บทที่29. ผลไม้นี่ฉิบฉี่ปลูกเองเจ้าค่ะ
เมื่อทุกคนได้ฟังคำพูดของผู้เป็นบิดาต่างก็รู้สึกถึงความหวังในชีวิตขึ้นมาทันที
“แปะ ๆ ดีจังเยยเจ้าค่า ฮิ ฮิ”จิ่วจิวน้อยไม่ค่อยรู้อันใดมากนักรู้เพียงว่าท่านพ่อกับท่านลุงทั้งสามจะหายป่วยแล้ว นางจึงดีใจเท่านั้นเอง
“เอาล่ะเจ้าสิบสี่ที่ปู่เรียกเจ้ามาก็เพื่อจะขอผลท้อจากเจ้าให้ลุงๆและพ่อของเจ้ากินนะ” ท่านผู้เฒ่าไป๋นั่งย่อกายลงเพื่อเอ่ยกับหลานสาวตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างกาย
“ได้เยยเจ้าค่ะ ท้อหนาวเย็น ๆ ของฉิบฉี่อยู่ไหนน้า~”พูดไปก็เริ่มเปิดถุงมิติเพาะปลูก ก่อนจะมุดหน้าและหัวกลมๆลงไปในถุงอย่างที่ชอบทำเป็น
ประจำยามที่นางต้องการมองดูผักผลไม้และสูดกลิ่นอายพลังปราณท่ามกลางสายตาที่ดูมึนงงของผู้เป็นบิดาและท่านลุงทั้งสามนั้นเอง
“ฟืดด ห๊อมมหอมมม”
“ว่าอย่างไรเจ้าสิบสี่มีผลท้อเพียงพอให้ทุกคนหรือไม่เล่า”เพราะเห็นว่าหลานสาวยังเอาหน้ามุดอยู่ในถุงมิติไม่ออกมาเสียทีคนเป็นปู่จึงเอ่ยเรียกนางขึ้นมาพร้อมคิดในใจว่า...ไม่ใช่ว่าเจ้าสิบสี่ดื่มด่ำกับกลิ่นปราณหอมๆจนลืมเอาผลท้อเหมันต์ออกมาหรอกนะ
“เจ้าค่า ฮิ ฮิ...ผลไม้ฉิบฉี่หอมมากเยยนี่เจ้าค่ะท่านปู่ท้อหนาวเย็น หนึ่ง ฉอง ฉาม ฉี่ ให้ฉี่ยูกเจ้าค่ะ”เมื่อเอาหัวกลมๆ ออกจากถุงมิติได้แล้วก็รีบเอาแขนสั้นๆล้วงเข้าไปในถุงมิติพร้อมคิดว่าอยากได้ผลไม้ชนิดใดผลไม้ชนิดนั้นก็จะเข้ามาอยู่ในมือก่อนจะหยิบออกมาด้านนอกทีละลูกๆ
ผลท้อเหมันต์ที่นำออกมานั้นถูกห่อหุ้มด้วยเกล็ดน้ำแข็งส่งไอเย็นออกมาอยู่ตลอดเวลาทั้งสี่คนดวงตาเบิกกว้าง มองแล้วมองอีกว่าใช่จริงๆ หรือไม่แม้ไม่เคยเห็นของจริงสักครั้งแต่เมื่อก่อนยามที่ตระกูลรุ่งเรืองพวกเขาล้วนเคยศึกษาตำราเรื่องพืชปราณและสรรพคุณของพืชปราณชนิดต่างๆมาก่อน แค่มองดูลักษณะภายนอกก็พอจะเดาได้แล้วว่านั้นคือผลไม้ชนิดใด
ถึงแม้พลังของพวกเขาตอนนี้ยังไม่สามารถมองเห็นสีของละอองปราณว่าเป็นสีใดกันแน่แต่ก็รับรู้และสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายพลังปราณแผ่กระจายออกมาไป๋ซ่างจวินที่ก่อนนี้คิดว่าถุงที่บุตรสาวสะพายติดกายน่าจะเป็นถุงมิติแต่ตอนนี้คิดว่าไม่น่าจะใช่เป็นเพียงถุงมิติเก็บของเท่านั้นแล้ว...
“ทะ ท้อเหมันต์”ไป๋ซ่างหมิงเอ่ยขึ้นเป็นคนแรกหลังจากดึงสติของตนเองกลับมาได้แล้ว
“ไม่ผิดเป็นท้อเหมันต์จริงๆ ด้วย”ไปซ่างเหวินเองก็ถึงกับเดินเข้ามาดูผลไม้ปราณที่ถูกวางอยู่บนโต๊ะใกล้ๆ เลยทีเดียว
“มีถึงสี่ลูก”ไป๋ซ่างอี้ก็มองดูผลไม้ปราณหายากนี้อย่างเหม่อลอยเลยทีเดียว
“ยังมีอีกเจ้าค่ะฉิบฉี่มีอีก...ฉิบฉีปลูกเองเยอะแยะเยยเจ้าค่ะ”
"หื้ม หลานสิบสี่บอกว่าเป็นคนปลูกเองเช่นนั้นหรือแต่นี่คือผลไม้ปราณ...ระ หรือว่า..."ไป๋ซ่างอี้เอ่ยถามขึ้นอย่างตกใจระคนแปลกใจเป็นหนักหนาหากเป็นจริงดั่งที่คิดไม่เท่ากับว่าหลานสาวของเขาเป็นลูกรักของสวรรค์หรอกหรือนี่
"หลานสิบสี่พึ่ง 3หนาวเท่านั้นหรือว่านางมีพลังปราณแต่กำเนิดเช่นนั้นหรือ"ไป๋ซ่างเหวินเอ่ยขึ้นพร้อมคิดถึงความเป็นไปได้
"อาจจะเป็นเช่นที่พี่รองว่าก็ได้เจริงสิจ้าสี่ตอนหลานสิบสี่เกิดมีสิ่งใดเป็นพิเศษบ่งบอกถึงพลังของนางหรือไม่เล่า"ไปซ่างหมิงเอ่ยเห็นด้วยกับพี่ชายคนรองก่อนจะหันมาถามน้องชายที่ยังเงียบอยู่บ้าง
"ไม่มีนะขอรับพี่สาม" ตัวไป๋ซ่างจวินเองก็มึนงงเช่นกันแม้ก่อนนี้จะได้ยินบุตรสาวบอกเมื่อตอนอยู่ด้านนอกแล้วว่าปลูกผลไม้เองแต่เขาไม่คิดว่าจะมีผลไม้ปราณล้ำค่าอย่างท้อเหมันต์ด้วย
หากทุกคนรู้ว่านอกจากท้อเหมันต์แล้วจิ่วจิวน้อยยังจับสมุนไพรล้ำค่ามากมายที่ผ่านมาหลายสิบปีไม่เคยมีปรากฏโดยการจับยัดๆ ลงไปปลูกในถุงมิติเพาะปลูกแล้วล่ะก็คงได้ตกใจยิ่งกว่านี้เป็นแน่
"หื้มม หื้มม" หัวกลมๆ เล็กๆหันไปแล้วก็หันมา ทางท่านลุงทีทางท่านพ่อที ก่อนยกมือเกาแก้มของตนเองพร้อมคิดว่า
'ฉิบฉี่ไม่ค่อยเข้าใจนักหรือว่าท่านยุงกับท่านพ่อหยักได้ท้อหนาวเย็นอีกนะ' คิดแล้วก็ทำท่าล้วง ๆ เข้าไปในถุงมิติเพาะปลูกอีกครั้งเพื่อจะนำผลท้อเหมันต์ออกมาอีก ท่านผู้เฒ่าไป๋เห็นเข้าจึงเอ่ยห้ามไว้ก่อน
“พอก่อนเถิดเจ้าสิบสี่ให้ท่านพ่อและท่านลุงทั้งสามของเจ้าคนละลูกก่อนก็พอแล้ว”
“เจ้าค่า...เช่นนั้นท่านพ่อจินเยยสิเจ้าคะฉิบฉี่หยักรู้ว่าอย่อยยึเป่า เพราะลูกหนาวเย็นนี่ฉิบฉี่ยังไม่เคยจินฉิบฉี่หยักจินมากแต่จินไม่ได้ท่านปู่บอกว่าต้องรอเป็นคนโตก่อนถึงจินได้”จิ่วจิวน้อยเอ่ยบอกท่านพ่อของตนเองก่อนที่ใบหน้ากลมๆที่มีผมทรงก้อนซาลาเปาจะแหงนมองจนคอตั้งบ่าเพราะอยากรู้รสชาตินั้นเองและนางคิดว่าน่าจะหวานๆ เย็นและต้องอร่อยมากแน่นๆ
ท่าทางนั้นเหมือนลูกแมวตัวน้อยก็ไม่ปาน ทำให้ผู้เป็นบิดารู้สึกทั้งเอ็นดูทั้งมันเขี้ยวยิ่งนัก
“ได้ๆ พ่อจะกินดูแล้วรีบบอกเจ้าว่ารสชาติดีหรือไม่นะ”
“เจ้าค่า”เจ้าตัวน้อยรับคำพร้อมพยักหน้าและเฝ้ามองอย่างใจจดใจจ่อ
จากนั้นนายท่านทั้งสี่คนแห่งตระกูลไป๋ก็เริ่มกัดผลท้อเหมันต์กันทันที
กร๊อบบบ!!!! เสียงดังยามฟันกระทบผิวเนื้อผลท้อเหมันต์ก่อนจะได้รับสัมผัสที่หอมหวานในปากฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งยังเป็นผลไม้ปราณขั้นสูง สูงมากเลยทีเดียวเพราะทันทีที่ได้กินเข้าไปนั้นทั้งสี่คนรับรู้ได้ถึงมวลพลังปราณมหาศาลที่ไหลเวียนวนอยู่ในร่างกายทันที
“อย่อยใช่หยือไม่เจ้าคะท่านพ่อ” พอเห็นว่าคนเป็นบิดานั้นกินผลท้อจนหมดลูกแล้วเหลือเพียงเม็ดเท่านั้นจิ่วจิวน้อยที่เฝ้ารออยู่ก็เอ่ยกระซิบถามเสียงสูงเสียงต่ำทันทีตากลมโตวาวใส่จ้องมองอย่างรอคอยคำตอบ
“อืม ผลท้อหนาวเย็นของจิ่วจิวอร่อยมากหวานๆ เย็นๆกินแล้วสดชื่นมากจริงๆ” ไป๋ซ่างจวินเอ่ยเรียกผลท้อเหมันต์ว่าผลท้อหนาวเย็นตามบุตรสาวเรียกบ้างขณะนั่งย่อกายลงมาเอ่ยกับบุตรสาว
หัวกลมๆ พยักหน้าเข้าใจว่าคิดถูกจริงๆก่อนจะหยิบเอาเฉ่าเหมยลูกโตหวานฉ่ำขึ้นมากันกินบ้างจิ่วจิวน้อยสามารถกินผลไม้ปราณได้ปกติ ผลไม้เหล่านี้ก็เหมือนเป็นของบำรุงร่างกาย
ยกเว้นผลท้อเหมันต์ที่ยังกินตอนนี้ไม่ได้เพราะสรรพคุณของมันที่สามารถเพิ่มระดับพลังปราณได้อย่างมากมายมหาศาลเรียกว่าสามารถทำให้ระดับพลังปราณเลื่อนขั้นได้ในทันทีที่กินเข้าไปร่างกายของจิ่วจิวยังเล็กมากเกินไปไม่อาจรองรับพลังมหาศาลเช่นนั้นได้จึงต้องรอให้โตกว่านี่ก่อนนั้นเอง เรื่องนี่ท่านผู้เฒ่าไป๋ที่เกรงว่าหลานสาวจะหยิบท้อเหมันต์มากินโดยที่ไม่รู้จึงได้อธิบายให้หลานสาวฟังแล้วเช่นกัน ซึ่งจิ่วจิวน้อยก็เข้าใจดี...
“เอาล่ะตอนนี้เราออกไปรอข้างนอกกันก่อนเถิดเจ้าสิบสี่”
“เจ้าค่า”
เมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้วท่านผู้เฒ่าไป๋จึงเดินมาจับจูงมือน้อยๆของหลานสาวเพื่อเดินออกจากห้องปล่อยให้บุตรชายทั้งสี่ได้รวบรวมและควบคุมชักนำพลังปราณภายในร่างกายให้เสถียรก่อนคิดว่าคงใช้เวลามากเลยทีเดียวด้วยเพราะที่หมู่บ้านป่าหมอกนี้มีพลังปราณอยู่เพียงน้อยนิดจนแทบไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำ
ขนาดว่าที่ป่าเร้นลับมีพลังปราณไหลเวียนอยู่มากมายทั้งหนาแน่นทั้งบริสุทธิ์ซึ่งเหมาะกับการฝึกปราณเป็นอย่างมากท่านผู้เฒ่าไป๋และหวังฉียังใช้เวลาในการเดินพลังปราณกันทั้งคืนในคราวเมื่อรักษาตนเองนับประสาอันใดกับที่นี่ เผลอๆ อาจต้องรอให้พวกเขาเดินพลังกันหลายวันเลยทีเดียว....