หลังจากการสนทนาระหว่างรามและทศกัณฐ์จบลงเสียงลมทะเลยามค่ำคืนพัดผ่านระเบียงหินของพระราชวังลังกาอย่างแ่เบา หลังจากร่างกายของรามฟื้นฟูขึ้นมาได้ประมาณหนึ่งแล้วทศกัณฐ์ก็พารามไปยังสถานที่แห่งหนึ่งบนพื้นดินซึ่งมีลักษณะคล้ายพระราชวังอีกแห่งหนึ่ง จะบอกว่ามันคืออาณาจักรลังกาฉบับย่อส่วนก็ว่าได้ เขาพารามเดินผ่านโถงทางเดินยาวของวังซึ่งเต็มไปด้วยแผนที่ดวงดาวอาวุธโบราณและเครื่องจักรจากหลากหลายดาวเคราะห์ที่ถูกนำมาศึกษาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับาครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง
“ถ้าคุณคิดว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตอนนี้คือพลังทั้งหมดของลังกาคุณคิดผิดแล้ว” ทศกัณฐ์กล่าวขณะเดินนำ รามมองไปรอบๆอย่างเงียบๆก่อนจะถาม“หมายความว่ายังมีมากกว่านี้อีก?”ทศกัณฐ์หยุดเดินก่อนจะหันไปกดแผงควบคุมที่ผนังหินขนาดใหญ่ เสียงกลไกดังขึ้นอย่างต่อเนื่องพื้นหินส่วนหนึ่งค่อยๆแยกออก เผยให้เห็นลิฟต์พลังงานที่กำลังส่องแสงสีทอง“ลังกาไม่ได้มีแค่สิ่งที่อยู่บนพื้นดิน” เขากล่าวก่อนจะก้าวเข้าไปด้านใน
ลิฟต์พารามและทศกัณฐ์ลงลึกสู่ใต้พื้นดินของเกาะลังกาหลายร้อยเมตรระหว่างทาง รามสามารถเห็นชั้นโครงสร้างจำนวนมหาศาลผ่านผนังกระจกใสเมืองขนาดมหึมาที่ถูกซ่อนอยู่ใต้เกาะกำลังส่องแสงสว่างไสวเหมือนดวงดาวในความมืดอาคารสูงจำนวนมากถูกสร้างขึ้นด้วยโลหะสีดำและพลังงานสีม่วงยานรบจำนวนมหาศาลกำลังถูกประกอบอยู่ตามท่าเทียบขนาดั์และกองทัพนักรบจากหลายเผ่าพันธุ์กำลังฝึกฝนกันอยู่
“นี่คือ…เมืองใต้ดิน?”รามกล่าวด้วยความประหลาดใจ ทศกัณฐ์พยักหน้า “ศูนย์กลางกำลังรบที่แท้จริงของลังกา”เมื่อลิฟต์หยุดลง ประตูค่อยๆเปิดออกเผยให้เห็นลานกว้างขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยทหารและนักรบมากมายแต่สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังยืนอยู่กลางลานฝึกร่างของเธอสูงสง่า ผมยาวสีม่วงอ่อนของเธอถูกมัดไว้ด้านหลัง ชุดสีม่วงเข้มปกคลุมร่างของเธออย่างพอดีดวงตาคมกริบของเธอมองทหารที่กำลังฝึกอยู่ด้วยความเด็ดขาด
“ดูเหมือนคุณกำลังยุ่งอยู่เลยนะ” ทศกัณฐ์กล่าวหญิงสาวคนนั้นหันมามองทันที เมื่อสายตาของเธอเห็นทศกัณฐ์เธอก็เดินเข้ามาหาอย่างสงบนิ่งก่อนจะคุกเข่าลงเล็กน้อย “ท่านาา”เธอกล่าวเสียงหนักแน่น ทศกัณฐ์ยิ้มเล็กน้อย “ลุกขึ้นเถอะ มณโท”รามหันไปมองเธออีกครั้ง “มณโท?” ทศกัณฐ์พยักหน้า“ผู้นำของเมืองใต้ดินแห่งลังกาและผู้บัญชาการกองทัพเงาที่คอยปกป้องเกาะแห่งนี้มาหลายปี”มณโทลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาของเธอมองรามอย่างประเมิน
“นี่คือรามสินะ” เธอกล่าว“นักรบอวตารของรัฐบาลโลกที่เพิ่งหนีการไล่ล่ามาได้” รามพยักหน้าเล็กน้อย“ดูเหมือนข่าวจะเดินทางเร็วมาก” มณโทยิ้มมุมปาก “ที่นี่คือศูนย์ข่าวกรองของลังกาไม่มีอะไรซ่อนอยู่ได้นานนักหรอก” จากนั้นเธอก็หันไปมองทศกัณฐ์และกล่าวถามด้วยท่าทีเคารพ
“ถ้าท่านาาพาเขามาที่นี่ แสดงว่าเขาเป็พันธมิตรแล้วอย่างนั้นสินะ”ทศกัณฐ์ตอบทันที “ใช่” มณโทมองรามอีกครั้งก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยเหมือนยอมรับแต่ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าอีกชุดหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลังหญิงสาวอีกคนเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว เธอสวมชุดนักรบขาวแซมทอง ผมสีทองยาวของเธอสั่นไหวตามการเคลื่อนไหวดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจ
“ท่านาา ฉันได้ยินว่ามีแขกคนสำคัญมาเยือน”เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้ม ทศกัณฐ์หันไปมองก่อนจะกล่าว “ราม นี่คือเมขลาผู้บัญชาการหน่วยจู่โจมอากาศของลังกา”เมขลามองรามั้แ่หัวจรดเท้าก่อนจะหัวเราะเบาๆ“งั้นนี่ก็คือนักรบที่สู้กับผู้สืบสายอวตารสี่คนแล้วยังรอดมาได้สินะ น่าสนใจดีนี่”มณโทถอนหายใจเบาๆ “เมขลา อย่าพูดเหมือนเขาเป็ของเล่น” เมขลายักไหล่ “ฉันก็แค่พูดความจริง”
รามมองทั้งสองคนสลับกันเล็กน้อย เขาััได้ทันทีว่ามณโทนั้นไม่ใช่ผู้นำเมื่องใต้ดินธรรมดา แต่มีมันสมองที่สุดจะล้ำเลิศ และทางด้านเมขลานั้นก็ไม่ใช่นักรบธรรมดาพลังที่แผ่ออกมาจากตัวเธอนั้นแข็งแกร่งพอที่จะยืนอยู่ในสนามรบระดับเดียวกับอวตารได้
ทศกัณฐ์มองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยก่อนจะกล่าว“นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ลังกายังยืนหยัดอยู่ได้จนถึงตอนนี้”เขากางมือเล็กน้อยเหมือนกำลังชี้ให้เห็นกองทัพทั้งหมดที่อยู่รอบตัว “และนี่คือพันธมิตรที่คุณกำลังจะร่วมสู้ไปด้วยกัน”รามมองไปยังเมืองใต้ดินที่กว้างใหญ่ มองนักรบจำนวนมหาศาล และมองไปยังมณโทกับเมขลาในที่สุดเขาก็เริ่มเข้าใจว่าลังกาไม่ใช่แค่อาณาจักรแต่มันคือศูนย์กลางของพลังที่กำลังเตรียมตัวเพื่อาครั้งใหญ่และการมาถึงของเขาอาจเป็เพียงจุดเริ่มต้นของการรวมตัวของนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูจากต่างมิติที่กำลังจะมาถึงก็เป็ได้
ภายในสถานีอวกาศหลักของรัฐบาลโลก บรรยากาศในห้องประชุมสภาสูงสุดเต็มไปด้วยความตึงเครียดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแสงจากจอภาพโฮโลแกรมขนาดมหึมากลางห้องกำลังฉายภาพบันทึกการต่อสู้ในวงโคจรของโลกภาพของรามที่ใช้พลังเฮือกสุดท้ายฝ่าวงล้อมของผู้สืบสายอวตารทั้งสี่พุ่งหนีลงสู่โลกถูกเล่นซ้ำหลายครั้งเสียงบันทึกการปะทะของสายฟ้า เปลวไฟและพายุยังคงสะท้อนอยู่ในห้องก่อนที่ภาพจะหยุดนิ่งลง
ชายชราผู้สวมเสื้อคลุมสีดำซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะประชุมกำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดขึ้น“ไร้ความสามารถ” เขาพูดช้าๆแต่เต็มไปด้วยความโกรธสมาชิกสภาหลายคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะเงียบสนิท ไม่มีใครกล้าพูดอะไรออกมา ในวินาทีนั้นชายชรากดปุ่มควบคุมบนโต๊ะทันทีภาพโฮโลแกรมเปลี่ยนไปเป็ตำแหน่งสัญญาณพลังงานสุดท้ายของรามที่ตรวจพบเหนือมหาสมุทรก่อนจะหายไป“นักรบระดับอวตารสี่คน” เขาพูดต่อ “สี่คน…ยังปล่อยให้มันหนีไปได้”เสียงประตูเหล็กขนาดใหญ่เปิดออกอย่างหนักแน่น ผู้สืบสายอวตารทั้งสี่เดินเข้ามาในห้องประชุมพร้อมกันอินทราชเดินนำหน้า สายฟ้ารอบร่างของเขาแทบไม่ปรากฏแล้ว อัคนี วายุและจิตราเดินตามมาด้านหลัง บรรยากาศในห้องเงียบงันเหมือนพายุที่กำลังจะะเิ
“รายงาน” ชายชรากล่าวเสียงเย็น อินทราชยืนตรงก่อนตอบ“เป้าหมายได้รับาเ็สาหัสและใช้พลังทั้งหมดเพื่อหลบหนี เขาตกลงสู่มหาสมุทรเราไม่สามารถตรวจจับสัญญาณพลังงานของเขาได้อีก” สมาชิกสภาคนหนึ่งทุบโต๊ะทันที“นั่นไม่ใช่คำอธิบาย!” เขาะโ “พวกคุณถูกสร้างมาเพื่อกำจัดภัยคุกคามระดับอวตาร!”อัคนีขมวดคิ้วเล็กน้อย “ถ้าพวกคุณคิดว่ามันง่ายขนาดนั้นก็ลองไปสู้กับเขาเองดูสิ”วายุเหลือบมองอัคนีทันทีเหมือนเตือนให้เงียบแต่คำพูดนั้นก็ทำให้บรรยากาศในห้องยิ่งตึงเครียดขึ้นชายชราที่หัวโต๊ะยกมือขึ้นช้าๆเพื่อหยุดความวุ่นวาย “พอแล้ว” เขากล่าวน้ำเสียงของเขาไม่ได้ดังแต่หนักแน่นพอจะทำให้ทั้งห้องเงียบลงทันทีดวงตาที่เต็มไปด้วยความเ็าของเขามองไปยังผู้สืบสายอวตารทั้งสี่ทีละคน“พวกคุณรู้ดีว่ารามมีความสำคัญแค่ไหน” เขาพูด “เขาไม่ได้เป็แค่นักรบธรรมดาเขาคือกุญแจของหลายอย่างที่พวกเราควบคุมอยู่” จิตราพูดขึ้นอย่างสงบ“ความเป็ไปได้ที่เขาจะรอดชีวิตมีมากน้อยเพียงใด”หนึ่งในเ้าหน้าที่วิเคราะห์กดปุ่มบนแผงควบคุมทันทีภาพแผนที่มหาสมุทรปรากฏขึ้นพร้อมจุดสัญญาณที่ค่อยๆขยายออก
“ถ้าเขาตกลงในทะเลตามที่รายงาน โอกาสรอดชีวิตต่ำมาก”เ้าหน้าที่กล่าว “แต่ถ้ามีใครพบตัวเขาก่อน…” ชายชราหรี่ตาลงทันที “ก่อนใคร?” เ้าหน้าที่ลังเลเล็กน้อยก่อนตอบ“อาณาเขตของลังกาอยู่ใกล้พื้นที่นั้นมากที่สุดครับ”คำตอบนั้นทำให้ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที อินทราชกำหมัดแน่นเล็กน้อยอัคนียิ้มบางๆเหมือนเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง วายุหรี่ตาลงขณะที่จิตรามองจอภาพนิ่งๆ ชายชราหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะนั้นเต็มไปด้วยความเ็า“ถ้าเป็อย่างนั้นจริง…” เขาพูดช้าๆ “มันก็คงจะเป็ปัญหาใหญ่”สมาชิกสภาคนหนึ่งพูดขึ้นทันที “ทศกัณฐ์กำลังรวบรวมพันธมิตรอยู่แล้วถ้ารามไปเข้าร่วมกับเขา” ชายชราทุบไม้เท้าลงกับพื้นอย่างแรง“เราจะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้น” เขาพูดอย่างเด็ดขาดจากนั้นเขาก็หันไปมองผู้สืบสายอวตารทั้งสี่ “ภารกิจของพวกคุณยังไม่จบ”อินทราชเงยหน้าขึ้นทันที “ท่านหมายความว่า…” ชายชรายิ้มบางๆก่อนจะตอบ “บอกข้อมูลทุกอย่างที่พวกแกรู้มาชั้น...จะส่งพวกเค้าไปที่ลังกา”
สมาชิกสภาหลายคนหันมามองเขาทันทีด้วยความใ “แต่ท่าน...นั่นอาจหมายถึงากับทศกัณฐ์!”ชายชราหัวเราะเบาๆอีกครั้ง “านั้นกำลังจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว” เขากล่าว“ไม่ช้าก็เร็ว” จากนั้นดวงตาของเขาก็เปลี่ยนเป็เย็นเฉียบยิ่งกว่าเดิม“และครั้งนี้…เราจะไม่ส่งแค่ผู้สืบสายอวตาร”
เขากดปุ่มบนโต๊ะอีกครั้งประตูเหล็กอีกด้านของห้องประชุมค่อยๆเปิดออกเผยให้เห็นห้องทดลองขนาดมหึมาที่ซ่อนอยู่ด้านหลังภายในนั้นมีแคปซูลพลังงานขนาดั์เรียงรายอยู่จำนวน 9 เครื่องและภายในแคปซูลเ่าั้คือร่างของนักรบที่กำลังหลับใหลอยู่ในสภาวะจำศีลสมาชิกสภาหลายคนเบิกตากว้างทันที “ท่านกำลังจะปลุกพวกเขางั้นเหรอ”ชายชรายิ้มอย่างเ็า “ใช่” เขาตอบ“ถ้าลังกา้าา…เราก็จะให้ากับพวกเขา”แสงจากแคปซูลพลังงานค่อยๆสว่างขึ้นทีละเครื่องเสียงระบบปลุกดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทดลอง และนั่นคือสัญญาณว่า รัฐบาลโลกกำลังเตรียมปล่อยพลังที่แท้จริงของตนออกมาเพื่อเริ่มต้นาครั้งใหญ่กับลังกาอย่างแท้จริง