“วันนี้ข้าไปดูการประลองของหลานชายเจ้ามา”
ชายชุดดำเดินเข้ามาในห้องมีมืดมิด ข้างตัวของหยางฉินหลงมีเทียนเล่มหนึ่งส่องแสงสลัวๆ พอให้เห็นตัวของเขาที่ถูกมัดติดไว้กับเก้าอี้ เขาหันมามองชายชุดดำด้วยสายตาอันน่าสลด
“นายท่าน ท่านปล่อยข้าไปเถอะโปรดอย่าทำร้ายข้าเลย หากท่านต้องการช่วยหยางฉินเทียน ก็น่าจะใช้วิธีการที่ดีกว่านี้”
“เจ้าช่างไม่รู้อะไร” ชายชุดดำเดินมานั่งเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามกับหยางฉินหลงและสบตากับผู้ที่นั่งหวาดกลัวอยู่เบื้องหน้า “ในโลกใบนี้ ใครก็ตามที่เลือกเส้นทางของการบ่มเพาะย่อมไม่สามารถถอยหลังกลับได้โลกนี้มันโหดร้ายนัก แต่สิ่งที่เจ้าทำได้ก็แค่เป็นตัวถ่วงให้หลานของเจ้า”
“การที่เจ้ามีชีวิตอยู่ใครก็ตามที่ปรารถนาจะทำร้ายหยางฉินเทียนก็เพียงจับเจ้าเป็นตัวประกันเพียงเท่านี้หลานชายของเจ้าก็จะกลายเป็นผีที่ไร้ที่กลบฝัง”
ผู้ฟังได้ยินประโยคนี้ถึงกับดวงตาเบิกกว้าง
“หากเขาไม่มีพลังเพียงพอที่จะปกป้องเจ้าเจ้าก็ควรจะตายเสียดีกว่าที่จะเป็นเครื่องมือต่อรองชีวิตของเขา แต่ถ้าเขามีสามารถเพียงพอที่จะปกป้องเจ้าได้เจ้าจึงควรมีชีวิต เงื่อนไขที่ข้าให้เขาคือต้องเอาชนะในงานประลองผู้ฝึกยุทธ์หน้าใหม่หากบันไดขั้นแรกเขายังก้าวไปไม่ได้ การมีชีวิตของเจ้าย่อมไม่เป็นผลดีต่อเขาในอนาคตเจ้าเข้าใจหรือเปล่าล่ะ”
หยางฉินหลงถึงกับคอตกเมื่อตรองตามก็เข้าใจได้ไม่ยาก เขาเป็นตัวถ่วง เป็นภาระและเป็นภัยที่คอยคุกคามชีวิตของหลานชายในทางอ้อม เขาชราแล้ว แม้ตายวันนี้ก็ถือว่าคุ้มค่าแต่
หยางฉินเทียนนั้นผิดกัน เขายังเด็กและมีอนาคต จริงอย่างที่ชายชุดดำว่าเส้นทางที่หยางฉินเทียนเลือกเดินมันไม่มีการถอยหลัง แล้วเขาจะเป็นอุปสรรคที่คอยฉุดรั้งการก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร?
“วันนี้หลานชายของเจ้าชนะ ชีวิตของเจ้าจึงยืดออกไปอีกสามวันโอกาสที่เจ้าจะได้กลับไปอย่างเดิมนั้นมีอยู่ แต่เผื่อใจเอาไว้ก็ไม่เสียหายเพราะโอกาสที่เจ้าจะต้องตายนั้นมีมากกว่าการรอดชีวิตถึงสิบเท่า”
ชายชุดดำแก้มัด แล้วเอาอาหารวางไว้บนโต๊ะ
“กินซะ แม้เจ้าอาจจะต้องตายแต่ไม่ควรตายตอนนี้”
...............
การประลองรอบที่สามจบลงด้วยความตะลึงของผู้ชมหยางฉินเทียนเอาชนะหยางเสี่ยวป้อได้ในหมัดเดียวทั้ง ๆ ที่มีกำลังภายในน้อยกว่าแม้หยางโม่ชิวจะประหลาดใจแต่ก็ดีใจที่
หยางฉินเทียนผ่านพ้นรอบนี้ไปได้ แม้รอบต่อไปจะยังไม่รู้ชะตากรรมแต่ก็ยังมีโอกาสที่เขาจะเอาชนะการประลองผู้ฝึกยุทธ์หน้าใหม่ และช่วยชีวิตปู่ของเขาได้
เมื่อจบการประลองทุกคนก็แยกย้ายไปทำภารกิจของตนส่วนหยางสงป้าแอบเดินตามหยางฉินเทียนไปอย่างห่าง ๆ เพราะมีเรื่องที่ประสงค์จะสนทนา
หยางสงป้าเปิดประเด็นด้วยเรื่องป้ายวิญญาณที่หายไปจากคลังสมบัติของตระกูลไถ่และกล่าวถึงตนเองที่ถูกใส่ร้ายเขาพยายามที่จะดูอากัปกิริยาของหยางฉินเทียนว่ามีพิรุธอะไรหรือไม่ หากไม่มีจึงค่อยดำเนินการตามแผนเดิมแต่ทว่าเขาเดาว่ามี!
“เจ้าพยายามจะบอกว่าข้าเป็นผู้ต้องสงสัยอย่างนั้นรึ”
“เปล่า วันนี้ข้ามาขายของ” หยางสงป้าปฏิเสธแล้วเอาของออกมาจากแหวนมิติ“ข้าเพียงเล่าสาเหตุว่าทำไมข้าจึงต้องขายของมีค่าอย่างที่บอกไปแล้วว่าข้าถูกหลอกลวงให้ซื้อป้ายวิญญาณปลอมซึ่งมีราคาถึงยี่สิบล้านหลงเฉียนเงินจำนวนนี้มีค่ามาก ข้าจึงต้องหาเงินเพื่อคืนสภาพคล่องให้ธุรกิจ”
“นี่เป็นอาวุธวิญญาณระดับสามัญขั้นสูง”เขาวางเกราะแขนที่ออกแบบมาใช้เป็นทั้งรุกและรับ ส่วนปลายเป็นถุงมือพร้อมสนับส่วนแขนถึงศอกเป็นเกราะป้องกันพร้อมใบมีดแหลมคมที่ยื่นออกมาบริเวณศอก“มันเป็นสมบัติของตระกูลสง ซึ่งไม่ใช่ว่าจะได้มาง่าย ๆ ในเมื่อเจ้าเป็นสายเสริมพลังและจำเป็นต้องใช้วิชาสายปะทะในการรุก ของชิ้นนี้จึงเหมาะสำหรับเจ้า”
“เจ้าจะขายเท่าไหร่” หยางฉินเทียนมีรึจะไม่สนใจเขากำลังต้องการอยู่พอดี แล้วหยางสงป้าก็มาขายถึงที่!
“ยี่สิบล้านหลงเฉียน”
“นี่คือราคาที่เหมาะสมแล้วรึ?”
“บอกตามตรง สมบัติชิ้นนี้ประมูลมาสามสิบล้านหลงเฉียนหากข้าไม่ได้ร้อนเงินก็คงไม่เอามาเร่ขายแบบนี้ ราคายี่สิบล้านหลงเฉียนถือว่าถูกมากแล้วสรุปว่าเจ้าจะซื้อหรือไม่?”
“ถ้าเช่นนั้นก็ตกลงตามนี้”
ว่าแล้วหยางฉินเทียนจึงเอื้อมมือไปหยิบอาวุธวิญญาณ
“ช้าก่อน!”หยางสงป้าเอามือเข้ามาขวางการจับต้องอาวุธวิญญาณ “อาวุธวิญญาณจะสามารถใช้พลังทักษะที่ติดมากับมันได้หากเจ้านำไปใช้จนชำรุดแล้วจะมาบอกว่าข้านำขยะมาขายเจ้าจึงไม่ควร เพื่อป้องกันไม่ให้สถานการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นข้าจะทดสอบให้เจ้าดูก่อนว่ามันยังใช้งานได้ดี”
หยางสงป้ายิ้มกริ่มในใจ เพราะนี่คือแผนการที่เขาวางมาตั้งแต่ต้นเมื่อเขาถ่ายทอดพลังเต๋าเข้าไปในอาวุธวิญญาณ รัศมีพลังจะดึงดูดให้ป้ายวิญญาณเร้าร้อนจนต้องปรากฏตัวและนั่นจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าป้ายวิญญาณของแท้อยู่ที่หยางฉินเทียนหรือไม่หากป้ายวิญญาณของแท้อยู่ที่นี่ เขาจะพ้นมลทินทันที!
“ได้สิ เจ้าจงทดสอบเถอะ”
หยางฉินเทียนให้สัญญาณไฟเขียวได้ยินเช่นนั้นหยางสงป้าก็นำอาวุธวิญญาณมาสวมแขนข้างหนึ่งแล้วเริ่มถ่ายพลังเข้าสู่แก่นพลังของอาวุธวิญญาณแหวนมิติของหยางฉินเทียนเริ่มสั่นไหวเพราะป้ายวิญญาณที่อยู่ข้างในกำลังบ้าคลั่งมันมีปฏิกิริยาตอบสนองกับอาวุธวิญญาณอย่างรุนแรง และพยายามจะออกมาจากแหวนมิติอย่างเอาเป็นเอาตาย!‘ฉิบหายแล้วเว้ยยย!!’