ต่อต้านเซียนสวรรค์ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 2 วิญญาณคู่ตื่นรู้ บทที่ 45 กระเรียนสีชาดเผาวิญญาณ


            “ฟิ้ว!”

            กระบี่ที่ราวกับสายลมหนาวพุ่งทะลวงผ่านอากาศ

            การกระทำที่ไม่คาดคิดทำให้ทุกคนรับมือไม่ทัน!ขณะที่จั๋วอวิ๋นเซียนกำลังจะถูกกระบี่แทง จั๋วอวี้หวั่นรีบเข้ามาบังด้านหน้าของเขาอีกครั้ง

            โลกเหมือนหยุดหมุนเวลาไหลผ่านไปช้าๆ

            จั๋วอวี้หวั่นเห็นกระบี่ค่อยๆเข้าใกล้ตัวเอง ในใจกลับรู้สึกสงบอย่างน่าประหลาด...นางมิได้ชอบการต่อสู้ไม่เคยชอบแม้แต่น้อย แต่เพื่อปกป้องน้องชายของตัวเอง นางพยายามบำเพ็ญตนเรียนรู้ที่จะกล้าหาญและแข็งแกร่ง...จนถึงตอนนี้นางถึงได้พบว่าตัวเองมิได้เสียใจภายหลังแม้แต่น้อย

            “ฉึก!”

            ปลายกระบี่แทงผิวหนังของจั๋วอวี้หวั่น...ทันใดนั้นเองมีมือข้างหนึ่งปรากฏด้านหลังของนางจับคมกระบี่เอาไว้ทำให้กระบี่ไม่สามารถเข้ามาใกล้ได้อีก

            เลือดไหลลงด้านหน้าของจั๋วอวี้หวั่นทำให้นางมึนงงนางค่อยๆ หันหน้ากลับไปจึงพบใบหน้าที่คุ้นเคยด้านหลัง

            “น้องชาย!” 

            จั๋วอวี้หวั่นเหม่อลอยนางมองมือของจั๋วอวิ๋นเซียนที่ถูกกระบี่แทงอย่างตะลึง เลือดไหลหยดลงบนร่างของนาง

            “……”

            จั๋วอวิ๋นเซียนเงียบกริบเสมือนเป็นก้อนหิน ในเวลานี้ดวงตาของเขายังคงไร้ประกาย ยังคงเป็นสีแดงเลือด

            ที่แท้จั๋วอวิ๋นเซียนยังมิได้หลุดพ้นจากการสะกดของลูกปัดสงบจิตร่างกายของเขาเข้ามาช่วยจั๋วอวี้หวั่นตามสัญชาตญาณ

            ……

            ข้าต้องมีชีวิตนิรันดร์เป็นอมตะ!

            ข้าต้องมีอิสรเสรีไร้ข้อผูกมัด!

            ข้าต้องก้าวข้ามทุกสรรพสิ่งสวรรค์ก็มิอาจโต้แย้ง!

            ……

            ปณิธานอันบริสุทธิ์กำลังทำลายห่วงพันธนาการของร่างกายดังกึกก้องสะท้อนฟ้าดิน

            จากนั้นเพลิงสีชาดพวยพุ่งออกจากร่างจั๋วอวิ๋นเซียนเปล่งแสงสว่างสูงหมื่นจั้ง ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนสี

            นี่คือพรสวรรค์อะไรกัน? ถึงกับสามารถทำให้เกิดปรากฏการณ์ฟ้าดินเช่นนี้!

            ผู้คนไม่น้อยล้วนตกใจจนยากจะเชื่อแม้แต่ยอดฝีมืออย่างซีโหลวเหวินอวี่กับเสิ่นว่านโหลวก็หน้าถอดสี

            “วี๊ด...” 

            กระเรียนสีชาดระเบิดพลังพุ่งชนลูกปัดสงบจิตอย่างดุร้าย...

            เสียงดังสะเทือนเลือนลั่นสมบัติวิเศษระดับสูงถึงกับแตกกระจายกลายเป็นผุยผง!

            “……”

            ชั่วพริบตาที่ร่างกายได้อิสระกลับคืนมาจั๋วอวิ๋นเซียนเงยหน้าขึ้นมองซีโหลวรั่วเมิ่งที่อยู่ไม่ไกลสายตาเต็มไปด้วยจิตสังหารและความเด็ดเดี่ยว!

            “ไม่! เป็นไปไม่ได้!”

            ซีโหลวรั่วเมิ่งตกใจจนลนลานนึกถึงภาพตอนที่ถูกจั๋วอวิ๋นเซียนจับเอาไว้อย่างห้ามไม่ได้ภาพที่ถูกกระบี่แทงร่างกาย นางไม่มีวันลืมไปชั่วชีวิต

            “อย่า...อย่าฆ่าข้า!”

            ซีโหลวรั่วเมิ่งรู้สึกหวาดกลัวจนสะดุดล้มลงพื้น

            เสิ่นว่านโหลวก็เผยสีหน้าหนักอึ้งเช่นกันเพราะเมื่อครู่เขาสัมผัสได้ถึงอันตราย!

            เมื่อมองไปทางซีโหลวรั่วเมิ่งสายตาของเสิ่นว่านโหลวก็เผยความรังเกียจออกมา ถ้ามิใช่เพราะสตรีนางนี้เป็นคนหาเรื่องก็คงไม่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายเช่นนี้

            “ไอ้หนู อย่าได้ฝัน!”

            ซีโหลวเหวินอวี่เค้นเสียงเยือกเย็นยกมือขึ้นใช้พลังจากฟ้าดินกดทับร่างของจั๋วอวิ๋นเซียน

            “……”

            ร่างกายของจั๋วอวิ๋นเซียนหนักอึ้งกระเบื้องใต้เท้าแตกกระจาย แต่เขาไม่ได้ยอมแพ้ยังคงก้าวอย่างหนักแน่นทีละก้าวไปทางซีโหลวรั่วเมิ่ง

            “ตราประทับ...จงระเบิด!” 

            “วิญญาณ...จงลุกไหม้!”

            กระเรียนสีชาดบนท้องฟ้าแตกออกกลายเป็นดวงดาราหลอมรวมเข้ากับร่างกายของจั๋วอวิ๋นเซียนจากนั้นเปลวเพลิงพุ่งขึ้นฟ้า อาบย้อมท้องฟ้าจนกลายเป็นสีแดง

            “ไม่นะ! น้องชายอย่านะ...” 

            จั๋วอวี้หวั่นเหมือนนึกอะไรขึ้นได้สีหน้านางเปลี่ยนไปทันที นางรีบตะโกนหยุดการกระทำของจั๋วอวิ๋นเซียน

            ระเบิดตราประทับแผดเผาวิญญาณ!

            ถึงแม้วิธีเช่นนี้จะสามารถเพิ่มพลังได้ชั่วคราวแต่ราคาที่ต้องจ่ายกลับหนักหนาสาหัส วิญญาณบาดเจ็บสาหัส ตราประทับสลายไปตลอดกาล

            การกระทำของจั๋วอวิ๋นเซียนเป็นการทำลายเส้นทางบำเพ็ญเซียนของตัวเอง

            ทว่าสายตาของจั๋วอวิ๋นเซียนกลับสงบนิ่งโดยเฉพาะตอนมองจั๋วอวี้หวั่นกับลุงเยี่ยนดวงตาสีแดงก่ำแฝงด้วยความอบอุ่นเสี้ยวหนึ่ง

            เหมือนดั่งที่จั๋วอวี้หวั่นยินยอมตายเพื่อเขาเขาก็ไม่เสียใจที่ทำลายเส้นทางบำเพ็ญเซียนของตัวเองเพื่อพี่สาว

            เซียนคือความเชื่อมั่นอย่างหนึ่งทว่ามีของบางอย่างที่สำคัญยิ่งกว่าชีวิต สำคัญกว่าความเชื่อมั่น

            แผดเผาวิญญาณแล้วอย่างไร? กลับไปเป็นคนธรรมดาแล้วอย่างไร? เขาก็ยังเป็นจั๋วอวิ๋นเซียนยังเป็นเด็กหนุ่มที่โหยหาอิสระ ไขว่คว้าวิถีเซียน!

            ……

            “วิ่ง! หนีเร็วเข้า!”

            สีเฟยเยียนได้สติกลับมาจึงรีบดึงซีโหลวรั่วเมิ่งวิ่งหนีอย่างลนลาน...เพียงแต่พวกนางวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวกระบี่ของจั๋วอวิ๋นเซียนก็มาถึงแล้ว

            เสียงกระเรียนกู่ร้องเปลวเพลิงทะยานฟ้า

            จั๋วอวิ๋นเซียนราวกับกระเรียนขาวชักกระบี่กระโดดออกไปด้วยท่าทางสง่างาม เขาแทงกระบี่ไปทางซีโหลวรั่วเมิ่ง...

            ขนกระเรียนร่วงเต็มฟ้าล่องลอยกระจัดกระจายไปทั่ว

            ฟ้าดินกว้างใหญ่กว้างไกลไร้ขอบเขต

            ……

            ไม่มีใครสามารถอธิบายได้ว่าเป็นวิทยายุทธ์กระบี่แบบไหนในความงดงามนั้นยังแฝงด้วยจิตสังหารไร้สิ้นสุด เหมือนเป็นกระบี่จากฟากฟ้าทะยานสู่โลกมนุษย์

            เหนือฟ้าและพื้นปฐพีไม่มีใครสามารถหลบกระบี่นี้ได้!

            “ไม่นะ! น้องรั่วเมิ่ง!”

            สีเฟยเยียนเห็นกระบี่พุ่งเข้ามาจึงมิอาจสนใจสิ่งอื่นได้แล้วรีบใช้ยันต์กระบี่ฉุกเฉินที่ผู้เฒ่าตระกูลสีให้เอาไว้ปาไปทางจั๋วอวิ๋นเซียน

            “ฮึม ฮึม!”

            พลังของระดับเปิดชีพจรน่ากลัวอย่างมาก!

            ชั่วพริบตาที่ยันต์กระบี่ระเบิดออกฟ้าดินเปลี่ยนสี เกิดคลื่นลมพายุ ทั้งเมืองตงหลิงล้วนถูกพลังหนาวเย็นปกคลุมเอาไว้มีผู้คนไม่น้อยที่มองบนฟ้าด้วยความหวาดกลัว

            “ตูม...” 

            เสียงดังกึกก้องฟ้าดินสั่นสะเทือน สิ่งก่อสร้างถูกทำลายจนราบเป็นหน้ากลอง!

            กระบี่สั้นแตกหักยันต์กระบี่หายไป!

            จั๋วอวิ๋นเซียนถูกคลื่นพลังรุนแรงซัดกระเด็นลมหายใจรวยริน จนฝุ่นควันหายไป ถึงเห็นเขาค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งที่พื้นทั่วร่างอาบย้อมไปด้วยเลือดจนสภาพดูไม่ได้!

            “กรี๊ด...” 

            เสียงกรีดร้องอันน่ากลัวทำให้ผู้คนต่างขนลุกตั้งชัน!

            “แขนของข้า...แขนของข้า...แขนของข้า...” 

            ผู้คนหันไปมองเห็นซีโหลวรั่วเมิ่งกุมไหล่ซ้ายพลางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดสีเฟยเยียนยืนตะลึงอยู่ด้านข้างด้วยท่าทางทำอะไรไม่ถูก

            ชั่วพริบตาที่เกิดการปะทะกันถึงแม้จั๋วอวิ๋นเซียนจะถูกซัดกระเด็นถอยไปแต่แขนซ้ายของซีโหลวรั่วเมิ่งกลับถูกคมกระบี่แหลมคมฟันทิ้งไปแล้ว...แขนซ้ายตกลงที่เท้าของนาง

            ……

            สถานการณ์หยุดชะงักบรรยากาศเริ่มแปลกประหลาด

            ไม่รู้เพราะเหตุใดเมื่อเห็นซีโหลวรั่วเมิ่งถูกฟันแขนขาดผู้คนไม่น้อยกลับเกิดความรู้สึกประหลาดอย่างหนึ่งและรู้สึกเสียดายวิชากระบี่ที่น่าอัศจรรย์ของจั๋วอวิ๋นเซียน

            ผู้คนเริ่มหันมามองจั๋วอวิ๋นเซียนอีกครั้งในสายตาที่ซับซ้อนยังแฝงด้วยความเคารพ บางทีพวกเขาอาจจะมีจุดยืนที่ไม่เหมือนกันพวกเขาเป็นศัตรูกันแต่ไม่มีใครปฏิเสธความกล้าหาญและความยึดมั่นของจั๋วอวิ๋นเซียนได้

            พวกเขาเคยได้ฟังเรื่องราวของบุตรแห่งสวรรค์มากมายทว่ากลับไม่เคยเห็นเด็กหนุ่มเช่นนี้มาก่อน ทั้งกล้าหาญและชาญฉลาดบุคลิกราวกับสายลม ปณิธานราวกับเปลวเพลิง และนิสัยยอมหักไม่ยอมงอ

            “หากไม่จัดการเด็กคนนี้ ภายภาคหน้าจะต้องเกิดอันตรายแน่!”

            ซีโหลวเหวินอวี่มองเสิ่นว่านโหลวด้วยสีหน้ามืดมนแล้วเขาเองก็รู้สึกกังวลเช่นกัน

            ในเวลานี้จะมัวสนใจภาพรวมไม่ได้อีกแล้วต้องกำจัดจั๋วอวิ๋นเซียนก่อนค่อยว่ากัน ถึงอย่างไรพวกเขาต้องการหุ่นเชิดของตัวเองก็พอแล้ว

            เมื่อคิดได้ซีโหลวเหวินอวี่ก็ลงมือทันทีกำไลหยกพุ่งไปทางศีรษะของจั๋วอวิ๋นเซียน!

            ทุกคนยังคงตกตะลึงกับเหตุการณ์เมื่อครู่ใครจะคิดว่ายอดฝีมืออย่างซีโหลวเหวินอวี่จะฉวยโอกาสลอบโจมตีรุ่นเยาว์ที่ได้รับบาดเจ็บ

            ‘กำไลดับวิญญาณ’ คือสมบัติวิเศษขึ้นชื่อของซีโหลวเหวินอวี่มีพลังระดับสูง ถ้าถูกโจมตีด้วยสมบัติชิ้นนี้ อย่างเบาวิญญาณเสียหายสติเลือนรางอย่างหนักวิญญาณแตกสลายกลายเป็นคนพิการ

            ทว่าในชั่วพริบตานี้มีปราณกระบี่พุ่งลงมาจากฟ้า คล้ายเซียนคล้ายกระเรียน หมอกควันมิอาจแตะต้องมันได้

            ……

                       

             

             

    คล้ายกับเรื่องต่อต้านเซียนสวรรค์ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน