ตอนที่ 73
สุสานของพื้นที่ระดับ 2
สมองของยักษ์ทมิฬตัวนี้มีขนาดเล็กมากจนบอสแปลกใจพื้นที่ในกะโหลกของยักษ์ตัวนี้สมองใช้ไปเพียง 40%เท่านั้นเองนอกนั้นเป็นเนื้อและเส้นอะไรก็ไม่รู้เต็มไปหมดไม่นานความทรงจำเกี่ยวกับสถานที่เก็บโลงศพและสุสานก็ปรากฏขึ้นมาภายในหัวของเขา
โลงศพของผู้ปลดปล่อยถูกเก็บเอาไว้ที่เมืองของเหล่ามอนสเตอร์ซึ่งตั้งอยู่ใต้พื้นดินในเขตหุบเขาเทวาส่วนสุสานของผู้มาก่อนตั้งอยู่ที่ข้างล่างของไฮกราวด์พอดี! อะไรจะเหมาะเจาะขนาดนี้! ดูเหมือนว่าเขาจะต้องไปที่นั่นเพื่อไปสอดส่องภรรยาฝาแฝดของเขาสักหน่อยแล้วหลังจากที่ออกมาจากสุสาน
เมื่อได้เป้าหมายที่ชัดเจนแล้วบอสก็นำเมล็ดพันธุ์ยักษ์ทมิฬออกมาแล้วเพาะปลูกมันทันทีเขาใช้พลังงานสะสมไปจำนวน 240,000 แต้มในการเร่งการเจริญเติบโต
[ยินดีด้วยคุณได้รับเมล็ดพันธุ์เครื่องประดับ หน้ากากยักษ์ทมิฬ]
[หน้ากากยักษ์ทมิฬ]
[เมื่อได้รับความเสียขณะที่กำลังสวมหน้ากากนี้อยู่มันจะทำการสะสมความโกรธเอาไว้เมื่อความโกรธไปถึง100 แต้มจะทำให้ผู้ใช้เข้าสู่สถานะ พิโรธ เป็นเวลา 1 นาทีเมื่ออยู่ในสถานะพิโรธจะทำให้ความแข็งแกร่งของโดยรวมของผู้ใช้เพิ่มขึ้น 2.5 เท่า!]
‘หน้ากาก! เมล็ดพันธุ์เครื่องประดับ!’
บอสลองเรียกมันออกมาดูก็พบว่ามันคือหน้ากากยักษ์เหมือนกับที่พวกคนจากแดน
อาทิตย์อุทัยสวมใส่ในช่วงเทศกาลไล่ยักษ์แต่หน้ายักษ์ของเขาไม่มีเขามันเหมือนกับยักษ์หัวเถิกที่มีฟันแหลมคมผุดออกมาจากปากเท่านั้นเองแต่มันก็ถือว่าเท่ในระดับหนึ่งอยู่
เขาและอีวานเจอรีนมุ่งหน้าไปยังไฮกราวด์อย่างรวดเร็วพอเดินทางไปได้ประมาณ 20 นาที ระบบก็แจ้งเตือนขึ้น
[ตรวจพบศัตรูด้านหลังจำนวน 10 คน!]
บอสหันหลังไปก็พบว่าเป็นกลุ่มคนสวมชุดดำแน่นอนว่าพวกมันคือมือสังหารจากกลุ่มเงาปีศาจนั่นเองรอบนี้พวกมันส่งระดับผู้เชี่ยวชาญมาถึง 10 คน!! ระดับของคนเหล่านี้อยู่ที่200 ทุกคน! แต่น่าเสียดายที่พวกเขาถูกจำกัดพลังอยู่เพียง 60เท่านั้นเอง! ต่อให้คนพวกนี้จะมีเทคนิคสูงมากแค่ไหนแต่พลังคือสิ่งที่สำคัญที่สุดอยู่ดี
“หยุดเดี๋ยวนี้ไม่อย่างนั้นศพแกไม่สวยแน่!!!”ชายคนหนึ่งตะโกน
บอสหัวเราะออกมาแล้วกล่าว
“นี่มันคำขู่ของพวกแกหรือว่ามุกตลกคาเฟ่วะ? ใครจะหยุดให้โง่กันเล่า!!”
ทันใดนั้นเองสายตาของเหล่านั้นฆ่าก็มองเห็นผู้หญิงที่ดูคุ้นตาชายคนหนึ่งจำได้ว่าเธอคือใครเขารีบกล่าวขึ้นมาทันที
“อีวานเจอรีน? ทำไมเธอถึงมาอยู่กับมันได้?”
สายตาของเธอกลายเป็นเย็นชาและกล่าว
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกแก!? ไอ้พวกชั่ว!”
“นี่มันหมายความว่ายังไง? เธอทรยศงั้นเหรอ!?”ชายคนนั้นถาม
“ทรยศ!? ฉันไม่ได้อยู่ฝั่งนั้นตั้งแต่แรกต่างหากพวกโง่เอ้ย!!”
“วะว่าไงนะ!?”
เหล่าชายชุดดำตะลึงเป็นอย่างมากนั่นคือการแสดงละครเหรอ? อีวานเจอรีนแสดงละครต่อหน้าของทุกคนมาตลอดอย่างนั้นเหรอ?เป็นไปได้ยังไง? ผู้อาวุโสเก็บเธอมาเลี้ยงตั้งแต่ยังเยาว์วัยเด็กอายุแค่นั้นหรอกคนเป็นได้ยังไง?
“อีเลวนี่แกกล้ามากที่หลอกพวกเรา!! รีบฆ่าเป้าหมายแล้วจับมันมาข่มขืน!!”ชายคนหนึ่งกล่าว
“ความคิดดีกูสนใจมันมานานแล้วหากไม่ติดว่ามันคือลูกศิษย์ของผู้อาวุโส กูข่มขืนมันไปนานแล้ว!”
“ท่าทางของมันจะยังดูบริสุทธิ์อยู่กูขอเปิดซิงมันนะ!”
คำพูดต่ำช้าของคนเหล่านั้นดังฟังชัดบอสได้ยินแบบนั้นก็โกรธจนควันแทบออกหูเขาไม่ชอบให้ใครมาพูดต่ำๆแบบนี้กับผู้หญิงของเขา! ไอ้พวกนี้มันรนหาที่ตาย! บอสหันหน้ากลับไปแล้วยิงสายฟ้าขนาดใหญ่ใส่พวกมันในทันที!
เปรี้ยง!!!
สายฟ้าจำนวน 10 เส้นพุ่งไปที่คนเหล่านั้นด้วยความเร็วสูงจนตาแทบมองไม่ทันแต่คนเหล่านี้คือผู้เชี่ยวชาญพวกเขาได้เตรียมการเอาไว้รับมือกับพลังสายฟ้าเอาไว้ก่อนที่จะมาที่นี่แล้ว!ชายชุดดำทุกคนเอาวัตถุสีดำออกมาแล้วยื่นมันไปด้านหน้าของพวกเขาสายฟ้าได้ผ่าไปยังวัตถุนั่นเต็มๆ
[โง่!] หนอนน้อยกล่าวขึ้นมาเพราะเธอรู้ว่าสิ่งที่พวกมันใช้รับสายฟ้าไปคืออะไร
มันมีชื่อว่าหินกลืนสายฟ้า ที่ถูกบันทึกเอาไว้ว่าถูกค้นพบในพื้นที่ระดับ 5หินนี่มีความสามารถกลืนสายฟ้าของผู้มีพลังพิเศษสายฟ้าระดับ 250 ลงมาได้สบายมาก! แต่หากมันกลืนสายฟ้าจนถึงขีดสุดหินจะเปลี่ยนไปกลายเป็นหินสายฟ้า!ซึ่งเอาไว้ทำอุปกรณ์ที่ปลดปล่อยพลังสายฟ้าออกมาได้!
แต่สายฟ้าของบอสไม่ได้ถูกจัดอยู่ในเบญจธาตุ! ดังนั้นหินก้อนนี้มันก็ไร้ประโยชน์!
เปรี้ยง!!!!!
สายฟ้าสีน้ำเงินได้เข้าชนกับร่างของชายชุดดำทั้ง 10พลังงานที่อัดแน่นอยู่ภายในสายฟ้าแต่ละเส้นคือ 9%มันมากพอที่จะทำให้คนที่อยู่ในระดับ 60 บาดเจ็บสาหัสหากโดนเข้าไปเต็มๆ
[ - 6910 HP ]
[- 6410 HP ]
[ - 8410 HP ]
….
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก!!!!
มือสังหารทั้งสิบร้องออกมาพร้อมกันจนแทบจะกลายเป็นเสียงเดียวกันร่างของพวกเขาล่วงหล่นไปอยู่ที่พื้นและชักกระตุกเป็นช่วงเพราะผลของพลังสายฟ้า
“เป็นไปไม่ได้!!ทำไมหินกลืนสายฟ้าใช้ไม่ได้ผล!!”
“บัดซบ!!! ฉันขยับร่างกายไม่ได้!!”
ร่างกายของพวกเขาเต็มไปด้วยรอยไหม้และแผลไฟไหม้บอสและอีวานเจอรีนวิ่งตามมาหยุดยืนอยู่ต่อหน้าของนักฆ่าทั้ง 10เขาไม่รอช้านำดาบออกมาแล้วแทงไปที่ลำคอของพวกมันทุกคนอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจว่าพวกมันจะพูดอะไร
[คุณสังหารผู้มีพลังพิเศษระดับ 60(200)]
[+54,140 ค่าประสบการณ์]
[+34,170 ทอง]
…
การฆ่ามนุษย์ให้เงินสูงกว่าฆ่ามอนสเตอร์มากอีกอย่างบอสเองก็ใช่ว่าจะชอบฆ่าคนหากจะให้เขาฆ่าก็จะฆ่าเฉพาะคนที่คิดจะทำร้ายเขาและคนรอบข้างของเขาเท่านั้นพอฆ่าเสร็จเขาก็ทำการเผาศพโดยใช้น้ำยาเผาศพของระบบแล้วออกเดินทางไปยังสุสานต่อ
ผ่านไป 2 ชม.
บอสก็ยืนอยู่ต่อหน้าของภูเขาที่สูงชันซึ่งเป็นที่ตั้งของไฮกราวด์อีวานเจอรีนสงสัยมากว่าบอสต้องการทำอะไรกันแน่แต่เธอก็เลือกที่จะไม่ถามแล้วรอดูว่ามันคืออะไร ด้านบนของภูเขาลูกนี้มีไฮกราวด์ตั้งอยู่ส่วนด้านล่างมีสุสานของผู้มาก่อนอยู่ ตามความทรงจำของยักษ์ทมิฬทางเข้าของสุสานคือกำแพงลับบริเวณพื้นซึ่งเขาจะต้องหาคันโยกให้เจอแน่นอนว่ายักษ์ทมิฬรู้ว่าคันโยกอยู่ตรงไหนเลยทำให้เขาประหยัดเวลาได้เยอะมาก
เขามองไปยังกิ่งไม้ที่โผล่ออกมาจากรอยแยกของดินซึ่งมันคล้ายกับลักษณะต้นไม้ที่โตตามธรรมชาติและมันดูไม่น่าสงสัยเลยแม้แต่น้อยแต่หารู้ไม่ว่าต่อให้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ต้นไม้ต้นนี้จะไม่เปลี่ยนแปลงใดๆเลย
เขาสงสัยมากว่าทำไมหนอนน้อยถึงตรวจไม่พบสุสานทั้งที่พบสมบัติที่อยู่สูงกว่าพื้นดินถึง2000 เมตร? บอสดึงคันโยกประตูทางลับที่อยู่ด้านข้างของเขาก็ถูกเปิดออกประตูนี้จะเปิดเพียง 20 วินาทีเท่านั้นมันก็จะปิดตัวลงเองโดยอัตโนมัติ
บอสจับมือของอีวานเจอรีนแล้วรีบวิ่งเข้าไปข้างในสุสานอย่างรวดเร็ว
‘หนอนน้อยช่วยสร้างแผนที่ให้หน่อยสิ!’
[พลังงานสะสม2000 หน่วยนะคะ]
‘ได้เลย!’
เขาไม่ได้คิดมากเพราะพลังงานสะสมเขามีตั้งหลายล้านแค่2000 มันก็แค่เศษเลขเท่านั้นเองคลื่นพลังงานได้กระจายออกมาจากร่างของเขาสักพักแผนที่ก็ปรากฏขึ้นในมุมมองของเขา
[สัญลักษณ์เหมือนเดิมเลยนะคะ]
‘ขอบใจมากนะคนดี’
[….]
แผนที่แบ่งออกเป็นชั้นไม่เหมือนกับสุสานของราชันผีดิบที่แบ่งเป็นห้องสุสานแห่งนี้มีทั้งหมด 7 ชั้นแต่ละชั้นเป็นห้องโล่งกว้างบอสคลับคล้ายคลับคลาว่าจะต้องเจอผู้พิทักษ์สุสานเหมือนกับยักษ์มังกรตัวนั้นอีกรึเปล่าหากให้สู้กับโคตรบอสแบบนั้นเขาต้องขอลาไปฟาร์มเวลก่อนไม่อย่างนั้นเขาจะต้องตายสถานเดียว
บอสเดินลงไปด้านล่างพร้อมกับอีวานเจอรีนระหว่างทางมีปติมากรรมรูปร่างผู้หญิงจำนวนมากลักษณะเหมือนกับพวกเอลฟ์ไม่มีผิดเนื่องจากหูของตัวรูปปั้นมีความยาวผิดมนุษย์และสำเนาก็ตรงกับภาพวาดที่เขาเคยเห็น
“ที่นี่คือที่ไหนมันดูโบราณมาก!”อีวานเจอรีนถาม
“มันคือสุสานยังไงล่ะ! อย่าอยู่ห่างฉันเพราะที่นี่มีกับดักเยอะ”บอสกล่าว
“อืม!”
คริสตัลสีเขียวที่ติดอยู่ตามฝาผนังเรืองแสงทำให้ข้างในไม่ได้มืดมากนักสักพัก
บอสก็มองเห็นตัวอักษรเรืองแสงสีเขียวบอสเหม่อมองมันครู่เดียวระบบก็แจ้งเตือนขึ้นมาว่า
[ทำการแปลภาษาโบราณ…]
[แด่ความรักที่ข้ามีต่อเจ้าจงหลับใหลอย่างสงบ...ฟางเซียน]
‘ฟางเซียน?สุสานคนจีนเหรอ?’
บอสตัดสินใจเดินต่อตามแผนที่อีกไม่นานเขาจะถึงชั้นแรกแล้วเขาเดินมาเจอกับประตูที่มีรากไม้ปิดทางเอาไว้อยู่บอสเอาดาบออกมาตัดมันแล้วเปิดประตูเข้าไปภายในแสงสีขาวคล้ายมาจากหลอกไฟนีออนได้ส่องเข้าตาของเขาบอสมองไปยังต้นกำเนิดของแสงมันก็คือคริสตัลขนาดใหญ่ที่อยู่กลางอากาศเหนือห้องโล่งกว้าง
เขาและอีวานเจอรีนมองไปรอบๆก็พบแค่ความว่างเปล่าไม่มีอะไรนอกจากพื้นที่โล่งๆพวกเขาตัดสินใจเดินลงไปด้านล่างพอเท้าของบอสสัมผัสโดนพื้นดินเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้นภายในหัว
‘คุณ.....’
เสียงนั่นเป็นของผู้หญิงบอสขนลุกซู่อย่างช่วยไม่ได้เพราะเขาไม่ชอบการหลอกให้กลัวของพวกวิญญาณร้ายเอาเสียเลย!เขาหันหน้าไปหาอีวานเจอรีนก็พบว่าเธอกระพริบตาปริบๆ
“เธอได้ยินเสียงอะไรไหม?”บอสถาม
“ไม่นะ”เธอส่ายหัว
‘โอ้ว! ฉิบหายแล้วทำไมผีมันต้องเล่นเราคนเดียวด้วยวะ!สารเลวเอ้ย!’
เมื่อพวกเขาเดินมาถึงตรงกลางของห้องพลันมีเสียงปริแตกดังขึ้นต่อหน้าตรงหน้าของบอสมีรอยร้าวลอยอยู่กลางอากาศ
[มันคือการฉีกมิติค่ะ!]หนอนน้อยกล่าว
“อ่าห์~ นานแค่ไหนแล้วนะที่ไม่ได้มีคนมาที่นี่!!!”
เสียงพูดที่แยกไม่ออกว่าเป็นชายหรือหญิงดังออกมาจากรอยร้าว
......................................................................................................................