หานลี่ทำใจดีสู้เสือ นั่งดื่มสุราชมจันทร์แลร่ายบทกวี ท่าทีภายนอกที่มิอนาทรร้อนใจ แต่ภายในนั้นร้อนรุ่มดั่งเพลิงผลาญ
ทุกย่างก้าวของยอดยุทธทั้งสามนั้น แม้นจะเงียบกริบ แต่โสตประสาทของชายหนุ่มกลับสัมผัสได้
" ในตำราบอกว่า ผู้ที่ขั้นฝึกต่ำกว่าจะมิสามารถได้ยินเสียงฝีเท้าของผู้ที่มีขั้นฝึกสูงกว่า " หานลี่พูดในใจ
" แต่เหตุใดข้าจึงได้ยิน " หานลี่ครุ่นคิดอย่างหนัก ในใจเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ก็มิรู้จะไปไถ่ถามผู้ใด
ยิ่งเสียงฝีเท้าเข้าใกล้มากขึ้น ในใจของชายหนุ่มก็ยิ่งร้อนรน " ทำเช่นใดดี " ชายหนุ่มกระสับกระส่ายนั่งมิติด
" จริงสิ หากปลดผนึกกายน่าจะสู้ได้ " หานลี่ครุ่นคิด เพราะเขาคิดว่ากายวิเศษของเขาน่าที่จะแข็งแกร่ง พอต่อสู้ได้
" ไม่ หากความลับนี้รั่วไหลออกไป เห็นทีจะมิมีที่ซุกหัวนอนในเมืองหลวงแคว้นฟู่ " หานลี่ส่ายหน้าช้าๆ
หางตาของชายหนุ่มชำเลืองมองยังสามร่างที่อยู่ในเงามืด ในใจก็ยิ่งร้อนรน
มือหนึ่งของลดลงต่ำ พลางเรียกกระบี่ไม้สีดำออกมาถือไว้ แลหมุนเวียนลมปราณทั่วร่างให้พร้อมสรรพ
" เป็นไงเป็นกัน " หานลี่พึมพำ ชายหนุ่มครุ่นคิดถึงท่วงท่าที่ใช้ออก
" ข้ามิมีวิชากระบี่เลย มีเพียงใช้กระไม่สีดำออกไปส่งๆ " หานลี่พึมพำ
" มาแล้ว " หานลี่พึมพำ สัมผัสของเขาเปิดออกเต็มที่ มือหนึ่งกระชับกระบี่ไว้แน่น อีกมือกำเมล็ดถั่วไว้ขว้างใส่
" มันรู้ตัวแล้ว " ชายชุดดำคนหนึ่งส่งเสียงผ่านจิต
" มันรู้ตัวแล้วเช่นใด ยังไงเสียมันก็ต้องตาย " เสียงหนึ่งตอบกลับ
" จู่โจมพร้อมกัน " ชายชุดดำคนหนึ่งเอ่ยออกมา
" ไป " สามร่างพุ่งทะยานออกจากเงามืดอย่างรวดเร็ว
ดาบแรกพุ่งทะยานเข้าหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว " ฟิ้ง " เสียงคมดาบกรีดผ่ามวลอากาศ
" ฮึบ " ชายหนุ่มขว้างเมล็ดถั่วในกำมือออกไปอย่างเร็ว พลางเหยียดร่างถอย
" อุก " เมล็ดถั่วลอยเข้าตาของชายชุดดำดาบแรก ดาบแรกพลันชะงัก มันส่ายหน้าแลใช้มือหนึ่งปัดที่ใบหน้า
" จังหวะนี้ " หานลี่พึมพำ พลางพุ่งทะยานร่างเข้าหาชายชุดดำอย่างเร็วรี่
" ฟิ้ง " คมกระบี่วาดผ่ามวลอากาศอย่างรวดเร็ว เงาดำมืดพุ่งทะยานเข้าหาเป้าหมายที่ลำคอของชายผู้นั้น
" ระวัง " เสียงหนึ่งร้องเตือน
" อะ " ชายผู้นั้นพลันเบิกตากว้าง เร่งเหยียดร่างถอยพลางตวัดดาบออกอย่างเร็ว
" เคร้ง " เสียงกระบี่ไม้สีดำแลดาบปะทะกันดังลั่น เสียงเล็กแหลมกรีดแทงเข้าไปในโสตประสาท
หานลี่พุ่งทะยานร่างตามติด พลางแทงกระบี่ไม้ออกสุดแรง " เปรี้ยง " สายอัสนีพุ่งทะยานออกจากปลายกระบี่
" ครืนน " แรงกดดันแผ่ออกบิดเบี้ยวมวลอากาศ แหวกออกเป็นทางให้สายอัสนีพุ่งผ่าน
" อือ " ชายชุดดำถูกรุกไล่ด้วยสายอัสนีพลันเหยียดร่างถอยพัลวัน ดาบในมือกวัดแกว่งไปมาหมายทำลายสายอัสนี
" เปรี้ยงง " คมดาบพุ่งทะยานเข้าหาชายหนุ่มจากเบื้องหลังอย่างรวดเร็ว
" อือ " ชายหนุ่มกัดกรามแน่น พลางร้องคำรามในลำคอ
สองตามองจ้องเขม็งยังชายชุดดำเบื้องหน้า สัมผัสรอบร่างเปิดออกรอจังหวะ
" ได้แล้ว " หานลี่ร้องออกมาพลางเบี่ยงตัวหฃบออกด้านข้างอย่างรวดเร็ว
" ฝึด " คมดาบพุ่งทะยานผ่านหน้า แสงดาบสว่างวาบเฉียดใบหน้าอันหล่อเหลา
" ไอ้ชั่ว เหตุใดจึงโจมตีข้า " ชายชุดดำคนแรกร้องออกในทันใด เมื่อทั้งคมดาบแลสายอัสนีพุ่งทะยานเข้าหาอย่างรวดเร็ว
" แว่บ " พลันคมดาบแลสายอัสนีพลันสลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
" เอ่อ " หานลี่พลันใบ้กิน มองเหม่อยังมวลอากาศที่พริ้วไหว
" ตุบ " ชายชุดดำอีกคนปรากฎกายอยู่ต่อหน้าชายหนุ่ม สองตาของเขามองจ้องยังชายหนุ่ม พลันฉีกยิ้มจนตาหยี
" ผู้ใด " หานลี่พึมพำ
" ครืนน " ทันใดนั้น ชายชุดดำผู้มาใหม่ระเบิดปราณพลังที่กักเก็บออก
" สรรสร้างขั้นที่สี่ " ชายชุดดำทั้งสามร้องออกเสียงหลง
" ไป " เขาทั้งสามร้องออกมาพลางทะยานหนีอย่างรวดเร็ว
" อืม " ชายชุดดำผู้มาใหม่พยักหน้าช้าๆ แลทะยานร่างจากไปอย่างรวดเร็ว
" อะไรกัน " หานลี่พึมพำ
" ข้ามิได้ขอบคุณแลเชิญดื่มชาเลย " หานลี่พึมพำ สองตาของเขามองยังแผ่นหลังของชายชุด
" มิคุ้น " หานลี่พึมพำ
" ผู้ใดกัน " ชายหนุ่มให้งุนงงสงสัยเป็นอย่างยิ่ง เขาถอนหายใจออกมาอย่างแรง
" ต้องเร่งฝึกฝนให้แข็งแกร่ง หาไม่แล้วอีกมินานคงถูกสังหารเป็นแน่ " หานลี่พึมพำ
ชายหนุ่มเร่งเก็บข้าวของ แลเดินเข้าในห้อง เขานั่งลงบนเตียงนอน พลางครุ่นคิดว่าจะทำเช่นใดดี
" รุ่งเช้าคงต้องไปดูตำราฝึกกระบี่สักเล่ม " หานลี่พึมพำ
" จริงสิควรซื้อกระบี่ด้วย " หานลี่พึมพำ
หานลี่ส่งจิตเข้าตรวจสอบในแหวนมิติเขาพบว่าในแหวนมิติ มีอาวุธที่เก็บไว้อยู่มากมายหลายชิ้น
หานลี่เรียกกระบี่ออกมาพลางตรวจสอบคุณลักษญ์ของกระบี่ " กระบี่นี่ดีที่สุด แต่มันสลักชื่อสำนักกระบี่ฟ้าไว้ " หานลี่พึมพำ
สองตาของเขากวาดมองทั่วกระบี่ ที่ด้ามกระบี่เป็นไม้ทั่วไป มีพู่สีฟ้าห้อยไว้ที่บนสุดของด้านกระบี่
" จะทำเช่นใด จึงจะสามารถลบชื่อสำนักออกได้ " หานลี่พึมพำ
เขาครุ่นคิดถึงวิธีการตีกระบี่ พลางส่ายหน้า เพราะต้องใช้หินอัคคีมากมายในการเผากระบี่น้ำดีให้แดงฉาน ทั้งยังต้องใช้ค้อนตีกระบี่โดยตรง จึงจะสามารถตีกระบี่น้ำดีได้
" ใช่แล้ว แกะสลักลายให้แตกต่าง " หานลี่พึมพำ
ชายหนุ่มปลดผนึกตนเอง แลเริ่มใช้มีดเล็กแกะสลักลวดลายยังใบกระบี่
ระหว่างที่ชายหนุ่มทำการแกะลายบนตัวกระบี่นั้น ห้วงนภาเหนือเมืองหลวงแคว้นฟู่พลันคลุ้มคลั่ง
สายอัสนีฟาดผ่าแปลบปลาบทั่ว แสงม่วงสว่างวับวาบเหนือแดนดิน ทั้งลมวายุคลั่งยังพัดโหมกระหน่ำ
ฝูงชนมากมายต่างสูดหายใจเข้าลึก ต่างครุ่นคิดถึงเหตุเภทภัยที่จะเกิดขึ้น
ราวครึ่งชั่วยาม
" เสร็จเสียที " หานลี่พึมพำ พลางเป่าเศษเนื้อกระบี่ออกออก สองตาของชายหนุ่มมองยังรอยสลัก
เขาแกะสลักภาพไท่จี๋ลงยังโคนของกระบี่ทั้งสองฝั่ง เพื่อกลบฝังชื่อสำนักกระบี่ฟ้า ทั้งด้านล่างยังสลักคำว่าหยิน หยางลงไปด้วยทั้งสองฝั่ง เพราะชื่อของสำนักยาว จึงต้องเพิ่มรายละเอียด
หานลี่วาดกระบี่ไปมา พลางส่ายหน้า
" ตุบ " ฝ่ามือซ้ายตบที่อกของของตนเพื่อผนึกกายวิเศษไว้
" แม่เจ้า " หานลี่ร้องออกมา เมื่อพบว่ากระบี่ในมือแผดพลังหยินหยางออก
" วิ้ง " พลันปรากฎอักษรในห้วสมอง
" เพลงกระบี่หยินหยาง " หานลี่พึมพำ
" เพลงกระบี่หยินหยางร้อนผสานเย็นก่อเกิดความสมดุล ผู้ฝึกฝนต้องมีสองธาตุในร่างจึงจะสามารถใช้เพลงกระบี่หยินหยาง ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด " หานลี่พึมพำ
" ข้าเคยได้หลอมดอกบัวเหมันต์แล้ว ข้ามีธาตุเย็นในร่างแล้ว คงต้องหาดอกทานดะวันเพลิงเพื่อเพิ่มธาตุไฟ " หานลี่พึมพำ
" แต่ดอกทานตะวันเพลิงหายากยิ่งนัก รุ่งเช้าต้องออกค้นหาขัอมูลดู " ร่างสูงพึมพำ
เขามองยังกระบี่ในมือ " เจ้ายังมิมีชื่อ ข้าจะตั้งชื่อเจ้าว่ากระบี่หยินหยางก็แล้วกัน " หานลี่พึมพำ
ชายหนุ่มลองกวัดแกว่งกระบี่หยินหยาง " วู๊มมม " พลันปรากฎมวลอากาศบีบรัดทั่ว
" ครืนนน " พลันปรากฎภาพไท่จี๋ล่องลอยเหนือเมืองหลวง
ร่างของชายหนุ่มพลันสะท้าน " เหมือนจะมีบางสิ่งปรากฎอยู่เหนือเมืองหลวง " หานลี่พึมพำ พลางทะยานร่างออกจากห้อง
เขาแหงนคอมองยังภาพไท่จี๋ที่ลอยอยู่เหนือเมืองหลวง
แสงขาวดำเปล่งประกายสว่างไสว ปราณพลังอบอุ่นแผ่กำจายทั่วแดนดิน
เสียงสวดมหามรรคาดังอื้ออึง เสียงเต๋าพร่างพรมโปรยปราย
ชายหนุ่มก้มมองยังกระบี่หยินหยางในมือ " เป็นเจ้ารึ " หานลี่พึมพำ
" ช่างเป็นกระบี่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก หากผู้ใดล่วงรู้ มีหวังข้าต้องตายไร้ที่กลบฝังเป็นแน่ " หานลี่พึมพำ
" กายวิเศษ " หานลี่พึมพำ
" มิน่าเชื่อว่ากายของข้าจะยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ " หานลี่สูดหายใจเข้าลึก
" อึก " เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เพราะเขาเพิ่งรู้ว่า กายของเขาวิเศษเพียงใด
" นี่มิใช่เรื่องที่ดีนัก เพราะขั้นพลังของข้านั้นต่ำยิ่ง จึงมิสามารถที่จะคุ้มครองกายวิเศษได้ ทั้งกระบี่หยินหยางนี่อีกก็มิสามารถใช้ได้ " หานลี่พึมพำ
ชายหนุ่มเร่งเก็บกระบี่หยินหยางเข้าในแหวนมิติอย่างรวดเร็ว สองตาพลางมองยังภาพไท่จี๋ที่ยังมิจางหาย
" รึว่าภาพไท่จี๋นี้ จะสลักลงเหนือเมืองหลวงแล้ว " หานลี่พึมพำ
" เป็นไปได้เช่นใด " หานลี่พึมพำ