ตอนที่ 18 วาทศิลป์เหยียนจื่อหลิง (2)
“ทางท่านแม่ข้าจะคุยเอง พี่หญิงสี่เชิญตามสบายเถิด!”
นางกล่าวเสียงเบาอีกประโยคพลางดึงแขนที่ถูกเหยียนจื่อหลิงจับไว้ออก จากนั้นกลับไปพูดคุยกับม่ออวิ๋นเหนียงอย่างสนุกสนานต่อ เหยียนจื่อหลิงเห็นทั้งสองพูดคุยยิ้มแย้มกันไม่หยุดก็เม้มปากเล็กน้อย สักพักถึงยกมุมปากขึ้นบางๆ “เพราะน้องหญิงห้าไม่คุ้นเคยกับงานสังสรรค์เช่นนี้ พี่หญิงเองก็ไม่อยากบังคับ ไว้กลับถึงจวนแล้วอย่าไปร้องทุกข์กับท่านแม่เล่า!”
“พี่หญิงสี่กังวลเกินไปแล้ว”
เหยียนจื่อม่อปรายตามองเหยียนจื่อหลิงแวบหนึ่ง แม้แววตาจะนุ่มนวลยิ่ง แต่เหยียนจื่อหลิงยังรู้สึกถึงแรงกดดันเล็กน้อย นางไม่ชอบความรู้สึกเช่นนี้เลยจริงๆ อีกฝ่ายเป็นเพียงบุตรสาวชาวนาที่เติบโตในท้องทุ่งคนหนึ่ง คิดว่าตัวเองจะพลิกชะตาสวรรค์ได้จริงหรือ
หลังจากเหยียนจื่อหลิงเดินห่างออกไป ม่ออวิ๋นเหนียงพลันพ่นลมหายใจ ใบหน้ายิ้มแย้มเผยให้เห็นท่าทีเบิกบานราวกำลังชมละครฉากเด็ด “ปกติพี่หญิงสี่ของเจ้าเป็นคนใจกว้าง แต่เจ้าควรระวังเอาไว้บ้าง”
“อื้ม”
ใต้หล้านี้มีความใจกว้างที่แท้จริงอยู่ที่ไหนกัน ทั้งหมดล้วนเป็นเพียงการแสดงฉากหน้าเท่านั้น ทว่าชาติก่อนเหยียนจื่อหลิงอาศัยพรสวรรค์เฉพาะตัวนี้แต่งเข้าจวนฉีอ๋อง จนท้ายที่สุดกลายเป็นปลาหลี่กระโดดข้ามประตูมังกร[1]ได้สำเร็จ
หากอิงตามเรื่องราวในชาติก่อน เหยียนจื่อหลิงประสบความสำเร็จเหนือผู้ใดจริงๆ ยิ่งชื่อเสียงในฐานะสตรีอัจฉริยะยิ่งเป็นที่เล่าขาน ทว่าชาตินี้ซื่อจื่อแห่งฉีอ๋องคล้ายไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับนางนัก ถ้าอย่างนั้นแผนงานเลี้ยงท่าชิงคงไร้ประโยชน์แล้ว
เหยียนจื่อม่อครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ดูเหมือนตัวแปรเพียงหนึ่งเดียวจะเป็นพี่ใหญ่ของตนอย่างเหยียนจื่อเซี่ย การออกมาเที่ยวชมทิวทัศน์เมื่อชาติก่อนเป็นเหยียนจื่อเซี่ยที่พาเหยียนจื่อหลิงมาด้วยตนเอง แต่ชาตินี้กลับต่างออกไป
...เช่นนั้นการเปลี่ยนแปลงของฉู่อวิ๋นซื่อจื่อแห่งฉีอ๋องผู้นี้เกี่ยวข้องกับพี่ชายใหญ่อย่างนั้นหรือ
เหยียนจื่อหลิงขับร้องเสร็จ ก็ถือโอกาสหลบออกมาโดยไม่ให้ใครได้ตั้งตัว เมื่อเห็นร่างสูงสง่าของฉู่อวิ๋น ใบหน้าพลันเผยประกายความดีใจ ฝีเท้ายังคล้ายจะเร็วขึ้นเล็กน้อย “พี่อวิ๋น พระองค์ตามหาหม่อมฉันหรือ”
“ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
เหยียนจื่อหลิงเกร็งมือแน่น ตั้งแต่เหยียนจื่อม่อกลับมา ชีวิตของนางก็เปลี่ยนไปดุจพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน แม้พี่อวิ๋นจะส่งคนมาเตือนให้นางระวังตัว แต่ไม่อาจเทียบเสียงกระซิบแหบต่ำที่เอ่ยประโยคนี้ได้
เมื่อเห็นน้ำตาของนางไหลรินไม่หยุด ฉู่อวิ๋นจึงเดินเข้ามาแล้วยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้ “โตขนาดนี้แล้วยังร้องไห้อีก คนของจวนผิงซีโหวทำให้เจ้าลำบากใจหรือ”
“มิใช่เพคะ”
เหยียนจื่อหลิงรีบส่ายหน้า ตั้งแต่เล็กจนโตนางคิดมาตลอดว่าอนาคตจะแต่งให้กับพี่อวิ๋น แต่หลังจากเหยียนจื่อม่อกลับมา นางเริ่มไม่แน่ใจแล้ว เพราะไม่อาจยืนยันได้ว่าแท้จริงบิดาของตนกำลังคิดอะไรอยู่
“พี่อวิ๋น งานหมั้นหมายของพวกเราจะดำเนินต่อไปตามเดิมหรือไม่”
แม้เหยียนจื่อหลิงจะโน้มน้าวใจตนเองอยู่ตลอด แต่นางไม่อาจไม่เผชิญหน้ากับความเป็นจริงได้ โดยเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้าฉู่อวิ๋น นางห้ามมีข้อผิดพลาดแม้แต่น้อย
นางสามารถปกปิดสถานะของตนจากผู้คนมากมาย แต่ในจำนวนนั้นไม่รวมถึงราชวงศ์ ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงฉู่อวิ๋นซื่อจื่อแห่งฉีอ๋องซึ่งถูกตั้งความหวังไว้สูงในยามนี้
“เจ้าเป็นบุตรสาวสายตรงคนโตของผิงซีโหวเหยียนลี่ว์ สิ่งนี้เป็นความจริงที่ผู้ใดไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้” ฉู่อวิ๋นดึงนางเข้ามาในอ้อมอก แววตาที่วนเวียนอยู่บนแผ่นหลังนางมีคลื่นอารมณ์อันแปรปรวนแปลกประหลาดพาดผ่าน
“หลิงเอ๋อร์ เหตุใดวันนี้พี่ชายใหญ่ของเจ้าถึงไม่มาส่งพวกเจ้าเล่า”
คำถามของฉู่อวิ๋นทำให้สายตาของเหยียนจื่อหลิงเปลี่ยนแปลงไป หลังจากเงียบอยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวเสียงแผ่วเบา “บางทีคงกำลังยุ่งอยู่กับธุระอื่น! เดิมทีวางแผนว่าจะมาด้วยกันเพคะ”
เชิงอรรถ
^ สำนวน หมายถึง อุตสาหะจนในที่สุดประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่