สายลมไม่สิ้นชื่อข้า(名隨風在)

    ตอนที่ 27 (ภาค 2): หอกที่แทงจากเงา

    ตอนที่ 27 (ภาค 2): หอกที่แทงจากเงา


    ⸻

    คืนก่อนออกเดินทาง — สายลมในกระโจมเงียบ

    เฟิงหมิงนั่งอยู่เพียงลำพังในกระโจมเล็กนอกเมืองหลวง
    หลังจากโค้งคำนับต่อประชาชน เขายังไม่ได้สั่งการใดต่อกองทัพ
    ขุนศึกทั้งห้าแยกย้ายกันประจำฐานที่ตั้ง
    ไม่มีใครมาขัด — แต่ก็ไม่มีใครขอเดินตาม

    มีเพียง กุนซือเว่ยซูฉิน
    ที่เดินเข้ามาพร้อมห่อผ้าหนักแน่นในมือ

    “ของที่เจ้าอยากรู้มาตลอด ข้านำมาให้แล้ว”

    ⸻

    ห่อผ้า — กับความลับที่สะเทือนดินแดน

    ในนั้นมีจดหมาย…เก่า เหลือง และเปื้อนโลหิต
    เป็นเอกสารลับจากสามปีก่อน
    มาจาก “เจียงชู” — พี่ชายของเจียงหลง

    “ข้าไม่อาจทนอยู่ใต้การกดขี่ของซือหยูอีกต่อไป
    ข้าจะทำทุกทางให้ข้าและครอบครัวหลุดพ้น
    หากแม้ต้องยื่นมือให้ศัตรู…เพื่อโค่นแคว้นขอบฟ้าครามเอง ข้าก็จะทำ”

    จดหมายจบลงด้วยตราประทับเลือด
    และท้ายกระดาษมีลายมือเขียนอีกชุด

    — ไม่ใช่ของเจียงชู…แต่ของ “เจียงหลง”

    “ข้ารับรู้…และจะช่วยพี่ให้พ้นจากพันธนาการ แม้ต้องทรยศคนทั้งแผ่นดิน”

    ⸻

    กุนซือเว่ยซูฉินพูดเสียงนิ่ง

    “ท่านอาจไม่อยากรู้ความจริง
    แต่ศึกนี้มิใช่ระหว่างเจ้า…กับขุนนางอีกต่อไป
    หากแต่คือศึกระหว่างคนที่เจ้าเรียกว่าพี่น้องด้วยกัน”

    ⸻

    เฟิงหมิงลุกขึ้น — ดาบที่ไม่ได้ชักมา

    เฟิงหมิงไม่พูดคำใด
    เขาพับจดหมายอย่างบรรจง
    วางไว้ในกล่องไม้ แล้วเผามันทิ้งทั้งกล่อง

    “ข้ายังไม่รู้ว่าความจริงมีเพียงนี้หรือไม่
    แต่ตราบใดที่เจียงหลงยังไม่ยอมพูดเอง…ข้าจะไม่ลงมือ”

    เว่ยซูฉินถามอย่างระแวง

    “แล้วถ้าเขาไม่พูดเลยเล่า?”

    เฟิงหมิงยิ้มบาง ๆ

    “ถ้าความเงียบคือคำตอบ…ข้าก็จะใช้ความเงียบเป็นดาบคืนให้เขาเช่นกัน”

    ⸻

    ในเงาของแผ่นดินอื่น — ซือหยูเริ่มเคลื่อนทัพ

    แคว้นซือหยูที่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
    หลังจากเงียบมาเกือบห้าปี
    เริ่มส่งกองกำลังเข้าประชิดเขตชายแดนของแคว้นขอบฟ้าคราม
    • พ่อเมืองชายแดนหลายแห่งส่งสารขอความช่วยเหลือ
    • แต่ราชสำนักกลับตอบกลับเพียงว่า “ให้อดทนจนกว่าจะมีคำสั่งใหม่”

    ทว่ากองกำลังซือหยูกลับมิได้เคลื่อนที่เป็นกองทัพใหญ่
    แต่ใช้วิธี “ปล่อยกลุ่มเล็ก” ลอบเข้าปล้นสะดมในหมู่บ้าน

    เป็นศึกที่ไม่มีธง — เหมือนกับที่เฟิงหมิงเพิ่งผ่านมานั่นเอง

    ⸻

    เฟิงหมิงตัดสินใจ “หายตัว”

    ไม่ยอมรับคำสั่ง
    ไม่ยืนอยู่ในตำแหน่ง
    แต่เลือกเดินทางสู่ชายแดน…อย่างลับ ๆ
    พร้อมกุนซือเว่ยซูฉิน และคนสนิทอีกสามนาย

    “ข้าจะไม่ไปในฐานะแม่ทัพ
    แต่จะไปในฐานะคนของแผ่นดิน
    ที่อยากเห็นเอง…ว่าใครกันแน่ที่ศัตรูตัวจริงของแผ่นดินนี้”


    หมู่บ้านเหอหลาน — ซากที่ไร้เสียง

    เมื่อมาถึงชายแดน เฟิงหมิงและคณะเดินเท้าเข้าสู่หมู่บ้านเหอหลาน
    หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ริมหุบเขา เต็มไปด้วยแปลงข้าวโพดและคลองชลประทาน
    แต่สิ่งที่ต้อนรับพวกเขา…กลับไม่ใช่ชาวบ้าน
    • ประตูไม้ถูกพังเสียหาย
    • มีร่องรอยการลากศพไปในดิน
    • กองเถ้าถ่านยังอุ่นราวกับเพิ่งถูกจุดไฟเมื่อคืนก่อน

    เฟิงหมิงเดินไปกลางลาน —
    ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เคยเป็นศูนย์กลางของหมู่บ้าน
    บนลำต้น มีข้อความเขียนด้วยเลือด

    “ศัตรูมิใช่แค่ภายนอก…แต่ในคราบคนของเราเอง”

    ⸻

    คำเตือนจากอดีต — นามที่ไม่ควรถูกเอ่ย

    กุนซือเว่ยซูฉินขยับเข้ามาข้างหูเฟิงหมิง
    กล่าวชื่อนามหนึ่งอย่างเงียบงัน

    “หลินซางหลง”

    ทันใดนั้น เฟิงหมิงหันขวับ

    “เจ้ายังจำเขาได้?”

    เว่ยซูฉินพยักหน้า

    “ข้ารู้ว่าเขาเคยตายไปแล้ว
    แต่ศิลปะการสังหารในหมู่บ้านนี้…เป็นลายเซ็นของเขา
    และไม่มีใครในแผ่นดินนี้สามารถเลียนแบบได้”

    ⸻

    ใครคือ “หลินซางหลง”?
    • อดีตขุนศึกลับของแคว้นซือหยู
    • เคยเป็นผู้นำหน่วยลอบสังหารนาม “หลิงหลั่ว” ที่ไม่มีชื่อในบัญชีแคว้นใด
    • หายตัวไปเมื่อ 6 ปีก่อนหลังแคว้นซือหยูถูกโจมตีโดยแคว้นเยี่ยน

    คำร่ำลือว่าเขาถูกฆ่าตายแล้ว
    แต่ในความจริง…ไม่มีใครพบศพของเขา

    และตอนนี้ ร่องรอยในหมู่บ้านนี้
    กลับปรากฏ “ลวดลายดาบเฉียงซ้ายสามจุด” ที่เขาใช้เป็นตราประทับหลังสังหาร

    ⸻

    เป้าหมายของศัตรู — หรือของอดีตพี่น้อง?

    เว่ยซูฉินกล่าวว่า

    “ข้าสงสัยว่า…อาจไม่ใช่แค่แคว้นซือหยูที่เคลื่อนไหว
    หากแต่เป็น ‘เครือข่ายไร้แคว้น’
    พวกที่ไม่ได้ขึ้นต่ออ๋องคนใดอีกแล้ว
    พวกเขาเลือกแผ่นดินที่เสียหายที่สุด เพื่อวางรากของตน”

    ⸻

    คำถามที่ต้องหาคำตอบให้ได้
    • ใครคือผู้นำใหม่ของกลุ่มหลิงหลั่ว?
    • เจียงหลงมีความเกี่ยวข้องจริงหรือเพียงตกเป็นเหยื่อแผนหลอกลวง?
    • ใครในราชสำนักที่ส่งข่าวเท็จล่อให้เฟิงหมิงหายตัว เพื่อให้สนามอำนาจเปิดโล่ง?

    เฟิงหมิงมองไปยังเส้นขอบฟ้า
    ลมหอบหนึ่งพัดผ่านหน้าผากเขาเบา ๆ
    เหมือนเสียงกระซิบจากเงาที่มองไม่เห็น

    ⸻

    “ครั้งนี้ ข้าจะเป็นฝ่ายเดินในเงาบ้าง
    และขุดรากพวกเจ้าด้วยมือเปล่าของข้าเอง”


    ฟากฟ้าหลังม่านเมืองหลวง — คำสั่งที่ไม่เป็นลายลักษณ์

    ณ หอหลวงใต้ตำหนักรอง
    เจียงหลง ถูกเรียกตัวเข้าสู่การ “ซักถาม” โดยไม่ผ่านพิธีการใด
    ขุนนางผู้สอบสวน คือ “หลู่หมิงเฉวียน” ขุนนางฝ่ายซ้ายผู้อาวุโส
    ชายผู้มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับองค์ชายรอง และมีอำนาจทางข่าวกรองอย่างลับ ๆ

    “เจ้าสนิทกับเฟิงหมิงใช่หรือไม่?”
    “เจ้ารู้เรื่องของพี่ชายตนเองหรือไม่?”
    “เจ้าเคยพบผู้ใดจากแคว้นซือหยูในรอบสองปีนี้หรือไม่?”

    ทุกคำถามเหมือนดาบซัดตรงกลางอก
    แต่เจียงหลงตอบทุกคำอย่างแน่วแน่

    “ใช่ ข้าสนิทกับเขา…แต่ไม่เคยทรยศแผ่นดิน”
    “ใช่ พี่ข้ายังมีชีวิต…แต่เราขาดการติดต่อ”
    “และไม่…ข้าไม่เคยร่วมมือกับศัตรู”

    หลู่หมิงเฉวียนยิ้มบาง ๆ
    วางเอกสารบางอย่างลงตรงหน้าเขา

    เป็นคำสารภาพ…ที่มีลายมือชื่อของเจียงชู พี่ชายของเจียงหลง
    ว่าเขาได้รับความช่วยเหลือจาก “น้องชายตนเอง” ในการหลบหนีเมื่อสองปีก่อน

    ⸻

    ในกระโจมกลางเขตชายแดน — เฟิงหมิงเปลี่ยนเป็นเงา

    เฟิงหมิงปลอมตัวเป็นพ่อค้าหาบเร่
    ร่วมกับกุนซือเว่ยซูฉิน และสองทหารสนิท คือ “หลิวซ่ง” กับ “มู่เหยียน”
    ทั้งหมดแฝงตัวเข้าสู่หมู่บ้าน “ไป่หลง” ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นหนึ่งในฐานพักของกลุ่มหลิงหลั่ว

    ที่นี่เหมือนหมู่บ้านปกติ
    แต่ทุกประตูมีเงาคนอยู่หลังม่าน
    ทุกคำพูดที่เอ่ยมีแต่เสียงหัวเราะ…ไม่มีเนื้อหา

    เว่ยซูฉินกล่าวเบา ๆ ว่า

    “พวกเขากำลังซ้อมพูดเพื่อฟังกันเอง…ไม่ใช่เพื่อพูดกับเรา”

    ⸻

    สายตาจากบนหอสูง — เขายังไม่ตาย

    บนหอเฝ้าด่านเหนือหมู่บ้าน
    มีชายสวมผ้าคลุมดำ มองลงมาด้วยสายตาที่แหลมคม
    ดวงตาซ้ายมีแผลเฉียง และคิ้วหนาเหมือนอสูร

    หลินซางหลง…ยังมีชีวิตอยู่

    และเขารู้ว่า “เฟิงหมิง” มาถึงหมู่บ้านแล้ว
    แม้จะปลอมตัว
    แม้จะไม่มีดาบ
    แต่เขาจำท่าทางเดิน…และจังหวะการก้าวเท้าได้ไม่ผิดพลาด

    ⸻

    การล่าที่ไม่มีการเคลื่อนไหว

    คืนนั้นในกระโจม
    เฟิงหมิงพูดขึ้นหลังนิ่งเงียบมาทั้งวัน

    “คนที่ซ่อนตัว…กับคนที่มองจากเงา
    คนแรกกลัวแสง คนหลังคือเงาเอง
    คืนพรุ่งนี้ ข้าจะปลุกแสงในหมู่บ้านนี้ให้สว่างขึ้นสักหน่อย”

    เว่ยซูฉินถามกลับ

    “เจ้าจะทำอย่างไร?”

    เฟิงหมิงเพียงยิ้ม
    แล้วบอกว่า…

    “ข้าจะกลับมาเป็นนักเรียนการแสดงในหมู่บ้านอีกครั้ง
    แต่คราวนี้…เวทีจะอยู่กลางค่ายศัตรู”


    โรงเตี๊ยมกลางหมู่บ้าน — เวทีแห่งความเงียบ

    คืนถัดมา โรงเตี๊ยมกลางหมู่บ้านไป่หลงมีคนแปลกหน้ามารวมตัว
    บางคนแต่งกายเป็นพ่อค้า
    บางคนดูคล้ายชาวไร่ที่เพิ่งหลุดพ้นจากศึก
    แต่ทุกคนล้วนมีสายตาที่ไม่ธรรมดา

    บนเวทีไม้ผุแคบ ๆ — ชายหนุ่มในชุดผ้าปะปนสีฟ้าหม่นยืนอยู่
    เขาคือเฟิงหมิง…ในคราบของนักแสดงเร่
    เสียงของเขานิ่ง เยือกเย็นแต่ลื่นไหล

    “เรื่องราวในคืนนี้ เป็นเรื่องของเด็กหนุ่มผู้ถูกทรยศโดยคนที่เขาเชื่อถือที่สุด”

    “เขาเคยฝันถึงแผ่นดินเดียวกัน
    แต่ฝันนั้นกลับกลายเป็นคมดาบ ที่ตัดหัวใจเขาเป็นเสี่ยง ๆ”

    เสียงในโรงเงียบกริบ ไม่มีใครดื่ม ไม่มีใครเคี้ยวอาหาร
    เว่ยซูฉินที่นั่งเฝ้าดูอยู่ด้านล่าง กระซิบเบา ๆ

    “เจ้ากำลังเล่นเป็นตัวเองงั้นหรือ?”

    เฟิงหมิงยิ้ม แต่ไม่ตอบ
    เขายังคงเล่าเรื่องต่อ ราวกับไม่ใช่การแสดง แต่คือคำสารภาพ

    ⸻

    เสียงปรบมือที่รออยู่แล้ว — หอกจากเงาเผยใบหน้า

    หลังจบการแสดง มีเพียงชายคนหนึ่งที่ปรบมือ…
    เบาแต่ดังที่สุด

    เขาคือ “เจาอิง” — ชายเงาที่เฟิงหมิงเคยสู้ด้วยเมื่อห้าปีก่อนในศึกชายแดนตะวันตก
    ปัจจุบันเป็นรองหัวหน้ากลุ่มลอบสังหารแห่งหลิงหลั่ว

    เจาอิงลุกขึ้น เดินตรงไปยังเวที
    แววตาเหมือนยิ้ม แต่เต็มไปด้วยพิษ

    “นักแสดงเร่…เจ้ามีฝีมือเล่าเรื่องดีนัก
    แต่ข้าสงสัยว่า…เจ้าจะรับบทตัวตายได้งดงามหรือไม่?”

    เว่ยซูฉินจับมือบนดาบ
    แต่มือของเฟิงหมิงเพียงยกขึ้นห้าม

    “เจ้าอิง…ข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่ลืมการปะทะคราวนั้น
    แต่ตอนนี้ข้าไม่ได้มาในฐานะแม่ทัพ”

    เจาอิงชะงัก ดวงตาเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นทันที

    “แปลว่าเจ้ามาในฐานะ ‘ศัตรูที่ไม่มีโล่กำบัง’?”

    เฟิงหมิงพยักหน้า
    และกล่าวเสียงเรียบ

    “ข้ามาในฐานะเงา…เพื่อพบกับเงา”

    ⸻

    เว่ยซูฉินขยับแล้ว — และเจาอิงก็หัวเราะ

    ในพริบตานั้น เจาอิงยกมือขึ้น
    คนครึ่งโรงเตี๊ยมลุกขึ้นพร้อมกัน
    แต่ก่อนที่การปะทะจะเกิดขึ้น เสียงหนึ่งก็แทรกเข้ามา

    เสียงกระดิ่งเล็ก ๆ จากหลังม่านไม้ด้านหลัง

    แล้วเงาร่างหนึ่งก็เดินออกมา —
    สูงสง่า ท่าทางนิ่งเยือก และมีตราสัญลักษณ์ของ “แคว้นซือหยู” บนแขนเสื้อ

    เสียงของเขาแผ่วเบา…แต่ชัดเจน

    “เจาอิง…ถอย”
    “เพราะข้ายังอยากฟังนักแสดงเร่ผู้นี้…เล่าเรื่องให้จบเสียก่อน”

    ⸻

    เงานั้นคือใคร?

    เว่ยซูฉินตาเบิกโพลง
    มือกำแน่น

    เฟิงหมิงเอง…นิ่งไปครู่หนึ่ง
    ก่อนจะเอ่ยชื่อที่หายไปจากแผ่นดินนี้นานถึงหกปี

    “หลินซางหลง…”


    โต๊ะที่ไร้ถ้วยสุรา — สนทนาเงาในเงา

    ใต้แสงตะเกียงเพียงดวงเดียว
    หลินซางหลงและเฟิงหมิงนั่งอยู่ในกระโจมหลังหนึ่ง
    ไม่มีผู้ติดตาม ไม่มีองครักษ์ ไม่มีอาวุธบนโต๊ะ
    มีเพียงชาเย็นสองถ้วย และสายลมที่แทรกผ่านรอยผ้าปะเก่า

    หลินซางหลงกล่าวขึ้นเป็นคนแรก

    “ข้าจำได้…ว่าเจ้าชอบชาดำของแคว้นลู่หาน
    แต่ในตอนนั้น เจ้าบอกว่าชาเช่นนั้นควรดื่มในยามไร้สงคราม”

    เฟิงหมิงพยักหน้า

    “ตอนนี้ ข้าก็ยังคิดเช่นนั้น”

    ⸻

    บทสนทนาไม่ใช่คำสารภาพ แต่คือคำเตือน

    หลินซางหลงไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องในอดีต
    เขาไม่กล่าวถึงการทรยศ หรือการหายตัวไปของเขา
    แต่เขาพูดถึงอนาคต

    “เจ้ารู้หรือไม่…ศึกใหญ่กำลังจะเริ่ม
    แต่ไม่ใช่ระหว่างแคว้นกับแคว้น
    มันจะเริ่มระหว่างผู้ที่ปกครองแคว้นทั้งสิบห้ากับ ‘กลุ่มที่ไม่มีแผ่นดิน’
    พวกที่ข้าเรียกว่า…คนของเงา”

    ⸻

    คำท้าทายที่ไม่ใช่จากศัตรู

    หลินซางหลงมองตรงเข้าตาเฟิงหมิง

    “เจ้าอยากเป็นผู้นำกองทัพที่อยู่ภายใต้อ๋อง?
    หรืออยากเป็นผู้นำของผู้ที่ไร้อ๋อง?”

    เฟิงหมิงตอบโดยไม่ลังเล

    “ข้ายังมีบ้านเกิด และแผ่นดินที่ข้ารัก
    ข้าจะไม่ละทิ้งมันเพื่ออำนาจในเงา”

    หลินซางหลงยิ้ม
    ไม่ใช่ยิ้มของศัตรู…แต่ยิ้มของคนที่เข้าใจ

    “ดี…งั้นข้าจะปล่อยเจ้าไป
    เพื่อให้เจ้ารู้ว่าศึกครั้งต่อไป…จะไม่มีเส้นแบ่งชัดเจนอีกต่อไป
    ข้าแค่หวังว่า…เมื่อถึงวันนั้น
    เจ้าจะยังจำว่าข้าไม่ใช่ศัตรูที่แท้จริงของเจ้า”

    ⸻

    ขณะเดียวกันในเมืองหลวง — ความยุติธรรมถูกตรึงบนเสาไม้

    เจียงหลงถูกตัดสิทธิ์ในการว่าความ
    เขาถูกลากตัวสู่ “ศาลเงา” ที่ตั้งขึ้นอย่างลับ ๆ ใต้ตำหนักซ้าย
    ไม่มีบันทึก ไม่มีผู้พิพากษาเปิดเผย

    หลู่หมิงเฉวียนยืนดูจากเบื้องบน
    ในมือเขาคือพระราชลัญจกรปลอมที่สร้างขึ้น
    โดยใช้เพียงเศษเสี้ยวของตราราชสำนักจริง

    “โทษของเจียงหลง…คือความผิดที่ไม่อาจล้างได้ด้วยคำพูด
    เขาต้องเลือกระหว่างตาย…หรือขายอนาคตของพี่ชายเขาให้แก่แผ่นดินใหม่”

    ⸻

    เฟิงหมิงกลับ — พร้อมเงาที่ตามหลัง

    เมื่อเฟิงหมิงกลับถึงค่ายนอกหมู่บ้าน
    ทหารของเขารออยู่อย่างอดทน
    แต่สิ่งที่เขานำกลับมา…ไม่ใช่ข่าวกรองเท่านั้น

    ชายปิดหน้าผู้หนึ่งเดินตามเขามาอย่างเงียบงัน
    และเมื่อนำหน้ากากออก — เผยให้เห็นใบหน้าแห่งความตายที่กลับมาอีกครั้ง

    เขาคือ ต่งเหว่ยหลุน — อดีตมือสังหารผู้หายสาบสูญจากแคว้นเหยียน
    ปัจจุบันยอมเดินตามเฟิงหมิงหลังจากได้พบในค่ายเงาของหลินซางหลง

    ⸻

    “ข้าตามเจ้า…ไม่ใช่เพราะคำสั่งของหลินซางหลง
    แต่เพราะข้าอยากรู้ว่า คนที่ยังมีแผ่นดินอยู่…จะต่อสู้อย่างไร”

    เฟิงหมิงเพียงตอบ

    “งั้นเจ้าก็จะได้เห็น…ในศึกที่ไม่มีแสง และไม่มีทางถอย”



    คล้ายกับเรื่องสายลมไม่สิ้นชื่อข้า(名隨風在) ที่คุณอ่าน

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    สงครามราชันจักรพรรดิ [จบภาคหลัก]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.42M 982
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    จิตวิญญาณเทพยุทธ์สยบเทวะ【จบ】

    นิยาย แฟนตาซี
    2.76M 3640
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    เพลิงฟ้ามหายุทธ์ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    288K 400