเสี่ยง
จางเฉินไม่ได้กังวลมากนักเขาสงบนิ่งเข้าสู่รัฐสมาธิอย่างสงบความสามารถในการควบคุมของจางเฉินแข็งแกร่งพอที่จะรับผิดชอบในเรื่องของการพัฒนาเพียงใช้เวลาและค่อยเป็นค่อยไป
บ่อน้ำปราณแต่เดิมเริ่มมีการขยายตัวใหญ่ขึ้น กระแสน้ำในบ่อมีการหมุนวนเจาะลึกลงไปเพื่อให้เกิดเป็นตาน้ำพุจากบ่อเล็กๆ หลายเป็นบ่อขนาดใหญ่การดูดซับพลังสวรรค์และโลกเป็นไปอย่างต่อเนื่องเกิดเป็นอากาศหมุนวน วังน้ำวนรอบตัวจางเฉิน
“ปัง”
จางเฉินทะลุผ่านหลอมรวมลมปราณแล้วคายเลือดสีดำออกมา รู้สึกเหมือนร่างกายจะแตกสลายเส้นลมปราณมีความเสียหาย ร่างกายมีบาดแผลปริแตกจำนวนมากจางเฉินเดินลมปราณไร้ลักษณ์ไปตามเส้นลมปราณเพื่อซ่อมแซมเส้นลมปราณและร่างกายของตนเอง
“เหลือผู้เข้าร่วมอีกเพียง2 คน นี่ก็ผ่านมาเกือบสองวันแล้ว คนอื่นๆ อยู่กันไม่ถึงครึ่งวันพวกนั้นตายแล้วหรือเปล่า”ชายชราผู้ดูแลพูดคุยกับผู้ร่วมงาน เพราะเขาเริ่มรู้สึกเบื่อ
“ไม่ ถ้าคนออกมาหมดแล้วอาเรย์จะปิดตัวแล้วเราจะเอาป้ายหยกออกมาได้ ทั้งสองคนยังไม่ตาย”
“คนหนึ่งเป็นเด็กระดับก่อเกิดซึ่งควรจะเป็นคนแรกที่ออกจากสระวิญญาณ ส่วนอีกคนเจ้าหญิงหิมะเย็นชาใช่ไหม”
“จากที่สอบถามคนที่เข้าร่วมทั้งหมดก็ใช่แล้วละข้าไม่เข้าใจจริงๆ ลมปราณก่อเกิดอยู่ในนั้นถึงสองวันได้ยังไงนี่คือการทำลายสถิติเดิมที่มากสุดคือ 1 วัน ส่วนเจ้าหญิงหิมะเย็นชานั้นข้าไม่แปลกใจเลยนางเป็นอัจฉริยะในรอบหลายร้อยปีของอาณาจักรเจี่ยซุน ที่ได้ฉายาแบบนี้เพราะความสวยงามเหมือนราชินีหิมะรวมเข้ากับนิสัยที่ไม่สนใจใครผู้ชายที่ได้คุยกับเจ้าหญิงนั้นน่าจะมีแต่ราชากับอาจารย์”
“ตอนแรกข้าคิดว่าอาณาจักรหลิงวูข้าคืออันดับหนึ่งเรื่องนี้ข้าต้องรีบรายงานหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ การประลองอัจฉริยะ 4อาณาจักรในหนึ่งปีข้างหน้า ข้าว่ามีโอกาสที่อาณาจักรหลิงวูจะเสียตำแหน่ง”
“ส่งนักฆ่าไปทำงานสินะ”ชายชราอีกคนคิ้วขมวด มันเพียงลองทดสอบดูปฏิกิริยาของอีกฝ่ายมันย่อมไม่สนใจจางเฉินแต่องค์หญิงน้ำแข็งเย็นชาเป็นองค์หญิงอาณาจักรของมันเอง
“ไม่ ไม่แค่เพียงให้ฝึกกันให้มากขึ้น”ชายชรารู้แล้วว่าตัวเองผิดปกติอย่างมากและแอบมีเจตน่าฆ่าออกมาเล็กน้อย
“เอาละนั่นออกมากแล้ว”
องค์หญิงหิมะเย็นชา แต่งตัวตัวด้วยชุดขาวรวมกับสีผิวที่ขาวราวหินมะการก้าวเดินมานั้นเหมือนกับนางฟ้าออกมาจากสวรรค์แต่ใบหน้านั้นมีความบึ้งตึงอยู่เล็กน้อยนางมองซ้ายมองขวาเพื่อหาจางเฉินแต่ไม่พบจึงได้ออกจากถ้ำเพื่อไปค่ายทหารของอาณาจักรเจี่ยซุน
“ข้าจะตามฆ่าเจ้าไม่ว่าจะหดหัวหลบหนีไปที่ไหนก็ตาม”
การต่อสู้ในอาณาเขตสระวิญญาณนั้นย่อมผิดกฎของสี่ประเทศนางทำได้เพียงกลับไปที่ค่ายเพื่อให้ทหารทั้งหมดตามสืบข่าวเกี่ยวกับจางเฉิน
สองชั่วยามต่อมาจางเฉินก็ออกจากสระวิญญาณ ประตูทางเข้าก็ปิดลง
“ระดับหลอมรวมลมปราณขั่น 1เด็กนี่เข้าไปนอนเล่นหรือยังไง ส่วนใหญ่แล้วทุกคนพัฒนาไปสองถึงสามขั่น”จากเดิมชายชราสนใจเกี่ยวกับอัจฉริยะคนนี้มากแต่หลังจากเห็นจางเฉินออกมาแล้วก็ไม่รู้สึกอะไรอีก ตอนแรกมันคิดว่าจะต้องส่งนักฆ่าเพื่อไม่ให้เติบโตเป็นหนามด้วยช้ำ
“เอาละทุกคนต่างแยกย้ายกลับค่ายทหารของอาณาจักรตนเอง อีก 1 ปีเจอกันที่งานประลอง”
หลายคนที่ยังนั้งสมาธิฝึกฝนอยู่ต่างก็เดินออกจากถ้ำมันน่าเสียดายมากเพราะที่นี้เหมาะกับการฝึกฝนมากกว่าภายนอกหลายเท่า
จางเฉินมองหาเจ้าหญิงหิมะเย็นชาหนึ่งคือกลัว สองรู้สึกแปลกนิดหน่อยเหมือนจะมีอะไรในใจ แต่ก็ไม่พบจึงกลับค่ายทหารของอาณาจักรจินฟู่
ในตอนเช้าทุกคนก็เดินทางกลับสู่อาณาจักรของตนเอง
“ข้าไปอยู่บ้านพักกับเจ้าได้ไหม”
หลังจากกลับมาที่ห้องโถงพระราชวังต้วนเฉินด้วยความรู้สึกซาบซึ้งต่อน้ำใจที่จางเฉินทะลวงชีพจรให้ ทำให้สามารถเข้าไปในสระวิญญาณได้ลึกมากกว่าเดิมถ้าไม่มีจางเฉินมันคงหยุดเพียงตรงที่เจอจางเฉินเท่านั้น แล้วจางเฉินก็ดูมีความลึกลับน่าสนใจเป็นที่สุด
“ห้องพักเต็มนะทั้ง 5ห้องเลย”
“ข้าอยู่ห้องเดียวกับเจ้าก็ได้หรือห้องกับคนอื่นๆ ข้าอยู่ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากแทบไม่มีสมบัติอะไรติดตัวให้ไปวางเกะกะรำคาญ เพียงเสื้อผ้าสองสามชิ้น”
หลังจากร่ำลากันแล้วทุกคนก็เดินทางกลับที่พักของตนเองจางเฉินกับต้วนเฉินก็ขึ้นรถม้าด้วยกันเพื่อกลับที่พัก
“มู่หยงเลี่ยนเราแทบไม่มีโอกาสได้สั่งสอนมันเลย เจ้าจางเฉินนี่หยิ่งมาก”
“ปล่อยไปก่อนตอนนี้พวกเราไปคุยกับคนในตระกูลเรื่องที่มันเข้าสระวิญญาณนานถึงสองวันคนในตระกูลน่าจะสนใจมากมีแต่ความตายเท่านั้นสำหรับพวกมัน”มู่หยงเลี่ยนและพรรคพวกต่างมองรถม้าจางเฉินที่จากไปไกลด้วยเจตนาฆ่า