หลังจากนั้นฉันก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องจนถึงเวลาอาหารเย็น อาหารมากมายที่ฉันจำได้ว่าพี่ศิลาเคยชอบถูกจัดวางอยู่บนโต๊ะ
คุณพ่อการันต์เพิ่งออกจากโรงพยาบาลก่อนหน้าที่พี่ศิลาจะกลับมาไม่กี่วัน ฉันใแทบแย่ตอนรู้ว่าคุณพ่อล้มป่วยจนถึงขั้นนอนโรงพยาบาล หลัง ๆ มาสุขภาพของคุณพ่อการันต์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก ท่านเข้าออกโรงพยาบาลเป็ว่าเล่น
เมื่อฉันนั่งลงพี่พีมมองฉันก่อนจะยิ้มเหยียด ๆ มาให้และหันไปโอบเอวพี่แอมเข้ามานั่งที่โต๊ะอาหาร แม่ผึ้งประคองคุณพ่อการันต์เดินลงมาจากบันไดแล้วมานั่งที่โต๊ะ ฉันมองทุกความเคลื่อนไหวอย่างชินชา
จนกระทั่งร่างสูงของพี่ศิลาปรากฏตัวขึ้น ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบทันที
“นั่งก่อนสิ” คุณพ่อการันต์พูดขึ้นอย่างอ่อนโยน แววตาที่มองพี่ศิลาเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งความโหยหาและรู้สึกผิด
พี่ศิลาไม่ตอบ เขาทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามฉัน ท่าทางนิ่งขรึมทำให้ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววเ็าจนน่าเกรงขาม บรรยากาศรอบตัวพลอยเย็นเยียบตามไปด้วย
พี่ศิลาแทบไม่แตะอาหารแถมยังพูดน้อยคำจนนับได้ ในขณะที่คนพูดส่วนใหญ่จะเป็แม่ผึ้ง และคู่รักแห่งปีอย่างพี่พีมกับพี่แอมที่ยังคงเอาใจกันจนออกนอกหน้า
ฉันแอบเหลือบมองพี่ศิลาด้วยความสงสัย เขายังคงทำหน้าเ็าเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง พี่ศิลากำลังคิดอะไรอยู่นะ เขาจะทำใจได้รึยัง เขาเคยรักพี่แอมมาก ๆ ฉันเคยเห็นเขาเสียใจจนไม่เป็ผู้เป็คนอยู่พักใหญ่ตอนที่รู้ว่าพี่แอมมาคบกับพี่พีม
ทันใดนั้น…
ฉันก็สะดุ้งขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อััได้ถึงบางอย่างที่ไต่ขึ้นมาบนเท้าฉัน เมื่อก้มลงไปมองจึงพบว่าเป็เท้าของพี่ศิลา เขากำลังััลูบไล้เท้าฉันอยู่ ฉันหันไปมองเขาแววตาคนเ็าฉายแววนึกสนุกก่อนจะเปลี่ยนเป็สีหน้าเรียบเฉยดังเดิม
เมื่อเท้าเขาััขึ้นมาเรื่อย ๆ จากข้อเท้ามาจนถึงกลางขา
เคร้งง!
ช้อนร่วงจากมือฉันทันที พี่ศิลาทำบ้าอะไรเนี่ย!
“ยัยแพรทำไมถึงได้ซุ่มซ่ามขนาดนี้” แม่ผึ้งบ่นฉันพลางส่งสายตาไม่พอใจมาให้ ฉันขอโทษเบา ๆ ก่อนจะก้มลงไปเก็บช้อนทำให้เหลือบไปเห็นว่าเท้าของพี่แอมที่กำลังลูบไล้เท้าพี่ศิลาอยู่รีบชักกลับทันที
ฉันเงยหน้าขึ้นช้า ๆ พี่พีมยังนั่งยิ้ม พูดคุยกับพี่แอมอย่างออกรส มือของทั้งคู่ประสานกันไว้แน่นราวกับคู่รักที่กำลังมีความสุข ภาพตรงหน้าทำให้ฉันรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ทำไมฉันต้องมารับรู้เื่อะไรแบบนี้ด้วยนะ
“อิ่มแล้ว ขอตัวก่อนนะ” พี่ศิลาพูดแล้วลุกขึ้นยืน เขาคว้ากุญแจขึ้นมาถือไว้ก่อนจะเดินออกไป เสียงรถเคลื่อนตัวออกไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ
หรือว่าพี่ศิลาจะยังทำใจไม่ได้...ที่ต้องเห็นพี่แอมอยู่กับพี่พีม
“เดี๋ยวก็ดีขึ้นนะคะ ผึ้งจะช่วยคุณเองค่ะ” แม่ผึ้งพูดก่อนจะลูบแขนคุณพ่อการันต์ที่ยังคงทำหน้าเศร้า
หลังจากที่พวกเรารับประทานอาหารเย็นเสร็จ ฉันกำลังช่วยพี่แก้วเช็ดจาน ข้อความแจ้งเตือนจากไอจีนิรนามของฉันที่แอบกดฟอลโลว์พี่ศิลาไว้ก็เด้งขึ้นมา
Sila : Hi Thailand
พี่ศิลาไปปาร์ตี้กับเพื่อนของเขาที่ผับ XXX งั้นเหรอ
เมื่อฉันเดินออกมาจากห้องครัว ก็บังเอิญได้ยินพี่แอมคุยโทรศัพท์โดยที่ไม่ได้ตั้งใจ
“ฉันจะไปผับ XXX วันนี้ฉันจะทำให้เขากลับมาหาฉันให้ได้” นั่นมันที่เดียวกับที่พี่ศิลาเช็คอินนี่นา แต่เสียงที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังก็ทำให้ฉันสะดุ้ง
“เก็บอาการหน่อยได้ไหม” พี่พีมพูดขึ้น
“แค่เห็นมันก็ทำตัวเหมือนหมาเห็นเ้าของ”
“แพรเปล่า…”
“หึ ดูสายตาที่แกมองมันสิแพร บิดไม่มิดหรอก”
“พี่พีมสนใจพี่แอมเถอะ ไม่ต้องมาสนใจแพรหรอก” ฉันพูดก่อนจะเดินหนีทั้งคู่ออกมา
พี่แอมเข้าไปกอดพี่พีมก่อนจะล่ำลากันราวกับจะตายจากกันไปวันนี้ ฉันเบ้ปากให้กับพฤติกรรมของสองคนนี้ทันที ต่างคนต่างนอกใจแต่ก็ขาดกันไม่ได้
เมื่อพี่แอมออกไป ฉันก็อยู่ไม่ติดทันที พี่แอมจะไปหาพี่ศิลารึเปล่านะ แล้วถ้าพี่ศิลากลับไปหาพี่แอมละ พี่ศิลาจะหลงกลพี่แอมไหมนะ พี่ศิลาจะทำใจได้รึยัง ยิ่งคิดถึงไปถึงภาพที่พี่ศิลาเสียใจจนไม่เป็ผู้เป็คน ก็ทำให้ฉันยิ่งวิตกกังวล
รู้ตัวอีกทีฉันก็บอกกับคุณพ่อว่าจะไปทำรายงานกับตาว และขอนอนที่คอนโดที่คุณพ่อเช่าไว้ให้ฉัน เพื่อให้ฉันไปเรียนได้สะดวก ขอโทษนะตาวที่ฉันเอาชื่อแกมาอ้าง ฉันแค่อยากไปดูให้แน่ใจว่าเขาจะไม่หลงกลพี่แอมเฉย ๆ แล้วฉันก็จะกลับ
ผับ XXX
นี่เป็ครั้งแรกที่ฉันเข้ามาในผับ เสียงเพลงกระหึ่มจนแทบกลบทุกเสียง ผู้คนเบียดเสียดกันแน่นไปหมด แสงไฟหลากสีสาดส่องสลับกันจนแทบมองอะไรไม่ชัด
ฉันพยายามมองหาพี่ศิลาในโซน VIP ตามที่เขาเช็กอินไว้ กระทั่งเห็นกลุ่มเพื่อนของเขาอยู่ไกล ๆ จึงรีบเดินฝ่าฝูงชนเข้าไป
แต่ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวเดินจู่ ๆ ก็มีมือหนึ่งคว้าข้อมือฉันไว้แล้วกระชากไปทางด้านหลัง จนร่างฉันเซเกือบล้ม
“มาคนเดียวเหรอจ๊ะ คนสวย” ผู้ชายร่างท้วมวัยกลางคนส่งยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยมาให้ กลิ่นบุหรี่และแอลกอฮอล์จากลมหายใจของเขาปะทะใบหน้าจนฉันต้องเบือนหน้าหนี ฉันรีบบิดข้อมือ พยายามดึงตัวเองออกจากการเกาะกุมนั้น
“เปล่านะ ฉันมากับ-”
“ผัว” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นจากด้านหลัง ฉันหันกลับไปมองก็พบว่าพี่ศิลากำลังเดินตรงเข้ามา ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งแต่แววตากลับเย็นเฉียบ ยังไม่ทันตั้งตัวแขนแข็งแรงของเขาก็โอบรอบเอวฉัน แล้วดึงร่างฉันเข้าไปแนบชิดกับอกกว้าง
ริมฝีปากอุ่นกดลงบนแก้มฉันอย่างจงใจ ฉันสะดุ้งรีบยกมือดันอกเขาแล้วพยายามถอยหนี แต่เขากลับไม่ยอมปล่อย สีหน้าของเขายิ่งบึ้งตึงขึ้นเมื่อฉันขยับตัว แขนที่โอบอยู่กลับออกแรงกระชับแน่นกว่าเดิม
“ผัวหอมแก้มโชว์แล้วมึงยังไม่ไปอีก” พี่ศิลามองผู้ชายคนนั้นอย่างเอาเื่ กรามของเขาขบแน่นขึ้นมา
“ขอโทษครับ” คนตรงหน้าขอโทษขอโพยแล้วรีบเดินหายไปทันที
“มาทำอะไรที่นี่?” พี่ศิลาถามขึ้นเมื่อเขาลากฉันมาจนถึงพี่โซน VIP ได้สำเร็จ
“แพรมา…แพร…” ฉันตอบตะกุกตะกักขึ้นมา ไม่ได้คิดว่าจะมาเจอเขา ฉันแค่จะมาแอบดูเขาเฉย ๆ แล้วก็กลับ
พี่ศิลานิ่งฟัง ราวกับกำลังรอคำตอบจากฉันอย่างใจเย็น โซน VIP อยู่บนชั้นสองของร้าน จึงค่อนข้างเป็ส่วนตัว ทำให้เสียงเพลงเบากว่าชั้นล่างมาก
“คือว่าแพร...คือ…” คิดสิแพร คิดเร็วสิ
“คือ?” เเขากอดอกมองฉันั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยแววตากวน ๆ ท่าทางที่ราวกับมีเวลาทั้งคืนให้ฉันหาคำตอบ ทำให้ฉันเผลอกำชายกระโปรงแน่น เพราะรีบออกมาจากบ้าน ฉันจึงยังใส่เดรสสีฟ้าอ่อนตัวเดียวกับตอนรับประทานอาหารมื้อเย็น ซึ่งมันไม่เข้ากับบรรยากาศที่นี่เลยสุด ๆ
“คือว่า...แพรได้ยินพี่แอม…” ฉันเม้มริมฝีปากแน่นแล้วรวบรวมความกล้าพูดออกไป แต่ยังไม่ทันจบประโยค
ปึก
พี่ศิลาดึงฉันเข้าไปในอ้อมแขนอย่างกะทันหัน นี่เขาทำแบบนี้กับฉันกี่ครั้งแล้ววันนี้ แผ่นอกกว้างของเขาแนบชิดกับร่างของฉัน ลมหายใจอุ่นร้อนของเขาเป่ารดอยู่บนศีรษะ น้ำหอมกลิ่นหนังผสมไม้ซีดาร์อ่อน ๆ จากตัวเขาลอยเข้ามาลอยเข้ามาแตะปลายจมูก ฉันเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
“พี่ศิลา ทะ…ทำอะไรคะ” ฉันถามออกไปด้วยความงุนงงพลางดันตัวออก
อ้อมแขนของเขากระชับแน่นขึ้นอีกเล็กน้อย ก่อนจะส่งรอยยิ้มที่ดูร้าย ๆ มาให้ หัวใจของฉันเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก
นอกจากพี่ศิลา...ฉันก็ไม่เคยปล่อยให้ผู้ชายคนไหนเข้ามาใกล้ฉันถึงขนาดนี้เลย