บทที่ 19 เลือกชุด
หลี่มี่จับดูเนื้อผ้าชุดที่เทียนหลันเซ่อชอบ แต่หลี่มี่ไม่ชอบเท่าไหร่นักเพราะชุดที่อยู่ตรงหน้านางตอนนี้ช่างเป็ชุดที่โดดเด่นเกินไป
"ชุดนี้แม้ว่าจะสง่างามแต่ข้าคิดว่ามันไม่เหมาะกับข้าหรอกเ้าค่ะ "
"แต่ว่าข้าชอบ เฒ่าแก่ข้าเอาชุดนี้ส่วนนี้ค่าชุดนำไปส่งให้ที่เรือนด้วย ไปเถิดข้ามีที่จะพาเ้าไปสักครู่ ตอนนี้ตะวันยังไม่ตกดินไปควบม้าเล่นกับข้าสักหน่อยค่อยกลับเรือน " เทียนหลันเซ่อคว้ามือของหลี่มี่ให้เดินตามตนเองออกมา
"ได้เลยขอรับท่านแม่ทัพ ข้าจะจัดการให้เป็อย่างดี" เฒ่าแก่รับเงินจากแม่ทัพด้วยรอยยิ้ม เพราะที่ท่านแม่ทัพมอบให้มากกว่าค่าชุดอีกด้วยซ้ำ
'อะไรกัน ฉันไม่ได้ชอบชุดนั้นเสียหน่อย หากจะเลือกให้ทำไมต้องให้ข้าลองจับดูด้วยล่ะ เฮ้อ! เหนื่อยใจกับท่านแม่ทัพผู้นี้เสียจริง' หลี่มี่คิดในใจมองคนตรงหน้าที่กำลังพานางเดินไปหาม้าที่มัดไว้
"ท่านจะพาข้าไปที่ใดหรือเ้าคะ อีกอย่างเมื่อครู่ที่ท่านซื้อชุดให้ข้า ทำไมไม่ถามราคาก่อนที่จะจ่ายเงินด้วยล่ะ เช่นนี้ท่านก็เสียเปรียบสิเ้าคะ ไม่เห็นหรือไงว่าแววตาของท่านผู้เฒ่าตาโตเพียงใดเมื่อเห็นว่าท่านให้ถุงเงินไป "
"ข้าซื้อของกับผู้เฒ่าร้านนี้อยู่บ่อยครั้ง คราวก่อนที่เรือนมีงานเขานำผ้าไปให้ข้าไม่คิดเงิน ครั้งนี้ข้าจึงให้เขาโดยไม่ถามราคา มาเถิดอย่าได้ถามมากความเดี๋ยวตะวันจะตกดินเสียก่อน " หลี่มี่คิ้วขมวดั้แ่เกิดมาไม่เคยขึ้นม้าสักครั้งและไม่มีความรู้เลยสักนิดอย่างนี้นางจะขึ้นอย่างไร เทียนหลันเซ่อเห็นท่าทางงุ่มง่ามของเยิ่นเม่ยเม่ยจึงเข้าใจว่านางนั้นไม่มีทักษะการขึ้นม้าแม่แต่น้อย เขาจึงอุ้มนางขึ้นในพริบตา
"อ๊ายยย!! ท่านทำอันใดเ้าคะ ที่นี่คนเยอะเหตุใดถึงได้อุ้มข้าเช่นนี้" หลี่มี่ใร้องออกมาเสียงดังที่จู่ ๆ เขาอุ้มนางโดยที่ไม่บอกกล่าวสักคำ
"ข้าเห็นเ้าจ้องมองไม่ยอมขึ้นม้าเสียที เลยคิดว่าเ้าขึ้นไม่เป็ข้าจึงช่วยอุ้มเ้าขึ้นม้าอย่างไรล่ะ ขึ้นไปสิแล้วจับเชือกให้แน่น " หลี่มี่ทำตามที่เขาบอก ตอนนี้นางขึ้นมานั่งอยู่บนหลังม้าสักพักเทียนหลันเซ่อก็ะโมานั่งหลังนาง พร้อมจับเชือกบังคับม้าเส้นเดียวกับที่นางจับอยู่ ตอนนี้มือของหลี่มี่ถูกมือหนาของเขาััแน่นพลางใช้เท้าควบม้าให้วิ่งไปยังที่ที่เขาจะพานางไป
'ว๊าว! ไม่คิดเลยว่าการนั่งม้าจะดีแบบนี้ถึงจะเจ็บก้นก็ตามเถอะ' หลี่มี่คิดในใจใบหน้าของนางปะทะลมเย็นผมปลิวไสว นางเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว เทียนหลันเซ่อเหลือบสายตามองเห็นสีหน้าของนางเต็มไปด้วยความสุขมันทำให้หัวใจของเขาพองโตยิ่งนัก แถมตอนนี้เขาเสมือนได้โอบกอดนางไว้ตลอดทาง หัวใจของเทียนหลันเซ่อเริ่มสั่นไหวกับสตรีตรงหน้า
ไม่นานนักเขาได้พานางควบม้ามายังหลังูเาทะเลกว้างสุดลูกหัวลูกตาช่างสวยงาม ไป๋ลู่ตื่นตาเป็อย่างมากนานมากแล้วที่เธอไม่ได้ไปเที่ยวทะเลเพราะใช้เวลาทั้งหมดอยู่แต่หน้าจอคอม ลมพัดเย็นะเืเสียงคลื่นกระทบฝั่งกระช่อนดังกึกก้อง ม้าได้หยุดเคลื่อนไหวเมื่อถึงที่หมาย
"ข้าเห็นเ้ายิ้มั้แ่เมื่อครู่ เ้าชอบใช่หรือไม่ที่ที่ข้าพาเ้ามา"
"ชอบมากเ้าค่ะ อากาศเย็นสบายไร้เสียงผู้คนข้าชอบทะเลที่มองไปไร้จุดสิ้นสุดเ้าค่ะ "
ฝูงนกบินเต็มท้องฟ้าหยอกล้อกระแสของคลื่นทะเล เขาจ้องมองนางอย่างสบายใจ
"เ้าอยากเดินเล่นหรือไม่ "
"ได้หรือเ้าคะ"
"ได้สิ " เทียนหลันเซ่อะโลงจากหลังม้าชูมือให้หลี่มี่จับมือเขาเพื่อลงจากหลังม้าตามเขามา นางไม่รอช้ารีบจับมือของเทียนหลันเซ่อะโลง เท้าแตะทรายกระแสน้ำซัดเข้าฝั่งกระทบเท้าของนาง
"เย็นดีจริง ๆ ท่านแม่ทัพมีเวลาพาข้ามาทำอะไรเช่นนี้ได้ด้วยหรือเ้าคะ ข้าได้ยินจากสาวใช้อีกไม่กี่วันจะจัดงานเลี้ยงฉลอง ท่านแม่ทัพทรงวุ่นวายหากเช่นนั้นข้าขอเดินเล่นสักครู่แล้วค่อยกลับเรือนนะเ้าคะ"
"เ้าจะเดินเล่นจนตะวันตกดินข้าก็ไม่ได้ตำหนิเ้าหรอกนะ ส่วนเื่งานเลี้ยงท่านแม่เป็ผู้จัดการทุกอย่าง เ้าไม่ต้องเป็กังวล เ้านี่ขี้ลืมเสียจริงข้าให้เ้าเรียกข้าว่าอย่างไร" หลี่มี่ยิ้มบาง ๆ ให้แก่เขา
"ท่านแม่ทัพให้ข้าเรียกว่าท่านพี่เ้าค่ะแต่ว่าข้ายังไม่คุ้นชินท่านแม่ทัพโปรดให้เวลาข้าสักนิด "
"เอาเถิด หากเ้าสบายใจที่จะเรียกข้าเมื่อไหร่ก็แล้วแต่ใจของเ้าเลย ไปเถิดเดินรับลมเล่นอากาศ่นี้กำลังดีอีกหน่อยทะเลแห่งนี้จะกลายเป็น้ำแข็งเพราะหิมะปกคลุม "
"ขอบคุณท่านนะเ้าคะ" หลี่มี่บอกแก่เขาก่อนจะเดินรับลมมองท้องฟ้าที่แสงตะวันคล้อยต่ำลงอย่างสบายใจ โดยมีเทียนหลันเซ่อที่เดินตามหลังนางมาอย่างใกล้ชิด
'ข้าคิดว่าเ้าคงจะชอบในสิ่งที่ข้าทำให้เ้านะเยิ่นเม่ยเม่ย หากนี่จะเป็สิ่งตอบแทนในครั้งที่แล้วที่ข้าไม่เคยสนใจเ้าเลย ' เทียนหลันเซ่อคิดในใจมองตามหลังสตรีที่เขาไม่เคยสนใจ ใช่แล้วเทียนหลันเซ่อได้ย้อนเวลากลับมาอีกครั้ง เขาจำได้ทุกอย่างั้แ่วันที่นางมาอยู่ในเรือนของเขา เมื่อครั้งก่อนเขาไม่สนใจใยดีนางแม้แต่น้อย แถมยังหลงเชื่อคำพูดของหลิวอี้เฟ่ยสตรีที่เขาคิดว่าเป็คนดี แต่เมื่อเขารู้ทุกอย่างกลับไม่ได้เป็อย่างที่เขาคิด สตรีที่ร้ายกาจมิใช่เยิ่นเม่ยเม่ยแต่เป็หลิวอี้เฟ่ยกับมารดาของเขาต่างหาก ในตอนที่นางพยายามอธิบายขอความเมตตาเขาถูกความโมโหปกครองอารมณ์จึงไม่ได้ฟังและไม่ให้นางได้เอ่ยสักคำ แต่แล้วทุกอย่างก็สายไปเมื่อเขารู้ความจริงหลังจากที่นางสิ้นใจเขารู้สึกผิดกับการกระทำที่ผ่านมา รู้สึกผิดต่อรองแม่ทัพที่ไว้ใจฝากบุตรสาวให้เขาดูแล แต่คนที่เขาฝากไว้กลับเป็คนที่ฆ่าบุตรสาวของเขา เทียนหลันเซ่อเฝ้าภาวนาหากมีโอกาศอีกสักครั้งขอให้เขาได้ย้อนเวลากลับมาแก้ไขมันอีกครั้ง เขาอ้อนวอนต่อพระเ้าหากดลบันดาลให้เขาย้อนกลับมาได้จริง ๆ ชีวิตนี้ทั้งชีวิตเขาจะเฝ้ารักเฝ้าปกป้องนางเพียงผู้เดียว และเหมือน์จะเมตตาดลบันดาลให้เขาย้อนเวลากลับมาอีกครั้งในวันแต่งงาน เทียนหลันเซ่อดีใจมากที่ได้นางอีกครั้งเฝ้ารอที่จะได้อยู่เพียงลำพัง แต่เหมือนว่าการย้อนกลับมาครั้งนี้เยิ่นเม่ยเม่ยผู้อ่อนแอ อ่อนโยนได้เปลี่ยนไปราวกับคนละคน หรือนี่จะเป็์ลงโทษเขา เทียนหลันเซ่อยอมรับแม้ว่านางจะเปลี่ยนไปอย่างไรแต่นางยังมีชีวิตอยู่แค่นี้เขาก็พอใจแล้ว