เมื่อทั้งสามกลับมาถึงบ้านก็เห็นว่ามารดาของพวกตนยังคงนั่งปักผ้าอยู่ตรงแคร่ไม้ไผ่หน้าบ้านเฉกเช่นขาไป พื้นที่รอบบ้านของบ้านตระกูลหลี่นั้นค่อนข้างกว้างขวางอยู่พอสมควร แตกต่างจากตัวบ้านที่มีขนาดเล็กนิดเดียว
หลี่ลู่ชิงรีบวิ่งเข้าไปหามารดาแล้วรีบอวดของที่หามาได้ที่สะพายอยู่ด้านหลังของนาง
"ท่านแม่ พวกเราได้เห็ดกับผักมาเต็มเลยเ้าค่ะ"
นางหลี่เงยหน้าขึ้นจากงานเย็บปักภายในมือยืดตัวขึ้นคลายความปวดเมื่อยจากการที่ต้องนั่งทำงานเป็เวลานาน ได้ยินเสียงของบุตรสาวคนเล็กดังเจื้อยแจ้วมาแต่ไกล
"ไหนมาให้แม่ดูซิว่าได้อะไรมาบ้าง"
นางหลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน พร้อมกับสังเกตุบุตรของตนเองทีละคนๆว่าไม่มีใครได้รับาเ็ตรงไหน จึงวางใจลงได้และเริ่มสำรวจของป่าที่ลูกๆของนางแบกกลับมา
ลูกชายคนโตแบกฟืนกลับมาจนแทบมองไม่เห็นศีรษะ มีทั้งที่อยู่ในตะกร้าและมัดฟืนกองใหญ่ที่ใช้เถาวัลย์มัดเป็เชือกเส้นยาวสะพายกลับมาด้วย ้นางหลี่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกเวทนาบุตรชายของตนอยู่ในใจ บุตรชายของนางอายุเพียงสิบสามปีเท่านั้นกลับต้องมาแบกรับความลำบากเหล่านี้แทนที่จะได้เรียนหนังสือเฉกเช่นบุตรชายของบ้านอื่น
นางอดที่จะตำหนิตนเองอยู่ภายในใจไม่ได้เมื่อมองไปที่ร่างกายผอมแห้งของบุตรชายบุตรสาวของตนเอง หากนางมีความสามารถมากกว่านี้ ลูกๆของนางคงไม่ต้องลำบากลำบนกินอยู่อย่างอดๆอยากๆเช่นในเวลานี้
มองไปที่ตะกร้าของหลี่ลู่เอินกับหลี่ลู่ชิงแล้วในนั้นมีทั้งเห็ดทั้งผักป่า อีกทั้งยังได้หน่อไม้มาเยอะแยะ ที่ตระกล้าของหลี่ลู่ชิงยังมีปูตัวโตมากกว่าสิบตัว นางถึงกับแปลกใจว่าเด็กๆไปจับปูพวกนี้มาได้อย่างไร แต่ก็ได้แต่สงสัยไม่ได้ถามอะไรให้มากความ
"ท่านแม่พวกเราหิวแล้ว มีอะไรให้กินหรือไม่"
เป็น้องคนเล็กของบ้านอีกเช่นเคยที่ถามออกไปด้วยความใสซื่อ
"แม่ทำข้าวต้มเอาไว้ รอพวกเ้ากลับมากินตั้งนานแล้ว ป่านนี้คงเย็นชืดหมดแล้ว"
นางหลี่กล่าวเสียงเบา รู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถทำให้ลูกๆกินของดีๆกว่านี้ได้เลย
หลี่ลู่เอินถึงกับทำหน้าตาเหยเกเมื่อได้ยินคำว่าข้าวต้ม ั้แ่มาถึงที่นี่นางได้กินข้าวต้มเกือบจะทุกวันก็ว่าได้ ในชาติก่อนนั้นล้วนได้กินแต่อาหารเลิศรสทั้งสิ้น
ไม่ได้ๆ นางต้องปฏิวัติเมนูอาหารของบ้านนี้ใหม่ซักหน่อยแล้ว ก่อนที่นางจะสำรอกออกมาเป็ข้าวต้มไปซะก่อน
"ท่านแม่ๆ ข้าว่าเย็นนี้เรามาเปลี่ยนเมนูอาหารดีหรือไม่ ประเดี๋ยวข้าจะแสดงฝีมือให้ทุกคนได้ลิ้มลองเอง"
โชคดีที่หลี่ลู่เอินคนเก่านั้นชื่นชอบการทำอาหารอยู่แล้ว ทุกคนจึงไม่ได้แปลกใจที่นางอยากจะทำอาหารออกมาให้ทุกคนได้กินในวันนี้
เมื่อก่อนนางก็เคยทำอะไรแปลกๆมาให้ทุกคนชิมอยู่เป็ประจำ เพียงแต่อาหารที่นางทำล้วนแต่เป็ของป่าที่หาได้จากบนูเาที่เป็เพียงอาหารพื้นๆเท่านั้นเอง นางหลี่จึงไม่ได้ขัดข้องตราบใดที่บุตรสาวไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับคนในครอบครัว
"พี่ใหญ่ ท่านไปจุดไฟเร็วเข้า เดี๋ยวเสี่ยวชิงจะทนหิวไม่ไหวเป็ลมไปซะก่อน "
เมื่อกล่าวหยอกล้อน้องสาวเสร็จ ไม่รอฟังคำตอบ นางรีบนำตระกร้าเดินไปในส่วนของครัวที่ถูกสร้างขึ้นอย่างลวกๆ ที่เป็เพียงเพิงไม้หลังคามุงด้วยใบจากที่ต่อเติมออกมาจากตัวบ้านอีกทอดหนึ่ง
หลี่ลู่เสียนเองก็เช่นเดียวกัน เขาเดินตามน้องสาวเข้าไปในครัว และจุดไฟบนเตาที่เป็เพียงการนำก้อนหินเรียบๆขนาดเท่าศีรษะเด็กสามก้อนวางไปที่มุมต่างๆใช้แทนเตาไฟ
หลี่ลู่เอินเมื่อได้เห็นสภาพครัวด้วยตาของตนเองถึงแม้จะรับรู้จากความทรงจำของร่างเดิมแล้วว่าความเป็อยู่ของที่บ้านนั้นเป็เช่นไร แต่ก็ไม่เหมือนกับการได้เห็นได้ััด้วยตาของตนเอง นางเกิดความรู้สึกรับไม่ได้ นี่ก็เป็อีกสิ่งหนึ่งที่นางจะต้องรีบปฏิวัติอีกเช่นกัน
ข้าวของเครื่องใช้ภายในครัวนั้นมีไม่กี่อย่าง มีโต๊ะทรงสูงขนาดหน้าอกของหลี่ลู่เอินเอาไว้วางถ้วยชามและอุปกรณ์สำหรับทำกับข้าวนางหยิบเห็ดกับผักป่าที่อยู่ในตระกร้าออกมาล้างด้วยน้ำสะอาด จากนั้นนำมันมาหั่นเป็ชิ้นเล็กๆพอดีคำ นางนำพริกกระเทียมทีี่ถูกตากแห้งเอาไว้ออกมาทุบจนละเอียด เมื่อมองไปทางเครื่องปรุงรสกลับพบเพียงเกลือที่เหลือเพียงเล็กน้อยน้ำปรุงรสน้ำมันอะไรเทือกนั้นล้วนไม่ต้องถามถึง
หลี่ลู่เอินวางกระทะลงบนเตาไฟ จากนั้นใช้น้ำเติมลงไปเพียงเล็กน้อยแทนน้ำมันผัดพริกกับกระเทียมจนเกิดกลิ่นหอมแล้วจึงนำเห็ดกับผักตามลงไปผัดจนเห็ดกับผักสุกแล้วจึงใส่เกลือลงไปเพียงเล็กน้อยผัดอีกชั่วครู่ก็เป็อันแล้วเสร็จ จึงตักใส่จานวางเอาไว้บนโต๊ะ
หลี่ลู่เอินหันมาจัดการกับปูที่จับมาจำนวนสิบกว่าตัว เครื่องปรุงรสที่มีเพียงเกลือนั้นจะสามารถทำอาหารออกมาให้อร่อยได้อย่างไร นางจึงเอาปูทั้งหมดนั้นไปเผาไฟแทน ปูที่ถูกย่างบนถ่านร้อนๆส่งกลิ่นหอมอันเป็เอกลักษณ์ออกมา ชวนให้น้ำย่อยในกระเพาะทำงานอย่างหนักเสียงท้องของสมาชิกทุกคนในบ้านส่งเสียงคำรามออกมาแสดงถึงความอยากอาหาร
รสชาติของปูนั้นมีรสหวามมันอร่อยอยู่ในตัวของมันเองอยู่แล้ว จะขาดก็แต่น้ำจิ้มแต่ไม่เป็ไรถึงไม่มีน้ำจิ้มกับข้าวมื้อนี้ก็ถือว่าดูดีกว่ามื้ออื่นๆเป็ไหนๆ นางนำปูบางส่วนมาแกะเอาแต่เนื้อปูใส่ลงไปบนหม้อข้าวต้มของนางหลี่แล้วนำมาอุ่นให้ร้อนอีกที จากข้าวต้มธรรมดาๆก็ได้กลายเป็ข้าวต้มปูที่ส่งกลิ่นหอมน่ากินออกมาแล้ว จากนั้นตักแบ่งใส่ชามสี่ใบสำหรับทุกคน เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น จึงบอกให้เสี่ยวชิงช่วยนางยกออกไป
หลี่ลู่ชิงที่ถูกกลิ่นหอมของปูเชิญชวนนั้นได้เข้ามาสังเกตุการณ์ที่ครัวอยู่นานแล้ว จึงรีบกุลีกุจอช่วยพี่สาวด้วนความรวดเร็ว
"เรียบร้อยแล้ว เสี่ยวชิงมาช่วยพี่ยกออกไปเร็ว"
ทุกคนในบ้านนั่งล้วมวงกินอาหารมื้อนี้กันิย่างเอร็ดอร่อย โดยมีหลี่ลู่เอินช่วยแกะปูให้กับทุกคนซึ่งไม่รู้วิธีในการกิน บรรยากาศจึงเต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่นที่หลี่ลู่เอินนั้นไม่ได้ัักับบรรยากาศเช่นนี้มานานแสนนานแล้วเพราะนางได้สูญเสียครอบครัวของตนเองไปั้แ่เด็กๆ
#ฝากติดตามนิยายด้วยนะคะ สนุกไม่สนุกช่วยกันกระซิบบอกไรท์เบาๆได้นะเ้าคะ ฮ่าๆ