แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของหอประชุมโรงเรียนมัธยมปลายเซนต์ไมเคิล สาดกระทบร่างสูงสง่าของ 'มาวิน' ที่ยืนอยู่บนเวที ท่ามกลางเสียงปรบมือเกรียวกราว ใบหน้าหล่อเหลาคมคายประดับรอยยิ้มสมบูรณ์แบบ เขากำลังรับมอบโล่รางวัลนักเรียนดีเด่นประจำปีจากผู้อำนวยการโรงเรียนด้วยท่วงท่าสุภาพและสง่างาม
"ขอแสดงความยินดีด้วยนะมาวิน เธอคือความหวังและอนาคตของโรงเรียนเราอย่างแท้จริง" ผู้อำนวยการกล่าวด้วยน้ำเสียงชื่นชม สายตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
มาวินโค้งคำนับเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลทอประกายอ่อนโยน "ขอบคุณท่านผู้อำนวยการมากครับ ผมจะพยายามให้สมกับที่ทุกท่านไว้วางใจครับ"
เสียงกรี๊ดเบาๆ และเสียงซุบซิบชื่นชมดังมาจากกลุ่มนักเรียนหญิงที่ยืนอยู่ด้านล่างเวทีให้กับมาวิน ชายหนุ่มผู้เพียบพร้อมไปทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็ผลการเรียนระดับท็อป ความสามารถทางกีฬาที่โดดเด่น หน้าตาที่หล่อเหลาราวกับเทพบุตร แถมยังเป็ทายาทคนเดียวของ 'ฟีนิกซ์ คอร์ปอเรชั่น' เครือบริษัทั์ใหญ่ที่ทรงอิทธิพล ไม่แปลกที่เขาจะเป็เ้าชายในฝันของสาวๆ ทั้งโรงเรียนและเป็ไอดอลที่นักเรียนชายต่างก็ยกย่อง
ทว่า... เื้ัฉากหน้าอันสมบูรณ์แบบนั้น มีเพียงไม่กี่คนที่ล่วงรู้ถึงตัวตนอีกด้านของเขา เมื่อเขาก้าวเท้ากลับเข้าสู่เพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมือง โลกของมาวินจะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ห้องนอนที่กว้างขวางราวกับห้องบอลรูมกลับกลายเป็คลังสมบัติส่วนตัวที่อุทิศให้กับเหล่า 'อัศวินสาว' ตัวละครโปรดจากโลกอนิเมะและเกม โปสเตอร์ขนาดเท่าตัวจริง ฟิกเกอร์หายากสุดลิมิเต็ดและชั้นหนังสือที่อัดแน่นไปด้วยมังงะ ไลท์โนเวลและอาร์ตบุ๊ก มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่บ่งบอกถึงความคลั่งไคล้ในระดับโอตาคุตัวพ่อที่เขาซุกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากนักเรียนดีเด่น
เสียงแจ้งเตือนพิเศษดังขึ้นจากสมาร์ตวอทช์บนข้อมือ เป็สัญญาณว่าเกมกาชาแนวอัศวินสาวที่เขาเล่นอยู่กำลังมีอีเวนต์ใหม่เข้ามา มุมปากของมาวินยกขึ้นเป็รอยยิ้มเ้าเล่ห์... รอยยิ้มที่แตกต่างจากรอยยิ้มสุภาพบุรุษเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง มันคือรอยยิ้มของโอตาคุผู้เตรียมพร้อมจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อตัวละครที่เขารัก
ภายในห้องเก็บเสียงที่บุผนังอย่างดี เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้เกมมิ่งสุดหรู มือข้างหนึ่งยกขึ้นเท้าคาง ดวงตาจับจ้องไปยังคอลเลกชันฟิกเกอร์อัศวินสาวที่ตั้งตระหง่านอยู่บนชั้นวางแบบสั่งทำพิเศษ
"หึๆ..." เสียงหัวเราะทุ้มต่ำเล็ดลอดออกมาจากลำคอ ก่อนจะดังขึ้นเป็เสียงะโที่เต็มไปด้วยความคลั่งไคล้และความสุขส่วนตัวที่ถูกปลดปล่อยออกมาในอาณาเขตปลอดภัยของเขา "อัศวินสาวนี่แหละคือความถูกต้อง! คือที่สุดแล้วโว้ย!"
เขาลุกขึ้นยืน เดินวนไปมารอบห้องราวกับกำลังปราศรัยกับเหล่าฟิกเกอร์นับร้อย "ไม่ว่าจะเป็อัศวินแบบดั้งเดิมที่สง่างาม สมเกียรติยศ ถือดาบศักดิ์สิทธิ์ ปกป้องผู้คน... อ่าห์... ช่างสูงส่งอะไรอย่างนี้!"
มาวินหยุดยืนหน้าฟิกเกอร์อัศวินสาวในชุดเกราะสีเงินแวววาว โพสท่าถือดาบอย่างองอาจ นิ้วเรียวยาวลูบไล้ไปตามกล่องอะคริลิกใสอย่างทะนุถนอม
"หรือจะเป็แนวซุ่มซ่ามน่ารัก ที่พยายามทำตัวเข้มแข็งแต่ก็มีมุมเปิ่นๆ ให้ใจละลาย... พวกนี้ก็น่าปกป้องชะมัด!" เขาเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ฟิกเกอร์อีกตัวหนึ่ง ซึ่งเป็อัศวินสาวผมทวินเทลสีชมพูในชุดเกราะที่ดูหลวมโพรกเล็กน้อย กำลังทำหน้ามุ่ยเหมือนเพิ่งสะดุดล้ม
"แล้วก็แนวป่าเถื่อน! ดุดัน! บ้าพลัง! พวกที่ใช้ดาบั์หรือขวานใหญ่ๆ ไล่ฟาดศัตรูไม่ยั้ง พวกนี้ก็โคตรเท่! ดิบเถื่อนได้ใจ!" สายตาของเขาจับจ้องไปยังฟิกเกอร์อัศวินสาวในชุดเกราะสีดำทะมึน มีรอยบิ่นและาแประปราย ดวงตาคมกริบแฝงแววอำมหิต
เขาผายมือออกกว้าง กวาดตามองคอลเลกชันทั้งหมดด้วยแววตาเป็ประกาย "เห็นไหมล่ะ! ไม่ว่าจะเอาไปผสมกับแนวไหน มันก็ออกมาดูดี! อัศวินสาวคือความสมบูรณ์แบบ! คือแก่นแท้ของจักรวาล!" มาวินประกาศก้อง ก่อนจะหัวเราะหึๆ ออกมาอีกครั้งอย่างพึงพอใจในสัจธรรมที่เขาค้นพบด้วยตัวเอง
ขณะที่มาวินกำลังดื่มด่ำกับโลกส่วนตัว เสียงทุ้มนุ่มลึกที่ไม่คุ้นเคยก็ดังแทรกเข้ามาในความคิด ราวกับมีคนกระซิบอยู่ข้างหู แต่กลับก้องกังวานมาจากภายในศีรษะ
‘ช่างน่าชื่นชมในรสนิยมของเ้านัก... ความหลงใหลในอัศวินสาวช่างแรงกล้าและบริสุทธิ์ยิ่งนัก’
มาวินสะดุ้งเฮือก! ร่างกายแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างกวาดมองไปรอบห้องเก็บเสียงที่คุ้นเคยอย่างรวดเร็ว
"ใครน่ะ!?" ความรู้สึกหวาดระแวงแล่นปราดเข้ามาแทนที่ความสุขเมื่อครู่ มีใครแอบเข้ามาในนี้งั้นเหรอ? เป็ไปไม่ได้! ระบบรักษาความปลอดภัยของเพนต์เฮาส์นี้แ่าที่สุด เขาตรวจสอบทุกซอกทุกมุมแต่ก็ไม่พบวี่แววของผู้บุกรุก
‘ใจเย็นก่อน หนุ่มน้อย... ข้าไม่ได้อยู่ในห้องของเ้า แต่อยู่ในความคิดของเ้าต่างหาก’ เสียงนั้นตอบกลับมาอย่างใจเย็น แต่กลับทำให้มาวินขนลุกซู่ยิ่งกว่าเดิม เสียงมันดังมาจากในหัวเขาจริงๆ! ความหวาดระแวงแปรเปลี่ยนเป็ความหงุดหงิดรำคาญ ใครมันกล้ามาล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัวในหัวของเขากัน?
‘หากข้าเสนอโอกาสให้เ้าได้ไปััโลกแห่งดาบและเวทมนตร์ โลกที่เต็มไปด้วยอัศวินในแบบที่เ้าคลั่งไคล้... โลกที่เ้าจะได้สานฝันอันแรงกล้านี้ให้เป็จริง เ้าจะว่ายังไง?’
ข้อเสนอนั้นช่างเย้ายวน แต่ความรู้สึกถูกคุกคามความเป็ส่วนตัวทำให้มาวินเกิดอาการต่อต้าน เขาขมวดคิ้วแน่น ความไม่พอใจฉายชัดบนใบหน้า
"เหอะ ถ้าคิดจะล้อเล่นกันก็เอาเลย ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าเสียงในหัวบ้านี่จะทำอะไรได้"
‘ดีมาก... เป็คำตอบที่สมกับเป็เ้าดี’ เสียงนั้นฟังดูพึงพอใจ ‘เช่นนั้นจงไปเถิด ไปพิสูจน์ความคลั่งไคล้ของเ้าในโลกใบใหม่ ข้าจะคอยเฝ้ามองเื่ราวของเ้าจากที่อันแสนไกล... ขอให้เ้าโชคดีกับการบรรลุเป้าหมาย’
เสียงปริศนาเงียบหายไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบและความสับสนในห้องเก็บเสียง มาวินยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง พยายามประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้น
"บ้าชะมัด..." เขาพึมพำกับตัวเองก่อนยกมือขึ้นกุมขมับ "สงสัยจะอดนอนเล่นเกมติดกันหลายวัน แถมเพิ่งไปสอบระดับประเทศมาอีก... สมองคงเบลอจนเกิดอาการหลอนไปแล้วมั้งเนี่ย"
เขาตัดสินใจว่า้าอากาศบริสุทธิ์เพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่าน มาวินเดินตรงไปยังหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองเบื้องล่าง เขาปลดล็อกและเลื่อนบานหน้าต่างเปิดออก ลมเย็นๆ พัดเข้ามาปะทะใบหน้า ทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นเล็กน้อย
ขณะที่กำลังยืนรับลมอยู่นั้น หางตาของเขาก็เหลือบไปเห็นจุดแสงประหลาดบนท้องฟ้าที่กำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง มันดูเหมือนดาวตกแต่กลับใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และทิศทางก็ดูเหมือนจะ... ตรงมาทางนี้?
เขาหรี่ตามอง พยายามเพ่งสมาธิไปยังวัตถุนั้น ยิ่งมองชัดเท่าไหร่ ความรู้สึกเย็นวาบก็แล่นไปทั่วสันหลังมากขึ้นเท่านั้น มันไม่ใช่ดาวตกธรรมดา... รูปร่างและขนาดของมันใหญ่โตเกินไป พื้นผิวขรุขระลุกไหม้เป็สีแดงฉาน...
มันคืออุกกาบาต! และมันกำลังพุ่งตรงดิ่งลงมายังตำแหน่งที่เขาอยู่!
"เฮ้ย!!!!!"
เสียงร้องะโด้วยความใสุดขีดดังลั่นออกมาจากลำคอของมาวิน นั่นคือเสียงสุดท้ายที่เขาเปล่งออกมาได้ ก่อนที่แสงสว่างวาบจะกลืนกินทุกสิ่ง และสติสัมปชัญญะของเขาก็ดับวูบลงสู่ความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุด…