นายท่านเจ้าขา โปรดรักข้าเถิด (มีอีบุ้ก)

    ตอน 30 รั่วฟ่าน

    ตอน 30 รั่วฟ่าน

    "ไปสืบมา...ว่าองค์หญิงแคว้นใต้เดินทางถึงไหนแล้ว" ฮองเฮาเรียกใช้นักฆ่าประจำกายที่เร้นตัวในวังหลวงในฐานะขันทีผู้รับใช้ฝ่าบาท

    "ขอรับฮองเฮา" 

    "หากพบขบวนของนาง เจ้าลงมือสังหารนางซะ"ฮองเฮาออกคำสั่งอย่างเลือดเย็น

    เช้าวันรุ่งขึ้นณ ริมชายป่าระหว่างสองเขตแดน

    "เหอะ มาจนได้นะ ข้ารอจนรากงอก"นักฆ่าคนของฮองเฮาที่ซุ่มเฝ้าดักอยู่นานโข แสยะยิ้มมุมปากออกมาอย่างพึงพอใจเขาอ่อนด้อยเบาปัญญา คิดว่าขบวนเสด็จขององค์หญิงแคว้นใต้ไร้ผู้ติดตามจะสังหารนางได้แต่โดยดี

    "หยุดรถม้าของเจ้าซะ "เขาเผยตัวโดยที่ไม่ปิดบังโฉมหน้าแม้แต่น้อย

    "เจ้าเป็นผู้ใดกัน ไม่รู้หรือว่าขวางขบวนของข้าหากรู้ถึงหูฝ่าบาทมีโทษถึงตาย" องค์หญิงรองเอื้อนเอ่ยจากในรถม้า

    "ข้าจะเป็นผู้ใดไม่สำคัญแต่ข้าจะมาก็เพื่อเอาชีวิตเจ้า" เขาตอบกลับนางอย่างมั่นใจหารู้ไม่ว่าหูป๋อแอบอยู่ด้านหลังขบวน

    "ย๊ากก" เขาไม่รีรอ ชักดาบคมออกจากฝักเปล่งเสียงร้องออกแรงสุดกำลัง วิ่งแจ่นมุ่งตรงเข้าไปยังกลางรถม้า

    "ขันทีจาง...ข้าไม่คิดว่าท่านจะมีอำนาจเหนือขุนนางอื่นเดินลัดเลาะออกจากวังหลวงได้ในยามนี้" หูป๋อกระโดดมาจากหลังขบวนใช้ดาบสั้นรับคมดาบนั้นแทนองค์หญิง

    "ห่ะ ราชองครักษ์เว่ยหูป๋อ"เขาผู้นั้นตกใจหนักมาก เขาเป็นกังวลเพราะตัวตนถูกเปิดเผย

    "ที่แท้ขันทีจาง ก็เป็นนักฆ่ามือดีกระบวนท่าของท่านไม่ได้ด้อยไปกว่าข้าแม้แต่น้อย "

    "บอกข้ามา...ว่าผู้ใดบงการอยู่เบื้องหลัง"หูป๋อจ้องตาไม่ลดละ ตามราวีเขาให้จงได้ แม้ว่านักฆ่าผู้นี้จะพยายามหลบหนีแล้วก็ตามเพราะเขารู้ว่าฝีมือของตนยังอยู่เบื้องล่างนักหากเทียบกับหูป๋อ เขาย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่จะสามารถต่อกรได้

    "องค์หญิงขอรับ ไม่เป็นไรใช่หรือไม่"หูป๋อเลือกที่จะปล่อยให้เขาหนีไป รีบกลับมาคำนับองค์หญิงรอง

    "ข้าไม่เป็นไร ขอบใจเจ้ามากโชคดีที่ว่าที่สวามีของข้ารอบคอบ มีใจห่วงใยข้าทั้งที่ยังไม่ได้แต่ง" 

    "ต่อให้เขาจะน่าเกลียดน่ากลัว แต่มีน้ำใจช่วยเหลือคิดเผื่อข้าปานนี้ข้าจะฝืนใจแต่งกับเข้าแต่โดยดี " องค์หญิงบ่นพึมพำกับหูป๋อข้างรถม้า

    *รั่วฟ่านองค์หญิงรองแห่งแคว้นใต้จากเมืองชูจิงได้ยินชื่อเสียงฉาวโฉ่ของจ้านจวิ้นมาเนิ่นนานอีกทั้งนางยังเข้าใจผิดเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของจ้านจวิ้นไปมาก เพราะในภาพวาดชี้แจงว่าองค์ชายรองเถียจ้านจวิ้นมีหนวดเครารุงรังเนื้อตัวมีหูดปม ตาบอดสนิท...จิตใจโฉดชั่ว เป็นที่น่ารังเกียจแก่ชาววัง*

    "องค์ชายของข้าไม่ได้น่าเกลียดน่ากลัวสักหน่อย"หูป๋อคิดในใจ แต่ไม่ได้พูดออกมา

    ระหว่างทางนั้น รถม้าเร่งความเร็วขึ้นเคลื่อนถึงวังหลวงก่อนกำหนด

    "องค์หญิงขอรับ ถึงเขตวังแล้วเบื้องหน้าเป็นตำหนักใหญ่ที่ฝ่าบาทประทับอยู่ข้าได้กำชับให้ทหารเฝ้าประตูเข้ารายงานต่อฝ่าบาทแล้วตอนนี้ฝ่าบาทกำลังรอต้อนรับองค์หญิงขอรับ"หูป๋อรู้งานพานางมาที่ตำหนักใหญ่ก่อนเป็นที่แรก 

    ""ฮะฮ่า องค์หญิงรอง เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ยอมแต่งเข้าวังเป็นชายาของโอรสข้า"ฝ่าบาทได้รับข่าวสารว่านางเดินทางมาถึงก่อนเวลากำหนดดีใจออกนอกหน้าถึงขั้นเดินออกจากตำหนักใหญ่มายืนรอต้อนรับหน้าประตูตำหนักด้วยตนเอง

    "รั่วฟ่านขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ "สตรีแคว้นใต้ผู้มารยาทงามโค้งคำนับอย่างอ่อนน้อม

    "เหอะ!! นางรอดมาได้อย่างไรขันทีจางทำงานล้มเหลวอีกแล้วเหรอ"ฮองเฮาที่เดินชมสวนอยู่ไม่ไกลนักเห็นฝ่าบาทถึงขั้นออกมาต้อนรับขับสู้นางออกนอกหน้านอกตาก็เกิดใจริษยาแม้กระทั่งกับว่าที่ชายาของจ้านจวิ้น

    "เด็กๆจัดเตรียมตำหนักรองรับองค์หญิงรองเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่"ฝ่าบาทเรียกหาสาวใช้ 

    "เรียบร้อยแล้วขอรับฝ่าบาท"กงกงเข้ากล่าวรายงานแทนสาวใช้นางเล็กๆ

    "ดีจริงๆ เพียบพร้อมไปหมดทุกอย่างสตรีเช่นนี้แหละที่ข้าต้องการให้เคียงข้างบุตรที่ไม่เอาไหนของข้าอย่างเจ้าจ้านจวิ้นผู้ไร้ประโยชน์"ฝ่าบาทยิ้มแย้มแจ่มใส พอจะเบาใจลงบ้าง

    "ฝ่าบาทเพคะ รั่วฟ่านเดินทางไกล เหนื่อยล้านักอีกทั้งตามไหล่ทางยังพบโจรภูเขารอปล้นชิงไม่น้อยแม้กระทั่งรอยต่อระหว่างเขตแดนยังมีนักฆ่าซุ่มโจมตีรั่วฟ่านแคลงใจว่าอาจจะเป็นคนของฝั่งท่าน" รั่วฟ่านไม่รอช้ารีบกล่าวฟ้องทันที

    "จะเป็นไปได้ยังไง  ที่เมืองของข้าสงบสุขมานับร้อยปีองค์หญิงต่างแคว้นแต่งเข้าเมือง ต่างเป็นเรื่องน่ายินดีจะมีผู้ใดกล้าประสงค์ร้าย" ฝ่าบาทยิ้มสู้ แต่ในใจคิดหนัก เริ่มระแวงคนใกล้ตัว

    "เอาเถอะ ยังไงข้าก็ไม่นิ่งนอนใจจะสืบเสาะหาผู้กระทำผิดมาลงโทษให้ได้" ฝ่าบาทรับปากนางแบบขอไปที

    ""ขอบพระทัยฝ่าบาท เช่นนั้นรั่วฟ่านขอตัวไปพักผ่อนเตรียมของเข้าตำหนักก่อนนะเพคะ"รั่วฟ่านคำนับเพื่อจากลา

    "ช่างงดงามทั้งภายนอกและภายในจริงๆเพียงเจอครั้งแรกข้าก็ประทับใจนัก แตกต่างจากนางสนมนั่นมากโข แม้นางจะงดงามแต่มารยาททรามเกินทน" ฝ่าบาทยืนมือไขว้ขัดหลัง มองรั่วฟ่านเดินจากไปจนสุดสายตา

    "องค์หญิงขอรับนี่เป็นตำหนักที่ฝ่าบาทเตรียมให้ท่านพักชั่วคราว ก่อนจะแต่งเข้าเรือนหอท่านต้องอยู่ที่นี่ไปก่อน" หูป๋อมาส่งนางถึงที่หน้าตำหนักลี้พิรุณ

    "ขอบใจเจ้ามากนะราชองครักษ์หูป๋อฝากขอบใจองค์ชายรองจ้านจวิ้นด้วย ไมตรีของเขาข้าได้รับไว้แล้ว" แม่นางรั่วฟ่านผู้แสนดีกล่าวขอบคุณหูป๋อยกใหญ่ทั้งที่เขายศน้อยด้อยศักดิ์กว่านางมากโข

    หลังจากหูป๋อแยกตัวออกไปนางไม่เคยพบเจอเมืองไหนที่งดงามเท่านี้มาก่อนรั่วฟ่านผู้อ่อนหวานเดินชมนกชมไม้ไปเรื่อยโดยปราศจากผู้ติดตาม...ทว่าเดินจากตำหนักลี้พิรุณไปได้ไม่ไกลนัก นางสัมผัสได้กับกลิ่นหอมของเหล่าพรรณไม้มากมายมันเย้ายวนเชิญชวนให้นางย่ำเท้าเร็วขึ้นไปตามสายลม

     

    รั่วฟ่านไปหยุดชะงักลงหน้าตำหนักพู่หยวน

    "เขตหวงห้าม? " รั่วฟ่านหยุดชะงักลงเพราะเห็นตัวอักษรเหล่านั้นติดป้ายไว้ชัดเจน

    "สถานที่งดงามเช่นนี้เหตุใดถึงได้หวงห้ามมิให้ผู้คนเข้าออก"รั่วฟ่านเกิดสงสัยในใจ แต่นางนั้นเกิดใจดื้อรั้น มองซ้ายขวามิพบผู้ใดแอบย่องเงียบเข้าเขตตำหนักพู่หยวน

    "ว้าววว ที่นี่ดั่งวิมานสวรรค์ ข้าชอบจริงๆข้าอยากมาอยู่ที่นี่ เหตุใดฝ่าบาทไม่จัดตำหนักนี้ให้เป็นของข้านะ"รั่วฟ่านคิดในใจใบหน้ายิ้มแย้มตลอดเวลา นางเดินไปตามทางเล็กๆใช้ฝ่ามือสองข้างลูบอังสัมผัสดอกไม้นานาชนิดที่ออกดอกบานสพรั่งพร้อมเด็ดพวกมันขึ้นมาสูดดมแบบไม่ถนอมแม้แต่น้อย

    "หืม... ตะกร้านี้ข้าขอก็แล้วกัน "รั่วฟ่านกวาดหางตาไปพบตะกร้าไม้วางอยู่ไม่ไกลนักนางหยิบมันมาอย่างที่ไม่ได้ขออนุญาตผู้ใด เด็ดเก็บดอกไม้ทุกดอกใส่ตะกร้าจนมันเหี้ยนเตียนไม่เหลือกระทั่งใบ

    "ผู้ใดกันกล้าบุกรุกตำหนักข้า!!"จ้านจวิ้นเดินถือไม้เท้าคู่กายกะเทาะพื้นมาตามทางเขามองเห็นแผ่นหลังของรั่วฟ่านผ่านผ้าขาวบางที่ผูกปิดตาเพียงเท่านั้นจ้านจวิ้นก็พอจะรู้ว่าเป็นคนนอก เขาเป็นเดือดเป็นร้อน โมโหเป็นฟืนเป็นไฟเพราะรั่วฟ่านกำลังเด็ดดอกไม้ที่ชิงเหนียนเฝ้าดูแลเลี้ยงดูประคบประหงมดั่งลูกในไส้ไปจนเกลี้ยง

    "คะ คะ ใครน่ะ " รั่วฟ่านสะดุ้งโหยงตกใจจนเกือบจะเป็นลมตะกร้าดอกไม้ในมือหล่นกระแทกนิ้วเท้าทำให้นางเสียหลักเกือบจะล้มลงร่างเสียบเข้ากับของแหลมโชคดีที่จ้านจวิ้นเข้าประชิดตัวคว้ารับนางเอาไว้ด้วยสองมือ

    จังหวะนั้นเป็นวินาทีที่รั่วฟ่านตกหลุมรักชายที่อยู่เบื้องหน้าตั้งแต่แรกเห็น 

    "เป็นอะไรหรือไม่ "หลังจากรับตัวนางไว้จนปลอดภัย จ้านจวิ้นผลักนางให้ออกจากสวนดอกไม้

    "รั่วฟ่าน...ไม่เป็นอะไรเจ้าค่ะขอบคุณท่านที่ช่วยเหลือ" รั่วฟ่านเดิมทีก็เป็นสตรีที่อ่อนหวานยิ่งพบชายที่ต้องตายิ่งบีบเสียงให้เล็กลง จีบปากจีบคอมากกว่าปกติหารู้ไม่ว่าคนที่ฟังมันนั้น รู้สึกขัดแก้วหูยังไงก็ไม่รู้

    "ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจกลับไปลงโทษเจ้า ให้รีบไสหัวไปซะ"จ้านจวิ้นกล่าวอย่างไร้เยื่อใย

    "ก่อนข้าจะจากไปข้าขอทราบชื่อเสียงของท่านผู้ที่ช่วยเหลือข้าได้หรือไม่"รั่วฟ่านใช้มารยาหญิงเข้าสู้

    "จะเป็นใครไปได้ล่ะในวังนี้ไม่มีใครไม่รู้จักข้า"จ้านจวิ้นอารมณ์ฉุนเฉียวยกไม้เท้าพาดตีแผ่นหลังของนางอย่างแรงโดยไม่เอ่ยถามชื่อเสียงเรียงนามของนางแม้แต่น้อยว่านางคือสตรีเรือนใดทว่าแม้จ้านจวิ้นจะออกแรงรังแกนาง ใจคนมันหลงใหลไปแล้วยากจะถอนคืน ทำไงได้ล่ะก็รั่วฟ่านรักเค้าาาา

    "สาวใช้ชั้นต่ำเช่นเจ้า ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงทหารปล่อยให้เข้ามาได้อย่างไร" จ้านจวิ้นครุ่นคิดในใจ

    "รั่วฟ่านขอตัว..." รั่วฟ่านโค้งคำนับอย่างนอบน้อมอีกตามเคยก่อนจำใจเดินจากไป

    "รั่วฟ่าน? "

    "รั่วฟ่านงั้นเหรอ ? อย่าบอกนะว่านางคือสตรีแคว้นใต้ผู้ที่ถูกส่งมาแต่งกับข้าในยามรุ่งสาง"จ้านจวิ้นเริ่มจะนึกขึ้นได้ แต่ไม่ทันเสียแล้วรั่วฟ่านได้เดินออกจากเขตตำหนักพู่หยวนไปไกลแล้ว

    "อืม... ช่างเถอะ ไว้โอกาสหน้าข้าค่อยเริ่มเล่นละครฉากใหญ่เอาอกเอาใจนาง"จ้านจวิ้นบ่นพึมพำออกมา