EP.2/1
อนงค์ผู้เป็ภรรยาพอเห็นสามีกลับมาอย่างปลอดภัยน้ำตาก็พรั่งพรูทันทีเธอโผเข้าไปกอดเขาไว้แน่น เหมือนกลัวว่าเพียงละสายตาอีกฝ่ายจะหายไปอีกครั้ง
แซนที่นั่งเงียบอยู่มุมหนึ่งของกระโจมจ้องมองภาพนั้นด้วยดวงตาสั่นไหวน้ำตาซึมไหลอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ เธอรู้ดีทุกลมหายใจของพ่อแม่ล้วนอยากให้เธอมีชีวิตที่ดีแต่โลกในตอนนี้การรักษาชีวิตเอาไว้เองก็สำคัญเช่นกัน
ชาญชัยยกมือขึ้นลูบหลังภรรยาเบาๆเสียงเขาแ่ลงอย่างรู้สึกผิด
“ขอโทษนะอนงค์ฉันทำให้เธอกลัวอีกแล้ว”
บรรยากาศภายในกระโจมอึมครึมด้วยความรู้สึกหลากหลายที่เอ่อล้นแต่แซนไม่มีเวลาจมอยู่ในอารมณ์นั้นนานเธอเพิ่งปลดล็อกระบบเกมที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาได้
เธอหลุบตาลงก่อนแอบเปิด "โหมดสร้าง" ของระบบในหัวขึ้นมาอย่างเงียบๆ
ภาพเสมือนของ“พื้นที่สีเขียว” ทับซ้อนบนโลกจริงทันที กระโจมเก่าๆที่ทำจากผ้าใบขาดวิ่นนี้ถูกแสดงเป็แผนผังสามมิติให้เธอเห็นทุกมุมชัดเจนราวกับว่าเธอกำลังเล่นเกมออกแบบบ้านในวัยเด็กอีกครั้ง
“มันได้ผลจริงๆ”
แซนพึมพำดวงตาเปล่งประกายระคนดีใจ
เธอกดเข้าไปในคลังไอเท็มหรือเหล่าเฟอร์นิเจอร์ต่างๆในโหมดสร้างแล้วเลือกตู้เย็นแบบพื้นฐานที่มีราคาอยู่ที่ 400 เหรียญทันทีเพราะเธอจำได้ว่าตู้เย็นมีของกินติดมาด้วย แต่ทุกครั้งที่หยิบมันออกมาจากตู้เย็นเธอจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเช่นกัน
ตอนนี้ตู้เย็นที่เธอซื้อปรากฏขึ้นในลักษณะโปร่งแสงรอให้เธอเลือกตำแหน่งสำหรับวาง แซนจึงหมุนมุมมองหาพื้นที่ว่างในกระโจมที่พอจะวางได้ แล้วแตะเพื่อ “ยืนยัน” ในการวาง
ปัง!
เสียงตู้เย็นที่ถูกสร้างขึ้นกะทันหันกระแทกกับพื้นดินดังขึ้นไม่เบานักทำเอาชาญชัยและอนงค์สะดุ้งสุดตัว รีบหันขวับไปมองอย่างใ
“ตู้เย็นนี่มาจากไหนกัน?”ชาญชัยถามเสียงต่ำ
“ของแซนเองค่ะ”เธอตอบกลับเรียบๆ แต่ในใจเต้นโครม
คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวของพ่อกับแม่แต่ยังค้างคาอยู่ที่ปลายลิ้น และแซนไม่ได้รีบร้อนจะอธิบายอะไรในตอนนี้เธอกำลังจดจ่อกับสิ่งสำคัญยิ่งกว่านั่นคือการทำความเข้าใจกับระบบลึกลับที่เพิ่งค้นพบ
เธอเดินตรงไปที่ตู้เย็นที่เพิ่งปรากฏขึ้นและพบว่ามันทำงานอยู่จริงๆ! แม้จะไม่มีปลั๊ก ไม่มีสายไฟเสียบกับแหล่งพลังงานใดๆเลยก็ตาม
ความเย็นที่แผ่ออกมาทำให้เธอมั่นใจว่าอุปกรณ์จากระบบนี้ไม่ต้องใช้ไฟฟ้าจากโลกภายนอกในการทำงานพวกมันมีแหล่งพลังงานในตัวเอง แต่หากเป็ในรูปแบบ "เกม" จริงๆเธอก็จะต้องจ่ายค่าไฟเป็เหรียญในระบบตามปกติ
แซนเปิดตู้เย็นออกช้าๆแสงสลัวจากภายในส่องกระทบใบหน้าเธอเล็กน้อย ด้านในมีของอยู่ไม่มากซึ่งก็มีขวดน้ำเปล่าเรียงกันอยู่สามขวด แต่ละขวดติดป้ายราคา 5 เหรียญ ถัดไปเป็กล่องอาหารสำเร็จรูป เช่น สเต๊กถั่วสลัดผัก และอาหารกระป๋อง ทุกกล่องมีราคาแปะไว้ที่ 18 เหรียญ
แซนไม่ลังเลหยิบกล่อง “สเต๊กถั่ว” ออกมา กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยฟุ้งออกมาในทันทีแม้เพิ่งเปิดฝาเพียงเล็กน้อยกลิ่นนั้นก็ลอยเข้าไปในจมูกของพ่อกับแม่ที่นั่งอยู่ใกล้ๆจนทั้งสองเผลอสูดดมตามโดยไม่รู้ตัว
เสียงท้องร้องโครกของแม่ดังขึ้นอย่างช่วยไม่ได้
“แซนนี่มัน สเต๊กเหรอลูก?”
ชาญชัยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทั้งไม่เชื่อและใสายตาเขาจับจ้องอยู่ที่กล่องอาหารราวกับมันคือของวิเศษที่ไม่มีวันได้เห็นในโลกใบนี้
แซนยิ้มบางๆก่อนพยักหน้า
“ใช่ค่ะพ่อสเต๊กถั่ว มันอาจจะไม่ได้หรูหราอะไรมาก แต่ก็อิ่มท้องนะคะ”
เธอมองกล่องอาหารในมือตัวเองก่อนเงยหน้ามองพ่อกับแม่ด้วยดวงตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง
“ต่อไปนี้เราไม่ต้องทนหิวอีกแล้วนะคะ ตราบใดที่แซนยังอยู่แซนจะทำให้พ่อกับแม่สบายขึ้นให้ได้ค่ะ!”
“นะนี่ลูกอย่าบอกนะว่ามันคือพลังพิเศษของแซน?”
ชาญชัยถามเสียงสั่นเขาจ้องลูกสาวเขม็ง แววตาทั้งตื่นเต้นและไม่อยากจะเชื่อ
แซนพยักหน้าช้าๆ
“จะเรียกว่าแบบนั้นก็ได้ค่ะแซนเพิ่งค้นพบมัน ตอนที่วิ่งไปหาพ่อนี่เอง”
“ดีจริงๆดีเหลือเกิน”
เสียงพ่อเธอพร่าลงอย่างกลั้นไม่อยู่
ข้างๆกัน อนงค์ถึงกับยกมือปิดปาก น้ำตาแห่งความโล่งใจเอ่อเต็มดวงตาก่อนจะไหลอาบแก้มโดยไม่ต้องมีคำพูดใด เธอไม่เคยคิดเลยว่า ในโลกที่แห้งแล้งสิ้นหวัง และโหดร้ายถึงเพียงนี้ ลูกสาวของเธอจะกลายเป็แสงสว่างที่ฟ้าเมตตาส่งมาเป็ผู้ปลุกพลังพิเศษจนได้ และพลังพิเศษนี่ก็ดูเหมือนว่ามีค่ามากใน่เวลาสิ้นหวังเช่นนี้ด้วย
แต่แซนกลับเม้มริมฝีปากแน่นเธอเองก็ยังไม่แน่ใจนักว่าสิ่งนี้คืออะไร พลังพิเศษที่คนทั่วไปได้รับจากการวิวัฒน์หรือแค่ความบังเอิญจากการที่เธอข้ามมาในโลกใบนี้แล้วได้รับพรจากพระเ้ามากันแน่
ไม่ว่าจะเป็อะไรสิ่งหนึ่งที่เธอรู้แน่ชัด คือ ห้ามให้ใครรู้เื่นี้
“เื่นี้ต้องมีแค่เราสามคนเท่านั้นที่รู้ ห้ามบอกใครเด็ดขาดนะคะ”
แซนพูดเสียงจริงจัง
“ถ้าใครรู้ว่าหนูสามารถเอาอาหารออกมาแบบนี้ได้ผู้นำหรือพวกหน่วยล่าเสบียงอาจจะมาตามตัวหนูไปพวกเขาจะไม่ปล่อยให้พลังแบบนี้อยู่นิ่งๆ แน่นอนค่ะ”
“ใช่ๆ!ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาด”
อนงค์รีบเสริมน้ำเสียงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
แซนพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะส่งจานสเต๊กถั่วให้พ่อกับแม่ คนละจาน ทั้งสามคนนั่งลงข้างกันในกระโจมผืนเก่ามองอาหารตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ กลิ่นหอมยังคงลอยอวลในอากาศแม้ภายนอกจะยังมืดครึ้มและเย็นเยียบ แต่ในใจของพวกเขากลับอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด
ก่อนลงมือกินแซนลุกขึ้นไปหยิบผ้าสีดำเก่าๆ ที่มีรอยขาดเป็ทาง แล้วค่อยๆ คลุมตู้เย็นไว้เงียบๆไม่ให้สะดุดตา ที่จริงเธอเก็บตู้เย็นเอาไว้ได้เพียงแต่มันไม่สะดวกสำหรับพ่อและแม่ของเธอเท่านั้นเธอจึงต้องคลุมมันเอาไว้เพื่อไม่ให้สะดุดตา
ต่อไปเธอต้องวางแผนการมีชีวิตให้ดีเพราะโลกนี้คือโลกที่พังทลาย เธอไม่สามารถฆ่าซอมบี้ได้เพราะไม่มีพลังมากพอแต่ถ้าอยู่ที่ค่ายอพยพต่อไปเธอก็ต้องคอยหลบๆ ซ่อนๆ อย่างไม่มีทางเลือกบางทีด้วยพลังของระบบเธออาจจะพอสร้างค่ายอพยพขึ้นมาเองได้แต่การสร้างค่ายเองไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น
“พ่อคะพรุ่งนี้ช่วยพาแซนไปเดินดูรอบๆ ค่ายหน่อยนะคะ”
เธอตั้งใจเก็บเศษไม้เศษดินพวกนั้นมาขายเอาเงินเข้าระบบสักหน่อยเงินที่มีในตอนนี้อาจจะไม่เพียงพอในระยะยาว