*ครืด...*
ประตูด้านหลังบานที่สองที่เชื่อมโยงกับมิติดินแดนรกร้างจักรกล (Cyberpunk Scrap) สั่นครืนอย่างหนักหน่วงผิดปกติ
กลิ่นเหม็นไหม้ของไอควันโลหะ คราบน้ำมันเครื่องเหนียวหนืด และละอองเถ้าถ่านสีเทาเข้มพัดกรรโชกเล็ดลอดผ่านรอยแยกธรณีประตูเข้ามาในโถงร้าน
นนท์เงยหน้าขึ้นมาจากเคาน์เตอร์พลางขมวดคิ้วเล็กน้อย ระบบความปลอดภัยระดับ 1 เปล่งม่านแสงสีฟ้าจางๆ ดูดซับกลิ่นไอควันพิษเ่าั้ไปในทันที
ทว่าร่างที่ก้าวโซเซข้ามธรณีประตูเข้ามากลับเป็หญิงสาวคนหนึ่งในสภาพน่าเวทนา
*ตุบ...*
ร่างบางทรุดฮวบลงกับพื้นไม้ข้างโต๊ะห้า เธอหอบหายใจกระชั้นถี่ ไอจามรุนแรงจนไหล่บางสั่นเทา
"แค่ก... แค่ก... ปะ... ปอดติดขัด... ตัวกรองฝุ่นนาโนล้มเหลว..."
เสียงของเธอแหบพร่าและปนเปด้วยกระแสสัญญาณรบกวนเสียงซ่าไฟฟ้า
นนท์และเอลวิน่ารีบวิ่งเข้าไปช่วยพยุงร่างของเธอขึ้นนั่งบนเก้าอี้หนานุ่มทันที
เธอเป็หญิงสาวมนุษย์ดัดแปลงที่มีดวงตาซีกขวาเป็เลนส์กล้องทรงกระบอกเรืองแสงสีส้มกะพริบถี่ๆ ส่วนแขนซ้ายั้แ่ไหล่ลงมาจนถึงปลายนิ้วสร้างจากชิ้นส่วนเหล็กกล้าสีเงินด้านที่มีรอยถลอกปอกเปิกและรอยคราบเขม่าดำเกาะจับหนาเตอะ
เธอน่าจะเป็ช่างเครื่องหรือวิศวกรจากดินแดนรกร้างจักรกล สังเกตได้จากเข็มขัดหนังคาดเอวที่ห้อยเครื่องมือซ่อมแซมและประแจสารพัดชนิดไว้รุงรัง
"เอลวิน่า! ไปหยิบน้ำอุ่นมาแก้วหนึ่งด่วนเลยครับ!"
นนท์สั่งการอย่างเร่งด่วน พลางตบหลังเบาๆ ช่วยระบายความอึดอัดในทรวงอกของช่างเครื่องสาว
"ได้แล้วค่ะพี่นนท์!"
เอลวิน่ายื่นแก้วน้ำอุ่นส่งให้ นนท์ประคองป้อนน้ำอุ่นให้เธอจิบทีละน้อย
ช่างเครื่องสาวจิบน้ำอุ่นพลางหอบระทึก แววตาโลหะของเธอฉายประกายสับสนและระแวดระวังภัย
"ที่นี่... ที่นี่ปลอดเขม่าควันเหล็กไหม้? พวกสกาเวนเจอร์กลุ่มมาเฟียไม่ได้ตามมาใช่ไหม..."
เธอพึมพำ น้ำเสียงยังคงสั่นเครือ แขนเหล็กซ้ายกระชับประแจปลายคู่นิ่งราวกับเตรียมพร้อมสู้ชีวิต
"ปลอดภัยแล้วครับคุณผู้หญิง ที่นี่คือร้านอาหารหลบมุม คณะมาเฟียจากมิติของคุณไม่สามารถตามล่วงล้ำเข้ามาได้ครับ"
นนท์บอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและสุภาพเพื่อช่วยให้เธอผ่อนคลายจิตใจ
"แต่ดูเหมือนปอดของคุณจะได้รับสารพิษจากฝุ่นโลหะหนาแน่นมากนะครับ ผมคิดว่าซุปอุ่นๆ ถ้วยนี้จะช่วยระงับอาการและขับสารพิษได้ดีครับ"
นนท์ก้าวเข้าสู่ครัวทันทีโดยไม่รอช้า
เขาเลือกใช้ 'หญ้าเพลิงมนตรา' ผสมผสานกับขิงแก่จัด ตะไคร้สด และพริกไทยดำบดหยาบพูนช้อน ปรุงเดือดเร่งอุณหภูมิความร้อนแผ่ซ่านลึกซึ้งบนเตาอั้งโล่มนตรา
*ปุด... ปุด...*
กลิ่นหอมเผ็ดอุ่นเบาสบายโล่งคอของน้ำซุปสมุนไพรมนตราอุ่นเครื่อง (Warm Mana Herbal Soup) ลอยตลบกระจายไปทั่วห้องโถง
นนท์ยกถ้วยดินเผาบรรจุน้ำซุปสีทองแดงร้อนระอุเสิร์ฟตรงหน้าช่างเครื่องสาวทันที
"ทานซุปนี่ก่อนสิครับ จะช่วยขจัดฝุ่นละอองโลหะในคอและฟื้นฟูระบบปอดได้อย่างรวดเร็วครับ"
ช่างเครื่องสาวมองชามซุปที่มีควันลอยกรุ่น กลิ่นหอมเผ็ดร้อนที่เธอไม่เคยได้ััมาก่อนในโลกที่แห้งแล้งและเต็มไปด้วยสารอาหารสังเคราะห์เหลวรสขยะปนเปื้อน
เธอคว้าช้อนไม้ตักซุปเข้าปากคำโตทันทีโดยสัญชาตญาณเอาตัวรอด
*อึก...*
รสชาติหวานอมเผ็ดร้อนแรงแล่นปราดลงสู่ลำคอและแผ่กระจายเข้าไปในปอดอย่างรวดเร็ว
ไออุ่นมนตราลึกซึ้งโหมกระพือฟื้นฟูทั่วทรวงอก สารเคมีพิษและละอองฝุ่นโลหะที่เกาะผนังหลอดลมพลันถูกชะล้างและละลายกลายเป็ไอระเหยจางๆ ที่เธอไอพ่นออกมาเป็ไอหมอกควันสีเทาเบาบาง
เธอสูดหายใจเข้าปอดได้ลึกขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาหลายปี เลนส์กล้องดวงตาซีกขวาเปลี่ยนสถานะกะพริบจากสีแดงเตือนภัยวิกฤต เป็สีฟ้าอ่อนสว่างเสถียร
"ฮ้า... ระบบทางเดินหายใจกู้คืนกลับมาเก้าสิบเปอร์เซ็นต์... อบอุ่นเหลือเกิน... นี่มันไม่ใช่สารอาหารเหลวสังเคราะห์ธรรมดาแน่ๆ!"
เธออุทาน แววตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อปนขอบคุณอย่างสุดซึ้ง ก่อนจะทานซุปจนหมดเกลี้ยงถ้วยอย่างรวดเร็ว
"ข้าชื่อ 'ลีน่า' เป็วิศวกรเครื่องกลหนีตายมาจากเขตเหมืองขยะเหล็ก... ขอบคุณเ้าของร้านมากจริงๆ ที่ช่วยชีวิตข้าไว้"
ลีน่าก้มหัวคำนับนนท์ด้วยความเคารพ
"แต่ข้าไม่มีเงินบาทหรือเหรียญทองมนตราหรอกนะ มีเพียงขยะชิ้นนี้ที่พอจะมีค่าในโลกของข้า..."
ลีน่าล้วงวัตถุทรงกลมโลหะสีทองเหลืองขนาดเท่ากำปั้นที่มีหน้าปัดวงจรนาโนระยิบระยับอยู่ด้านในออกมาวางส่งให้นนท์
นนท์เอื้อมมือไปแตะัั หน้าจอระบบแจ้งข้อความประเมินราคาทันที
[ตรวจพบอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูง: เครื่องแปลงพลังงานนาโนระดับกลาง (Medium Nano-Energy Converter)]
- ้าแลกเปลี่ยนเป็แต้มมิติสะสมหรือไม่? (+80 แต้ม)
นนท์กดยืนยันการแลกแต้ม ละอองแสงระบบดูดซับวัตถุชิ้นนั้นไปแปลงเป็แต้มสะสมเพิ่มขึ้นเป็ 300 แต้ม
ส่วนค่าอาหาร ลีน่ายังวางชิ้นส่วนแผงวงจรอัจฉริยะเศษเหล็กมีราคาอื่นๆ จ่ายแทนค่าอาหาร ซึ่งระบบสแกนรับซื้อแลกเปลี่ยนเป็เงินบาทไทยส่งให้นนท์ได้อีกหนึ่งพันห้าร้อยบาท
"ขอบคุณมากครับคุณลีน่า ยินดีต้อนรับสู่ร้านของเราเสมอครับ"
นนท์ยิ้มพลางส่งลีน่าที่ท่าทางมีกำลังวังชาขึ้นมากไปนั่งพักผ่อนคุยเล่นกับเอลวิน่าที่มุมโต๊ะอย่างเป็มิตร
---