ระบบฝึกยุทธ์ในต่างโลก : เกิดใหม่ครั้งนี้ข้าจะเป็นอัจฉริยะไร้ที่เปรียบ 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 48 ปัญหาในร้านขายโอสถ

            ต้วนจื่ออดสงสัยไม่ได้ว่าตนเองตาฝาดไปหรือไม่

            เป็นมนุษย์...เหตุใดจึงคล้ายคลึงเอลฟ์ถึงเพียงนี้?

            เขาขยี้ตาแล้วตั้งสติมองอีกครั้ง

            ปรากฏว่าภาพที่เห็นเมื่อครู่ได้อันตรธานหายไปแล้ว

            เป็นภาพลวงตา?

            หรือเพราะอะไรกัน?

            "พี่หง นี่คือสหายที่ข้าบอกท่านไง"เยี่ยนชุยเสวี่ยชี้ไปยังต้วนจื่อพลางเดินเข้าไปแนะนำแก่พี่หง

            ด้วยชาติกำเนิดอันสูงส่งทำให้นางล้ำหน้าผู้อื่นตั้งแต่แรกเกิด และไม่เคยอ่อนน้อมต่อผู้ใด

            พี่หงถือเป็นข้อยกเว้น!

            เมื่อครั้งแรกที่ได้พบพี่หง นางยังจดจำได้อีกฝ่ายเพียงมองก็รู้ว่าเส้นทางฝึกตนของนางนั้นผิดเพี้ยน

            และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ไม่ว่านางจะฝึกฝนอย่างไรก็ไม่มีความก้าวหน้าจนกระทั่งกลับมาขอคำชี้แนะจากพี่หงอีกครั้ง ปัญหาจึงคลี่คลายลงได้

            ด้วยเหตุนี้นางจึงเคารพสตรีผู้งดงามท่านนี้อย่างสูงยิ่ง

            "สหายของเจ้าช่างพิเศษเสียจริง"ดวงตาของพี่หงเปล่งประกายระยิบระยับ คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม

            เยี่ยนชุยเสวี่ยพยักหน้า

            จากคนไร้ค่าสู่การเป็นอัจฉริยะในชั่วพริบตาเช่นนี้จะไม่ให้พิเศษได้อย่างไร?

            ขณะกำลังจะกล่าวสิ่งใดต่อก็ได้ยินเสียงตวาดดังขึ้น

            ทุกคนในที่นั้นรวมถึงต้วนจื่อต่างหันไปมองตามเสียง

            ทันใดนั้นร่างชายศีรษะล้านใบหน้าถมึงทึงผู้หนึ่งก็ปรากฏตบฉาดใส่คนขายโอสถคนหนึ่งอย่างแรงลูกสมุนสองคนที่ติดตามมาด้านหลังก็กรูเข้าคว่ำตะกร้าสมุนไพรจนกระจัดกระจายเผยภาพลักษณ์อันธพาลอย่างชัดเจน

            “ใครคือเจ้าของร้าน? ออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้!จงตอบมาว่าทำไมในสมุนไพรที่ข้าซื้อถึงมีซากแมลงปีกแข็ง!”

            เพียงได้ยินคำนั้นผู้ที่มาซื้อยาก็หน้าซีดเผือด ผู้ที่เตรียมจ่ายเงินต่างรีบดึงเงินกลับ

            แมลงปีกแข็งคือแมลงดำตัวเล็กที่ไม่ทำร้ายคนแต่ภายในตัวกลับมีน้ำพิษเข้มข้น เมื่อสัมผัสร่างกายจะปล่อยพิษอย่างรวดเร็วกัดกินเนื้อหนัง

            หากสิ่งที่ชายหัวโล้นพูดเป็นความจริงสมุนไพรที่นี่มีแมลงปีกแข็งผสมอยู่ แม้จะมีเพียงตัวเดียว พวกเขาก็ไม่อาจซื้อได้

            ในเมื่อไม่มีใครกล้ารับประกันว่าสมุนไพรที่ซื้อจะปราศจากพิษแมลงปีกแข็งหากใช้ผิดวิธี มิถึงตายก็ปางตาย

            พี่หงสีหน้าสงบนิ่งเพียงแต่ส่งสัญญาณด้วยสายตาให้รองเจ้าของร้านออกหน้าแก้ไขปัญหา

            รองเจ้าของร้านเข้าใจในทันทีรีบเดินออกไปปกป้องคนในร้านคนนั้นที่ถูกทำร้ายและดึงมาไว้ข้างหลัง

            "ท่านลูกค้าทั้งสามสมุนไพรทั้งหมดในร้านของเราล้วนผ่านการคัดกรองในสภาพแวดล้อมที่สะอาดแมลงปีกแข็งชอบที่ชื้นแฉะ เป็นไปไม่ได้ที่จะปรากฏตัวในร้านของเราอาจเป็นเพราะพวกท่านดูผิดไปหรือไม่ขอรับ?"

            "ดูผิด?" ชายหัวโล้นหรี่ตาลงทันใดนั้นสีหน้าก็มืดครึ้มลงก่อนจะเตะเก้าอี้ตัวหนึ่งกระเด็นเขามองรองเจ้าของร้านจากที่สูงด้วยสายตาเหยียดหยาม กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา"ฟังจากที่เจ้าพูด เหมือนจะโยนความผิดให้ลูกค้าสินะ?"

            ลูกน้องที่เหลืออีกสองคนก็แสดงท่าทีข่มขู่จ้องรองเจ้าของร้าน ดวงหน้าแสดงออกถึงความไม่เป็นมิตรอย่างยิ่ง

            รองเจ้าของร้านขมวดคิ้ว

            ร้านโอสถหมอเทวดาคืนชีพตั้งแต่ก่อตั้งมาจนถึงปัจจุบันไม่เคยมีคำกล่าวอ้างว่ามีแมลงปีกแข็งตายปะปนอยู่ในสมุนไพร หากเขาไม่ได้เดาผิดสามคนนี้อาจถูกร้านอื่นส่งมาเพื่อก่อกวน

            ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งรองเจ้าของร้านตัดสินใจระงับเรื่องราว

            "ท่านลูกค้า เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ไม่ว่าจะเป็นความรับผิดชอบของร้านเราหรือไม่วันนี้ทางร้านขอยกเว้นค่าใช้จ่ายทั้งหมดของท่านพร้อมกันนี้ข้าพเจ้าขอมอบตั๋วกำนัลให้แก่ท่าน เป็นเช่นไรขอรับ?”

            ต้วนจื่อที่อยู่ข้างๆเห็นดังนั้นก็พยักหน้าในใจ

            ไม่ว่าจะกินแมลงปีกแข็งเข้าไปหรือไม่การกระทำของรองเจ้าของร้านอย่างน้อยก็แสดงให้ลูกค้าเห็นว่าร้านโอสถหมอเทวดาคืนชีพจะรับผิดชอบในระดับหนึ่งเพื่อสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้า

            "ติดกับแล้ว!" ในดวงตาของชายหัวโล้นปรากฏร่องรอยของความสำเร็จแต่บนใบหน้ากลับแสดงความโกรธ เปล่งเสียงดัง "เจ้ากำลังเล่นตลกกับข้าหรือ?ข้ากินแมลงปีกแข็งเข้าไปเจ้าแค่ยกเว้นค่าใช้จ่ายเล็กน้อยแล้วคิดจะจบเรื่อง?"

            "ใช่แล้ว ใช่แล้ว!" ลูกน้องอีกสองคนก็แสดงสีหน้าไม่พอใจ ตะโกนเสียงดัง

            "แล้วทั้งสามท่านต้องการอะไรขอรับ?"รองเจ้าของร้านภายนอกดูสงบ แต่ในใจกลับมีความโกรธอยู่เล็กน้อย

            หากวันนี้ไม่ใช่ครบรอบครึ่งปีของร้านโอสถหมอเทวดาคืนชีพละก็ในยามปกติ เขาคงส่งคนไล่พวกที่มาก่อกวนสามคนนี้ออกไปนานแล้ว

            ได้ทีขี่แพะไล่ อยากได้คืบจะเอาศอกน่าชิงชังยิ่งนัก

            ชายหัวโล้นขยิบตาให้ลูกน้องทั้งสองลูกน้องทั้งสองก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังแล้วแผดเสียง"นายข้าสุขภาพไม่สู้ดี คราก่อนพลาดท่าโดนแมลงปีกแข็งกัดเข้าต้องเสียทรัพย์สินไปหลายแสนเหรียญทองเพื่อรักษาตัววันนี้ร้านของพวกท่านกลับทำให้นายข้าต้องกลืนกินแมลงปีกแข็งเข้าไปอีกอาการจึงทรุดหนักลง ค่ารักษาอย่างน้อยต้องมีหนึ่งล้านเหรียญทอง"

            "หนึ่งล้านเหรียญทอง?" รองเจ้าของร้านหรี่ตา สีหน้าเย็นชาลงในทันที

            "ท่านลูกค้าทั้งสามในฐานะที่เป็นคนคนหนึ่ง ความโลภควรมีขีดจำกัด ข้าเป็นรองเจ้าของร้านมาหลายปีดมยามามากกว่าข้าวที่พวกท่านกินเสียอีก ใครแตะต้องสมุนไพรของร้านเราข้าดมเพียงเล็กน้อยก็รู้แล้วขอรับ"

            กล่าวจบรองเจ้าของร้านก็ยกมือชี้ไปที่คนสองคน

            "ลูกค้าที่สวมเสื้อสีแดงเคยสัมผัสกับหญ้าเมา เข็มเมารัก ผักชีล้อม รากไผ่ม่วง......"

            "ลูกค้าที่สวมเสื้อสีเทาเคยสัมผัสกับใบตอง น้อยหน่าหญ้าสำรวยดอกเขียว......"

            เมื่อกล่าวเช่นนั้นคนที่ถูกชี้ทั้งสองคนก็ตกตะลึง พยักหน้าและชูนิ้วโป้งให้

            "ยอดเยี่ยม!"

            รองเจ้าของร้านสีหน้าไม่เปลี่ยนหันสายตาไปมองทั้งสามคน "ที่ยกเว้นค่าใช้จ่ายให้พวกท่านก็แค่อยากให้พวกท่านรู้จักพอแต่เห็นได้ชัดว่าข้าประเมินความหน้าด้านของพวกท่านสูงเกินไปร้านของข้าไม่ต้อนรับพวกหลอกลวงอย่างพวกท่านตอนนี้เชิญพวกท่านออกไปเดี๋ยวนี้ขอรับ!"

            "ใครจะรู้ว่าลูกค้าพวกนี้ไม่ใช่คนที่เจ้าจ้างมา"ชายหัวโล้นแสดงท่าทีดุร้าย เตะถุงใส่สมุนไพรอีกถุงหนึ่งสมุนไพรจำนวนมากล้นทะลักออกมาจากถุง

            "ข้าขอเตือนเจ้าไว้ยังไงวันนี้ข้าก็กินแมลงปีกแข็งเข้าไปแล้ว หากเจ้าไม่ชดใช้เงินให้ข้าข้าจะทุบร้านของเจ้าให้พัง"

            ลูกค้าที่อยู่รอบๆ รีบถอยหลังคนที่ตั้งใจจะซื้อสมุนไพรก็วิ่งออกจากร้าน เพราะกลัวว่าจะถูกลูกหลง

            รองเจ้าของร้านความโกรธแผ่ซ่านไปทั่วใบหน้าเดินเข้าไปตะโกนเสียงดัง "หากเจ้ายังกล้าอาละวาดอีกอย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจพวกเจ้า"

            "ไม่เกรงใจ?" ทั้งสามคนมองหน้ากัน แล้วระเบิดหัวเราะเสียงดัง

            "ช่างไร้เดียงสานัก!ข้าจะบอกเจ้าให้ก็ได้ว่าข้างนอกมีลูกน้องนับสิบพร้อมรับคำสั่งพวกข้าหากเจ้ากล้าทำร้ายพวกข้าพวกข้าจะปล่อยข่าวลือเรื่องที่ร้านของเจ้าขายยาสมุนไพรปนเปื้อนแมลงปีกแข็งให้ดังกระฉ่อนไปทั่วทุกหนแห่งดูซิว่าจะมีใครกล้าซื้อสมุนไพรจากร้านพวกเจ้าอีก!"

            "เจ้า......" รองเจ้าของร้านโกรธจนตัวสั่น

            พวกสามคนนี้ตั้งใจจะมากรรโชกร้านโอสถหมอเทวดาคืนชีพหากไม่รีบแก้ไขเรื่องนี้แต่เนิ่นๆไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อการซื้อสมุนไพรของลูกค้าในอนาคตเท่านั้นแต่ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของร้านอีกด้วย

            เขาเหลียวมองไปยังพี่หงเจ้าของร้านหมายจะขอความช่วยเหลือ ทว่านางกลับนิ่งเฉยราวกับมิได้เห็นเขาทำได้เพียงข่มใจระงับความขุ่นเคืองเตรียมเปิดอกคุยกับคนทั้งสามอีกรอบอย่างมีเหตุผล

            ถึงอย่างไรก็แค่เสียเงินจัดการเรื่องนี้ให้จบก่อนเถอะ!

            แต่ยังไม่ทันที่นางจะได้เปิดปากเสียงเยาะเย้ยก็ดังขึ้น

            "เห็นเจ้ากินแมลงปีกแข็งเข้าไปทั้งทีพวกลูกน้องทั้งสองกลับไม่ส่งเสียง ช่างเป็นลูกน้องที่แย่จริงๆหรือว่ายามวิกาลสะใภ้ของท่านจะลงมือทำเกี๊ยวให้พวกมันทั้งสองทาน[1] งั้นหรือ?"

            เสียงที่ดังขึ้นกะทันหันดึงดูดความสนใจของผู้คนทั้งร้านในทันที

            ชายหัวโล้นชะงัก ใบหน้าถมึงทึงหันขวับไปมองก็เห็นชายหนุ่มร่างบางคนหนึ่งเดินเข้ามาบนใบหน้าของอีกฝ่ายยังคงมีรอยยิ้มเยาะเย้ยจางๆ

            "ท่านลูกค้าท่านไม่ต้องเข้ามายุ่งเกี่ยวก็ได้ขอรับ......" รองเจ้าของร้านชะงักไปเล็กน้อยรีบส่งสายตาเป็นเชิงเตือนต้วนจื่อ เกรงว่าพวกสามคนนี้จะนำความโกรธมาลงที่เขา

            "ไม่เป็นไรข้าแค่ไม่ชอบขี้หน้าพวกโง่เขลาเท่านั้นเอง” ต้วนจื่อโบกมือปัดก่อนจะทอดสายตาไปยังสามบุรุษหัวโล้นด้วยความประหลาดใจ “ใบหน้าของทั้งสามท่านช่างเป็นเลิศล้ำเสียจริงยากที่จะจดจำได้ในคราเดียว แต่ข้าสงสัยยิ่งนักเหตุใดพวกท่านจึงเอาใบหน้ามุดลงไปในก้นของตน…… อ้อ ขอโทษด้วยข้าไม่รู้เลยว่านั่นคือหน้าตาของพวกท่าน แปลกจริง แล้วก้นของพวกท่านหายไปไหนเล่า?"

            เมื่อเห็นต้วนจื่อพูดจาเสียดสีอย่างจริงจังผู้คนจำนวนมากก็หัวเราะออกมา

            เยี่ยนชุยเสวี่ยที่อยู่ข้างหลังเอามือปิดปากกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถไม่ให้มีเสียงดังเล็ดลอดออกมา

            ชายหัวโล้นหน้าตาดุดัน บิดข้อมือพร้อมกล่าวเสียงเหี้ยมว่า "“ปากคอเราะรายไม่เบาแต่ริอ่านจะมาขัดขวางข้า ดูท่าคงไม่รู้สินะว่าคำว่าตายเขียนอย่างไร......"

            "ไม่รู้จริงๆเจ้ามาสอนข้าเขียนหน่อยได้หรือไม่?" ต้วนจื่อแย้มยิ้มดวงหน้าฉายแววขวยเขิน

            เสียงนั้นแผ่วเบาดุจสายลมทำให้ร้านโอสถตกอยู่ในความเงียบสงบในชั่วขณะ

            ลูกค้าทั้งร้านมองชายหัวโล้นที่สีหน้าดำคล้ำขึ้นเรื่อยๆรู้สึกเพียงแต่ว่าความโกรธที่ไม่อาจควบคุมได้กำลังจะปะทุออกมาจากร่างของเขา

            "หึๆ คงต้องสั่งสอนกันเสียหน่อย"ชายหัวโล้นหัวเราะเยาะ ดึงมีดพกที่พกติดตัวออกมาเขาแลบลิ้นเลียใบมีดเย็นเยียบที่ส่องประกายวาววับ

            ลูกค้าทั้งร้านสีหน้าพลันเปลี่ยนไปคนขี้ขลาดบางคนก็วิ่งออกจากร้านอย่างไม่คิดชีวิตเพราะกลัวว่าชายหัวโล้นจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ แล้วจะโดนเชือดเอา

            คนอีกกลุ่มหนึ่งกลับมองต้วนจื่ออย่างสนุกสนานเจ้าหนุ่มคนนี้เมื่อครู่ปากดีกับชายหัวโล้น สมควรแล้วที่จะโดนเชือดจนตาย

            รองเจ้าของร้านก็ไม่คาดคิดว่าชายหัวโล้นจะพกอาวุธติดตัวมาด้วยเขาเข้าไปหมายจะขวางต้วนจื่อไว้เบื้องหน้า พร้อมตะโกนก้อง

            แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ลงมือต้วนจื่อก็ยื่นมือออกไปอย่างรวดเร็ว คว้ามีดในมืออีกฝ่ายมาอย่างง่ายดายท่ามกลางสายตาที่ตื่นตระหนกของชายหัวโล้น

            ตั้งแต่ต้นจนจบเพียงชั่วพริบตาไม่มีแม้แต่เวลาให้เขาได้ตอบสนอง

            "แค่นี้เองเหรอ?" ต้วนจื่อส่ายหน้า มือขวากลับพลิกหมุนฉับพลันใช้เพียงนิ้วโป้งและนิ้วกลางคีบด้ามมีด อาศัยน้ำหนักของมีดพลิกกลับลงนิ้วโป้งและนิ้วกลางขยับอย่างต่อเนื่อง

            ในทันใดนั้นมีดพกทั้งเล่มในมือของต้วนจื่อก็เหมือนมีชีวิตชีวา หนึ่งกระบวนท่าหนึ่งรูปแบบล้วนมีเสียงลมแหวกอากาศแผ่วเบาราวกับว่าอากาศถูกคมมีดตัดขาด

            ได้ยินเพียงเสียง ‘วูบ’ มีดพกพลันลอยออกจากมือของต้วนจื่อพุ่งผ่านแก้มของชายหัวโล้น ปักลงบนกำแพงไม้ข้างตัวเขา

            คราบเลือดไหลลงมาจากใบหน้าของชายหัวโล้นภาพที่ฉายออกมาคือใบหน้าที่หวาดกลัวของเขา

            ความกลัว!

            ความตาย!

            และความเย็นยะเยือก!

            คมมีดเมื่อครู่ มิเพียงเฉียดกายทว่ายังนำพาความหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจมาด้วย

            เขาแน่ใจอย่างที่สุดหากต้วนจื่อประสงค์จะสังหารเขาจริง เพียงชั่วพริบตาที่คมมีดตวัดลงก็สามารถปลิดชีพเขาได้

            ลูกน้องของชายหัวโล้นสองคนก็ตกใจไม่น้อยคาดไม่ถึงว่าต้วนจื่อจะมีความสามารถในการใช้มีดร้ายกาจถึงเพียงนี้

            พวกเขา......พลาดท่าไปเสียแล้ว?!

            [1] เป็นสำนวนเปรียบเทียบหมายถึง การมีลูกในที่นี้ใช้เพื่อกล่าวเสียดสีว่า แอบลอบมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาว 

             

    คล้ายกับเรื่องระบบฝึกยุทธ์ในต่างโลก : เกิดใหม่ครั้งนี้ข้าจะเป็นอัจฉริยะไร้ที่เปรียบ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    หนิงเทียน จักรพรรดิเซียนพฤกษา (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    449K 1017
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    3.06M 3586
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508