บทที่ 7 ต้องย้ายบ้านแล้ว
ย้ายบ้าน ใช่ ต้องย้ายบ้านทันที!
โจวหลีอันไม่รอช้าอีกต่อไป รีบเร่งฝีเท้าไปยังที่ดินส่วนตัวของครอบครัวเพื่อตามหาแม่โจว
ในยุคนี้ แต่ละครอบครัวจะได้รับที่ดินส่วนตัวตามจำนวนประชากรในบ้าน โดยแต่ละคนจะได้รับที่ดินขนาดประมาณยี่สิบห้าตารางเมตร ถ้าบริเวณบ้านไม่มีที่เพียงพอก็ให้แบ่งพื้นที่รอบบ้านออกมา
ถ้าไม่พออีก ก็แบ่งไปที่อื่น
โจวหลีอันรีบวิ่งไปพบแม่ของเธอ ก็เห็นแม่โจวกำลังถือจอบกำจัดวัชพืชในแปลงเพาะปลูก
"แม่คะ"
เมื่อได้ยินเสียงของลูกสาว แม่โจวรีบหยุดการทำงานในมือทันที และมองไปตามเสียงเรียก เห็นลูกสาวที่ผิวขาวผ่องราวกับเปล่งประกายภายใต้แสงอาทิตย์กำลังวิ่งมา เมื่อลูกสาววิ่งเหยาะ ๆ เข้ามาใกล้ แม่โจวจึงถามขึ้นว่า "ใจเย็น ๆ เกิดอะไรขึ้นเหรอลูก?"
"แม่ หนูอยากทำบ้านใหม่แล้วย้ายออกไปอยู่ค่ะ"
โจวหลีอันพูดตรงประเด็นทันที
เห็นได้ชัดว่าแม่โจวที่อยู่ตรงข้ามเมื่อได้ยินประโยคนี้ สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันทีพลางพูดขึ้นอย่างคลุมเครือว่า "ทำไมล่ะ..." แม่โจวพูดกลับมาด้วยสีหน้าตาบึ้งตึง และถามต่ออีกว่า "จางเฉี่ยวลี่ไปหาเื่ลูกอีกแล้วใช่ไหม? เฮ้อ ั้แ่พี่ใหญ่ของลูกแต่งงานกับเธอ ก็มีแต่เื่จริง ๆ เหมือนชาติที่แล้วทำบาปมาแปดชาติ!"
"แม่คะ เธอมาหาหนูจริง ๆ บอกว่าอยากซ่อมแซมบ้าน"
โจวหลีอันไม่ได้ปิดบังเื่ของจางเฉี่ยวลี่ที่พูดกับเธอ และพูดขึ้นต่อว่า "แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลหลักที่หนูอยากสร้างบ้านใหม่หรอกค่ะ"
เมื่อได้ยินลูกสาวของตัวเองพูดแบบนั้น สีหน้าของแม่โจวก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อยแล้วถามว่า "จะสร้างใหม่เพื่ออะไรล่ะ?"
โจวหลีอันจับมือแม่โจวไว้แน่น พลางพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
"แม่คะ ในอนาคตหนูต้องโตขึ้น หนูต้องเรียนรู้ที่จะเลี้ยงดูตัวเองได้แล้ว พอหนูมีบ้านที่เป็ของตัวเอง ก็ไม่มีใครสามารถไล่หนูออกไปได้"
เหตุผลสองข้อแรก แม่โจวรู้สึกว่ายังพอรับได้
แต่เหตุผลข้อสุดท้ายนั้น… ทำให้แม่โจวใจอ่อนลงทันที
แม่โจวนึกถึงครอบครัวลู่ จากนั้นเธอก็นึกถึงจางเฉี่ยวลี่ที่บ้านทันที!
ถึงแม้ว่าที่บ้านจะมีพวกเธออยู่ จางเฉี่ยวลี่ก็ไม่สามารถไล่ลูกสาวของเธอออกจากบ้านเหมือนกับที่ตระกูลลู่ทำได้ แต่การที่จางเฉี่ยวลี่พูดเื่ลูกสาวของเธอทุกวันก็เป็เื่ที่น่ารำคาญจริง ๆ
บางครั้งแม่โจวฟังแล้วก็อยากจะตบคนคนขึ้นมา แต่กฎของบ้านคือห้ามทำร้ายคนในครอบครัว เธอก็ไม่อยากทำลายกฎที่ตั้งขึ้นมาเอง
"จ๊ะ เอางั้นก็ได้" แม่โจวยอมอ่อนข้อให้ลูกสาว
"มีคำกล่าวว่ามีพ่อมีแม่ก็ยังสู้การมีของตัวเองไม่ได้ แม่สนับสนุนลูกทุกอย่างนะ"
หลังจากนี้ก็แค่ต้องช่วยเหลือกันมากขึ้นหน่อยเท่านั้นเอง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความสุขของลูกสาว
"ขอบคุณแม่นะคะ!"
โจวหลีอันดูเหมือนสิ่งที่ตั้งใจทำจะสำเร็จแล้ว เธอเข้าไปจับมือแม่โจวพร้อมรอยยิ้มสดใส "งั้นวันนี้พอเลิกงานแล้ว หนูจะไปหาผู้ใหญ่บ้านเพื่อขอแบ่งที่ดินให้พวกเรา"
"ได้สิ"
แม่โจวตอบตกลงทันที
"แม่คะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ!"
โจวหลีอันรู้สึกว่าการที่เธอข้ามมิติมาแล้วได้พบกับแม่โจวนั้นถือว่าเป็โชคดีจริง ๆ
แม่โจวมองดูใบหน้าที่ยิ้มแย้มสดใสมากขึ้นเรื่อย ๆ ของลูกสาวตัวเอง พลางคิดในใจว่าดูเหมือนเธอจะได้ตัดสินใจอย่างถูกต้อง เธอไม่ได้เห็นลูกสาวมีความสุขแบบนี้มานานมากแล้ว ครั้งล่าสุดที่เห็นก็เป็เื่ราวเมื่อหลายปีก่อน
โจวหลีอันตั้งใจจะอยู่ช่วยแม่ของเธอทำงานต่อ แต่แม่โจวยืนกรานปฏิเสธ ให้โจวหลีอันกลับบ้านไปก่อน
เมื่อถึงบ้าน เธอล้างมือแล้วตักน้ำจากโอ่งใส่อ่างเล็ก ๆ จากนั้นนำกระติกน้ำร้อนจากในบ้านเทน้ำร้อนผสมลงไปเล็กน้อย ก่อนจะยกเข้าไปในห้องเพื่อเช็ดตัวให้ลู่เยี่ยนโจว แม้ว่าชายที่อยู่ตรงหน้าจะอยู่ในภาวะผัก แต่กลับไม่ค่อยมีเหงื่อออกเท่าไหร่นัก และการเช็ดตัวบ่อย ๆ ก็ทำให้สะอาดขึ้นอย่างแน่นอน
ก่อนอื่นให้เช็ดใบหน้าและมือที่เปิดเผยอยู่ภายนอก
พูดถึงใบหน้าของลู่เยี่ยนโจว… เรียกได้ว่าเป็ใบหน้าที่อยู่ในใจของโจวหลีอันเลยทีเดียว สันกรามชัดเจน คิ้วเข้มแต่ดูเรียบร้อย แม้ว่าผิวจะไม่ได้ขาวมาก แต่ก็ไม่มีตำหนิ
เมื่อเริ่มเช็ดตัว มือของโจวหลีอันก็อ่อนโยนลงทีละนิด
มือของผู้ชายคนนี้ก็เช่นกัน แม้ว่าจะมีหนังด้านเนื่องจากการฝึกฝนในกองทัพเป็เวลานาน แต่ก็ยังคงดูดีมาก นิ้วมือเรียวยาว ขณะที่ช่วยเช็ดตัวให้ผู้ชายคนนั้น โจวหลีอันรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
นี่เป็ครั้งแรกที่เธอทำเื่แบบนี้
แต่ความเขินอายของเธอก็หายไปอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นรอยแผลเป็น้อยใหญ่บนร่างกายของลู่เยี่ยนโจว
เธอไม่เคยเห็นใครมีแผลเยอะขนาดนี้มาก่อน คิดว่าคงเป็รอยแผลที่ลู่เยี่ยนโจวได้รับระหว่างปฏิบัติภารกิจ นอกจากนี้ โจวหลีอันยังสังเกตเห็นว่ากล้ามเนื้อหลายส่วนบนร่างกายของเขาเริ่มหายไปบ้างแล้ว คงเป็เพราะไม่ได้ใช้งานมาเป็เวลานาน
เมื่อมองดูนาน ๆ โจวหลีอันก็รู้สึกไม่สบายใจ
โจวหลีอันพูดขึ้นมาเบา ๆ "วันนี้ฉันไปขอเงินจากแม่ของคุณด้วยแหละ เพราะเธอไล่พวกเราออกมาจากบ้าน งั้นก็ไม่ควรปล่อยให้เธอได้เปรียบใช่ไหม?"
"พูดตามตรง คุณกับเธอไม่เหมือนกันเลยสักนิด คุณหน้าตาดีขนาดนี้ แต่ทำไมแม่คุณถึงได้น่าเกลียดขนาดนั้น ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าคนแบบเธอจะให้กำเนิดคุณได้ยังไง..."
โจวหลีอันที่เริ่มพูดคุยกับลู่เยี่ยนโจว เป็เพราะเธอเคยได้ยินมาก่อนว่า คนไข้ที่อยู่ในภาวะแบบเ้าชายนิทราบางคนยังมีสติรับรู้อยู่ การพูดคุยกับเขาบ่อย ๆ อาจเพิ่มโอกาสที่เขารู้สึกตัวขึ้นมาได้
ในความทรงจำของร่างเดิม ทั้งสองคนไม่ค่อยได้ติดต่อกันมากนัก แต่ลู่เยี่ยนโจวเป็คนดีและน่าสงสารมาก โจวหลีอันได้แต่ภาวนาหวังว่าเขาจะสามารถฟื้นขึ้นมาได้
"อ้อ… ใช่แล้ว ฉันกำลังจะย้ายออกจากบ้านพ่อแม่ ขอยืมเงินคุณก่อนนะ แล้วจะคืนให้ทีหลัง"
หลังจากเช็ดตัวให้ลู่เยี่ยนโจวเสร็จแล้ว โจวหลีอันก็ไม่ได้อยู่เฉย เธอเดินเข้าไปในครัว
อาศัยความทรงจำของร่างเดิม เธอจุดไฟในเตาขึ้นมา ตั้งใจจะต้มน้ำร้อนแล้วปล่อยให้เย็นลง เผื่อคนในบ้านกลับมาจากการทำงานจะได้ดื่มคลายกระหาย
หลังจากต้มน้ำเสร็จแล้ว โจวหลีอันยังเติมน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ลงไปหนึ่งหยดให้คนในครอบครัวโจวด้วย นอกจากจางเฉี่ยวลี่แล้ว ทุกคนในบ้านก็ยังดีกับเธออยู่ ตอนนี้เธอกลายเป็ลูกสาวคนเดียวในบ้าน น้องเล็กของพวกพี่ ๆ เมื่อมีของวิเศษเช่นนี้ก็เต็มใจที่จะแบ่งปันกับพวกเขา
หลังจากต้มน้ำเสร็จ โจวหลีอันก็เริ่มทำอาหาร เธอเริ่มต้นด้วยการทำข้าวต้มที่ผสมระหว่างแป้งข้าวโพดกับข้าวสาร หลังจากทำเสร็จแล้ว เธอจึงไปหาขิงดองและพริกดองที่แม่โจวแช่ไว้ เพื่อเตรียมทำมันฝรั่งผัดเส้นรสเปรี้ยวเผ็ด
เธออยากทำอาหารให้ดีกว่านี้และอยากกินเนื้อสัตว์ด้วย แต่เธอก็กลัวขึ้นมาว่าถ้านำเนื้อสัตว์มากิน แม่โจวน่าจะเสียดายอย่างมาก
ในยุคนี้ อาหารที่ดีหน่อยมักจะเก็บไว้กินใน่เทศกาลปีใหม่ หรือเวลามีแขกมาเยี่ยมเท่านั้น คงต้องรอให้เธอมีความสามารถก่อน ตอนนั้นค่อยเพิ่มอาหารให้ครอบครัวทีละนิด ขณะที่กำลังคิดเช่นนั้น โจวหลีอันก็มีความคิดแวบขึ้นมาในหัว หลังจากที่จับความคิดนั้นได้ เธอก็ไปล้างมันฝรั่งเพิ่มอีกสองหัว
เมื่อโจวหลีอันทำอาหารเสร็จเกือบหมดแล้ว สมาชิกในครอบครัวโจวก็ทยอยกันกลับเข้ามาบ้าน
คนแรกที่กลับมาคือจางเฉี่ยวลี่ หลังจากกลับมาก็เดินเข้าห้องของเธอทันที โดยไม่ได้ออกมาอีกเลย
แม่โจวเป็คนที่สองที่กลับมา พอเข้าครัวก็พบว่าลูกสาวทำอาหารเสร็จหมดแล้ว ในขณะที่รู้สึกปลื้มใจก็รู้สึกเป็ห่วงไปพร้อมกัน โจวหลีอันไม่รอให้แม่โจวพูดอะไร รีบรินน้ำใส่แก้วให้ทันที "แม่คะ ดื่มน้ำหน่อยนะ จะได้สดชื่น"
แม่โจวตอบรับเบา ๆ สองครั้ง ดวงตาแดงเล็กน้อย
เธอรู้สึกอย่างประหลาดว่าหลังจากดื่มน้ำแก้วนี้แล้ว ทั้งร่างกายของเธอก็รู้สึกสบายขึ้น อาจจะเป็น้ำที่ลูกสาวสุดที่รักของเธอรินให้ก็ได้ แม่โจวคิดในใจ
หลังจากนั้นคนในครอบครัวโจวก็กลับมากันหมดแล้ว โจวหลีอันยื่นมือแจกน้ำให้พวกเขาคนละแก้ว
พี่ชายคนรองโจวซู่อันดื่มเสร็จแล้วก็รู้สึกสบายตัวขึ้นทันที วันนี้เขาไม่ได้ไปที่ร้านช่างไม้ แต่ไปทำงานกับแม่โจวด้วย "สมกับเป็น้องสาวของพี่จริง ๆ แม้แต่น้ำที่รินก็ยังอร่อยกว่าคนอื่น"
โจวซู่อันมักจะไม่ตระหนี่คำชมสำหรับน้องสาวของเขา
ส่วนโจวกั๋วอันไม่ได้พูดมากความเหมือนโจวซู่อัน แต่ก็พยักหน้าแสดงความเห็นด้วย
ส่วนพ่อโจวก็ยกแก้วน้ำขึ้นจิบอย่างเอร็ดอร่อยทันที พลางหันไปมอบเด็กน้อยทั้งสองที่ดื่มจนหมดอย่างรวดเร็ว แล้วรีบมากอดขาของโจวหลีอัน พวกเขาเงยหน้าน้อย ๆ ขึ้นมองโจวหลีอันแล้วพูดว่า "อาครับ ขออีกหน่อยได้ไหม"