เก็บดาวมาร้อยรัก (Girl in the rain serie)

    ดูแลแทน (ต่อ)

    แป๊บเดียวเท่านั้นละ คุณหมอหนุ่มก็ได้ยินเสียงร้องโอดโอยดังออกมาจากห้องนอน ทำให้คนที่กำลังนึกเป็นห่วงพุ่งตัวตามเข้าไปในห้องนอนด้วยทันที“เกี่ยวอะไรกับพี่วัสด้วยเล่า” ไอฝนชะงักมือที่กำลังล้างจาน หันไปมองหน้าคนที่ตามมาราวีเธออยู่ข้าง ๆ ไม่หยุด“ก็นายวัสมันออกจะห่วงตัวเปี๊ยก” อันที่จริงเขาอยากจะใช้คำว่า ‘หวง’ เลย น่าจะตรงกว่าเสียด้วยซ้ำ “และพี่ในฐานะที่เป็นเพื่อนของมัน แถมยังอยู่ห้องติดกัน ก็ต้องทำหน้าที่ดูแลน้องสาวให้มัน ไม่ให้ออกนอกลู่นอกทาง”“ไม่ต้องเลย” ไอฝนส่ายหัวยิก ๆ นึกระอากับเหตุผลของคนตรงหน้า ‘ไร้สาระสิ้นดี เสียเวลาล้างจาน’ สาวร่างเล็กเลิกสนใจคนที่พูดพร่ำไปเรื่อย แล้วกลับมาให้ความสนใจจานในอ่างต่อ รีบล้างให้เสร็จแล้วคืนให้เจ้าของไป เขาจะได้ออกไปจากห้องเธอเสียที“ฉันโตแล้ว ไม่ใช่เด็ก ๆ มีสิทธิ์ตัดสินใจเองได้ ว่าจะคบหรือไม่คบใคร” พูดทั้งที่ไม่ได้มองหน้าคนที่ยืนอิงสะโพกกับซิงก์ล้างจานอยู่ แต่ก็หวังว่าคำพูดของเธอจะเข้าไปอยู่ในหัวของเขาบ้าง“จริงเหรอ?”ไอฝนรู้สึกว่าเสียงนุ่ม ๆ ที่ดังขึ้น อยู่ใกล้จนผิดปกติ แถมจมูกก็ได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายอีกด้วย ‘เมื่อกี้ยังไม่ได้กลิ่นเลยนะ’“จริงอะไร...อุ้ย!” ใบหน้ารูปหัวใจที่หันมาหมายจะถามให้กระจ่าง แต่กลับกลายเป็นหันไปเข้าทางคนที่ยื่นหน้ายื่นจมูกเข้ามาตั้งท่ารอฉวยโอกาสจากแก้มนิ่ม  ๆ เนียน ๆ ของเธอเสียได้ฟอดดดด... คนที่แสร้งว่าไม่ได้ตั้งใจจะหอมแก้มของคนตัวเล็ก ยิ้มกริ่มตามสไตล์คนเจ้าเล่ห์“อี๋...ไอ้บ้านี่ เอาอีกแล้วนะ” ไอฝนยกต้นแขนถูแก้มตัวเองป้อย ๆ ก่อนจะใช้ข้อศอกยันอกคนตัวใหญ่ให้ถอยห่างจากเธอ แล้วสะบัดฟองน้ำยาล้างจานที่ติดมืออยู่ ใส่คนที่บังอาจมาฉวยโอกาสกับเธอเป็นการลงโทษ“เฮ้ย! มันเลอะเทอะนะตัวเปี๊ยก เล่นอะไรเนี่ย” คนที่โดนฟองน้ำยาล้างจานกระเด็นใส่ รีบยกแขนปิดใบหน้าตัวเองเอาไว้กันไม่ให้เข้าตา            “ไม่ได้เล่น เอาจริง คนฉวยโอกาสอย่างนายมันก็ต้องเจออย่างนี้แหละ ออกไปเลย ไปอยู่ไกล ๆ ฉันโน่นเลย ไป ๆ แล้วก็เลิกเรียกฉันว่าตัวเปี๊ยกซะที ฉันไม่ใช่เด็กแล้ว”“พี่ฉวยโอกาสที่ไหนกัน น้องฝนเอาแก้มมาชนหน้าพี่เองต่างหาก”“อื้อหือ แถเก่ง...”ไอฝนเปลี่ยนอาวุธใหม่ เป็นวักน้ำจากก๊อกตวัดใส่ร่างของคนช่างแถแทน เมื่อฟองน้ำยาล้างจานที่ติดอยู่ที่มือของเธอหมด ทำให้ชายหนุ่มก็ทำด้วยเช่นกัน ต่างคนต่างวักน้ำใส่กันจนเปียกปอนกันทั้งคู่ และยังไม่มีทีท่าว่าจะมีใครยอมใคร จนกระทั่ง...“โอ๊ย!” มือเล็กสะบัดไปมาด้วยความเจ็บ เพราะแทนที่เธอจะปัดมือโดนน้ำ กลับไปโดนก๊อกน้ำแทนเสียนี่ สงครามน้ำย่อม ๆ จึงต้องหยุดลงทันที“ขอพี่ดูหน่อย” คนตัวใหญ่รีบพุ่งเข้ามาคว้ามือที่เจ็บของไอฝนมาดู จะตามสัญชาตญาณของความเป็นหมอ หรือจะเพราะความห่วงใยอย่างรุนแรงก็เถอะ แต่บัดนี้มือเล็ก ๆ ก็ไปอยู่ในมือใหญ่เพื่อให้คุณหมอหนุ่มได้สำรวจอาการบาดเจ็บเป็นที่เรียบร้อย “ดีนะที่เลือดไม่ออก ระวังหน่อยสิครับ” มือใหญ่ถูหลังนิ้วที่แดงขึ้นเบา ๆ เป่าให้แผ่ว ๆ เพื่อหวังปัดเป่าความเจ็บให้จางหาย “เจ็บมากมั้ย” ถามแล้วก็ยังคงเป่าหลังนิ้วให้หญิงสาวไปด้วยความอ่อนโยนของคนตัวใหญ่ กำลังทำให้หัวใจของไอฝนคันยุบยิบ กลิ่นน้ำหอมของเขาก็กำลังทำให้เธออยากเข้าใกล้ เส้นผมดำขลับเรียงตัวกันเป็นระเบียบตัดกับความขาวนวล ๆ ของใบหน้าหล่อตี๋ ที่เธอมองเห็นเพราะเขาก้มลงมาช่างน่าสัมผัส ใบหน้าของเธอตอนนี้ก็รู้สึกร้อนวูบวาบ ‘สติ! ไอฝนสติ!’“ฉันไม่เป็นไร” มือเล็ก ๆ รีบชักกลับทันใด “ขอบคุณ แต่ฉันว่านายไปนั่งรอที่โซฟาโน่นดีกว่า อยู่ตรงนี้ก็ดีแต่กวน ไม่งั้นฉันล้างจานเสร็จนานแล้วเนี่ย แล้วดูสิพื้นครัวก็เปียกไปหมด เพิ่มงานให้ฉันแท้ ๆ เลย”  ใบหน้าที่ร้อนวูบวาบหันกลับมามองที่อ่างล้างจาน ไอฝนเลือกการล้างจานและการก้มหน้าก้มตาบ่น เป็นการปกปิดความรู้สึกของตัวเอง หากเธอคิดไม่ผิดตอนนี้ใบหน้าของเธอคงแดงเป็นลูกตำลึง ถ้าไม่หลบ คนตรงหน้าคงรู้ว่าเธอกำลังรู้สึกอะไรอยู่แต่ถึงจะหลบแล้วก็ยังไม่พ้นสายตาของคนที่จ้องมองเธออยู่ด้วยความใส่ใจและห่วงใย ใบหน้าดุจพระเอกเกาหลีจึงประดับรอยยิ้ม แววตาแวววาวอย่างไม่ได้คิดจะสนใจเสียงบ่นจากสาวเจ้าของห้อง แต่ก็ไม่คิดจะตามตอแยให้เธอเขินอายจนหาทางไปไม่เป็น คนรู้จังหวะเข้าหาหรือออกห่างหันมองซ้ายขวาก็สามารถกวาดตามองได้ทั่วห้อง เพราะที่กั้นเขตครัวเป็นเพียงเคาน์เตอร์บาร์ ไม่อาจกั้นสายตาให้อยู่แค่เพียงในครัวได้ ในที่สุดเขาก็พบสิ่งที่ต้องการ ขายาว ๆ พาเท้าก้าวออกไป ทำให้คนที่ยืนล้างจานอยู่หายใจทั่วท้องได้เพียงครู่เดียว ก่อนที่เขาจะกลับมาอีกครั้ง พร้อมกับสร้างความแปลกใจให้เธอชายหนุ่มข้างห้องจัดการถูพื้นครัวที่เขาร่วมทำให้มันเปียกจนเรียบร้อย“เดินระวังนะครับ พื้นยังไม่แห้ง ระวังจะลื่น” เพราะถึงแม้ว่าจะถูจนไม่มีน้ำเจิ่งนองแล้ว แต่พื้นเรียบ ๆ ที่ยังไม่แห้งสนิท ก็สามารถทำให้คนที่เดินไม่ระวังลื่นได้อยู่ดีชายหนุ่มพูดจบก็เดินเอาไม้ถูพื้นไปทำความสะอาดแล้วเก็บไว้ที่เดิม ก่อนจะได้ยินเสียงที่ไม่อยากได้ยิน“ว้าย!”ตึง! เพล้ง!!“โอ๊ย!”เป็นเสียงที่ตามกันมาติด ๆ จนแทบแยกไม่ออก คุณหมอหนุ่มรีบวิ่งเข้าไปดูจุดเกิดเหตุ แล้วก็ได้พบกับความระเนระนาดของเศษจานกระเบื้อง และยายตัวเปี๊ยกของเขาที่ลงไปนอนแอ้งแม้งทำหน้าเหยเกอยู่บนพื้น“เฮ้อ! เพิ่งพูดไปหยก ๆ ว่าให้ระวังลื่น ก็ยังซุ่มซ่ามเจ็บตัวจนได้สินะ” ใบหน้าหล่อเหลาส่ายไปมาเบา ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งยอง ๆ เอ่ยถามคนที่ทำตัวเองเจ็บใกล้ ๆ “เป็นยังไง เจ็บตรงไหนครับ คุณผู้ใหญ่ที่ไม่ใช่เด็ก”น้ำเสียงประชดประชันที่ดังขึ้น ทำให้คนที่นอนอยู่ในสภาพที่ไม่ปกตินัก หันมากัดริมฝีปากล่าง ถลึงตาค้อนใส่คนพูด“อ้อ คอยังหันค้อนได้อยู่ แสดงว่ากระดูกคอยังปกติดี” ว่าแล้วก็ช้อนอุ้มคนเจ็บขึ้นมาแนบอกพาไปนอนพักที่โซฟาไอฝนอยากจะดิ้นรน อยากจะหนีห่าง แต่กลับทำอะไรไม่ได้ เพราะตอนนี้เธอเจ็บจนจุก น้ำตาแทบจะไหลอยู่รอมร่อ ทั้งก้นกบ ข้อมือ ข้อศอก เจ็บชาไปหมด ถึงอยากตอบก็ไม่รู้ว่าจะเอื้อนเอ่ยบอกอาการไหนออกมาก่อน ถ้าเขาไม่อุ้มขึ้นมา เธอก็ลุกไปไหนไม่ไหวอยู่ดีคุณหมอหนุ่มกวาดสายตามองสำรวจไปทั่วร่างของคนตัวเล็ก เห็นแผลที่ถูกเศษกระเบื้องบาดที่แขนซ้ายหนึ่งที่ นอกนั้นก็ไม่ปรากฏแผลใด ๆ อีก แต่สำหรับภายในเขาไม่อาจจะรู้ได้ นอกจากจะถามเจ้าตัว“ตกลงเจ็บตรงไหนครับ เจ็บแขนรึเปล่า พี่จับแบบนี้เจ็บมั้ย?” คุณหมอหนุ่มจับเรียวแขนซ้ายของคนเจ็บชูขึ้นมา“ไม่ได้เจ็บข้างนี้” คนเจ็บชักแขนกลับ แล้วบอกข้างที่ถูกต้องกับคุณหมอหนุ่ม “เจ็บข้างนี้ต่างหากเล่า” ยกแขนอีกข้างที่รู้สึกเจ็บที่ข้อมือจนชาขึ้นมาช้า ๆ คงเพราะตอนล้มเธอเอามือยันพื้นเอาไว้ แรงกระแทกเลยทำให้เจ็บที่ข้อมือแบบนี้“ขอพี่ดูหน่อยนะครับ” มือใหญ่จับมือเล็กเอาไว้มองดูความผิดปกติ ก่อนจะเคาะ ๆ จับบิดจับงอ“โอ๊ย...!!” ไอฝนเข้าใจว่านั่นคงเป็นวิธีตรวจอาการของคนเป็นหมอ แต่ว่าก็เธอเจ็บนี่นา เล่นจับมือเธองอลงไปด้านหน้าอย่างนั้น หากเป็นปกติมันก็คงไม่เจ็บ แต่นี่มันไม่ปกติไง...ทำมาได้! หายก่อนเถอะ จะเอาคืนให้เจ็บบ้างเลย “เจ็บมากเหรอครับ ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วไม่ใช่เหรอ ต้องอดทนหน่อยนะ” ใบหน้าหล่อประดับรอยยิ้ม ยื่นเข้าไปพูดใกล้หน้าของคนเจ็บ ก่อนจะผละจากไปยังห้องครัวอีกครั้ง “ยังไม่ถึงกับหักหรอก เดี๋ยวประคบเย็นซะหน่อยก็ดีขึ้น”คนข้างห้องเดินตรงไปเปิดตู้เย็น ราวกับว่าเป็นเจ้าของห้องเสียเอง สายตากวาดมองหาถุงเจลที่เขาเอาใส่ในถุงขนมมาด้วย ตอนที่เอาถุงผ้ามาคืนให้เธอ จนกระทั่งเจอ“ดีนะที่ยังเอาใส่ตู้เย็นไว้” คุณหมอหนุ่มระบายยิ้มอย่างพอใจ พูดพึมพำในขณะที่ถือถุงเจลกลับมาประคบที่ข้อมือให้กับสาวเจ้าของห้อง ที่ตอนนี้ขยับตัวขึ้นมานั่งแทนนอน “ตัวเปี๊ยก...”“ฉันไม่ได้ชื่อตัวเปี๊ยก” ความเจ็บเบาบางลงแล้ว มีแรงเถียงกลับได้“โอเค น้องฝนมียาใส่แผลติดห้องไว้บ้างรึเปล่าครับ”“หึ ฉันเพิ่งจะย้ายเข้ามา ยังไม่ได้ซื้อยาพวกนั้นไว้เลย”“ถ้าอย่างนั้นก็ถือเจลประคบเอาไว้นะ เดี๋ยวพี่ไปเอาที่ห้องมาให้” ชายหนุ่มถือวิสาสะจับมืออีกข้างของหญิงสาวให้มาจับถุงเจลประคบมือข้างที่เจ็บของตัวเองไปก่อน แล้วจึงเดินออกจากห้อง โดยไม่ได้รอฟังว่าคนเจ็บจะว่าอะไรหรือไม่ผ่านไปไม่ถึงสามนาที คุณหมอหนุ่มก็กลับมาพร้อมกับกระเป๋ายาใบไม่เล็กไม่ใหญ่ มาทำแผลที่แขนที่ถูกเศษกระเบื้องบาดให้กับคนเจ็บ จากนั้นก็ไปจัดการเก็บกวาดเศษจานกระเบื้อง ที่แตกกระจายอยู่ในห้องครัวให้อีกด้วย“น้องฝนมีผ้าพันคอผืนใหญ่หน่อยมั้ยครับ” คนที่ทำความสะอาดในครัวเสร็จแล้ว เดินกลับมาถาม“จะเอามาทำอะไร” คนถูกถามเงยหน้าถามคนตัวสูงด้วยแววตาสงสัย“ทำที่พักข้อมือให้เราไง น้องฝนไม่ควรขยับข้อมือสักพักนะ ถ้าไม่อยากให้มันอักเสบมากกว่านี้ ช่วงนี้ใช้มือซ้ายข้างเดียวไปก่อน ฝืน ๆ หน่อยเดี๋ยวก็ชิน” เขารู้ว่าคนตรงหน้าถนัดขวา การที่จู่ ๆ ต้องใช้แต่มือซ้ายข้างเดียว คงลำบากอยู่บ้าง“อือ” เสียงตอบเอื่อยอ่อยอย่างยอมจำนน “อยู่ในตู้ เดี๋ยวไปหยิบให้” พูดจบก็ลุกขึ้นเดินกระย่องกระแย่ง เพราะยังเจ็บก้นกบไม่หาย เข้าไปในห้องนอน-------------------------------------- เรื่องนี้อีบุ๊กออกแล้วนะคะ ใครสนใจสามารถเข้าไปที่ www.mebmarket.com พิมพ์ ชื่อเรื่อง หรือ ลูกตุ้มเงิน แล้วกดค้นหาได้เลยค่ะส่วนคนที่สนใจแบบรูปเล่ม ตอนนี้เปิดให้จองแล้วค่ะ รายละเอียดตามรูปด้านล่างค่ะ