ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้
เครื่องหมายคำถามขนาดใหญ่ปรากฏบนหน้าผากของหลี่ซีเหวิน
เขารู้จักโจวเหวินจิ้งมาสี่ปีแล้ว และได้ยินข่าวซุบซิบนินทามามากมาย รวมไปถึงเรื่องราวคลุมเครือระหว่างตัวเธอและผู้ชายบางคนในโรงงานผลิตถุงเท้าด้วย หากเป็นหลี่ซีเหวินในอดีตก็คงเชื่อไปแล้ว ทว่าหากเป็นหลี่ซีเหวินคนปัจจุบัน เขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด
ตามความคิดของเขา ผู้หญิงในช่วงปี 1990 จะมีความรู้สึกถึงความเป็นครอบครัวที่แข็งแกร่งมาก เขาอยู่กับโจวเหวินจิ้งมา 4 ปีแล้ว นั่นเพียงพอแล้วที่จะแสดงให้เห็นว่าเธอมีเพียงครอบครัวและลูกสาวเท่านั้น หากอีกฝ่ายต้องการจะหย่าร้างหรือนอกใจเขาจริง ๆ เธอคงจะไม่ทนอยู่กับเขามาจนถึงทุกวันนี้หรอก
แน่นอนว่าหลี่ซีเหวินต้องยอมรับว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทั้งสองคนกำลังตกอยู่ในสภาวะวิกฤต โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเจ็บป่วยที่รุนแรงของลูกสาวตัวน้อย ได้ทำลายครอบครัวไปแล้ว ในเวลานี้จึงเป็นไปได้มากที่จะมีใครบางคนอยากเข้ามาฉกฉวยโอกาส
“พี่เจียงคะ ฉันจะคืนเงินที่ยืมมาจากพี่โดยเร็วที่สุด” โจวเหวินจิ้งพูดพร้อมกับก้มหน้าลง
หลี่ซีเหวินเข้าใจทันที ว่าเงินสำหรับค่ารักษาพยาบาลของลูกสาวนั้นยืมมาจากประธานเจียงคนนี้นี่เอง
“เงินแค่ 500 หยวนเท่านั้นเองจะกังวลไปทำไม สิ่งที่ควรคิดในตอนนี้คือค่าผ่าตัดของเด็กมากกว่า เธอจะไปหาเงินที่ไหนมาจ่าย ผมถามคุณหมอแล้วเมื่อสักครู่นี้ เขาบอกว่าอาการของเด็กอยู่ในขั้นวิกฤตมาก ถ้าไม่ได้รับการผ่าตัดภายในปีนี้เกรงว่าเธออาจจะไม่รอด อีกอย่างพวกเขายังต้องเรียกหมอจากเซี่ยงไฮ้ให้เดินทางมาผ่าตัดที่นี่ด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้เงินอย่างน้อยหลายหมื่นหยวนเลยนะ” ประธานเจียงเจิ้นเทาพูดอย่างเคร่งขรึม
“ฉัน...ฉันจะหาทางดูค่ะ” โจวเหวินจิ้งพูดอย่างอ่อนแรง
“เฮ้อ...ครอบครัวของเธอจะทำอะไรได้ นอกจากนี้สามีที่ดีของเธอก็ยังเชื่อถือไม่ได้ซะด้วย” เจียงเจิ้นเทาไม่ได้ปิดบังเรื่องที่เขาดูถูกหลี่ซีเหวินเลย
โจวเหวินจิ้งยังคงนิ่งเงียบ แม้ว่าคำพูดของอีกฝ่ายจะดูน่าเกลียดไปบ้าง แต่มันก็เป็นเรื่องจริงไม่ใช่หรือ แม้ว่าวันนี้หลี่ซีเหวินจะดูเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เขาก็ยังเป็นคนเดิมอยู่ดี
“พวกเธอแม่ลูกน่าสงสารมากจริง ๆ ไม่อย่างนั้นพี่ชายคนนี้จะช่วยเธอเอง” เจียงเจิ้นเทาพูด หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“พี่เจียง พี่จะช่วยฉันจริง ๆ หรือคะ” โจวเหวินจิ้งพูดเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้นเมื่อเธอได้ยินสิ่งนี้
“เงินหนึ่งหมื่นหยวนถือเป็นเรื่องง่ายสำหรับผม” เจียงเจิ้นเทารู้สึกภูมิใจเล็กน้อย
“พี่เจียงคะ ตราบเท่าที่พี่ช่วยได้ แม้ว่าฉันจะต้องทำงานในโรงงานถุงเท้าของพี่ไปตลอดชีวิตเพื่อชดใช้หนี้ ฉันก็จะทำค่ะ ฉัน...ให้ฉันคุกเข่าคำนับพี่ในนามของเสี่ยวหนี่นะคะ” โจวเหวินจิ้งคุกเข่าลงกับพื้น
หัวใจของหลี่ซีเหวินที่ซ่อนตัวอยู่ที่มุมห้องสั่นสะท้าน ถ้าไม่ใช่เพราะความไร้ความสามารถของเขา โจวเหวินจิ้งคงไม่ต้องมีชีวิตที่ตกต่ำเช่นนี้ แต่ภรรยาครับ คุณคิดจริง ๆ หรือว่าเจียงเจิ้นเทาคนนี้จะใจดีกับคุณอย่างจริงใจ
“เหวินจิ้ง ลุกขึ้นเร็วเข้า” เจียงเจิ้นเทาจับมือโจวเหวินจิ้งและช่วยพยุงเธอให้ลุกขึ้นแล้วพูดว่า “ผมสามารถช่วยเธอในเรื่องค่าผ่าตัดได้ แต่ไม่ใช่เพราะต้องการให้เธอทำงานให้หรอกนะ”
“แต่ฉันไม่มีวิธิอื่นที่จะคืนเงินให้พี่ได้นะคะ” โจวเหวินจิ้งต้องการที่จะดึงมือของตัวเองออก แต่กลับถูกอีกฝ่ายจับเอาไว้แน่น
“เหวินจิ้ง มีประโยคหนึ่งที่ผมเก็บไว้ภายในใจมานานแล้ว เนื่องจากภรรยาของผมจากไปเมื่อสองปีก่อน ผมต้องอยู่คนเดียวและยุ่งกับงานตลอดสองปีที่ผ่านมา ดังนั้นจึงไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องของความรักเลย จนกระทั่งผมได้พบกับเธอ หัวใจที่เต็มไปด้วยฝุ่นผงก็กลับมาเต้นอีกครั้ง” เจียงเจิ้นเทากล่าวอย่างเสน่หา
“พี่เจียง...พี่เจียงคะ” โจวเหวินจิ้งตื่นตระหนกเล็กน้อย เธอยังต้องการดึงมือออก แต่ด้วยความที่อีกฝ่ายแข็งแรงมากเกินไป เธอจึงรีบอธิบาย “ฉันถือว่าพี่เป็นพี่ชายมาโดยตลอด และฉันก็แต่งงานแล้วด้วย พี่อย่าทำแบบนี้อีกเลยนะคะ”
“เธอหย่าก็ได้แล้วนี่ แม้ว่าเธอจะแต่งงานแล้ว! แต่เธออยากจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับสามีที่ไร้ค่าคนนั้นจริง ๆ หรือ คิดถึงตัวเอง คิดถึงลูกสาวด้วยสิ” เจียงเจิ้นเทาถอนหายใจออกมา “ผมไม่ได้ต้องการให้เธอมาเป็นภรรยาน้อยนะ ผมไม่เคยคิดจะมีความสัมพันธ์แบบนั้นกับเธอเลย ตราบเท่าที่เธอต้องการ ผมจะแต่งงานกับเธอแน่นอน เหวินจิ้ง ผมชอบเธอจริง ๆ นะครับ”
“คือ...ฉันขอโทษนะคะ แต่พี่กำลังทำให้ฉันกลัว ปล่อยมือฉันก่อนได้ไหมคะ” น้ำเสียงของโจวเหวินจิ้งสั่นเทา
“เหวินจิ้ง ตื่นได้แล้ว มองดูลูกสาวในห้องผู้ป่วยสิ หากเธอไม่ได้รับการผ่าตัด ลูกสาวเธอจะต้องตาย ในเมืองเฉาโจวแห่งนี้นอกจากผมแล้ว ไม่มีใครสามารถช่วยได้อีกแล้ว เธอคงไม่ได้ไว้ใจไอ้ขยะนั่นหรอกใช่ไหม”
โจวเหวินจิ้งยังคงนิ่งเงียบ มันเหมือนมีภูเขาขวางอยู่ข้างหน้าและมีทะเลเพลิงอยู่ข้างหลัง เธอไม่มีที่ไปแล้วจริง ๆ การปฏิเสธก่อนหน้านี้อาจเป็นเพราะความกังวลใจ แต่ยิ่งเธอสงบมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งไม่สามารถหักล้างคำพูดของเจียงเจิ้นเทาได้เลย เพราะเธอไม่มีความกล้าพอ
และเมื่อเห็นว่าโจวเหวินจิ้งกำลังจะเริ่มคล้อยตาม เจียงเจิ้นเทาจึงกล่าวต่อ “ตราบใดที่เธอมาอยู่กับผม ผมจะปฏิบัติต่อเสี่ยวหนี่เหมือนลูกสาวของตัวเอง แต่ถ้าเธอไม่เห็นด้วยก็เท่ากับว่าเป็นการลิดรอนสิทธิในการมีชีวิตอยู่ของเสี่ยวหนี่เลยนะ ผมคิดว่าเธอคงไม่อยากเห็นลูกสาวของตัวเองต้องตายจากไปหรอกใช่ไหม”
เจียงเจิ้นเทาหยุดเล็กน้อยและเสริมว่า “เหวินจิ้ง เธอไม่จำเป็นต้องรีบตอบก็ได้ ผมจะให้เวลาคุณคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้”
ในขณะนี้เจียงเจิ้นเทาเต็มไปด้วยความมั่นใจ เมื่อผู้หญิงเริ่มลังเล นั่นหมายความว่าปราการป้องกันทางจิตใจของเธอได้ถูกทำลายไปแล้ว
เขาพูดถูก ในตอนนี้โจวเหวินจิ้งเป็นแบบนั้นจริง ๆ เธอกำลังจะเสียสติ แต่ในช่วงเวลาที่ตึงเครียดนี้ เสียงของใครอีกคนหนึ่งก็ดังขึ้นที่บริเวณทางเดิน
“ไม่ต้องคิดหรอกครับ ผมสามารถตอบคุณตอนนี้ได้เลยว่าเธอจะไม่หย่า”
หลี่ซีเหวินปรากฎตัวขึ้นทันที ในเมื่อหางจิ้งจอกของเจียงเจิ้นเทาโผล่ออกมาแล้ว เขาก็รู้ว่าถึงเวลาแล้วที่ตัวเองต้องปรากฏตัวขึ้น
น้ำเสียงของเขาสงบมาก เขาไม่ได้โกรธจัดและไม่ได้อับอายด้วย ถึงแม้ว่าเจียงเจิ้นเทาจะยังคงจับมือโจวเหวินจิ้งอยู่ในขณะนี้ แต่เขาก็ยังสงบนิ่ง แต่ทุกคำที่พูดออกมานั้น ทั้งหนักแน่นและไร้ข้อกังขา
“หลี่...หลี่ซีเหวิน” โจวเหวินจิ้งตกใจมาก เธอรีบดึงมือออก ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกับที่เจียงเจิ้นเทาดึงมือออกเช่นกัน เธอไม่กล้าจินตนาการเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ไป แม้ว่าหลี่ซีเหวินจะสงบมาก แต่เธอก็ยังกลัวเขามากอยู่ดี นั่นเป็นเพราะว่าเคยมีอยู่ครั้งหนึ่งที่อีกฝ่ายไปที่โรงงานถุงเท้าแล้วเอะอะโวยวายเกี่ยวกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิง ถ้าหากเธอเล่นชู้กับเจียงเจิ้นเทาจริง ๆ เธออาจจะตกงานไปแล้วก็ได้
หลี่ซีเหวินไม่ได้เข้าใจเรื่องราวก่อนหน้านี้ทั้งหมด แต่ที่เขาสงบไม่ใช่เพราะกลัวที่จะทำให้เจียงเจิ้นเทาขุ่นเคือง แต่เป็นเพราะเขาไม่ต้องการทำให้โจวเหวินจิ้งผิดหวังในตัวเขาอีกครั้งต่างหาก เพราะนั่นจะทำให้เขาดูเหมือนเป็นพวกอันธพาล
เมื่อเผชิญหน้ากับผู้ชายที่ประสบความสำเร็จในวัยสามสิบปี การเป็นคนก้าวร้าวมักจะก่อให้เกิดผลในทางตรงข้ามเสมอ ไม่ต้องพูดถึงว่าในเวลานี้เขาไม่มีต้นทุนใด ๆ เลยด้วย
ดังนั้น หากต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์นี้ เขาจะต้องระมัดระวังทุกย่างก้าวและทุก ๆ ความสัมพันธ์จะต้องได้รับการตรวจสอบเป็นอย่างดีเสียก่อน ซึ่งนี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาจึงเลือกที่จะปรากฏตัวในช่วงเวลาวิกฤตเท่านั้น
เขาเดินเข้าไปหาเจียงเจิ้นเทาทีละก้าว ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความยั่วยุ
เจียงเจิ้นเทารู้สึกอึดอัดเล็กน้อยขณะที่ถูกหลี่ซีเหวินจ้องมอง แต่ก็ไม่ได้จริงจังกับหลี่ซีเหวินมากนัก เขาหันไปพูดกับโจวเหวินจิ้งว่า “ในเมื่อขยะจากครอบครัวของเธออยู่ที่นี่แล้ว ผมกลับก่อนดีกว่า”
ประโยคนี้ไม่สุภาพเลย ทั้งยังจงใจโจมตีหลี่ซีเหวินอย่างรุนแรงอีกด้วย แต่หลี่ซีเหวินก็ไม่ใช่พวกมังสวิรัติ เขาเดินเข้ามาขวางทางเจียงเจิ้นเทาโดยตรงและพูดอย่างยั่วยุว่า “จะไปแล้วหรือครับ ไม่ใช่ว่าคุณคิดวางแผนจะใช้ลูกสาวของผมมาบังคับให้ภรรยาหย่ากับผมหรือครับประธานเจียง วิธีการของคุณไม่สกปรกเกินไปหน่อยเหรอ”
คำพูดของหลี่ซีเหวินโจมตีได้ตรงจุดทันที ไม่เพียงเสียดสีเจียงเจิ้นเทาเท่านั้น แต่ยังทำให้โจวเหวินจิ้งรู้ด้วยว่าอีกฝ่ายเป็นคนแบบไหน
เจียงเจิ้นเทารู้สึกอับอายเล็กน้อยที่ถูกคุกคาม จากนั้นหลี่ซีเหวินก็พูดสองคำด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ออกไป!!!”
“ออกไปให้พ้น และจำสองประโยคนี้ไว้ด้วย หนึ่งเหวินจิ้งจะไม่หย่ากับผม สองในอนาคตอยู่ห่างจากภรรยาของผมด้วย”