คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 81 :มังกรทั้งสอง

            ตอนที่ 81 :มังกรทั้งสอง

             

            “ไม่ ! ” เยว่เยว่ยืนยันหนักแน่น“นี่เป็นของขวัญที่พ่อตั้งใจให้หนูเป็นพิเศษ หนูไม่ให้ใครทั้งนั้น ! ”

             

            “เอาน่า พี่ซือฉีอย่ารังแกเยว่เยว่ของเราสิ” เหอจิงจิงทนดูไม่ได้ เธอหัวเราะแล้วพูดว่า  “ถ้าอยากได้อัลบั้มภาพพี่ก็ไปขอเมิ้งอีโดยตรงเลยก็ได้ไหม ? ”

             

            “ไปขอเมิ้งอี ? ”เฉิงซือฉีหันไปมองหลี่เมิ้งอีและถามอย่างจริงจัง “บอกมาตามตรง พวกเธอเอาอัลบั้มภาพ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ ชุดลิมิเต็ดอิดิชั่นมาจากไหน ? ”

             

            “หลิวจือเซียเป็นคนเอามาไว้เขากลับมาแล้วฉันจะถามให้ก็แล้วกัน” หลี่เมิ้งอีพูด “ถ้าเขามีอีกฉันจะขออีกชุดมาให้พี่นะ”

             

            “เขาหามาได้งั้นหรือ ? ”

             

            เฉิงซือฉีจ้องตาโตพร้อมพูดเสียงสูง“เธอรู้ไหมว่าชุด ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ คือนิทานสำหรับเด็กที่เป็นที่นิยมที่สุดในตอนนี้เลยนะต่อให้ขายได้ไม่ถึง 50 ล้าน ยังไงก็ต้องถึง 30 - 40 ล้านเล่มอัลบั้มภาพชุดลิมิเต็ดอิดิชั่นหาซื้อได้ยากมาก แต่หลิวจือเซียหามาได้งั้นหรือ ? ”

             

            “แม่ซือฉี 50 ล้านนี่เยอะไหมคะ ?ซื้อลูกอมให้เยว่เยว่ได้กี่อันหรือคะ ? ” เพราะตอนนี้เยว่เยว่บวกลบเลขได้ไม่เกิน 100เลขที่เกิน 100 จึงไม่รู้เลย

             

            “50 ล้านมันเยอะมาก ๆๆๆ เลย ! ”หลี่เมิ้งอีลูบหัวเล็ก ๆ ของเยว่เยว่ “ถึงตอนนั้นก็ไม่ต้องซื้อลูกอมแล้ว 50ล้านเนี่ยสร้างโรงงานทำลูกอมให้เยว่เยว่ได้เลย ทีนี้เยว่เยว่ก็จะกินลูกอมเท่าไรก็ได้ที่อยากกิน”

             

            “ว้าว เยอะจังเลย ! ”  เยว่เยว่ตื่นเต้นขึ้นมาทันทีและไชโยโห่ร้องเสียงดัง “ไชโย ไชโย ! เยว่เยว่จะได้กินลูกอมเยอะ ๆ แล้ว…”

             

            “เฮ้ เยว่เยว่  ป้ากำลังพูดเรื่อง ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’…”  ทันทีที่เฉิงซือฉีพูดคำนั้นออกมา ความเป็นไปได้อย่างหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว

             

            เธอลุกพรวดขึ้นยืนและมองหลี่เมิ้งอีกับเหอจิงจิงที่กำลังแอบหัวเราะอยู่ด้วยสายตาเหลือเชื่อ แล้วอุทานออกมาว่า “ไม่นะ ไม่จริงน่า ‘เซียเยว่’ นักเขียน ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ คือหลิวจือเซียหรือ ? ”

             

            “ไม่งั้นจะเป็นใครล่ะ ? ” เหอจิงจิงหัวเราะคิกคัก“เป็นไงพี่ซือฉี ? คิดไม่ถึงใช่ไหมล่ะ ประหลาดใจไหม ตื่นเต้นรึเปล่า ? ”

             

            “ข่าวนี้มันช่าง…”  เฉิงซือฉีกลืนน้ำลายและพูดอย่างยากเย็นว่า“ทั้งคาดไม่ถึง ประหลาดใจ และตื่นเต้นจริง ๆ ! ”

             

            ต่อให้ตีเฉิงซือฉีให้ตายเธอก็ไม่เชื่อว่าเซียเยว่ผู้แต่ง ‘นิทานก่อนนอนของเยว่เยว่’ นิทานสำหรับเด็กที่ขายดีที่สุดในตอนนี้ที่แท้ก็คือชายหนุ่มอายุ 20 ต้น ๆ ที่เพิ่งจบจากมหาวิทยาลัย

             

            ถ้าข่าวนี้แพร่ออกไป  เกรงว่าวงการนิทานเด็กทั้งโลก  กระทั่งนักเขียนทั้งโลกจะต้องตกตะลึงครั้งใหญ่แน่ๆ !

             

            “เอาล่ะ พี่จิงปล่อยพี่ซือฉียืนช็อคอยู่นี่แหละ อาหารพร้อมแล้ว เราไปกินข้าวกันเถอะ ! ”

             

            ตอนที่หลี่เมิ้งอีรู้เรื่องนี้เธอก็มีท่าทางไม่ต่างจากเฉิงซือฉีมากนัก “เยว่เยว่ ไปล้างมือแล้วมากินข้าวเร็ว ! ”

             

            …………………

             

            วันต่อมา ตอนย่ำรุ่งฟ้าเพิ่งสว่าง

             

            หลิวจือเซียที่แต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็ปลุกหลางเวิ่นซิงจากการหลับใหลขึ้นมาอย่างไร้หัวใจและลากหลางเวิ่นซิงตรงไปที่ถนนย่านการค้าอวี้หาง

             

            หลางเวิ่นซิงถูกหลิวจือเซียลากไปเดินถนนด้วยความมึนงงพวกเขาซื้อของทั้งถุงใหญ่ถุงเล็กไม่รู้ตั้งกี่ถุง ส่วนใหญ่เป็นของเยว่เยว่มีบ้างที่ซื้อไปฝากฮันฮันกับเหวินเหวิน

             

            สุดท้ายหลิวจือเซียไม่รู้ว่าอะไรดลใจเขาให้วิ่งเข้าไปที่ร้านเครื่องประดับและซื้อหยกที่สลักรูปพระศรีอริยเมตไตรยโดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ

             

            เครื่องบินออกเวลา 11.00 น.  ทั้งสองคนออกจากถนนย่านการค้ามุ่งหน้าไปสนามบิน  และกลับถึงบ้านประมาณบ่ายโมง

             

            “ติ๊งต่อง ! ”

             

            แม้ว่าจะเป็นบ้านตัวเองแต่ตอนนี้มีคนอยู่ที่บ้าน และหลิวจือเซียก็ไม่ชอบพกกุญแจบ้าน

             

            “แอ๊ด ! ”

             

            เมื่อประตูเปิดออกด้านหน้าหลิวจือเซียคือผู้หญิงที่มีใบหน้าสวยแบบธรรมชาติซึ่งสูงถึง 180 ซม.ยืนอยู่

             

            ผู้หญิงคนนี้ดูเหมือนจะมีอายุประมาณ 35-36ปี  แต่ความสูงของเธอทำให้คนอื่น ๆรู้สึกถูกกดขี่ก็มิปาน

             

            “เอ่อ… ขอโทษครับ ผมมาผิดบ้าน ! ”หลิวจือเซียยืนตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันหลังจะเดินออกไป

             

            ในตอนที่หันหน้ากลับไปนั่นเองเขาก็บังเอิญเห็นป้ายบ้านเลขที่ 802 ที่บ้านตรงข้าม  หลิวจือเซียจึงพูดว่า “ไม่นี่ก็ไม่ผิดไม่ใช่หรือ ? ”

             

            ดังนั้นหลิวจือเซียจึงหันกลับไปอีกครั้งและพูดว่า “ขอโทษครับ ที่นี่ใช่บ้านเลขที่ 801อาคาร 16 รึเปล่าครับ ? ”

             

            “ไม่ใช่ คุณมาผิดแล้ว”ผู้หญิงคนนั้นส่ายหน้า เสียงของเธอไม่ดังนัก แต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก

             

            “อ๋อ ! ” หลิวจือเซียพยักหน้าและหันหลังจะจากไปอีกครั้ง

             

            “คิกคิก ! ”

             

            ตอนนั้นเอง เสียงหัวเราะก็พลันดังขึ้นและเหอจิงจิงโผล่หัวออกมาจากช่องประตู “พี่ซือฉี เลิกแกล้งหลิวจือเซียได้แล้ว !เฮ้ หลิวจือเซีย จำเสียงฉันได้รึเปล่า ? ”

             

            เสียงนี้ฟังคุ้นหูจริง ๆหลิวจือเซียขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่สักพักแล้วทันใดนั้นเขาก็จำเสียงผู้หญิงที่ตะโกนผ่านนาฬิกาโทรศัพท์ในร้านขนมวันนั้นได้

             

            เขาอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ “คุณนี่เองผู้หญิงหัวดื้อคนนั้น ! ”

             

            “พรืด ฮ่า ๆๆ ! ”คราวนี้เป็นตาเฉิงซือฉีหัวเราะบ้าง “ขำเป็นบ้า ผู้หญิงหัวดื้อ ชื่อนี้ดีแฮะ  ฉันตัดสินใจแล้วจากนี้ไปฉันจะเรียกเธอว่าผู้หญิงหัวดื้อ จิงจิง”

             

            “หลิวจือเซีย นายว่าอะไรนะ ? ”เหอจิงจิงเริ่มอารมณ์เสีย และความโกรธก็ใกล้จะระเบิดออกมา

             

            เวลานี้หลิวจือเซียรู้สึกเสียใจขึ้นมานิดหน่อยปากเสีย ๆ ของเขานี่ ทำไมต้องพูดความจริงออกมาด้วยกัน ?

             

            “อย่าโกรธเลย โกรธคือโง่ โมโหคือบ้านะ ! ”หลิวจือเซียรีบโบกมือ “ว่าแต่พวกคุณทำไมมาอยู่ที่นี่ได้กัน ? ”

             

            “ทำไมฉันจะอยู่ที่นี่ไม่ได้ ? ”เหอจิงจิงถลึงตาจ้องหลิวจือเซียอย่างดุร้าย “เยว่เยว่อยู่ที่นี่  พวกเราคือคนที่สนิทที่สุดของเยว่เยว่ทำไมจะมาที่นี่ไม่ได้ ยังไง นายจะเข้ามาไหม ? ”

             

            “เข้า ๆๆ ! ” หลิวจือเซียพยักหน้ารัว ๆมีแต่คนโง่แหละที่ยินดีจะอยู่ข้างนอกทั้งคืน

             

            “คุณพ่อ ! ”ทันทีที่หลิวจือเซียเดินถือถุงทั้งเล็กและใหญ่เข้าไปในห้องนั่งเล่นเยว่เยว่ก็วิ่งเข้ามาหาด้วยความดีใจ

             

            “เฮ้ ! ” หลิวจือเซียทิ้งของในมือทันทีและกอดเยว่เยว่เอาไว้ จากนั้นก็หอมแก้มเด็กน้อยไปสองครั้ง แล้วพูดว่า“เมื่อวานนี้หนูเป็นเด็กดีเชื่อฟังคุณแม่รึเปล่า ? ”

             

            “เป็นค่ะ เยว่เยว่เป็นเด็กดีถ้าพ่อไม่เชื่อก็ถามคุณแม่ได้เลย ! ” เยว่เยว่กอดคอหลิวจือเซียอย่างมีความสุขแล้วหันหน้าบุ้ยปากไปทางหลี่เมิ้งอี

             

            “อืม เมื่อวานเยว่เยว่เป็นเด็กดีมาก ! ”หลี่เมิ้งอีพยักหน้าให้ความร่วมมือ “เอาแต่พูดถึงนายทั้งวัน”

             

            “จริงหรือ ? ”หลิวจือเซียมองเยว่เยว่พร้อมหัวเราะ “เยว่เยว่พูดถึงพ่อว่าอะไรหรือ ?ไม่ใช่ว่าไม่มีพ่อเล่านิทานให้ฟังเลยนอนไม่หลับนะ ? ”

             

            “ใช่ค่ะ ! ” เยว่เยว่พยักหน้าอย่างจริงจังจากนั้นก็พูดอย่างไม่ชอบใจ “นิทานของคุณแม่ไม่สนุกเลย เยว่เยว่เลยนอนไม่หลับ”

             

            “เด็กคนนี้นี่อยู่กับพ่อแค่ไม่นานก็คิดว่านิทานแม่ไม่สนุกซะแล้ว ! ”เหอจิงจิงเดินหน้าบึ้งเข้ามาบีบแก้มเด็กน้อย “ระวังเถอะ แม่จะไม่ใจดีกับหนูแล้ว !”

             

            “ฮึ ป้าจิงจิงใจร้าย แม่ไม่ทำแบบนั้นหรอก!” เยว่เยว่ส่ายหน้า “แม่คะ ที่ป้าจิงจิงพูดไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหมคะ ? ”

             

            “ใช่จ๊ะไม่ว่าเมื่อไรแม่ก็จะดีกับเยว่เยว่เสมอ ! ”หลี่เมิ้งอีชอบดูสองคนนี้เถียงกันเป็นที่สุด

             

            “งั้นป้าจิงจิงก็จะไม่ใจดีกับหนูแล้ว”เหอจิงจิงหันหน้าหนีทำงอนเหมือนเด็ก ๆ “วันหลังถ้าป้ามีของอร่อย ๆ ของเล่นสนุก ๆจะซ่อนให้หมดเลย จะไม่ให้อะไรหนูเลย”

             

            “เอาล่ะ จิงจิง จะทะเลาะกับเยว่เยว่ทำไมกัน? ”

             

            เฉิงซือฉีเดินเข้ามาแล้วหันไปพูดกับหลิวจือเซีย “หลิวจือเซีย ฉันรู้จักนายนักร้องนักแต่งนิทานที่เป็นที่นิยมที่สุดในตอนนี้ ! เธอคนนั้นชื่อเหอจิงจิงเป็นผู้ช่วยของเมิ้งอี ฉันชื่อเฉิงซือฉี เป็นผู้จัดการของเมิ้งอี ฉันรู้สึกสนใจในความสามารถของนายนะไม่สนใจจะมาอยู่ในสังกัดฉันหรือ ? ”

             

            “เอ่อ…”

             

            ความตรงไปตรงมาของเฉิงซือฉีทำเอาหลิวจือเซียถึงกับไปไม่เป็น  คน ๆ นี้ช่างเป็นลูกผู้ชายตัวจริง แมนสุด ๆวิธีการชื่นชมและฉกคนกันแบบตรงไปตรงมา รวมกับความสูงที่น่ากลัวนั่นไม่ว่าจะมองยังไงเธอก็ดูเหมือนประธานาธิบดีหญิงที่น่าเกรงขาม

             

            “ขอโทษครับ ผมเซ็นสัญญาเป็นศิลปินของเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์แล้วครับ”

             

            หลังจากอึ้งอยู่ครู่หลิวจือเซียก็ได้สติและกล่าวปฏิเสธด้วยเหตุผล “อีกอย่าง พี่ซิงก็ดีกับผมมากถ้าผมไปจากพี่เขาตอนนี้ ผมก็เป็นคนเนรคุณสิครับ”

             

            “ดี ! ”เฉิงซือฉียื่นมือมาตบที่ตัวของหลิวจือเซีย “รู้จักบุญคุณคน นี่สิลูกผู้ชายตัวจริง! ฉันยิ่งชอบนายเข้าไปอีก มาที่สตูดิโอฉันเถอะ เหล่าหลางให้อะไรนายฉันจะให้นายเป็นสองเท่าเลย ! ”

             

            “พี่ซิงให้สตูดิโอผม ! ”

             

            เมื่อได้ยินความหมายในคำพูดของเฉิงซือฉีดูเหมือนว่าเธอจะคุ้นเคยกับหลางเวิ่นซิงมาก ดังนั้นหลิวจือเซียจึงบอกความจริงออกไป“พี่ซิงตั้งสตูดิโอให้ผม แล้วรับรายได้ของสตูดิโอ 20 เปอร์เซนต์”

             

            “อะไรนะ ? สตูดิโอ ? ” เฉิงซือฉีตกตะลึงคิดไม่ถึงว่าหลางเวิ่นซิงจะใจใหญ่แบบนี้ “เป็นสตูดิโอในสังกัดใช่ไหม ? ”

             

            “ไม่ใช่ครับ ! ” หลิวจือเซียส่ายหน้า“เป็นสตูดิโอส่วนตัว ! ”

             

            “ฮ่าฮ่า นายชนะแล้ว ! ” เฉิงซือฉียอมแพ้ทันที“เหล่าหลางนี่ร้ายจริง ๆ ไม่งั้นล่ะก็…”

             

            “ก๊อก ก๊อก  ก๊อก ! ”

             

            ขณะที่เฉิงซือฉีกำลังพูดอยู่นั้นก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

             

            “โอ๊ย ไม่จบไม่สิ้นสักที ! ”

             

            เหอจิงจิงโมโหแล้วเมื่อไม่มีที่ให้เอาความโกรธไปลง เธอก็เดินปึงปังไปที่ประตูเปิดประตูออกแล้วพูดว่า “เคาะอยู่ได้ เคาะหาอะไรนักหนา ไม่เห็นกริ่งที่ประตูหรือ…”

             

            เหอจิงจิงพูดไปได้ครึ่งทางก็เห็นหน้าคนที่มาเธอจึงหยุดชะงักทันที และถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แล้วพูดเสียงเบาว่า “หลางประธานหลาง…”

             

            “พี่จิง อย่าหยาบคายกับคนอื่นสิ...”เมื่อเสียงของเหอจิงจิงขาดหายไปกะทันหัน หลี่เมิ้งอีจึงคิดว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นแต่พอออกมาดู เธอก็สะดุ้งตกใจ “ประธานหลาง ! ”

             

            “พี่ซิงมาหรือ ? ”

             

            หลิวจือเซียรีบวิ่งมาที่ประตูและเห็นหลางเวิ่นซิงกับเหอจิงจิงทำตาโตจ้องหน้ากันอยู่

             

            “แค่ก แค่ก ! ” หลังจากกระแอมไปเล็กน้อยหลิวจือเซียก็พูดว่า “พี่ซิง จะมาทำไมไม่โทรมาบอกล่วงหน้าก่อน ? ผมจะได้เตรียมตัว! ”

             

            “เตรียมตัวอะไร ? ”หลางเวิ่นซิงเดินผ่านเหอจิงจิงเข้ามาในบ้านและมองหลิวจือเซียด้วยสายตาราวกับสัตว์ร้าย “นายจะได้ซ่อนชู้รักนายได้ทันใช่ไหม ?”

             

            “ก็ว่าใครมันพูดจาน่าเกลียดที่แท้ก็นายนี่เอง เจ้าหัวหมาป่า ! ”เฉิงซือฉีเอนตัวพิงกรอบประตูทางเข้าระเบียงและมองหลางเวิ่นซิงอย่างเย็นชา “ทำไมกันหัวหน้ามาสัมผัสชีวิตครอบครัวของลูกน้องหรือไง ? ”

             

            “เหอจิงจิงผู้หญิงหัวดื้อนั่นกับดาราหลี่เมิ้งอียังอยู่กับเธอจริงๆ ! ” เมื่อเห็นเฉิงซือฉี ใบหน้าของหลางเวิ่นซิงก็แสดงสีหน้าซับซ้อนออกมาแต่เขาก็ปกปิดมันอย่างรวดเร็ว “เธอมาทำอะไรที่นี่ ? ”

             

            เฉิงซือฉีย้อนว่า “คนของฉันอยู่ที่นี่ไม่ให้ฉันอยู่ที่นี่แล้วจะให้ไปอยู่ที่ไหน ? ”

             

            “เธอก็รู้ว่าฉันหมายความว่าอะไร ! ”หลางเวิ่นซิงพูดเสียงต่ำ “จือเซียเพิ่งเริ่มเข้าวงการ  ฉันไม่อยากให้เขามีเรื่องชู้สาวกับใครมันจะส่งผลกระทบกับเขา ! ”

             

            “ผ่านมาตั้งหลายปีนายไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด ยังเห็นแก่ตัวเหมือนเดิม ! ” เฉิงซือฉีพูดเสียดสี“ไม่อยากรู้หรือว่าทำไมเมิ้งอีของพวกเราถึงมาอยู่ที่นี่ ? ”

             

             

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน