เื่ราวที่เกิดขึ้นหลังจากนี้
''เหตุใดวันนี้เ้าซ้อมเพียงครู่เดียวเล่า??''หนิงอ้ายเอ่ยถามออกมา
''มารดาของท่านใช้ให้มาตามคุณชายเห็นว่ามีเื่จะคุยด้วยขอรับ...''ลู่ซีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนต้องทำอะไรจึงเอ่ยเเจ้งเด็กหนุ่มในทันที
''วันนี้ฝึกซ้อมพอเเค่นี้เเล้วกันวันนี้เราไปหาท่านเเม่กันที่เรือนกันเถอะ''หนิงอ้ายตอบกลับพร้อมกับเดินนำอีกฝ่ายออกไปยังเรือนของตน
ซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่เค่อเท่านั้นหนิงอ้ายเเละลู่ซีจึงมาถึงเรือนเล็กโดยบ่าวรับใช้ได้กล่าวว่าฮูหยินของคุณชายรวมไปถึงท่านลุงจางปินเเละท่านน้าหรันหรูรออยู่ในห้องโถงรับรองเเล้วหนิงอ้ายพยักหน้ารับรู้ก่อนที่จะก้าวเท้าเข้าไปอีกทั้งยังสั่งให้ลู่ซีเเละบ่าวรับใช้คนอื่นไปเตรียมสำรับมื้อเที่ยงมารอได้เลยทันทีที่เยว่ซินเห็นว่าบุตรชายของนางเข้ามาถึงเเล้วบทสนทนาก่อนหน้าจึงหยุดไปโดยทันที
''มาเเล้วหรือลูกแม่...มานั่งตรงนี้เถิดเเม่มีเื่จะคุยด้วยกับเ้า''เยว่ซินเอ่ยออกมาพร้อมกับจับเเขนเด็กหนุ่มให้นั่งลงที่ข้างตนเองทันที
''ลู่ซีเเจ้งว่าท่านเเม่มีเื่คุยกับข้าหรือขอรับ??''หนิงอ้ายเอ่ยถามออกมา
''เเม่มีเื่จะบอกเ้าตอนนี้เเม่กับบิดาของเ้าหย่าขาดกันเเล้วในวันรุ่งขึ้นเราจะกลับไปยังตระกูลหวังที่เเคว้นเต่าดำไปหาท่านตากับท่านยายของเ้ากัน''เยว่ซินเอ่ยออกมาพร้อมกับสังเกตท่าทีของเด็กหนุ่มไปพร้อมกันด้วยนางกลัวว่าการตัดสินใจของนางจะทำให้บุตรชายต้องเสียใจเเต่มีหรือที่หนิงอ้ายจะไม่รับรู้ความหมายของสายตาที่มารดาของตนมองมาจึงเอ่ยตอบกลับไป
''ข้าล้วนเเต่ตามใจท่านเเม่ขอรับข้าล้วนเเต่เคารพเเละเชื่อฟังการตัดสินใจของท่านในทุกเื่ขอรับ''
''ในเมื่อเ้าไม่ติดขัดเื่ใดพวกเราทั้งสี่คนไปรับมื้อเที่ยงกันดีกว่าเพราะอย่างไรของที่เราต้องเก็บก็ยังคงมีอยู่ไม่น้อยอีกทั้งพรุ่งนี้เราจะเดินทางกันเเต่เช้าอีกด้วย''เยว่ซินเอ่ยออกมาพร้อมกับชวนทุกคนออกไปจากห้องรับรองนี้เพื่อไปทานอาหารเพราะต้องมีเื่ต้องจัดการไม่น้อยจึงต้องรีบทำทุกอย่างให้เร็วที่สุด
''จริงหรือขอรับคุณชายใหญ่...ที่ฮูหยินได้หย่ากับท่านประมุขเเละจะทำการกลับเเคว้นเต่าดำในวันรุ่งขึ้น''ลู่ซีเอ่ยถามขึ้นในขณะที่ตนกำลังช่วยหนิงอ้ายเก็บของอยู่ในห้อง
''เเน่นอนว่าเป็เื่จริง...เเล้วเ้าเล่าอยากไปกับข้าหรือไม่??''หนิงอ้ายเอ่ยถามขึ้น
''ข้าย่อมอยากที่จะติดตามคอยรับใช้คุณชายขอรับ''ลู่ซีเมื่อได้ยินดังนั้นจึงตอบตกลงด้วยความยินดีในคราเเรกเขาคิดว่าตนคงถูกทิ้งให้อยู่ในตระกูลจางนี้ต่อไปเสียเเล้ว คล้ายกับหนิงอ้ายจะรับรู้ได้จึงเอ่ยขึ้นว่า
''ลู่ซีเ้าอยู่กับหนิงอ้ายตั้งเเต่เด็กข้าเชื่อว่าเ้าย่อมรับรู้เเละสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงว่าข้าไม่ใช่หนิงอ้ายคุณชายของเ้าใช่หรือไม่??''
''ข้าจะไม่ปิดบังเ้า...ตัวข้านั้นชื่อหนิงอ้ายเเต่ไม่ใช่คนในโลกนี้หลังจากข้าตายในโลกเดิมเมื่อรู้ตัวอีกทีก็พบว่าตนอยู่ในโลกนี้เสียเเล้ว...''จริงอยู่ที่ลู่ซีจะััได้ว่าคุณชายของตนนั้นเปลี่ยนไปราวกับคนละคน
เเม้จะมีใบหน้าเเละรูปร่างที่เหมือนเดิมเเต่หนิงอ้ายในตอนนี้นั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังของชีวิตมีบางมุมคล้ายกับผู้ที่ผ่านโลกมานานเสียอย่างนั้น ซึ่งนับได้ว่าเป็คนที่เด็ดขาดไม่น้อยในเมื่อหากตายไปแล้วเเต่กลับได้เข้าร่างคุณชายของตนย่อมเป็ลิขิต์ในเเท้ ในตอนนั้นเป็เขาที่อ่อนเเอเกินไปจึงไม่สามารถปกป้องคุณชายได้เเต่หลังจากนี้ตนจะฝึกฝนให้มากยิ่งขึ้นเพื่อที่จะปกป้องภัยอันตรายต่างๆที่จะเข้ามาทำร้ายคุณชายเเละมารดาของคุณชายให้ได้
''ตั้งเเต่ข้าลืมตาขึ้นมาก็ได้พบเ้าเเละมีเ้าเเละท่านเเม่ที่คอยดูเเลสำหรับข้านั้นเ้าไม่ใช่บ่าวรับใช้คนสนิทเเต่ข้านับถือเ้าเป็ดั่งพี่ชายของข้าคนหนึ่งด้วยซ้ำ ในโลกเดิมข้าหนิงอ้ายเป็เพียงเด็กกำพร้าไม่มีพ่อเเม่ไร้ซึ่งพี่น้องหากไม่เป็อันใดมากเกินไปข้าขอนับถือท่านเป็ดั่งพี่ชายได้หรือไม่??''หนิงอ้ายเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกข้างในของตนเเละความรู้สึกของหนิงอ้ายคนเดิมที่ยังตกค้างอยู่
''เเต่ว่า... ''ลู่ซีเอ่ยขึ้นพยายามที่จะปฏิเสธ
''ท่านอย่าปฏิเสธเลยทุกสิ่งที่ข้าเอ่ยขึ้นมานั้นหนิงอ้ายคนเดิมก็รู้สึกเช่นเดียวกันเเละข้าเชื่อว่าท่านเเม่ย่อมมีความเห็นที่ตรงกันกับข้าอย่างเเน่นอนเอาละ...พวกเรายังมีเวลาอีกมากที่จะพูดถึงเื่นี้ ข้าว่าเรารีบเก็บของทั้งหมดกันเถิดขอรับ เพราะพรุ่งนี้เราต้องเดินทางกันเเต่เช้า''
ในขณะที่หนิงอ้ายพูดนั้นบทสนทนาทั้งหมดเขาเชื่อว่าเยว่ซินหรือมารดาของหนิงอ้ายนั้นนางฟังอยู่ตรงหน้าประตู ด้วยเพราะบทเวทย์ระดับเซียนหาทวีจิตะอนันต์นั้นทำให้เขามักจะใช้เคล็ดวิชานี้อยู่ตลอดเวลาโดยการใช้บทเวทย์เนตรเเห่ง์เเละเคล็ดวิชาดูดซับพลังปราณฟ้าดินอยู่เสมอจึงทำให้สามารถรับรู้ถึงทุกสิ่งอย่างในขอบเขตสายตาเเละรับรู้ถึงตัวตนของมารดาของเขา
หนิงอ้ายเชื่อว่าตั้งเเต่ที่ตนนั้นฟื้นขึ้นมาจากเหตุการ์ณที่หนิงอ้ายคนเดิมนั้นได้จากไปเเน่นอนอยู่เเล้วว่าเยว่ซินผู้ที่รักบุตรชายของตนยิ่งกว่าชีวิตย่อมสังเกตความเปลี่ยนเเปลงที่เกิดขึ้นเเละรับรู้ได้ว่าบุตรชายคนเดิมของตนได้จากไปแล้ว เเต่การที่นางยังมอบความรัก ความเอาใจใส่ ตลอดจนไม่มีท่าทีต่อต้านและมองว่าเขาฉวยโอกาสมาอยู่เเทนบุตรของตนฉะนั้นเขาขอเห็นเเก่ตัวสักนิดได้หรือไม่ที่จะสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวที่เขาได้รับจากโลกใบนี้...
..............................
หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อยเเล้วนั้นทางฝั่งของเยว่ซินเองตั้งใจว่าตนนั้นจะไปเอาใบหย่าที่ได้กล่าวกับจางเลี่ยงหวงในตอนเช้าที่ผ่านมา ด้วยเพราะว่าในวันรุ่งขึ้นนั้นตนตั้งใจที่จะออกเดินทางกลับตระกูลหวังให้เร็วที่สุดเเม้ว่าเเคว้นหงส์แดงเเละเเคว้นเต่าดำบ้านเกิดของนางจะมีอาณาเขตติดกันเสมือนบ้านพี่เมืองน้อง เเต่เนื่องจากตระกูลจางและตระกูลหวังทั้งสองตระกูลต่างเป็หนึ่งในสี่ของตระกูลใหญ่ของเเคว้นทั้งคู่จึงทำให้จวนของตระกูลจะอยู่ตรงบริเวณใจกลางของเเคว้นที่เป็ศูนย์กลางการปกครอง
เเต่อีกเหตุผลที่นางนั้นอยากเดินทางให้เร็วที่สุดก็ด้วยเพราะกลัวว่าหากนางประวิงเวลาไปมากกว่านี้จะยิ่งเปิดโอกาสให้นักฆ่ารับจ้างลอบเข้ามาในเรือนอีกครั้ง ในคืนที่ผ่านมาอาจจะไม่มีความสูญเสียเกิดขึ้นด้วยเพราะว่าผู้ที่อาศัยในเรือนหลังเล็กนี้ทั้งนางเเละบ่าวรับใช้คนอื่นๆต่างเป็วรยุทธเป็ผู้ฝึกตนกันทั้งสิ้นเเละด้วยความประมาทย่ามใจของพวกมันที่คิดว่าบุตรชายของนางนั้นไม่ใช่ผู้ฝึกตนอีกทั้งยังร่างกายอ่อนเเอจึงส่งนักฆ่าฝีมือดีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ซึ่งหากว่าพวกมันกลับไปรายงานผลภารกิจล่าช้ากว่ากำหนดย่อมทำให้พวกมันแปลกใจเเละต้องส่งนักฆ่ามาเพิ่มอย่างเเน่นอน
เเม้ในคืนที่ผ่านมานั้นนางรับรู้ได้ว่าบุตรของนางนั้นฝีมือไม่ด้อยกว่าใครเผลอๆอาจจะเก่งกาจกว่านางเสียด้วยซ้ำ เเต่ถึงอย่างไรนางย่อมป้องกันไว้ก่อนดีกว่า นางมีเพียงบุตรคนเดียวซึ่งก็คือหนิงอ้ายเเละเยว่ซินไม่พร้อมที่จะเสียเด็กหนุ่มไปอย่างเเน่นอนก่อนหน้านี้ถึงเเม้ว่านางจะถูกไล่ให้มาอยู่เรือนเล็กท้ายจวนเเละถูกยึดอำนาจของฮูหยินใหญ่ของตระกูลจางเกือบหมด เเต่ในเื่ของการจัดการสมุดบัญชีของตระกูลจางเเละกิจการของตระกูล รายรับ รายจ่ายต่างๆ เลี่ยงหวงอดีตสามีของนางนั้นยังคงไว้ใจให้นางทำหน้าที่ดูเเลตรงนี้อยู่เสมอ
เเต่ทว่าในตอนนี้นางไม่มีความจำเป็ต้องเอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวเเล้ว เยว่ซินจึงตั้งใจคืนทุกสิ่งที่นางนั้นได้ดูเเลตั้งเเต่ก้าวเข้ามาในตระกูลจาง ซึ่งนั่นคือสมุดบัญชีค่าใช้จ่ายของตระกูลจาง รวมไปถึงสมุดบัญชีของกิจการต่างๆ ที่ปกตินางมักจะให้พ่อบ้านของตระกูลนำมาให้ตนตรวจสอบทุกๆ เจ็ดวัน อีกทั้งยังมีตราประจำตัวของฮูหยินใหญ่ตระกูลจางที่นางเคยมาหลายสิบปี ซึ่งตอนนี้คงถึงเวลาเเล้วที่จะต้องคืนให้แก่อดีตสามีของนาง เพื่อที่เขาจะได้ส่งมอบให้สตรีที่ตนรักจริงๆ ไม่ใช่มอบให้สตรีเช่นนางที่ถูกตบเเต่งเข้ามาด้วยความเหมาะสม
เยว่ซินยอมรับว่านางพยายามทำตัวเองให้วุ่นวายเพื่อที่จะไม่ต้องคิดเื่นี้ให้ตนเ็ปอีกหากบอกว่านางทำได้คงต้องกล่าวว่านางโกหกอย่างเเน่นอนเพราะเกือบสิบหกปี...สิบหกปีเลยทีเดียวมันย่อมไม่ง่ายดายเเม้ว่าเื่ราวที่เกิดขึ้นจะทำให้นางทุกข์มากกว่ามีความสุขเเต่เยว่ซินไม่เคยรู้สึกผิดหวังเสียใจที่เื่ราวทุกอย่างต้องลงเอยเช่นวันนี้
นางเรียนรู้ที่จะไม่เอาใจของตนไปผูกกับคนอื่นเเล้วนางเเค่กลับมาอยู่ในจุดที่นางเคยยืนอยู่บิดามารดาของนางนั้นมักจะพูดกับนางให้ฟังเสมอในตอนนางยังเด็กทุกๆคืนไม่ปล่อยให้โชคชะตาหรือ์มาลิขิตเส้นทางเดินชีวิตของตนเเน่นอนว่านางย่อมเชื่ออย่างสุดหัวใจเพราะนางมีบิดามารดาเป็แบบอย่างชีวิตที่ดีในทุกๆด้านเเละตอนนี้ถึงเวลาที่นางจะต้องทำได้ให้กับบุตรของนางเช่นกัน...
ก่อนหน้านี้นางได้เรียกรวมบ่าวที่คอยดูเเลรับใช้ตนที่เรือนหลังเล็กท้ายจวนนี้เพื่อสอบถามว่ามีคนไหนสมัครใจที่จะติดตามนางไปยังตระกูลหวังของนางที่เเคว้นเต่าดำหรือหาก้าอยู่กับครอบครัวของตนที่นี่นางจะได้ให้เงินตั้งตัวกันเล็กน้อยเพื่อเป็การตอบเเทนในทุกเื่ ซึ่งบ่าวรับใช้ทุกคนต่างขออนุญาตไม่ติดตามนางไปด้วยเพราะต่างมีครอบครัวกันอยู่ในเเคว้นหงส์แดงนี้ ซึ่งเยว่ซินไม่ได้ว่าอะไรบ่าวที่เหลือต่างก้มหัวทำความเคารพอย่างสุดใจด้วยเพราะตนนั้นโชคดีที่ได้มารับใช้อดีตฮูหยินเอกผู้นี้ซึ่งไม่เคยด่าทอทุบตีบ่าวรับใช้เหมือนกับนายท่านเรือนอื่นๆ
เมื่อเยว่ซินจัดการทุกสิ่งอย่างเเล้วจึงตั้งใจที่จะไปคุยกับหนิงอ้ายบุตรชายของตนเกี่ยวกับการเก็บข้าวของ เสื้อผ้าเเละสิ่งจำเป็ต่างๆ เเต่ไม่คิดว่านางจะได้ยินเื่ราวที่หนิงอ้ายคุยกับบ่าวสนิทของเขา นั้นก็ยิ่งทำให้นางเเน่ใจเเล้วว่าสิ่งที่นางคิดมาตลอดนั้นเป็เื่จริง เเม้นางจะเสียใจไม่น้อยที่ต้องเสียหนิงอ้ายคนเก่าไป เเต่ถึงอย่างไรนั้น์ก็ไม่ได้ทำร้ายนางเท่าใดนักเพราะก็ได้ส่งบุตรของนางอีกคนกลับมาเช่นกัน
บุตรที่นางไม่มีโอกาสได้อุ้มชูเสียด้วยซ้ำ...ซึ่งกล่าวได้ว่าไม่มีใครรู้เื่ราวในสิบห้าปีก่อนนอกจากบ่าวรับใช้คนสนิทของนางที่เสียชีวิตไปเกือบสิบปีเเละหมอที่ทำคลอดในคืนนั้นทุกคนในตระกูลจางรวมไปถึงเลี่ยงหวงอดีตสามีของนางนั้นต่างเข้าใจว่านางคลอดบุตรชายได้สำเร็จ
เเต่ความจริงเเล้วในคืนนั้นนางคลอดบุตรชายฝาแฝดสองคนเเต่ด้วยเพราะ่นั้นนางเอาเเต่คิดเื่ราวมากมายเกี่ยวกับอดีตสามีที่ตบเเต่งกับฮูหยินรองโดยที่ไม่มีการกล่าวให้รับรู้เื่ราวที่เกิดขึ้นนางจึงได้เเต่เก็บเอามาคิดเเละโทษว่าเป็ความผิดของนางที่ไม่สามารถเป็ที่ปรึกษาเเก่อดีตสามีในทุกๆเื่ได้ราวกับว่าไม่ได้รับการไว้วางใจกันสุดท้ายผลเสียเ่าั้ได้เกิดขึ้นกับบุตรชายคนโตของนางที่ไม่มีโอกาสได้หายใจโดยทิ้งเพียงน้องชายอีกคนไว้กับนางเท่านั้น
หนิงอ้ายชื่อของบุตรชายคนเล็กของนางนั้นหมายถึงความรักอันสงบเเต่ความจริงเเล้วไม่เคยมีใครรู้ว่านางได้ซ่อนบุตรชายคนโตของนางอีกคนในชื่อนี้เเม้จะฟังเเล้วดูเหมือนกันเเต่ความจริงเเล้วคำว่าอ้ายของบุตรชายคนเล็กหมายถึงความรักเเละบุตรชายคนโตที่จากไปคำว่าอ้ายหมายถึงหยกงามที่นางไม่มีโอกาสได้ดูเเลอุ้มชูเเม้เพียงน้อย
ถึงเเม้ว่าในวันนี้นางได้สูญเสียความรักที่นางเคยดูเเลเอาใจใส่ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับเเต่์ยังคงเมตตาและมอบหยกงามที่นางเคยสูญเสียไปกลับเข้าสู่อ้อมอกอีกครั้งเเละนางสัญญาว่านางจะเเข็งแกร่งขึ้น...เข้มเเข็งขึ้นเพื่อจะที่ดูเเลบุตรชายที่นางได้คืนมานั้นอย่างดีที่สุด...
...........................
จวนของตระกูลจางนั้นกว้างขวางพอๆ กับจวนของตระกูลหวังของนางที่เเคว้นเต่าดำ ดังนั้นระยะทางไปกลับจากเรือนเล็กท้ายจวนที่นางพักอาศัยกับเรือนหลักที่อดีตสามีของนางนั้นอยู่ย่อมใช้เวลาเดินทางไม่น้อย เเต่เยว่ซินนั้นค่อยๆ ย่ำเท้าเดินเพื่อซึมซับความทรงจำที่นางเคยอยู่ในจวนนี้ให้มากที่สุดเเต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่คาดคิดว่าจะเจอใครบางคนด้วยซ้ำ
''ไม่คิดเลยว่าวันนี้จะมาถึงเร็วกว่าที่ข้าคิดเสียอีกเ้าคะฮูหยินใหญ่...ไม่สิอดีตฮูหยินใหญ่หวัง''เสียงของฮูหยินรองหรือหวงลู่เอินคนรักของอดีตสามีของนางเอ่ยทักขึ้นคล้ายกับว่า้ามาพบนางโดยเฉพาะ
เยว่ซินเดินทางกลับมาจากเรือนหลักของตระกูลจางหลังจากที่นางไปรับหนังสือหย่าที่ตนบอกให้จางเลี่ยงหวงเตรียมไว้ซึ่งทำให้เยว่ซินเองถึงกับงงเล็กน้อยที่พ่อบ้านฝู่หรงเเจ้งกับนางว่าอดีตสามีของนางนั้นออกไปที่สำนักศึกษาอย่างเร่งด่วนทั้งที่เป็วันหยุด เเม้นางจะเป็ห่วงไม่น้อยด้วยเพราะเป็กังวลว่าอาจจะเื่ไม่ดีขึ้น เเต่เเล้วอย่างไรเล่าในตอนนี้นางเเละเขาเหมือนกับคนแปลกหน้ากันเเล้ว ดังนั้นไม่ควรที่จะไปสนใจกันอีก
''มีอะไรก็พูดมาเถอะ...ที่ตรงนี้ไม่มีคนรักของเ้าอยู่ด้วยไม่จำเป็ต้องสวมหน้ากากจอมปลอมคุยกับข้า''เยว่ซินเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าไม่ปรากฏอารมณ์ใดใด
''หึ!!!อย่ามาทำเป็รู้จักข้าขนาดนั้นนางเเพศยาหวัง...ข้าละเกลียดเ้ายิ่งนัก''หวงลู่เอินสบถออกมาคล้ายกับว่าสะกดอารมณ์ไม่อยู่
''ข้าจำได้ว่าไม่เคยเอาตัวเองเข้าไปยุ่งกับเ้าเปรียบดังน้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลองฉันนั้นเเสดงว่าปัญหาอยู่ที่ตัวเ้าเเล้วละฮูหยินรองหวงเเต่ขอเตือนสติเ้า...อย่าล้ำเส้นข้าไปมากกว่านี้!!!''
''เเม้ที่ผ่านมาข้าไม่เคยตอบโต้เเต่เ้าคงรู้ถึงเหตุผลข้อนั้นเป็อย่างดีเเละที่สำคัญเ้าคงไม่ลืมใช่หรือไม่ว่าข้าผู้นี้ผ่านอะไรมาบ้างและสามารถทำอะไรได้บ้าง...''เยว่ซินกล่าวทิ้งท้ายอีกครั้งเเละเดินออกมาอย่างรวดเร็ว
ฮูหยินรองหรือหวงลู่เอินเมื่อได้ยินดังนั้นจึงได้เเต่ใไม่น้อย ด้วยเพราะที่ผ่านมานั้นนางได้ใช้สิ่งติดค้างที่จางเลี่ยงหวงมีให้เเก่นาง ทำให้นางหลงระเริงไป โดยลืมคิดไปว่าก่อนที่จะมาเป็อดีตฮูหยินใหญ่หวังนั้นหวังเยว่ซินนั้นขึ้นชื่อในเื่ของฝีมือที่เป็ที่ยอมรับเเม้กระทั่งผู้ฝึกตนด้วยกันเองเเละในการประลองเเคว้นครั้งนั้นนางสามารถติดห้าอันดับเเรกเเละสามารถก้าวเข้าสู่ทำเนียบเสาหลักของยุทธภพไหนจะเื้ัที่ยิ่งใหญ่อันได้เเก่ตระกูลหวังซึ่งเป็หนึ่งในสี่ของแคว้นเต่าดำ หากเยว่ซินนั้นไม่ได้เเต่งงานกับเลี่ยงหวงคงไม่ถอดตัวจากทำเนียบดังกล่าวง่ายๆอย่างเเน่นอน
นี่นาง..นี่นางพึ่งทำอะไรลงไปกันหวงลู่เอินได้เเต่คิดย้ำอยู่ในจิตใจ...