เช้าวันรุ่งขึ้นลุงปู้ซึ่งเป็หัวหน้าหมู่บ้าน ได้พาบุตรสาวของตนก็คือเหมยหรง รวมทั้งเพื่อนๆของนางอีกสี่คน มากล่าวขอโทษเสี่ยวจูถึงบ้าน รวมถึงขอโทษหลันซื่อผู้เป็มารดาของเสี่ยวจูด้วย กู้เสี่ยวจูที่ได้รับความทรงจำมาจากร่างเดิม
นางก็ไม่เต็มใจที่จะให้อภัยคนเหล่านี้ เพราะสิ่งเหมยหรงและเพื่อนๆของนาง ได้กระทำนั้นลงไปนั้นเลวร้ายเกิน พวกนางถึงกับใช้ไม้รุมตีเ้าของร่างเดิมจนถึงแก่ความตาย หากแต่ตอนนี้นางเป็เพียงคนที่สวมร่างของผู้อื่นอยู่
จะกล่าวโทษคนเหล่านี้ก็ไม่อาจทำได้เต็มปาก อีกทั้งผู้เป็น้องชายอย่างกู้ฉิงหลาง ก็ได้ทวงคืนความเป็ธรรมมาให้แก่พี่สาวแล้ว นางจึงทำให้เพียงหลับตาให้อภัย เหมยหรงกับพรรคพวกไปอย่างไม่เต็มใจ
"เสี่ยวจูข้าขอโทษ"
เหมยหรงและเพื่อนทั้งสี่คนของนาง พูดขอโทษออกมาด้วยสีหน้าสำนึกผิด แต่การกระทำของพวกนาง ก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของเสี่ยวจูไปได้ ถึงแม้การแสดงออกทั้งหมดนี้จะทำให้หัวหน้าหมู่บ้าน และคนที่มามุงดูเหตุการณ์หลงเชื่อ แต่มันกลับใช้ไม่ได้ผลกับครอบครัวกู้
แต่เพื่อตัดรำคาญให้เื่มันจบ ครอบครัวกู้จึงหลับตาข้างหนึ่ง ปล่อยให้เื่ดำเนินไป ไม่คิดที่จะกล่าวคำใดออกมา ส่วนเสี่ยวจูเองนั้นก็ไม่ได้ตอบรับคำขอโทษในทันที นางเบือนหน้าหนีก่อนที่จะหันหน้าไปพูดกับหัวหน้าหมู่บ้าน
"เห็นแก่หน้าท่านลุงปู้ ข้าจะยกโทษให้แก่พวกนางสักครั้งก็ได้เ้าค่ะ พวกท่านพากันออกไปเถอะ ข้าอยากจะพักผ่อนแล้ว"
"ได้ๆ...ยังไงลุงก็ขอขอบใจเ้ามากนะเสี่ยวจู ที่เ้ายอมใจดีให้อภัยและไม่เอาความกับพวกนาง เ้าไม่ต้องเป็ห่วงนะ ลุงขอรับรองว่าจะไม่ให้มีเื่เช่นนี้เกิดขึ้นอีก หากพวกนางยังไม่สำนึก ยังกระทำผิดเป็ครั้งที่สองล่ะก็ ลุงนี่แหละจะเป็คนส่งตัวพวกนาง ให้แก่ทางการด้วยตัวของลุงเองเลย"
"เ้าค่ะ...ข้าก็หวังว่าถ้าถึงเวลานั้น ท่านลุงจะจำคำพูดที่ได้เอ่ยออกมาในวันนี้ได้ คำของคนโบราณเคยกล่าวไว้ นิสัยของคนเราอาจจะเปลี่ยนกันได้ แต่สันดานคนนั้นกลับเปลี่ยนยากยิ่ง โดยเฉพาะผู้ที่มีสันดานชั่วช้ายิ่งยากที่จะเปลี่ยน คำสั่งสอนที่มักจะมีประโยชน์กับบางคน บางทีก็ไม่สามารถนำมาใช้กับคนบางคนได้ ดั่งคำที่อาจารย์ผู้หนึ่งในสำนักศึกษาเคยกล่าวไว้ ว่าหากคิดจะขัดเกลาบุคคลที่มีจิตใจต่ำช้านั้น ยากยิ่งกว่าการปีนป่ายขึ้นไปบนยอดเขาที่สูงชัน"
กู้เสี่ยวจูพูดกับหัวหน้าหมู่บ้านด้วยสีหน้าเรียบเฉย คำพูดแต่ละประโยคที่นางเอ่ยออกมานั้น ไม่ต่างอะไรกับการตบหน้าท่านลุงปู้และครอบครัว ชาวบ้านที่พากันมามุงดูเื่ราว ต่างพากันคิดตามในคำพูดของนาง จากนั้นก็หันมากระซิบกระซาบกันไม่หยุด
ภรรยาหัวหน้าหมู่บ้านที่เห็นท่าไม่ดี คิดว่าหากยังขืนอยู่ที่นี่ต่อไป ไม่แคล้วถูกเสี่ยวจูสตรีร้ายกาจผู้นี้ ถอนหงอกจนหมดเกลี้ยงศีรษะเป็แน่ หงลี่จึงรีบกล่าวเตือนผู้เป็สามีของตน ให้รีบพาบุตรสาวออกไปจากบ้านของครอบครัวกู้โดยไว
"ท่านพี่เ้าคะ..ในเมื่อเสี่ยวจูเองก็ไม่ติดใจเอาความอันใดแล้ว เช่นนั้นพวกเราก็กลับกันเถอะ อย่าได้อยู่รบกวนการพักผ่อนของเสี่ยวจูเลยเ้าค่ะ"
"ใช่ๆ...พวกเรากลับกันเถอะ"
"ท่านลุงปู้..ท่านป้าหงลี่ เดินกลับกันดีๆนะขอรับ ข้าไม่ส่ง"
"อืม...ไม่ต้องส่งๆ ลุงกลับเองได้ เ้าอยู่เป็เพื่อนพี่สาวของเ้าเถอะ"
หัวหน้าหมู่บ้านรีบพาบุตรสาวและคนที่เหลือ ออกมาจากบ้านของครอบครัวกู้ในทันที ที่ได้ยินเสียงที่ภรรยาเอ่ยเตือน เขาเดินออกมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง ภายในใจก็กำลังคิดว่านี่นับเป็ครั้งที่สองแล้ว ที่เขาโดนบุตรชายและบุตรสาวของนางหลันซื่อเล่นงาน
"ครอบครัวกูเลี้ยงดูบุตรชายบุตรสาวยังไงกันนะ ถึงได้ร้ายกาจทั้งพี่ทั้งน้องอย่างนี้ พอได้ฟังคำที่นางพูดออกมา ข้าล่ะถึงกับเหงื่อตกเลยเ้าค่ะ"
หงลี่เอ่ยกับสามีของตนด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง เพราะถึงแม้คำที่เสี่ยวจูกล่าวออกมา จะไม่ได้กล่าวออกมาตามตรง ว่าบุตรสาวของพวกเขามีสันดานที่ชั่วช้าเกินขัดเกลาได้ แต่ทว่าหงลี่เชื่อว่าทุกคนที่ได้ยินไม่ได้โง่ ชาวบ้านเหล่านี้ล้วนรับรู้ได้ถึงความนัย ที่นางอยากจะสื่อออกมาอย่างแน่นอน
"เฮ้อ!..เ้าเองก็พอได้แล้ว จากนี้เ้าก็เลิกตามใจเหมยหรงเสียที ต้องเข้มงวดกับนางให้มากขึ้น จากนี้พวกเราไม่อาจปล่อยปละละเลย ให้นางกระทำตามใจเหมือนเช่นแต่ก่อนแล้วนะ!!"
หัวหน้าหมู่บ้านหันหน้าไปดุภรรยา ทั้งที่ตัวเขาเองนั่นแหละที่เป็คนตามใจ เอาใจบุตรสาวคนนี้มากกว่าผู้ใดในครอบครัว
"ข้าทราบแล้วเ้าค่ะท่านพี่ จากนี้ข้าจะเข้มงวดกับนางให้มากขึ้นเ้าค่ะ"
หงลี่รับปากสามีอย่างหนักแน่น หากแต่จะทำตามที่รับปากไว้ได้หรือไม่นั้น นั่นเป็เื่ที่ต้องว่ากันอีกที เหมยหรงที่เดินตามบิดามารดาอยู่ข้างหลัง เมื่อได้ยินคำพูดที่คนทั้งสองพูดออกมา นางถึงกับขมวดคิ้วแสดงสีหน้าไม่พอใจ ภายในใจของนางยิ่งโกรธแค้นเสี่ยวจูยิ่งกว่าเดิม
"ท่านพี่นี่ไม่ใช่ทางกลับบ้านของเรานี่เ้าคะ"
หงลี่เอ่ยถามสามีของตนด้วยความสงสัย เมื่อเห็นว่าเขาเดินนำมาผิดทาง ซึ่งทางที่หัวหน้าหมู่บ้านเดินนำไปนั้น เป็ทางที่มุ่งตรงไปสู่ลานกลางของหมู่บ้านเฟิงหวง สถานที่บริเวณนี้มีเอาไว้เพื่อเรียกประชุมชาวบ้าน เมื่อหัวหน้าหมู่บ้านจะแจ้งเื่ดีหรือร้ายนั่นเอง
"แล้วใครบอกว่าจะพาเ้ากับเหมยหรงกลับบ้านเล่า"
"อ้าว..หากไม่กลับบ้าน แล้วพวกเราจะไปที่ใดกันเ้าคะท่านพี่"
"ไปลานกลางของหมู่บ้านเฟิงหวง"
เสียงพูดที่ฟังดูเรียบเฉยของหัวหน้าหมู่บ้าน ถึงกับทำให้เหมยหรงและพรรคพวกของนาง เหงื่อผุดออกมาเต็มใบหน้าด้วยความกลัว
"ท่านพี่...ท่านคงไม่ได้หมายความว่า จะลงโทษโบยบุตรสาวของพวกเราจริงๆหรอกใช่ไหมเ้าคะ"
"อืม...โทษโบยคงไม่อาจละเว้น ยี่สิบห้าไม้พองนี้ ต่อให้พวกนางไม่อยากรับ แต่ก็จำเป็ต้องรับไป"
หัวหน้าหมู่บ้านพูดกับภรรยาด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ขณะที่พูดเขาก็ปรายตาไปมองที่บุตรสาว ที่กำลังหยุดชะงักเพราะความกลัวที่เกิดขึ้นในใจ
"ท่านพ่อ...ลูกไม่อยากถูกโบยเ้าค่ะ ไม่ใช่ท่านพ่อรักลูกที่สุดหรือเ้าคะ เหตุใดท่านพ่อถึงได้ใจร้ายกับลูกได้ลงคอ"
เหมยหรงร่ำไห้ออกมาเสียงดังลั่น นางทรุดล้มลงกับพื้นท่าทางหมดสภาพ เพื่อนๆของนางอีกสี่คนนั้นก็ไม่ต่างกัน พวกนางต่างพากันร้องไห้อ้อนวอนหัวหน้าหมู่บ้าน เพื่อหวังเรียกร้องความสงสารและขอความเห็นใจ
"หัวหน้าหมู่บ้าน ข้าว่าโทษโบยยี่สิบห้าไม้พลองนั้น ออกจะดูรุนแรงไปหน่อยกระมัง อีกทั้งบุตรสาวของครอบครัวกู้เอง นางก็ไม่ได้เป็อะไรมากไม่ใช่หรือเ้าคะ"
หนึ่งในหญิงวัยกลางคนของหมู่บ้านกล่าวขึ้นมา นางเห็นเหมยหรงกับเพื่อนร้องไห้สะอึกสะอื้น ในใจของนางก็นึกเวทนาสงสาร
"เ้าก็พูดได้สิ! ในเมื่อคนที่ถูกทำร้ายไม่ใช่บุตรสาวของบ้านเ้า!"
หลันสือที่เดินตามมาเพื่อดูการลงโทษ นางกล่าวประชดประชันเสียงดังตอกหน้าหญิงนางนั้น ก่อนที่นางจะหันหน้าไปทางหัวหน้าหมู่บ้านและภรรยา
"รีบไปกันเถอะเ้าค่ะ หากชักช้ากว่านี้แดดจะร้อน"
"หลันซื่อ.นี่ๆเ้าเดินตามมาพวกเรามาทำไม"
หงลี่เอ่ยถามด้วยความใเมื่อเห็นหลันซื่อปรากฏตัว
"ท่านก็ถามแปลกเสียจริง สิ่งที่สามีของท่านตกลงไว้กับบุตรชายของข้ายังไม่ลุล่วง ข้าย่อมไม่พลาดที่จะสานต่อ เพื่อให้เื่ที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้สำเร็จผล ว่าอย่างไรเล่าเ้าคะหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านคงไม่คิดกลับคำใช่หรือไม่"
"นั่นจะเป็ไปได้ยังไง ข้าพูดคำไหนเป็คำนั้นอยู่แล้ว วันนี้ยังไงเสียก็ต้องจัดการเื่นี้ให้จบ"
"ได้ยินท่านกล่าวเช่นนี้ ข้าก็วางใจเ้าค่ะ"
ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่หลันซื่อ นางผู้ซึ่งเป็สตรีที่มีนิสัยอ่อนโยน แต่วันนี้การแสดงออกทั้งหมดของนางนั้น กลับทำให้ชาวบ้านได้เปิดหูเปิดตาอย่างแท้จริง ยามถูกกระทำจนก่อเกิดความแค้น คนที่อ่อนโยนที่สุดก็แข็งกร้าวขึ้นมาได้เช่นนี้เอง
"พวกเ้าทั้งหมดรีบลุกขึ้น หากยังมัวโอ้เอ้อีก ข้าจะสั่งลงโทษเ้าเพิ่มจากเดิม ยังไม่รีบลุกขึ้นให้ข้าอีก!"
หัวหน้าหมู่บ้านตวาดกร้าวใส่บุตรสาวและเพื่อนๆของนาง เมื่อได้ยินดังนั้นเหมยหรงและสตรีอีกสี่นาง ก็รีบลุกขึ้นจากพื้นเพื่อเดินต่อ อีกทั้งยังไม่กล้าโวยวายออกมาอีก เหมือนว่าพวกนางจะทำใจยอมรับ ในชะตากรรมครั้งนี้ของตนแล้ว
เพียงหนึ่งเค่อทุกคนก็เดินมาถึงลานกลางหมู่บ้าน หัวหน้าหมู่บ้านไม่รอช้าเขาสั่งลงโทษบุตรสาว และคนที่ร่วมกระทำความผิดอีกสี่คนในทันที เสียงไม้กระทบเนื้อปะปนไปพร้อมกับเสียงร้องอันโหยหวน บ่งบอกถึงความเ็ปของผู้ที่ถูกลงโทษ ว่าตอนนี้พวกนางกำลังทุกข์ทรมานมากเพียงใด
หลันซื่อที่ยืนเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ นางมีสีหน้าที่เรียบเฉยไม่ยินดียินร้าย นางไม่ได้ยินดีกับการที่เห็นดรุณีน้อยทั้งห้าถูกโบย แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่ได้นึกสงสารพวกนางแต่อย่างใด ภายในใจของหลันซื่อมีเพียงความสงบนิ่งเท่านั้น หลังจากการลงโทษเสร็จสิ้นลง
หลันซื่อก็หันหลังเดินกลับบ้านตน ตลอดเส้นทางที่นางเดินผ่านไป ต่างมีชาวบ้านเขามาทักทายนางอยู่เป็ระยะๆ เื่ในครั้งนี้ทำให้ชาวบ้านได้ตระหนักรู้ ว่าไม่ควรไปหาเื่หรือล่วงเกินครอบครัวกู้ เพราะบัดนี้กู้ฉิงหลางได้เติบใหญ่แล้ว อีกทั้งเขายังเติบใหญ่มาพร้อมกับความสามารถรอบด้าน
ผู้ใดเล่าจะไม่ชอบคบค้ากับคนที่มีความสามารถ หลังจากทุกคนใคร่ครวญอย่างถี่ถ้วนดีแล้ว พูดได้เลยว่ากู้ฉิงหลางผู้นี้ กำลังมีอนาคตที่สดใสรออยู่เบื้องหน้า เมื่อทุกคนมองเห็นความก้าวหน้า และความเป็ไปได้ที่จะเกิดขึ้นของครอบครัวกู้ ชาวบ้านหลายคนต่างพากันเข้าหา เพื่อหวังจะสานสัมพันธ์ที่ดีด้วย