บทที่11. พี่ใหญ่ไม่สบายนี่นา...ข้าลืมไปเลย
“แค่ก ๆๆ” เสียงไอแห้งๆ ดังมาจากลูจื่อที่นอนอยู่ข้างๆเรียกความสนใจจากเหยาเหยาทันที
“หื้ม” โอ้วว พี่ใหญ่ไม่สบายนี่นา ข้าลืมไปเลย
“จื่อเอ๋อร์ เป็อย่างไรบ้างลูกปวดหัวหรือไม่” เฟยเฟยเอ่ยถามอย่างอ่อนโยนพร้อมทั้งเอามืออังหน้าผากบุตรชายคนโต
“เจ็บคอกับปวดหัวขอรับท่านแม่แค่กๆ” เสียงที่เริ่มแหบแห้งตอบกลับมาอย่างแ่เบา
“เ้าอดทนหน่อยอีกนิดเดียวแม่จะออกไปถามท่านพ่อเ้าว่าอีกนานหรือไม่กว่าจะถึงตัวเมือง”เฟยเฟยเอาผ้าห่มผืนหนาออกมาห่มให้บุตรชายคนโตอีกชั้นหนึ่งก่อนจะยืนหน้าออกไปเพื่อถามลู่ฮัน เมื่อเห็นว่าท่านแม่หันหลังให้อยู่เหยาเหยาจึงเรียกหาน้ำผึ้งหยกทันทีดีที่พี่ใหญ่นอนหลับตาจึงไม่เห็นว่ามีไหโผล่ขึ้นมากลางอากาศไม่งั้นคงใแย่เลย
“โอ๊ะ มีช้อนแล้วแฮะไม่ต้องเอานิ้วจุ่มแล้ว” เสียงน่ารักพึมพำเบาๆ กับตัวเองอยู่คนเดียวมือน้อยรีบเอื้อมไปหยิบเอาช้อนที่อยู่ในถ้วยชามซึ่งท่านแม่ซื้อหามาจากตลาดที่เมืองเฉิงตู นำมาตักน้ำผึ้งหยกจากนั้นก็เทน้ำจากกระบอกไม้ไผ่ใส่ถ้วย คนๆๆ ให้เข้ากัน อืมน่าจะใช้ได้แล้ว
“ใหญ่ พี่ใหญ่เ้าก๊ะ น้ำๆเ้าก่ะ” เฮ้ออเมื่อไหร่จะพูดได้ชัดๆ กันนะ
ลู่จื่อค่อยๆลืมตาขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงน้องสาวเรียกอยู่ข้างๆพอดีกับที่เฟยเฟยหันกลับมาหลังจากที่สอบถามลู่ฮันเรียบร้อยแล้ว
“ทนอีกนิดนะจื่อเอ๋อร์ท่านพ่อบอกว่าอีกไม่กี่ลี้ ก็จะพ้นชายป่านี้แล้วเข้าตัวเมืองถัดไปแล้วล่ะ อ่ะนี้เหยาเหยาจะเอาน้ำให้พี่ใหญ่ดื่มหรือลูก”
“เ้าก่ะ”
“เด็กดีๆมาเถิดเดี๋ยวแม่เอาให้พี่ใหญ่เ้าดื่มเอง”จากนั้นเฟยเฟยก็ประคองร่างลู่จื่อขึ้นมาแล้วค่อยๆ ป้อนน้ำดื่มในถ้วยให้ กลิ่นหอมหวานที่โชยขึ้นมาแตะจมูกทำให้เฟยเฟยและลู่จื่อแปลกใจอยู่ไม่น้อยเลย
ทันทีที่น้ำผสมน้ำผึ้งหยกไหลเข้าสู่ลำคอที่แห้งผากจากที่เจ็บคอจนแทบกลืนสิ่งใดไม่ลง ลู่ฮันก็รับรู้ได้ถึงความชุ่มชื้นอาการปวดหัวครั่นเนื้อครั่นตัวก็ดีขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ หัวโล่งปลอดโปร่งสดชื่นขึ้นอย่างทันทีทันใดจนน่าประหลาดใจเหลือเกิน
“นะนี้น้ำอันใดกันช่างวิเศษยิ่งนัก” ลู่จื่ออดไม่ได้ที่จะถามออกมา มันทั้งหอมทั้งหวานอีกทั้งดื่มแล้วยังสดชื่นร่างกายฟื้นตัวจากอาการพิษไข้อย่างทันทีทันใดอีกด้วยเฟยเฟยแม้ไม่ได้ดื่มกินเข้าไป แต่นางได้กลิ่นหอมหวานที่โชยมาเพียงแค่นั้นยังรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าแล้ว
เฟยเฟยและลู่จื่อจึงหันไปมองหน้าเหยาเหยาพร้อมกันทันทีเ้าตัวน้อยก็เอียงคอทำหน้าตาบ้องแบ๊วสมกับเป็เด็กน้อย 5 หนาวใส่
“น้ำในนี้เ้าก่ะ”ก่อนจะชี้ไปที่กระบอกไม้ไผ่ที่ใส่น้ำพิงอยู่ข้างผนังรถม้า
“เพียงแค่น้ำในกระบอกนี้เองหรือ”ลู่จื่อพึมพำออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“แล้วตอนนี้เ้ารู้สึกเช่นไรบ้างจื่อเอ๋อร์”เฟยเฟยหันมาถามบุตรชาย
“พอดื่มน้ำนี่เข้าไปก็รู้สึกเหมือนจะหายป่วยเลยขอรับหายปวดหัวมีเรี่ยวแรงมากขึ้นทันทีเลยขอรับท่านแม่”
“เป็เช่นนั้นหรือ” เมื่อได้ฟังเช่นนั้นเฟยเฟยก็หันมามองบุตรสาวอีกครั้งแต่เ้าตัวน้อยก็เอาแต่ส่งยิ้มหวานให้จนใจนางอ่อนยวบยาบไปกับความน่ารักของบุตรสาวตัวน้อยเอาเถิดเพียงแค่เหยาเหยาสามารถพูดคุยได้มีความรู้สึกรับรู้เช่นคนปกติเพียงแค่นี้ก็เกินพอสำหรับนางแล้วเื่อื่นหากไม่ได้มีอันตรายใดก็ปล่อยผ่านไปเถิด
มือนุ่มติดหยาบกร้านอยู่สักหน่อยเนื่องจากการจากทำงานหนักมาตลอดหลายปีของท่านแม่ลูบหัวของเหยาเหยาอย่างอ่อนโยน
ท่านแม่และทุกคนรออีกนิดเหยาเหยาจะบอกนะเ้าค่ะรอเหยาเหยาพูดให้ชัดๆกว่านี้สักหน่อยก่อน ได้แต่คิดในใจเพราะพูดยังลำบาก นางพึ่งเข้าร่างได้เพียง3วันเท่านั้นพูดได้เท่านั้นก็นับว่าดีแล้วล่ะ
และเพียงไม่นานรถม้าของบ้านลู่ฮันก็เข้าสู่ตัวเมืองฉินเป็เมืองหน้าด่านก่อนที่จะเข้าสู่เมืองซานไห่ที่เป็จุดหมายปลายทางครั้งนี้นั้นเองคาดว่าเดินทางต่ออีกไม่เกิน 2วันก็น่าจะเข้าสู่ตัวเมืองซานไห่ได้แล้วจากนั้นคงต้องสอบถามคนในเมืองถึงเส้นทางที่จะเดินทางไปหมู่บ้านป่าหยกปราณกันอีกที
รถม้าค่อยๆชะลอลงเมื่อต้องผ่านด้านตรวจคนเข้าเมืองเหยาเหยาได้ยินเสียงท่านพ่อเอ่ยบอกแก่ทหารเฝ้าประตูว่า้าแวะพักที่เมืองฉินก่อนจะเดินทางต่อไปยังเมืองซานไห่ ไม่นานก็ได้ยินเสียงทหารขอดูป้ายชื่อของแต่ล่ะคน
ชั่วอึดใจเดียวรถม้าก็เคลื่อนออกตัวเดินต่อเริ่มได้ยินเสียงจอแจรอบข้างเข้ามาคิดว่าตอนนี้คงเข้ามาในตลาดของเมืองฉินแล้วเป็แน่ มือน้อยๆ แง้มหน้าต่างข้างๆออกพร้อมโผล่หัวเอาคางว่างแปะที่ขอบหน้าต่างแอบดูผู้คนและตลาดด้านนอก ส่วนคนด้านนอกที่เดินผ่านไปมาเห็นว่าบนรถม้ามีหัวกลมๆผมทรงซาลาเปา วางแปะอยู่ที่ขอบหน้าต่างรถม้าดวงตากลมโตคอยแอบมองไปทางนั้นทางนี้อย่างตื่นเต้นก็ให้นึกเอ็นดูจนคันยุบยิบในหัวใจไปตามๆ กัน
ตลอดทางเฟยเฟยและลู่จื่อได้ยินเพียงเสียงร้องว่าอู้หูย ๆ ๆ ออกมาจากปากเล็กๆนั้นเรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่เอ็นดูได้เป็อย่างดี
“น้องเล็กตลกจังเลยขอรับท่านแม่”ลู่จื่อเอ่ยขึ้นทั้งมองน้องสาวด้วยสายตาเอ็นดูนักน้องสาวดูมีความสุขเช่นนี้ดีจริงๆ
“หึ หึน้องสาวเ้าร่าเริงเช่นนี้ก็ดีแล้วล่ะนะ”
“ขอรับ”
ไม่นานรถม้าก็หยุดลงก่อนจะได้ยินเสียงท่านพ่อบอกว่าให้ลงกันก่อนเพราะจะแวะพักที่โรงเตี้ยมในเมืองฉินก่อนสัก1 คืนเมื่อได้ยินดังนั้นข้าสั้นๆ ของเหยาเหยารีบถลาออกไปก่อนเป็คนแรกนางตื่นเต้นที่จะได้เห็นเมืองในยุคจีนของโลกคู่ขนานแห่งนี้ยิ่งนัก
“ท่านพ่อ อุ้มๆ เ้าก่ะ”ร้องบอกให้ท่านพ่ออุ้มนางลงพื้นพร้อมชูมือสั้นๆ สองข้างหาท่านพ่อทันที
“ได้ๆ มาฮึบ โอ้เหยาเหยาของพ่อตัวน้อยเพียงนี้ให้พ่ออุ้มตลอดทั้งวันเลยดีหรือไม่”ลู่ฮันก็รีบเข้ามาอุ้มร่างน้อยๆ ลงวางที่พื้นให้อย่างแผ่นเบา
“กิ กิ กิ” เหยาเหยาไม่ตอบกลับหัวเราะด้วยเสียงประหลาดแต่กลับฟังดูน่ารักน่ามันเขี้ยวยิ่งนักและพาให้ลู่ฮันต้องหัวเราะตามไปด้วยเมื่อร่างน้อยได้ลงยืนที่พื้นนางเห็นว่าท่านพ่อเอารถม้าไปให้เสี่ยวเอ้อร์ของโรงเตี้ยมดูแลจึงเดินตามหลังท่านพ่อไปต้อยๆ พร้อมทั้งเตรียมน้ำผึ้งหยกไว้เตรียมช้อนเอาไว้แล้วด้วยล่ะ จะได้ไม่ต้องใช้นิ้วจิ้มอีก
“มีค่าฝากรถม้าหรือไม่เสี่ยวเอ้อร์”ลู่ฮันเอ่ยถามขึ้นมา
“ค่าฝากวันละ 5 อีแปะขอรับ แต่ถ้าให้น้ำให้อาหารด้วยวันละ 10 อีแปะขอรับ”
“เช่นนั้นข้าเพียงฝากวันเดียวพร้อมน้ำและอาหารขอรับ”
“ได้ขอรับ” ตอนท่านพ่อกำลังพูดคุยกับเสี่ยวเอ้อร์เหยาเหยาก็รีบเอาน้ำผึ้งหยกมาผสมในน้ำดื่มสำหรับเ้าม้าทันที
“กิ กิกินให้อร่อยนะเ้า…อืมเ้าอะไรดี ชื่ออะไรดีน้าาา อืมเอาเป็ว่าเดี๋ยวเหยาเหยาไปคิดชื่อให้ก่อนนะเ้าม้า”มือน้อยลูบที่จมูกเ้าม้าตอนที่มันก้มลมมากินน้ำที่นางเตรียมไว้ให้อย่างเอ็นดูพวกมันเมื่อลู่ฮันสั่งความกับเสี่ยวเอ้อร์เรียบร้อยก็หันกลับมาช้อนร่างน้อยๆของบุตรสาวที่ชอบเดินตามหลังเข้าต้อยๆ เหมือนลูกเป็ดนั้นขึ้นมาอุ้มแล้วพาเดินไปหาเฟยเฟยและบุตรชายทั้งสองที่รออยู่หน้าโรงเตี้ยม
“เราเข้าพักที่นี่กันก่อนเถิดนะคืนนี้”
“เ้าค่ะ/ขอรับ”