ตอนที่ 8
“คอยตามมันอย่าให้คลาดสายตาแล้วมีอะไรคืบหน้าก็รีบติดต่อมาบอก”
ใกล้รุ่งรีบตัดสายเมื่อเสียงเพลงพิณดังเจื้อยแจ้วมาทางด้านหลัง หล่อนยิ้มแย้มโอภาปราศรัยเป็อย่างดีทว่าหญิงสาวผู้อ่อนวัยกว่ากลับหน้าหงิกงอ เมื่อหล่อนรับไหว้เรียบร้อยอีกฝ่ายก็นั่งกระแทกก้นลงบนเบาะแรงๆ ไม่พูดพร่ำทำเพลงระบายสิ่งที่อึดอัดอยู่ในใจ
“คุณป้าคะ พี่ก้าวตั้งใจหลบหน้าเพลงเมื่อวานนี้เพลงแวะไปชวนทานข้าวกลางวันก็บ่ายเบี่ยงอ้างว่าจะมีประชุมตอนบ่ายปล่อยให้เพลงออกไปทานข้าวข้างนอกคนเดียว พอเพลงกลับเข้ามาเลขาฯของพี่ก้าวกลับบอกว่าไม่มีประชุมแต่พี่ก้าวออกไปข้างนอกหลังเพลงแค่แป๊บเดียวแถมวันนี้เพลงโทร.หาตั้งหลายครั้งก็ไม่รับสาย จะให้ทำยังไงต่อไปละคะ”
ใกล้รุ่งรู้ว่าเพลงพิณเป็คนหงุดหงิดง่ายแต่ไม่นานก็แ่มีเื่ของสวยของงามมาพูดล่อก็ใจเย็นลง ในสายตาของหล่อนนึกเอ็นดูหญิงสาวอยู่ไม่น้อย เพราะอย่างไรครอบครัวของเพลงพิณก็ร่ำรวยสมน้ำสมเนื้อไม่ต้องกลัวว่าครอบครัวทางฝั่งเพลงพิณจะมาหวังในทรัพย์สมบัติของหล่อนฉะนั้นใกล้รุ่งพร้อมจะมองข้ามข้อเสียของหญิงสาวผู้อยู่ตรงหน้าทุกอย่าง
“เื่เท่าขี้ผง...อย่าเพิ่งตีโพยตีพายไปเลย่นี้ลูกชายของป้ากำลังเขวมีแต่เพลงเท่านั้นแหละที่ป้าวางใจได้ว่าเพลงจะเป็คนดึงให้เขากลับมาทางเดิมไม่ออกนอกลู่นอกทาง”
“เพลงจะต้องตามเฝ้าพี่ก้าวไปอย่างนี้ทุกวันเหรอคะคุณป้า...คุณป้าก็รู้นี่นาว่าผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ชอบถูกใครมาจับผิดไม่ชอบให้ใครไปตามประกบแจทุกฝีก้าวถ้าขืนเพลงไปเฝ้าอย่างนี้ทุกวันจะไม่ยิ่งกลายเป็ว่ายิ่งน่ารำคาญเหรอคะ...อีกอย่างนะคะคุณป้าพอเพลงไปหาพี่ก้าวพวกพนักงานข้างในนั้นแอบซุบซิบนินทาเพลงสนุกปากโดยเฉพาะแม่เลขาฯของพี่ก้าวนั่นล่ะตัวดี”
เพลงพิณรีบฟ้องทันที...เป็การฟ้องที่ใกล้รุ่งดูออกว่าหญิงสาวกำลังคิดอ่านอย่างไร
“เอาย่างนี้ไหมล่ะเดี๋ยวป้าจะเปลี่ยนตัวเลขาฯของตาก้าวคนนี้ย้ายไปแผนกอื่น แล้วให้เพลงไปเป็เลขาฯส่วนตัวของตาก้าวแทนทีนี้พนักงานพวกนั้นจะได้ยำเกรงเพลงของป้าถ้ามีปัญหาอะไรขัดหูขัดตาเพลงก็จะได้จัดการเอา่นี้เพลงก็ยังว่างไม่ได้ทำงานทำการอะไรเป็ชิ้นเป็อันไม่ใช่เหรอจ๊ะ”
ทว่าข้อเสนอของใกล้รุ่งนั้นคงไม่เข้าตาถึงเพลงพิณจะชอบพอพึงใจก้าวไกลขนาดไหนก็ตาม แต่หล่อนเป็คนรักอิสระไม่อยากถูกงานเป็เครื่องผูกมัดชอบใช้ชีวิตเสรีไปวันๆดังนั้นความคิดที่ว่าจะทำงานเป็กิจจะจึงไม่เคยแผ้วพานเข้ามาในหัวการที่ใกล้รุ่งหาวิธีให้เพลงพิณไปเป็เลขาฯนั้นจึงถูกปฏิเสธทันควันแต่ก็ยังมีถ้อยคำที่อ่อนโอนพอไม่ขัดหูขัดตา
“ไม่ดีหรอกค่ะคุณป้าขืนเพลงไปทำงานเลขาฯแทนคนอื่นก็ยิ่งจับผิดเพลงไปกันใหญ่...อีกอย่างถ้าเพลงทำแบบนั้นคุณแม่ของเพลงจะยิ่งเคืองสิคะ เพราะเพลงเพิ่งจะผัดผ่อนที่จะเข้าไปดูแลธุรกิจของคุณแม่ไม่นานนี้เองตอนนี้เพลงยังไม่พร้อมทำงานหรอกค่ะ ยังอยากอยู่แบบนี้ไปเรื่อยๆ”
เมื่อหนึ่งไม่เอาสองไม่สน...ใกล้รุ่งก็ปล่อยเลยตามเลย ไม่อยากบังคับใจกัน แต่ก็ไม่วายสรรหาวิธีอื่น
“ถ้าอย่างนั้นวิธีที่ดีที่สุดคือเพลงต้องหมั่นไปหาเอาอกเอาใจพี่เขาให้มาก...ป้ารู้ว่าหนูเพลงของป้าเป็ผู้หญิงที่มีเสน่ห์ถ้าลองหนูเพลงจะเอาอกเอาใจแล้วล่ะก็ ผู้ชายคนนั้นจะต้องติดอกติดใจแน่ๆ อีกอย่างนะป้าเชื่อว่าเนื้อแท้ของตาก้าวเป็คนใจอ่อนไม่ได้แข็งกระด้างอย่างที่ชอบแสดงออกให้เห็นหรอก ผู้ชายส่วนใหญ่มันก็เหมือนขี้ผึ้งนั่นแหละเจอไฟลนเข้าหน่อยขี้คร้านก็จะละลาย”
“แล้วคุณป้าไม่กลัวบ้างหรือคะว่าแม่นั่นก็จะใช้เสน่ห์มัดใจพี่ก้าว...พวกกระดังงาลนไฟน่ะน่ากลัวออกจะตาย”
ใกล้รุ่งชักสีหน้าขึ้นเล็กน้อย...
“ถ้าแม่นั่นมันใช้มารยาสาไถยร้อยเล่มเกวียนจริงเราก็เป็ผู้หญิงเหมือนกันนะ จะไปยอมแพ้มันได้เหรอยังไงตาก้าวก็เป็ลูกชายคนเดียวของป้าคงไม่ถึงกับขัดคำสั่งป้าไปยุ่งกับแม่นั่นหรอกเพียงแต่ตอนนี้เราต้องหาทางตัดไฟแต่ต้นลมก็เท่านั้นก่อนที่ไฟมันจะลาม”
“ถ้าอย่างนั้นเพลงจะแวะหาพี่ก้าวที่ทำงานอีกรอบแล้วกันค่ะ ยังไงวันนี้ก็จะชวนพี่ก้าวออกไปทานข้าวเย็นด้วยกันให้ได้”
เมื่อเพลงพิณคิดแบบนั้นใกล้รุ่งก็เบาใจ ทว่ายังคงทิ้งท้ายเอาไว้ว่า...
“แต่ถ้าแม่นั่นมันคิดจะลองดีบางทีป้าอาจจะต้องใช้ไม้แข็งกับมัน!”
//////////////////////////////////////
เพลงพิณย้อนกลับไปที่ทำงานของก้าวไกลอีกครั้งพบว่าเขากำลังกางแฟ้มเอกสารเซ็นกำกับรายชื่อด้วยสีหน้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยแต่หล่อนเตรียมใจไว้แล้วว่าหล่อนจะต้องหาวิธีมัดใจผู้ชายอย่างเขาให้อยู่หมัดจะไม่ยอมให้เขาไปหลงเสน่ห์ผู้หญิงที่แก่กว่าแถมยังเคยผ่านการแต่งงานมาแล้วตั้งสองครั้งอย่างเลอดาวเป็อันขาดมิเช่นนั้นพวกที่คอยจับตาดูหล่อนอยู่ทั้งหลายคงไม่แคล้วนินทาสนุกปากว่าหล่อน ‘แพ้’ ให้กับผู้หญิงพรรค์นั้น
ในตอนที่เพลงพิณเปิดประตูห้องทำงานเข้ามาเขาเพียงแต่เงยหน้าขึ้นมองแล้วก้มลงไปดูเอกสารในแฟ้มโดยไม่สนใจไต่ถามอะไรสักคำหล่อนจึงจัดแจงวางกระเป๋าสะพายไว้บนโซฟาพร้อมกับถุงพลาสติกหลายใบสักครู่ประตูเปิดออกแม่บ้านประจำเป็ผู้ที่เดินเข้ามาพร้อมกับถือจานจำนวนหนึ่งยื่นให้หล่อนจึงบอกให้ป้าคนนั้นเอาวางไว้บนโต๊ะตัวยาวส่วนหล่อนเองก็หยิบผลไม้จำหนวนหนึ่งมีทั้งแอปเปิ้ล ส้มมังคุดออกมาจากกล่องที่เตรียมมา
เพลงพิณทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้จัดแจงลอกเปลือกและใยผลส้มออกวางแต่ละกลีบลงบนจานใบแรกเหลือบตามองเห็นเขายังวางท่าเฉย หล่อนจึงยกจานขยับเข้าไปใกล้หยิบส้มขึ้นมาหนึ่งกลีบจ่อไปที่ปากเขาจึงละสายตาจากแผ่นกระดาษตรงหน้าขึ้นมามองหล่อนนิดหนึ่ง
“พี่ยังไม่หิว”
เอาอีกแล้ว...ท่าทีไร้เยื่อใยแบบนี้อีกแล้วหล่อนนึกค่อนขอดอยู่ในใจ เห็นท่าทีปึ่งชาแบบนี้ก็เหนื่อยใจอยู่ลึกๆแต่ไม่วายกลั้นเก็บอารมณ์เพื่อเป้าหมายที่อยู่ในใจ
“อย่าให้เสียน้ำใจเลยค่ะ”
ท้ายสุดเขาจึงอ้าปากรับกลีบส้มทีละชิ้นจนหมดลูกหล่อนก็ละจากตรงนั้นกลับไปหยิบผลแอปเปิ้ลขึ้นมาใช้มีดคมกริบค่อยๆปอกเปลือกสีแดงลอกออกทีละนิดแล้วหั่นเป็ชิ้นพอดีคำบรรจงเรียงใส่จานกระเบื้องหวังจะเอาใจเขาอย่างที่ผู้หญิงคนหนึ่งควรจะทำทว่าท่าทีหมางเมินที่เขาแสดงออกนั้นมันชัดแจ้งเกินไป จนบางทีหล่อนก็ไม่อยากระงับความหงุดหงิดที่มันคอยจะแวบเข้ามาอยู่ทุกนาที
“เดี๋ยวทานแอปเปิ้ลต่อนะคะ”
ทว่าปากมัวแต่พร่ำโดยที่ตาไม่ทันมองปลายมีดจึงเฉือนเข้าปลายนิ้วจนเืปุดออกมาเป็ดวงจนต้องร้องโอยเสียงหลงครั้นเห็นเืสดๆก็พลอยหน้ามืดจะเป็ลมเป็แล้งโดยไม่ได้แสร้งทำ ทว่าหล่อนก็ต้องเจ็บใจอยู่ลึกๆเมื่อพบว่าตอนนี้ก้าวไกลลุกขึ้นไปคุยโทรศัพท์อยู่โดยหันหน้าออกทางหน้าต่างเห็นแต่แผ่นหลังของเขากับความนิ่งเฉยที่ได้รับ
หล่อนได้ยินเสียงปลายสายแ่เบาลอดออกมาจับน้ำเสียงได้ว่าเป็ผู้หญิง แต่ไม่น่าเจ็บใจเท่ากับชื่อที่ชายหนุ่มนั้นเรียกขานแม้เสียงแ่แต่มันก็ชัดถนัดหูว่าเขาเรียกผู้หญิงปลายสายว่า...คุณดาว
เพลงพิณได้แต่เม้มปากแน่น...
ก็พอดีกับที่เสียงประตูห้องถูกเคาะอยู่หลายครั้งเมื่อเ้าของห้องอนุญาตผู้ที่เดินเข้ามาจึงค้อมศีรษะเล็กน้อยพร้อมกับแจงรายละเอียดว่ามาส่งพิซซ่าตามออเดอร์ที่เพลงพิณสั่งล่วงหน้าเมื่อสิบห้านาทีก่อนแต่ตอนนี้หล่อนไม่สบอารมณ์เท่าไหร่แล้วจึงรีบจ่ายเงินแล้วโบกมือให้พนักงานพิซซ่ากลับไป
ประตูยังไม่ทันปิดดีแม่บ้านก็เยี่ยมหน้าเข้ามาพร้อมกับยกถาดที่วางเหยือกใส่น้ำผลไม้และแก้วทรงสูงสองใบวางลงบนโต๊ะกลางที่มีจานผลไม้และถาดพิซซ่า
“ป้าเตรียมน้ำพันช์ที่คุณเพลงสั่งมาให้แล้วจ้ะ”
“ขอบใจ” หล่อนตอบห้วนสั้น
คล้อยหลังแม่บ้านสูงวัยเดินออกไปเพลงพิณพยายามทำเป็ยิ้มแย้ม กลบเกลื่อนความเจ็บกายจากมีดที่บาดหยิบกระดาษทิชชูใกล้มือขึ้นมาซับเืไม่เรียกร้องความสนใจ...กลืนเก็บความเจ็บใจด้วยการส่งเสียงอ่อนหวานฉอเลาะ
“ทานน้ำพันช์กับพิซซ่าหน่อยนะคะเพลงตั้งใจสั่งมาให้เลยนะคะ เพลงรู้ว่าพี่ก้าวชอบทานฮาวายเอี้ยน...”
พูดยังไม่ทันจบประโยคดีนอกจากเขาจะไม่ตอบรับการเอาอกเอาใจของหล่อน เขายังทำเหมือนหล่อนเป็แค่ธาตุอากาศด้วยการคุยโทรศัพท์อย่างต่อเนื่องและเดินผ่านหล่อนออกไปนอกห้องไม่แยแสสักนิดว่าหล่อนจะรู้สึกอย่างไร ที่ผ่านมาหล่อนไม่จำเป็ต้องไปพะเน้าพะนอเอาใจใครมีแต่คนคอยมาตามอกตามใจเสียด้วยซ้ำ แต่ที่ยอมลดทิฐิทำถึงขนาดนี้เขาก็ยังมองไม่เห็นคุณค่าในตัว
เพลงพิณไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำว่ายืนเนื้อตัวสั่นเทาอยู่นานกี่นาทีกระทั่งตั้งสติได้จึงเดินตามออกไปนอกห้องเลขาฯของเขาก็รีบตอบเหมือนถูกตั้งโปรแกรมเอาไว้ล่วงหน้าว่า
“คุณก้าวให้เรียนกับคุณเพลงว่าจะไม่กลับเข้ามาแล้วไม่ต้องรอค่ะ”