เหงาในเงาจันทร์

    ตอนที่ 9 : ต้นไม้แห่งความรัก

            แสงเช้าของกรุงเทพมหานครทอดผ่านม่านสีครีมบางเบากานต์แก้วนอนลืมตาอยู่บนเตียงสีขาวขนาดใหญ่ภายในห้องพักหรูเงียบสงบ เธอยังรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันเมื่อคืนนี้เธอยังเป็๲เพียงเด็กสาวต่างจังหวัดที่นั่งรถทัวร์ข้ามคืนมากรุงเทพคนเดียว แต่เช้าวันนี้เธอกลับตื่นขึ้นมาในโรงแรมหรูใจกลางเมืองหลวง เพราะผู้ชายคนหนึ่งอยากให้เธอพักผ่อนสบายๆ

            ก่อนกลับเมื่อคืนต้นไม้พูดกับเธอด้วยน้ำเสียงเรียบนุ่มเหมือนเดิม“กานต์นอนพักก่อนนะเดี๋ยวใกล้เที่ยงพี่มารับไปกินข้าว” เขาเงียบไปนิดหนึ่งก่อนพูดต่อ“พี่ขอกลับบ้านก่อนต้องโทรหาครอบครัว” คำพูดธรรมดาแต่กลับทำให้กานต์แก้วรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาดเขาไม่เคยปิดบังอะไรเธอเลย ไม่เคยโกหกว่าโสด ไม่เคยสร้างภาพว่าพร้อมจะทิ้งใคร ผู้ชายคนนี้รักครอบครัวของเขาจริงๆและนั่นเอง กลับยิ่งทำให้เธอรักเขามากขึ้นอย่างห้ามไม่ได้

            หลังพนักงานเปิดห้องพักให้กานต์แก้วถึงกับยืนนิ่งอยู่หน้าประตูด้วยความตื่นตะลึงห้องพักสวยราวกับบ้านพักตากอากาศ บ้านเรือนไทยร่วมสมัยสีอบอุ่น กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ลอยอยู่ในอากาศ เตียงสีขาวนุ่มมหึมาตั้งอยู่กลางห้อง ห้องน้ำแบบเปิดโล่งรายล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวมีอ่างจากุดซี่ขนาดใหญ่ซ่อนตัวอยู่กลางสวนเล็กๆ ทุกอย่างดูหรูหราเกินชีวิตของเด็กสาวธรรมดาคนหนึ่งกานต์แก้วค่อยๆ ทิ้งตัวลงบนเตียงหัวเราะเบาๆ คนเดียวเมื่อร่างแทบจมหายไปกับความนุ่มเธอนอนยิ้มมองเพดานหัวใจยังเต้นไม่เป็๲จังหวะเมื่อนึกถึงใบหน้าของต้นไม้ ผู้ชายคนนั้นสุภาพ อบอุ่น และอันตรายต่อหัวใจเธอเหลือเกิน ขณะที่กำลังเคลิ้มจะหลับ  เสียงโทรศัพท์ในห้องก็ดังขึ้นหญิงสาวรีบลุกไปรับทันที

            “สวัสดีคร้า” ปลายสายหัวเราะเบาๆ

            “รับเร็วเชียวนะ” แค่ได้ยินเสียงเขากานต์แก้วก็ยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

            “กานต์ ผิดแผนนิดหน่อยนะ”

            “คะ?”

            “พี่ต้องไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพที่นคร๱๭๹๹๳์”   เขาเงียบไปนิดหนึ่งก่อนถามเบาๆ

            “กานต์จะรอพี่อยู่กรุงเทพหรือจะไปกับพี่”

            หญิงสาวแทบไม่ต้องคิดแม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าจากการเดินทางหกร้อยกิโลเมตรแต่หัวใจของเธอกลับตอบไปทันที

            “ไปค่ะ” ปลายสายเงียบไปชั่วครู่เหมือนคนกำลังยิ้ม

            “โอเค อีกสามสิบนาทีพี่ไปรับ”

            รถคัมรี่สีบรอนซ์ทองค่อยๆเลี้ยวเข้ามาจอดหน้าโรงแรม และทันทีที่ต้นไม้ก้าวลงจากรถ หัวใจของกานต์แก้วก็แทบหยุดเต้นอีกครั้งวันนี้เขาสวมเครื่องแบบทหารครึ่งท่อน เสื้อสีเขียวเข้มแนบกับรูปร่างสูงโปร่ง ทำให้เขาดูสง่างามอย่างน่าเกรงขามแต่รอยยิ้มบางๆ กับลักยิ้มเล็กๆตรงมุมปากกลับทำให้ผู้ชายตรงหน้าดูอบอุ่นจนละสายตาไม่ได้ กานต์แก้วเดินเข้าไปหาเขาช้าๆต้นไม้เปิดประตูรถให้เหมือนเดิมก่อนพูดเบาๆ

            “เดินทางกันครับ”

            ภายในรถเย็นสบายกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆของเขาลอยปะปนกับกลิ่นหนังใหม่ในรถ ต้นไม้เอื้อมมือไปเปิดเครื่องเสียง

            “เดี๋ยวพี่เปิดเพลงให้ฟัง” 

            “เพลงอะไรเหรอคะ” 

            “กานต์รู้จักวงเฉลียงไหม” หญิงสาวยิ้มทันที

            “เคยได้ยินค่ะ”

            เสียงเพลงเก่าแสนอบอุ่นดังคลอเบาๆภายในรถและตลอดเส้นทางจากกรุงเทพฯ สู่นคร๱๭๹๹๳์ “เฉลียง” ก็กลายเป็๞เพื่อนร่วมทางของคนสองคน กานต์แก้วพูดเจื้อยแจ้วตลอดทางเล่าเ๹ื่๪๫วัยเด็กเ๹ื่๪๫โรงพยาบาล เ๹ื่๪๫เพื่อนร่วมงาน เ๹ื่๪๫แมวหน้าแฟลต

            ต้นไม้ขับรถเงียบๆพลางฟังเธอด้วยสายตาอ่อนโยน บาง๰่๥๹เขาหัวเราะ บาง๰่๥๹แอบยิ้มคนเดียว เหมือนกำลังมีความสุขกับเสียงของเธอจริงๆเวลานั้นโลกทั้งใบดูเหมือนเหลือเพียงรถหนึ่งคัน เพลงเก่าๆ และคนสองคนที่กำลังตกหลุมรักกันช้าๆเมื่อรถผ่านจังหวัดชัยนาท ต้นไม้หันมาถามขึ้น

            “กานต์เคยมาสวนนกชัยนาทไหม” หญิงสาวส่ายหน้าทันที

            “ไม่เคยค่ะ!” น้ำเสียงตื่นเต้นของเธอทำให้เขาหลุดยิ้ม

            “งั้นเราไปเที่ยวกัน”

            ไม่นานรถก็เลี้ยวเข้าสู่สวนนก บรรยากาศร่มรื่นเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่เสียงนกร้องดังแว่วมาตามลมอ่อนๆ ต้นไม้ลงจากรถก่อน เดินไปซื้อตั๋วเข้าชมสำหรับสองคนกานต์แก้วยืนมองแผ่นหลังกว้างของเขาเงียบๆ ผู้ชายคนนี้ ทำไมถึงดูดีแม้กระทั่งตอนยืนต่อคิวซื้อตั๋ว

            เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไป จู่ๆมือใหญ่และอบอุ่นก็เอื้อมมาจับมือเธอไว้หัวใจหญิงสาวสะดุดวูบ ต้นไม้กุมมือเธอไว้หลวมๆก่อนพูดเบาๆ “เดินตามพี่มา” กานต์แก้วแทบไม่ได้ยินเสียงนกรอบตัวอีกเลยเธอรับรู้เพียงความอบอุ่นจากมือของเขา และหัวใจตัวเองที่เต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก

            ทั้งสองเดินดูนกแก้วมาคอว์สีสดใสด้วยกันหญิงสาวยืนตื่นเต้นเหมือนเด็กเล็ก ชี้นั่น ชี้นี่ ไม่หยุด ต้นไม้ยืนมองเธอเงียบๆ มองดวงตาที่กำลังแวววาวเพราะตื่นเต้นกับนกแก้วมองรอยยิ้มที่กว้างจนเห็นฟัน มองความสุขบริสุทธิ์ที่ไม่ได้แกล้งทำและในวินาทีนั้นเขาก็เข้าใจว่าสิ่งที่ผู้ชายวัยสี่สิบค้นหามาตลอดชีวิต ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบไม่ใช่ความเงียบสงบ แต่คือรอยยิ้มแบบนี้แหละรอยยิ้มที่บริสุทธิ์เสียจนทำให้หัวใจเขาอ่อนลงทั้งหมด

            จังหวะที่กานต์แก้วหันกลับมายิ้มให้ชายหนุ่มโน้มตัวลงช้าๆแล้วบรรจงจูบเบาๆ ที่แก้มของเธอโลกทั้งใบเหมือนหยุดนิ่ง “เด็กอะไรน่ารักจัง” เสียงทุ้มกระซิบอยู่ข้างหู กานต์แก้วหน้าแดงจัด    จนแทบไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเขา เธอยืนบิดตัวเขินๆเหมือนเด็กสาวที่เพิ่งมีรักครั้งแรก ต้นไม้หัวเราะเบาๆ ก่อนถามต่อ

            “กานต์จะนั่งรถรางไหม” หญิงสาวพยักหน้าทันที

            “แต่กานต์นั่งไปก่อนนะพี่ขอสูบบุหรี่แป๊บหนึ่ง” เธอพยักหน้าอย่างว่าง่าย ก่อนขึ้นไปนั่งบนรถรางท่ามกลางเด็กๆและครอบครัวมากมาย

            เมื่อรถรางเริ่มเคลื่อนตัวกานต์แก้วหันกลับไปมองต้นไม้ยืนพิงต้นไม้อยู่ไกลๆ ควันบุหรี่ลอยบางๆ รอบตัวเขา ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาเธอก่อนยิ้มบางๆอย่างอ่อนโยน วินาทีนั้นเองหญิงสาวก็รู้แล้วว่าความสัมพันธ์ครั้งนี้ไม่ใช่แค่รักออนไลน์อีกต่อไปเพราะต้นไม้แห่งความรักในหัวใจของเธอ กำลังเริ่มผลิบานอย่างช้าๆ และคงยากเกินกว่าจะถอนรากถอนโคนออกไปได้อีกแล้ว…