ในชีวิตก่อนของจ้าวหมื่นมารและมารดานั้น ไม่ได้มีชะตาพบเจอยอดหญิงงามที่เมืองกงเล็บั แต่เป็แดนใต้สุด “เมืองหางัสะบัดน้ำ” ซึ่งเป็ดินแดนที่สวยงามมีเทือกเขาสูงและป่าทึบ เป็เขตแดนติดกับอาณาจักรดาราแสงอรุ่นด้านตะวันออกของเมือง ยังเป็เมืองท่าที่มีผู้คนมากมายเดินทางมาจากหลายอาณาจักร เป็หนึ่งในเมืองที่รุ่งเรืองที่สุดของอาณาจักรเก้าั หากหวังคิดทำการใหญ่การเริ่มต้นที่เมืองแห่งนี้นับว่าเป็ที่ๆ ดีที่สุด ที่หนึ่งของทวีปแห่งนี้ และที่เมืองแห่งนี้ยังเป็ที่ตั้ง 1 ใน 3 สำนักยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรเก้าั “สำนักฟ้า” ที่อยู่ของยอดหญิงงาม เมื่อคิดได้ดังนี้เฉียวเฟิงเพียงแค่รอเวลาเหมาะสม ก่อนทำการเดินก้าวใหม่ที่ใหญ่ขึ้นสู่ “เมืองหางัสะบัดน้ำ”
— 3 ปีต่อมา —
“เห่อ ข้าละไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมคุณหนูพานลี่จึงได้ดีกับสองแม่ลูกนั่นนัก ถึงขนาดให้พวกมันนั่งบนเกี้ยว์สั่ง ที่ค่าใช้จ่ายในการนั่งถึงวันละ 10 ก้อนทองเลยนะ”
“เ้าโง่! ก็เพราะคุณหนูพานลี่ของพวกเรา นางเป็คนจิตใจดีมีเมตตานะสิ เห็นแม่ลูกขอทานนั้นก็สงสาร ดูไอ้คนลูกสิร่างกายดูได้ที่ไหนทั้งตัวมีแต่สะเก็ดแผล เนื้อหนังบางส่วนก็มีเืและหนองไหลซึมอีก ทั่วร่างต้องมีผ้าพัน หากมองตรงจุดนี้ก็น่าสงสารอยู่มากนะ เ้าว่าไง”
“ข้าไม่รู้ แต่ข้าละไม่อยากอยู่ใกล้ชิดเ้าเด็กนั้นเลย ข้ากลัวตัวข้าจะติดโรคประหลาดจากมัน”
“แต่ท่านหมอในหมู่บ้านก็บอกแล้วนิ เด็กนี่ไม่ได้ป่วยเพราะเป็โรค แต่เพราะพิษร้ายซึมเข้ากระแสเืและชีพจรจึงต้องเป็แบบนี้ มันไม่ได้ป่วยเป็โรคแต่เพราะถูกพิษ”
“แต่ข้าก็ยังกลัวอยู่ดี…”
เหล่าคนติดตามของพานลี่พูดกันอย่างออกรส แต่หารู้ไม่! ผู้มั่งคั่งที่จ่ายเงินค่าเกี้ยว์สั่งนั้นหาใช่พานลี่ แต่เป็เฉียวเฟิงเด็กขอทานที่พวกมันกำลังพูดถึงกันอยู่นั่นเอง
เกี้ยว์สั่งเป็หนึ่งในพาหนะเดินทางไกลของโลกใบนี้ ที่ออกจะมีราคาแพงเพราะมันสร้างโดยยอดช่างฝีมือเท่านั้น
นอกจากนั้นระยะเวลาการสร้างก็ยาวนานถึง 1 ปี สร้างได้เพียง 2 ถึง 3 เกี้ยวเท่านั้น แต่เพราะข้อดีของเกี้ยว์สั่ง ก็ทำให้ผู้คนปรารถนาได้นั่งมันซักครั้ง แม้ราคาจะแสนแพงในการนั่งแต่ละครั้ง เพราะด้วยความเร็วในการเดินทางและความสะดวกสบายอันลือเลื่องของมัน ที่ 1 ชั่วยามเดินทางได้ร้อยลี้ ที่นั่งภายในก็กว้างสบายจนหลับนอนได้ ทำให้เดินทางได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องหยุดพัก เพราะใช้พลังในการวิ่งจากหินอัคคี ซึ่งเป็ธาตุพลังระดับต่ำของโลกใบนี้ ซึ่งในการวิ่งของเกี้ยว์สั่งแต่ละครั้ง ใช้เ้าสิ่งนี้จำนวนไม่น้อย ทำให้ค่าเดินทางของมันมีราคาแพง
แต่ถึงแบบนั้นเฉียวเฟิงก็ใช้เวลาเดินทางถึงเกือบๆ 3 วัน กว่าจะเดินทางถึงที่หมาย
นั่นก็เพราะว่า โลกแห่งนี้เมื่อเทียบกับโลกเดิมของเฉียวเฟิง โลกแห่งนี้มีขนาดใหญ่กว่ามากนับร้อยเท่า มันอาจจะไม่มีเครื่องบินความเร็วสูงหรือรถไฟ แต่สิ่งต่างๆ ณ ที่แห่งนี้ก็มีบางสิ่งที่หน้าตื่นตะลึง
เช่น เกี้ยว์สั่งอันนี้เป็ต้น เฉียวเฟิงอยากรู้กลไกการทำงานของมันอยู่บ้าง แต่น่าเสียดายที่จ้าวหมื่นมารไม่มีความรู้ด้านกลไลของโลกนี้ให้มันเลย นอกจากนั้นโลกแห่งนี้ยังมีเรือบินอีกด้วย ซึ่งในเกมเฉียวเฟิงชอบใช้มันเป็อย่างยิ่ง เพราะโลกที่กว้างใหญ่นี้การเดินทางที่รวดเร็วเป็สิ่งที่จำเป็ยิ่ง
แต่ ณ โลกแห่งนี้ เรือบินก็ถือเป็ของแพงและหายากมากๆ มันมีแต่ในอาณาจักรระดับสูงเพียง 5 อาณาจักรเท่านั้นที่มีมัน และอาณาจักรเก้าัก็ไม่ได้อยู่ในนั้น
แต่ถ้าในดาราจักรที่ยิ่งใหญ่อื่นๆ เรือบินก็ไม่ถือว่าเป็ของหายาก โลกที่เฉียวเฟิงอยู่ตอนนี้ ถือว่าเป็โลกหลังเขาในเกมที่ตัวเขาเคยเล่นมา เฉียวเฟิงตอนนี้ยิ้มบางเบาคิดถึงความหลัง
“ศิษย์พี่อีกไม่กี่ชั่วยามก็จะถึงที่หมายแล้ว ตอนห้าขวบข้าเคยมาที่นี้หนึ่งครั้งข้ายังพอจำได้อยู่เลยเ้าคะ” พานลี่กล่าวต่อหน้าเฉียวเฟิงด้วยใบหน้ายิ้มสดใส
ในการเดินทางครั้งนี้เฉียวเฟิงใช้ข้ออ้างขอติดตามคุณหนูพานลี่มาสอบเข้าสำนักฟ้า
เพื่อเดินทางมายังที่แห่งนี้ก่อนเวลา 2 ปี ที่ตัวมารดาของมันจะป่วยหนัก เพื่อมาตรวจรักษาโรคของมารดาให้หายก่อน
เพราะมีเพียง ‘สำหนักแพทย์ยิ่งใหญ่’ เท่านั้น ที่จะรักษาอาการของมารดามันให้หายขาดได้ในปัจจุบัน แม้ที่อาณาจักรเก้าัจะไม่มี 1 ใน 3 หมอเทวดาของโลกใบนี้อยู่ แต่ที่สำนักแพทย์ยิ่งใหญ่แห่งนี้ กลับมีผู้ก่อตั้งเป็ศิษย์โดยตรงของ 1 ใน 3 หมอเทวดาผู้ยิ่งใหญ่
ทำให้แม้แต่แพทย์หลวงของอาณาจักร บางครั้งก็ยังต้องเดินทางมาขอคำชี้แนะจากเ้าตำหนักแห่งสำนักแพทย์ยิ่งใหญ่ แต่ด้วยราคาที่แสนแพงก็ถือเป็ข้อจำกัดอย่างหนึ่งในการเข้ารับการรักษา เพราะค่าใช้จ่ายอย่างต่ำๆ ก็ 100 ทอง หากจะรักษาโดยตรงกับเ้าตำหนัก
1 ทองโดยศิษย์ในของท่าน, 10 เงินโดยศิษย์นอกที่ศึกษาศาสตร์การรักษาผ่านเหล่าศิษย์ในอีกที แต่ถึงอย่างนั้นที่สำนักแพทย์ยิ่งใหญ่ก็มีผู้คนมากมายเดินทางมาที่แห่งนี้เพื่อการรักษาโรคโดยเฉพาะ
เฉียวเฟิงพยักหน้าแสดงออกว่าเข้าใจแล้ว จากนั้นพานลี่เอาหน้ามาใกล้ๆ เฉียวเฟิง แล้วถามคำถามที่นางสงสัยมาหลายปี “ศิษย์พี่ค่าเดินทางโดยเกี้ยว์สั่งนั้นแพงมาก ท่านจ่ายเงินโดยไม่อิดออด ข้าขอถามตรงๆ เลยได้ไหมในฐานะที่ข้าก็เป็ศิษย์ท่านจ้าวหมื่นเทวะเหมือนกัน ศิษย์พี่ท่านมีเงินเก็บอยู่เท่าไร”
เฉียวเฟิงไม่พูดอะไรเพียงยกมือขึ้นเล็กน้อยแล้วชูสามนิ้ว
พานลี่ทำสีหน้าใเล็กน้อยศิษย์พี่เป็เพียงเด็ก 12 13 ขวบกลับมีเงินถึง 300 ทอง นางใพร้อมอุทานเบาๆ “!!!300 ทอง มิน่า! ท่านถึงกล้าให้ข้าเช่าเกี้ยว์สั่งในการเดินทางครั้งนี้ถึง 2 หลัง”
เฉียวเฟิงส่ายหน้าเป็เชิงปฏิเสธพร้อมทำมือเป็เลขศูนย์ขยับสองครั้ง
พานลี่ใกว่าเดิม “!!! 3000 ทอง” ความร่ำรวยระดับนี้มากกว่าตระกูลการค้าบางตระกลูเสียอีก
แม้แต่เ้าเมืองบางคนยังไม่มั่งคั่งถึงพันทองเสียด้วยซ้ำพานลี่ใยิ่ง
ด้านข้างนางคือหลีกังที่ติดตามมาด้วย ใบหน้าหลีกังเต็มไปด้วยความสับสนพร้อมถามว่า “มันคือกี่เงิน” หลีกังนั้นไม่เก่งคำนวณแต่ถึงแบบนั้นเฉียวเฟิงก็พอใจที่จะให้หลีกังติดตามมาด้วย เพราะความซื่อสัตย์และไว้วางใจได้ หากตัวมันพูดหนึ่งหลีกังจะไม่มีทางพูดสอง เฉียวเฟิงเคยทดสอบความอดทนของหลีกัง ให้ยืนรอที่แม่น้ำ บอกว่าถ้าตัวมันไม่กลับมาให้รออยู่ที่นี้ตลอด เฉียวเฟิงเปลี่ยนมุมนั่งเฝ้าดูผ่านไปสองวันหลีกังไม่ไปไหนซื่อสัตว์ต่อหน้าที่ยิ่ง เป็ที่พอใจของเฉียวเฟิงนัก จุดอ่อนเล็กน้อยคือหลีกังขาดความฉลาดทันคนอย่างน่าใจหาย
พานลี่หยิบกระดาษพู่กันเขียนจำนวนทองแปลงเป็ก้อนเหรียญเงิน คราวนี้หลีกังตาโตบ้าง แล้วมองไปที่เฉียวเฟิง
เฉียวเฟิงเห็นพานลี่เขียนตัวเลขสามแสนเงินให้หลีกังดู จึงหยุดแกล้งพานลี่แล้วพูดขึ้นว่า “ข้ามีสามหมื่นทองต่างหาก”
“!!!สามหมื่นทอง” พานลี่ะโดังลั้นเกี้ยว์สั่ง ทำเอาเฉียวเฟิงรีบเอามือปิดปากนางแทบไม่ทัน
“ศิษย์พี่ท่านร่ำรวยเกินไปแล้วนะเ้าคะ ถึงว่าท่านจัดหายาบำรุงพลัง ยาเสริมปราณให้พวกเรากินได้ไม่เคยขาด ที่แท้ท่านกับต้าไห่ทำอะไรกันแน่”
...