ตอนที่ 162 พรากหนึ่งเพื่อช่วยหนึ่ง
ตอนที่ 162 หลังจากดนัยทำความรู้จักกับหมอฮิโรชิแล้วหมอฮิโรชิก็พาดนัยไปพบกับลูกสาวของอดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาเธอนั้นเป็นเด็กวัยรุ่นผิวดำเหมือนกับพ่อของเธอและเมื่อดูจากข้อมูลเกี่ยวกับสภาพร่างกายของเธอแล้วหัวใจเธอกำลังจะหยุดทำงานนั่นจึงทำให้เธอจำเป็นต้องเปลี่ยนถ่ายหัวใจ “ไงหมอดนัยคิดว่าทำได้มั้ย” หมอฮิโรชิถามดนัยหลังจากอยู่กันเพียงลำพัง “ได้ครับ” ดนัยตอบอย่างมั่นใจ “ถ้าอย่างนั้นการผ่าตัดจะเริ่มคืนนี้เลยไปเตรียมตัวให้ดีซะ” หมอฮิโรชิบอก “เราจะไม่ซ้อมกันก่อนสักรอบเหรอครับ” ดนัยถาม “ฉันเชื่อใจอิจจังที่มอบหมายให้เธอผ่าตัดแทนเขา” หมอฮิโรชิพูด “เข้าใจแล้วครับการผ่าตัดครั้งนี้ผมจะทำให้ดีที่สุด” ดนัยพยักหน้าเข้าใจ “ถ้าอย่างนั้นเราไปหาครอบครัวผู้บริจาคกันต่อเลยนะ” หมอฮิโรชิพูดจากนั้นเขาก็พาดนัยไปหาครอบครัวของผู้บริจาคที่ห้องพิเศษห้องหนึ่ง โมมิจิ ซานาเอะ นั่นคือป้ายชื่อของห้องพิเศษห้องนี้ ก๊อก !! ก๊อก !! ครืด !! หมอฮิโรชิเคาะประตูตามมารยาทก่อนจะเปิดประตูเข้าไปภายในห้องพิเศษแห่งนี้ นี่คือชื่อของผู้บริจาคที่มีอาการสมองตายสินะ ดนัยคิดในใจก่อนจะเดินตามหมอฮิโรชิเข้าไปและเมื่อเข้าไปแล้วดนัยก็เห็นร่างของผู้บริจาคในครั้งนี้ซึ่งเธอเป็นเด็กผู้หญิงอายุประมาณยี่สิบเธอที่อยู่บนเตียงนั้นเหมือนกับกำลังนอนหลับอยู่แต่ทว่าเมื่อมองไปที่อุปกรณ์ช่วยชีวิตต่างๆมากมายที่อยู่ข้างเตียงแล้วสำหรับหมอหมอย่างดนัยก็รู้ได้ทันทีว่าถ้าขาดเครื่องช่วยชีวิตพวกนี้ไปสักเครื่องหัวใจเธอคงหยุดเต้นทันที และเมื่อเบนสายตาจากร่างของผู้บริจาคไปดนัยก็เห็นชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่งกำลังยืนมองดูร่างบนเตียงด้วยสายตารักใคร่ “สวัสดีครับคุณและคุณนายโมมิจิ” หมอฮิโรชิทักทายทั้งคู่ซึ่งเมื่อดนัยได้ยินคำทักทายของหมอฮิโรชิก็รู้ได้ทันทีว่าทั้งคู่คือพ่อแม่ของผู้บริจาคนั่นเอง “วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายของซานาเอะแล้วสินะคะ” คุณนายโมมิจิแม่ของผู้บริจาคพูดตาของเธอแดงกร่ำ “ครับตอนนี้ผู้รับบริจาคพร้อมที่จะรับหัวใจของหนูซานาเอะแล้ว” หมอฮิโรชิบอกคุณนายโมมิจิได้ยินแบบนั้นก็น้ำตาร่วง “ฮึก...ซานาเอะลูกแม่” “คุณหมอฮิโรชิครับพวกเราขออยู่กับซานาเอะจนวินาทีสุดท้ายได้มั้ยครับ” คุณโมมิจิพ่อของผู้บริจาคถาม “เชิญตามสบายครับการผ่าตัดจะเริ่มตอนสามทุ่ม” หมอฮิโรชิบอก “ขอบคุณครับ” คุณโมมิจิพ่อของผู้บริจาคกล่าวขอบคุณ จากนั้นหมอฮิโรชิก็พาดนัยออกมาจากห้องพิเศษนั่น “หมอดนัยฉันจะให้เธอเป็นคนผ่าเอาหัวใจของผู้บริจาคออกมานะ” หมอฮิโรชิพูดกับดนัย “ผมงั้นเหรอครับ !!” ดนัยอุทานอย่างตกใจเพราะเขานึกว่าหน้าที่นี้จะเป็นหน้าที่ของหมอฮิโรชิเสียอีก “ใช่ฉันยกให้เป็นหน้าที่ของเธอการผ่าตัดนี้พวกเราทั้งสองคนจะต้องผ่าเปิดหน้าอกพร้อมกันเธอจะต้องตามฉันให้ทันจนกระทั่งถึงวินาทีที่พวกเราผ่าเอาหัวใจของผู้บริจาคและผู้รับบริจาคออกมาจากนั้นเราก็จะทำการผ่าตัดด้วยกันโดยมีเธอเป็นผู้ช่วย” หมอฮิโรชิอธิบาย นั่นก็รู้อยู่หรอกแต่ว่านึกว่าจะให้เราเป็นคนผ่าเปิดหน้าอกอย่างเดียวเสียอีกแต่นี่จะให้เราผ่าเอาหัวใจของผู้บริจาคออกมาด้วยงั้นเหรอนั่นมัน..... ดนัยได้ยินแบบนั้นก็เริ่มลังเลใจ “ว่ายังไงฉันฝากเธอได้ใช่มั้ย” หมอฮิโรชิถามอีกครั้งหลังจากเห็นดนัยเงียบไป “ดะ...ได้ครับ” ดนัยได้ยินแบบนั้นก็รีบตอบกลับไป “ถ้าอย่างนั้นก็ดีงั้นพวกเราก็ไปพักกันเถอะระหว่างนี้เธอก็ฝึกอิมเมจเทรนนิ่งไปด้วยนะ” หมอฮิโรชิพูดจากนั้นเขาก็พาดนัยไปที่ห้องพักของศัลยแพทย์ของโรงพยาบาลเพื่อพักผ่อน ระหว่างที่อยู่ในห้องพักดนัยก็ใช้มือถือหาข้อมูลเกี่ยวกับ โมมิจิ ซานาเอะ ไปด้วยเพราะเขานั้นไม่รู้ข้อมูลของผู้บริจาคเลย ดนัยหาข้อมูลอยู่ไม่นานก็พบว่าผู้บริจาครายนี้เป็นเด็กนักเรียนมหาวิทยาลัยโอซาก้าปีที่สามเธอนั้นประสบอุบัติเหตุเมื่อเดือนก่อนซึ่งเป็นข่าวดังในโอซาก้าพอสมควรเพราะเนื่องจากเธอได้ช่วยเด็กคนหนึ่งที่กำลังจะจมน้ำเอาไว้แต่เนื่องด้วยกระแสน้ำในแม่น้ำวันนั้นค่อนข้างแรงพอเธอช่วยเด็กเสร็จเธอจึงหมดแรงและจมน้ำแทนแต่ถึงภายหลังกู้ภัยจะช่วยเธอขึ้นมาได้ก็เถอะแต่เธอจมน้ำนานเกินไปทำให้สมองขาดออกซิเจนและกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไป หมอนั้นพยายามยื้อชีวิตเธอเอาไว้ได้แต่ทว่าเธอก็ไม่มีสัญญาณว่าจะฟื้นกลับขึ้นมาเลยจนกระทั่งอวัยวะต่างๆค่อยๆหยุดทำงานจนกระทั่งเหล่าหมอลงความเห็นกันว่าเธออยู่ในภาวะสมองตายนั่นเอง “นี่เราต้องเป็นคนพรากลมหายใจของเธอสินะ” ดนัยพูดกับตัวเองหลังจากอ่านข่าวของโมมิจิ ซานาเอะจบก่อนเขาจะหลับตาลงเพื่อฝึกอิจเมจเทรนนิ่งและพยายามเลิกคิดเรื่องนี้ สามทุ่ม “พร้อมนะหมอดนัย” หมออิจิโนเสะถามดนัยที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่ในห้องแต่งตัวซึ่งหมออิจิโนเสะเองนั้นก็แต่งชุดผ่าตัดอยู่ด้วยเช่นกันเพราะเขาจะเข้าไปในห้องผ่าตัดด้วยนั่นเองจึงเปลี่ยนไปใส่ชุดผ่าตัด ปัง !! ดนัยปิดล็อกเกอร์ก่อนจะหันมาตอบหมออิจิโนเสะ “พร้อมครับ” ดนัยตอบ “อืองั้นก็ไปกันเถอะ” หมออิจิโนเสะพูดจากนั้นทั้งสองคนก็ออกจากห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าไปเพื่อไปที่ห้องผ่าตัด และเมื่อมาถึงห้องผ่าตัดดนัยก็เห็นว่าหมอและพยาบาลทุกคนที่จะเข้าร่วมการผ่าตัดครั้งนี้นั้นพร้อมแล้วแต่ทว่าดนัยก็เห็นสายตาหลายคู่มองมาที่เขาเหมือนไม่ค่อยจะเชื่อใจสักเท่าไหร่ ก็นะเป็นเราก็ไม่เชื่อใจเหมือนกันเพราะจู่ๆก็เอาหมอที่ไหนก็ไม่รู้มาเป็นผู้ช่วยแถมเราเองก็อายุยังไม่เท่าไหร่ ดนัยคิดในใจและเมื่อเขามองไปที่ด้านบนตรงห้องสังเกตการณ์ก็เห็นหมอหลายคนรวมถึงนากิสะก็นั่งอยู่บนนั้นเพื่อเฝ้าดูการผ่าตัดครั้งนี้ “เอาล่ะหมอดนัยพร้อมมั้ย” หมอฮิโรชิถามดนัย “ครับ” ดนัยพยักหน้า “ถ้าอย่างนั้นฉันฝากเรื่องการผ่าเปิดหน้าอกของผู้บริจาคด้วย” หมอฮิโรชิบอกพลางมองไปที่เตียงอีกเตียงซึ่งมีร่างของผู้บริจาคหัวใจ อ๊ะใช่แล้วตอนนี้ในห้องผ่าตัดนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ผู้ป่วยเท่านั้นที่กำลังจะผ่าตัดแต่ทว่ามีผู้บริจาคหัวใจที่ตอนนี้สมองตายนอนอยู่ด้วย ดนัยมองไปที่ผู้บริจาคคนนั้นก็รู้สึกกลัวขึ้นมาเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาจะต้องผ่าตัดเพื่อจบชีวิตคนๆหนึ่งทั้งที่เคยใช้การผ่าตัดช่วยเหลือชีวิตผู้อื่นมาตลอด หมับ !! หมออิจิโนเสะที่สังเกตุเห็นถึงความกลัวจึงยกมือขึ้นตบไหล่ของดนัยเบาๆ “ไหวมั้ยหมอดนัย” หมออิจิโนเสะถาม “วะ...ไหวครับเพียงแต่ว่า...” “รู้สึกลังเลที่จะต้องจบชีวิตของผู้บริจาคสินะ” หมออิจิโนเสะพอจะเข้าใจดนัยว่าเขากำลังเป็นอะไรอยู่เพราะผู้บริจาคนั้นยังคงมีชีวิตอยู่แต่ทว่าทางทฤษฎีแล้วนั้นผู้บริจาคได้ตายไปแล้วเนื่องจากสมองตาย “...” ดนัยได้แต่เงียบไม่ตอบอะไรหมออิจิโนเสะ “ฟังนะหมอดนัยการเสียชีวิตของผู้บริจาคคนนี้น่ะสามารถช่วยได้อีกหนึ่งชีวิตนะและการบริจาคร่างกายของเธอก็เป็นความตั้งใจของเจ้าตัวเองเพื่อที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ต่อไปดังนั้นหมอดนัยหน้าที่ของเธอก็คือช่วยทำปณิธานสุดท้ายของผู้บริจาครายนี้ให้เป็นจริง” หมออิจิโนเสะพูด จริงด้วยสินะหน้าที่ของเราตอนนี้คือผ่าตัดเอาหัวใจของผู้บริจาคออกมาเพื่อทำปณิธานสุดท้ายของผู้บริจาคที่ต้องการบริจาคอวัยวะของตัวเองเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ดนัยได้ยินดังนั้นก็ไม่ลังเลอีกต่อไป “ถ้าอย่างนั้นทุกคนประจำที่แล้วก็ไว้อาลัยให้ผู้บริจาคกันด้วยนะ” หมอฮิโรชิพูดจากนั้นทุกคนก็เดินไปประจำที่ของตัวเองก่อนจะหลับตาลงเพื่อไว้อาลัยให้ผู้บริจาคตามธรรมเนียม หลังจากทุกคนไว้อาลัยจนครบหนึ่งนาทีการผ่าตัดก็เริ่มขึ้น “เริ่มการผ่าตัดได้ !!” หมอฮิโรชิเริ่มการผ่าตัดและลงมือผ่าหน้าอกของลูกสาวอดีตประธานาธิบดีของสหรัฐทันที “หมอดนัยเริ่มได้แล้ว” หมออิจิโนเสะกล่าวเตือนดนัยเมื่อเห็นอีกฝั่งเริ่มไปแล้ว “คะ...ครับ” ดนัยพยักหน้าพลางหันไปหยิบมีดขึ้นมาและเริ่มผ่าลงบนหน้าอกของผู้บริจาคอย่างโมมิจิ ซานาเอะ ใช้เวลาไม่นานก็ผ่าเปิดหน้าอกได้สำเร็จ ตุบ !! ตุบ !! ตุบ !! ตุบ !! เสียงหัวใจกำลังเต้นอย่างแผ่วเบามือของดนัยเริ่มรู้สึกเย็นเขาเหลือบมองไปยังอีกด้านก็เห็นว่าหมอฮิโรชิกำลังเหลือบมองเขาอยู่เช่นกัน ทางนั้นก็ผ่าเปิดหน้าอกเสร็จแล้ว ดนัยคิดในใจเขาพยักหน้าให้หมอฮิโรชิ “จากนี้จะเริ่มการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ...มีด !!” หมอฮิโรชิขอมีดจากผู้ช่วยและเมื่อหมอฮิโรชิเริ่มแล้วดนัยเองก็ต้องรีบด้วยเช่นกัน “ถอดเครื่องพยุงชีพเลยครับ” ดนัยบอกกับพยาบาลที่ช่วยเอาอยู่ “ค่ะ” พยาบาลเมื่อได้รับคำสั่งก็ทำการถอดเครื่องพยุงชีพทันที ตี๊ด !! ทันทีที่ถอดเครื่องพยุงชีพของผู้บริจาคออกหัวใจก็หยุดทำงานทันทีนั่นหมายความว่าขณะนี้ผู้บริจาคได้เสียชีวิตลงเรียบร้อยแล้ว ดนัยไม่รอช้าเขารีบหยิบมีดขึ้นมาลงมีดไปที่เส้นเลือดที่เชื่อมตัวกับหัวใจเพียงชั่วพริบตาหลอดเลือดทุกเส้นก็ถูกตัดออกจนหมดดนัยวางมีดลงก่อนจะค่อยๆใช้สองมือประคองหัวใจดวงนั้นขึ้นมา “หมอดนัยเรียบร้อยดีมั้ย” หมอฮิโรชิถามโดยไม่ได้หันมามองเพราะเขากำลังจัดการทางนั้นอยู่ “เรียบร้อยครับนี่ครับหัวใจของผู้บริจาคพร้อมแล้ว” ดนัยพูดก่อนจะเดินประคองถือหัวใจนั่นมาที่เตียงของผู้รับการผ่าตัด “ดีถ้าอย่างนั้นก็มายืนประจำตำแหน่งเลย” หมอฮิโรชิพยักหน้าเขาทำการผ่าตัดเอาหัวใจของผู้รับบริจาคออกมาซึ่งหัวใจดวงนั้นทั้งเล็ก มีสีคล้ำและบางเป็นอย่างมากนั่นจึงทำให้หัวใจดวงนี้มีปัญหาในด้านการทำงานและพร้อมจะหยุดเต้นไปเมื่อไหร่ก็ได้ ดนัยยืนประจำตำแหน่งผู้ช่วยมือหนึ่งของหมอลงมีดเขาส่งหัวใจที่ผ่าออกมาให้หมอฮิโรชิ “ผ่าตัดได้เรียบร้อยดีมาก” หมอฮิโรชิพยักหน้าอย่างพึงพอใจจากนั้นหมอฮิโรชิก็ทำความสะอาดหัวใจที่ดนัยผ่าตัดออกมาให้สะอาดตัดแต่งให้เรียบร้อยและเริ่มผ่าตัดเปลี่ยนให้ผู้รับทันที “ตามให้ทันล่ะหมอดนัย” หมอฮิโรชิพูด “ครับ” ดนัยพยักหน้าและเริ่มทำหน้าที่ผู้ช่วยของหมอฮิโรชิทันที หนึ่งชั่วโมงต่อมา “การผ่าตัดเสร็จสิ้นทุกคนทำได้ดีมาก !!” หมอฮิโรชิบอกกับทุกคนที่อยู่ในห้องผ่าตัด แปะ !! แปะ !! แปะ !! แปะ !! แปะ !! เสียงปรบมือดังไปทั่วห้องจากทั้งบุคลากรในห้องผ่าตัดและเหล่าหมอที่เข้ามาร่วมดูการผ่าตัดอยู่ที่ห้องด้านบน “ยอดเยี่ยมมากค่ะหมอมามิตะ” “เป็นการผ่าตัดที่ยอดมากครับ” เหล่าบุคลากรภายในห้องต่างชื่นชมหมอฮิโรชิ “ต้องขอบคุณผู้ช่วยอย่างหมอดนัยด้วยล่ะนะถ้าไม่มีเขาการผ่าตัดคงไม่ราบรื่นขนาดนี้” หมอฮิโรชิไม่ลืมให้เครดิตดนัยเพราะดนัยนั้นเป็นส่วนสำคัญมากที่ทำให้การผ่าตัดสำเร็จไปได้ด้วยดี ทุกคนพอได้ยินอย่างนั้นก็พากันหันมามองดนัยแต่ทว่าก็ไม่มีใครพูดอะไรเพราะถึงดนัยจะเป็นหมอในเครือโรงพยาบาลทาเคนากะแต่ก็มาจากคนละสาขาทำให้แต่ละคนมีความอิจฉาอยู่ในใจที่ดนัยมีฝีมือมากขนาดเป็นผู้ช่วยให้หมอฮิโรชิได้ “ถ้าอย่างไรหมอดนัยเดี๋ยวผมขอตัวไปคุยกับญาติผู้ป่วยก่อนนะ” หมอฮิโรชิขอตัวไปคุยกับญาติของผู้ป่วยซึ่งก็คืออดีตประธานาธิบดีนั่นเอง “ครับงั้นเดี๋ยวญาติของผู้บริจาคให้ผมไปคุยให้มั้ยครับและก็จะได้พาเธอไปหาพวกเขาด้วย” ดนัยเหลียวมองไปด้านหลังที่มีร่างของโมมิจิ ซานาเอะนอนแน่นิ่งไร้สัญญาณชีวิต “อ่า...ได้แบบนั้นก็ขอบคุณมากฝากด้วยนะ” หมอฮิโรชิพยักหน้า ห้องพักพิเศษ ดนัยและพยาบาลพาร่างของโมมิจิ ซานาเอะกลับมาที่ห้องพิเศษของเธอซึ่งมีพ่อและแม่ของเธอนั่งรอร่างไร้วิญญาณของลูกสาวอยู่ในห้อง ก๊อก !! ก๊อก !! ก๊อก !! ครืด !! ดนัยเคาะประตูก่อนจะเปิดประตูเข้าไป “ขออนุญาตครับผมพาเธอมาส่งครับ” ดนัยเดินเข้าไปพร้อมกับหลบให้พยาบาลเข็นร่างของซานาเอะเข้ามา “ซานาเอะ !!x2” พ่อและแม่ของซานาเอะที่เห็นดนัยพาลูกสาวของพวกเขาเข้ามาก็ร้องเรียกชื่อเธอ ทั้งคู่เดินเข้าไปจับมือของลูกสาวเอาไว้แต่ก็สัมผัสได้แต่เพียงความเย็นของมือทั้งที่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้มันยังอุ่นอยู่เลย พยาบาลที่ทำหน้าที่เข็นเข้ามานั้นออกไปทันทีหลังจากเสร็จธุระส่วนดนัยนั้นยังไม่ได้ไปไหนเขายังคงยืนอยู่ในห้องและไม่ได้ส่งเสียงพูดอะไรออกไปจนกระทั่งพ่อของซานาเอะหันมาหาดนัย “คุณหมอซานาเอะเธอไม่เจ็บแล้วใช่มั้ยครับ” พ่อของซานาเอะถามดนัย “ครับเธอไม่เจ็บปวดอีกแล้ว” ดนัยพยักหน้า “หัวใจของซานาเอะช่วยต่อชีวิตให้เด็กคนนั้นใช่มั้ยครับ” พ่อของซานาเอะถามต่อเพราะก่อนหน้านี้เขาได้เจอกับอดีตประธานาธิบดีของสหรัฐคนนั้นแล้ว “ใช่ครับหัวใจของเธอได้ช่วยต่อชีวิตให้เด็กอีกคนหนึ่ง” ดนัยพูด “ฮึก...ครับดีแล้วล่ะครับ” พ่อของซานาเอะร้องไห้ออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้นจากนั้นเขาก็หันไปกอดภรรยาและจับมือที่เย็บเยียบของลูกสาวเอาไว้นานนับชั่วโมงส่วนดนัยก็หลบออกมาและยืนพิงผนังอยู่หน้าห้อง ดนัยนั้นยังปรับความรู้สึกของตัวเองไม่ได้เพราะนี่เป็นครั้งแรกของเขาที่ลงมือปลิดชีพของใครสักคนโดยตั้งใจเพื่อใช้ชีวิตของคนๆนั้นไปต่อชีวิตให้อีกคน ถึงแม้สมองของเขาจะเข้าใจและรู้ดีว่าสมองของโมมิจิ ซานาเอะนั้นตายไปแล้วแต่จิตใจและความรู้สึกของเขากับแย้งว่าโมมิจิ ซานาเอะนั้นยังมีชีวิตอยู่ จบ...