ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น

    เล่มที่ 3 บทที่ 78 อุกกาบาตเพลิงตกลงมาจากฟากฟ้า? สถาบันชิงหลงเป็นฝ่ายชนะ!

            “สถาบันไป๋หู่งัดไม้เด็ดในการประลองครั้งสุดท้ายแล้ว!”

            “แล้วสถาบันชิงหลงจะรับมือยังไง?”

            “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในตอนนี้ล้วนต้องถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์!”

            ยักษ์หินทรายสิบสามตัว สูงกว่ายี่สิบเมตรล้อมรอบเวทีทั้งหมด

            พวกมันเหมือนต้นไม้ใหญ่ในป่าดึกดำบรรพ์ร่างกายที่กำยำและศีรษะที่ใหญ่โต บดบังท้องฟ้าไว้จนมิด

            หยางเหิง โจวเย่ และหลินเทียนชื่อทั้งสามคนปลดปล่อยพลังวิญญาณทั้งหมดในร่างกายออกมา

            นี่คือการต่อสู้ที่เดิมพันด้วยศักดิ์ศรีของสถาบันไป๋หู่นี่คือการทุ่มสุดตัวที่แลกมาด้วยพลังงานทั้งหมดในร่างกาย

            ตลอดหลายนาทีที่ผ่านมาสถาบันไป๋หู่ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างสิ้นเชิง

            แต่พวกเขาก็ไม่ถอย แม้จะต้องล้มลงพวกเขาก็ยังคงรักษาศักดิ์ศรีเอาไว้

            การทุ่มสุดตัวคือความเคารพสูงสุดที่มีต่อการแข่งขันครั้งนี้

            ยักษ์หินทรายสิบสามตัวง้างหมัดพร้อมกันแล้วทุบลงมาบนพื้น

            หากหมัดทั้งสิบสามนี้ตกลงพื้นเวทีทั้งหมดจะต้องพังทลายเป็นเสี่ยงๆ

            แต่บนใบหน้าของเซี่ยวซิงอวี่กลับไม่มีแม้แต่ความตึงเครียดหรือความหวาดกลัวสักนิดทุกการกระทำล้วนเต็มไปด้วยความสง่างามและเยือกเย็นของศิลปินผู้มากประสบการณ์

            “ลิ่วจิน พี่หยางซั่ว”

            เซี่ยวซิงอวี่เรียกชื่อเพื่อนร่วมทีมทั้งสองคนความเข้าใจระหว่างทั้งสามคนนั้นไม่ต้องพูดถึง

            “สถานการณ์ฉุกเฉินสถาบันชิงหลงทำไมยังไม่ตอบโต้?”

            “แปลกมากสัตว์อสูรของผู้เข้าแข่งขันทั้งสามของสถาบันชิงหลงหายไปไหนแล้ว...”

            “บนท้องฟ้า พวกมันอยู่บนฟ้า!”

            กล้องถ่ายทอดสดจับภาพตามเสียงตะโกนของพิธีกรแหงนหน้าขึ้นถ่ายบนท้องฟ้า

            ในขณะนี้หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกอยู่สูงขึ้นไปเหนือเวที

            หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกไม่ใช่สัตว์อสูรประเภทบินได้ไม่มีปีก แต่มันถูกค้างคาวกระดูกปีกอสูรและกริฟฟินอัสนีลากขึ้นไปบนท้องฟ้า!

            พลังวิญญาณของเซี่ยวซิงอวี่พลุ่งพล่านเปลวเพลิงลุกโชนบนร่างของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรก

            ค้างคาวกระดูกปีกอสูรส่งเปลวเพลิงวิญญาณสีเขียวทั้งหมดเข้าสู่ร่างกายของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรก

            เปลวเพลิงวิญญาณผสานเข้ากับเพลิงนรกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

            ตัวตนของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกมองไม่เห็นอีกแล้วผู้คนเห็นเพียงลูกไฟสีเขียวเข้มขนาดมหึมาลอยอยู่บนท้องฟ้า!

            ลูกไฟพองตัวขึ้นเรื่อยๆดูเหมือนอุกกาบาตที่ตกลงมาจากนอกอวกาศ!

            ซี่ๆๆๆ~

            ผิวของลูกไฟมีกระแสไฟฟ้าสีฟ้าวิ่งเปรี๊ยะๆ

            นี่คือพลังสายฟ้าจากกริฟฟินอัสนี

            พิธีกรร้องตะโกนด้วยความตกใจ“พลังของค้างคาวกระดูกปีกอสูรและกริฟฟินอัสนีทั้งหมดถูกส่งเข้าสู่ร่างของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรก!”

            ลูกไฟใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเส้นผ่านศูนย์กลางเกินกว่าร้อยเมตรแล้ว!

            ไม่เพียงแค่นั้น ลูกไฟยังคงพองตัวต่อไปไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

            เมื่อเทียบกับลูกไฟแล้วยักษ์หินทรายสูงยี่สิบเมตร ดูเล็กจิ๋วเหลือเกิน!

            เปลวเพลิงวิญญาณเพิ่มความเสียหายจากการเผาไหม้ทางจิตวิญญาณสร้างความเสียหายทางจิตใจต่อศัตรู

            เพลิงนรกเพิ่มความเสียหายที่แท้จริงเพิกเฉยการป้องกันเกราะของศัตรู

            พลังสายฟ้ามีผลในการทำให้เป็นอัมพาต

            ลูกไฟที่รวมสามพลังเข้าด้วยกันตกลงมาจากท้องฟ้าอย่างกะทันหัน ดูเหมือนอุกกาบาตที่กำลังร่วงหล่น!

            นี่คือท่าไม้ตายผสานของสามสหายสถาบันชิงหลง[อุกกาบาตเพลิงสายฟ้า]

            ลูกไฟเส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 200เมตร ตกลงมาจากท้องฟ้าอย่างอิสระ ทะลุผ่านเมฆดำมืดพุ่งเข้าใส่สนามประลอง

            ลูกไฟมีขนาดใหญ่เกินไปครอบคลุมพื้นที่ครึ่งหนึ่งของทะเลสาบ

            ยักษ์หินทรายสิบสามตัวไม่มีที่ให้หลบหนีถูกลูกไฟบดขยี้ในพริบตา กลายเป็นเศษทรายและหิน กระจายไปในพริบตาพร้อมกับลมบ้าคลั่ง

            ขณะที่ลูกไฟระเบิดเมฆเห็ดสีดำก็ลอยขึ้นอย่างช้าๆ

            คลื่นพลังงานจากการระเบิดพลิกผืนน้ำในทะเลสาบคลื่นซัดสาดอยู่นานไม่สงบ

            ภาพที่เห็นนั้นช่างน่าตกตะลึงไม่ต่างอะไรกับอุกกาบาตของจริงที่ตกลงมา

            ฝูงชนรอบทะเลสาบแตกกระเจิงหนีตายด้วยความกลัวว่าจะได้รับบาดเจ็บจากเปลวไฟที่ลามมาถึง

            หลังจากเวลาผ่านไประยะหนึ่งเปลวไฟบนเวทีค่อยๆ ดับลง

            ผู้เข้าแข่งขันสามคนของสถาบันไป๋หู่ล้มลงบนพื้นพลังวิญญาณหมดสิ้น ดวงตาหม่นหมอง ใบหน้าขาวซีดเหมือนปูนฉาบผนังบ้านใหม่

            ยักษ์หินล้มลงไม่ไหวติงหมาป่าเนตรปีศาจครามกลอกตา อสรพิษแดงฝังทรายหมดสติ

            หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกยังคงยืนหยัดอย่างองอาจเคียงข้างเซี่ยวซิงอวี่พลังปีศาจที่แผ่ออกมาไม่ลดลงแม้แต่น้อย

            ค้างคาวกระดูกปีกอสูรร่อนลงข้างหลังมู่หรงซินซินส่งเสียงร้องอย่างยินดี

            กริฟฟินอัสนีที่บินอยู่เหนือหัวมู่หรงหยางซั่วดูเบิกบานใจใบหน้าหยิ่งยโสจนน่าหมั่นไส้

            การต่อสู้จบลงแล้ว

            หลังจากความเงียบสงบพักใหญ่กรรมการก็ฟื้นคืนสติ เป่านกหวีดประกาศสิ้นสุดการแข่งขัน

            พิธีกรกระโดดขึ้นบนโต๊ะบรรยายคว้าไมโครโฟนตะโกนเสียงดัง

            “การต่อสู้สิ้นสุดลงแล้ว!”

            “ฝ่ายที่ได้รับชัยชนะ คือสถาบันชิงหลง!”

            ในชั่วพริบตา ปืนใหญ่ก็ส่งเสียงดังลั่นสายรุ้งโบยบินเต็มท้องฟ้า

            ภายใต้กล้องถ่ายทอดสดเซี่ยวซิงอวี่ทั้งสามคนเผยรอยยิ้มสดใส

            นี่เป็นครั้งแรกที่มู่หรงซินซินหัวเราะอย่างเปิดเผยในที่สาธารณะเธอไม่ค่อยมีความสุขแบบนี้

            ความรู้สึกที่ได้ต่อสู้เคียงข้างเซี่ยวซิงอวี่ทำให้มู่หรงซินซินรู้สึกสบายใจมาก

            “ลิ่วจิน เราชนะแล้ว!”

            เซี่ยวซิงอวี่ตื่นเต้นมากเขากอดเอวอันบอบบางของมู่หรงซินซิน เพื่อแสดงความยินดีและความสุข

            มู่หรงหยางซั่วหน้าดำคล้ำทันที

            “เซี่ยวซิงอวี่ นายจะฉลองก็ฉลองไปแต่อย่าฉวยโอกาสกับน้องสาวฉันสิ!”

            “พี่หยางซั่ว นายก็ทำได้ดีมากเรากอดกันบ้างสิ!”

            เซี่ยวซิงอวี่กอดมู่หรงซินซินเสร็จก็กอดมู่หรงหยางซั่วต่อ

            “เซี่ยวซิงอวี่ ปล่อยฉันลงมาเดี๋ยวนี้!”

            “นายเป็นผู้ชาย ตัวใหญ่ขนาดนี้จะอุ้มผู้ชายด้วยกันแล้วหมุนตัวไปมา บรรยากาศมันแปลกๆ นะ!”

            “ขอร้องล่ะอย่าให้ฉันต้องอับอายไปกับนายเลย นายไปกอดน้องสาวฉันเถอะ!”

            มู่หรงซินซิน:“...”

            ริมทะเลสาบ

            เฉินฉี่เหนียนปรบมือพลางยิ้มเล็กน้อย“ภาพฉลองชัยชนะนี่ มันช่างดูงี่เง่าและน่าอับอายจริงๆ”

            ซูหรูเยียนแก้ไข“เหล่าเฉิน นี่ไม่ใช่งี่เง่าหรอกแต่มันคือความมีชีวิตชีวาของวัยรุ่น สมัยก่อนเราก็เป็นแบบนี้ไม่ใช่เหรอ?”

            “ใช่สิ หนุ่มสาวช่างดีจริงๆ~”

            “อืม หนุ่มสาวช่างดีจริงๆ”

            ทั้งสองคนได้เห็นการต่อสู้ทั้งหมดสายตาของพวกเขามีทั้งความพึงพอใจและความรู้สึกที่ซับซับซ้อนของการหวนรำลึกถึงอดีตยากจะอธิบาย

            การแข่งขันจบลงแล้วสะพานทางเดินสองข้างของเวทีก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง

            ผู้เข้าแข่งขันสามารถเดินออกจากเวทีและกลับไปยังริมทะเลสาบได้

            ก่อนที่จะออกจากเวที ทั้งสองฝ่ายก็ทักทายกัน

            เซี่ยวซิงอวี่ดึงหยางเหิงและโจวเย่ที่นอนอยู่บนพื้นขึ้นมา

            “การแข่งขันสำคัญ มิตรภาพสำคัญยิ่งกว่า”

            “ใช่แล้ว ไม่สู้ก็ไม่รู้จักกันเซี่ยวซิงอวี่ พวกเราจำนายไว้แล้วนะ!”

            หยางเหิงและโจวเย่ต่างก็เป็นคนที่ยอมรับความพ่ายแพ้และปล่อยวางได้อนาคตของพวกเขานั้นสดใสแน่นอน

            ในเวลานั้น เสียงบ่นก็ดังขึ้นจากด้านข้าง

            “เซี่ยวซิงอวี่ นายช่วยหยางเหิงกับโจวเย่แล้วทำไมไม่ช่วยฉันล่ะ?”

            หลินเทียนชื่อยังคงนั่งอยู่บนพื้นขาของเขาไร้เรี่ยวแรง ลุกไม่ขึ้นเลย

            เซี่ยวซิงอวี่ยื่นมือออกไป ดึงเขาขึ้นมา

            “เสี่ยวหลิน เมื่อวานหลังการแข่งขันเดี่ยวนายดูไม่ยอมแพ้เลย วันนี้เป็นไงบ้าง?”

            หลินเทียนชื่อตบก้นตัวเองเล็กน้อยพูดอย่างไม่เต็มใจ “ฉันยอมแพ้!พวกนายสามคนร่วมมือกันสร้างอุกกาบาตเพลิง ฉันจะไม่ยอมแพ้ได้ยังไง?”

            “อุกกาบาตเพลิงสายฟ้า” คือท่าไม้ตายผสานที่เซี่ยวซิงอวี่คิดค้นขึ้นโดยร่วมมือกับหมาป่าเงามรณะเพลิงนรก ค้างคาวกระดูกปีกอสูร และกริฟฟินอัสนี

            ท่าไม้ตายนี้จบการแข่งขันลงทันทีทำให้ผู้เข้าแข่งขันทั้งสามคนของสถาบันไป๋หู่ยอมแพ้อย่างราบคาบ

            “เซี่ยวซิงอวี่ นายเหม่ออีกแล้วเหรอ?”

            มู่หรงหยางซั่วไม่เข้าใจในท่ามกลางความยินดีแห่งชัยชนะ เซี่ยวซิงอวี่กลับเหม่อลอยอีกแล้ว

            สายตาของเซี่ยวซิงอวี่จับจ้องไปที่ผิวน้ำในทะเลสาบ

            กระดูกมังกรที่ถูกปิดผนึกอยู่ก้นทะเลสาบเป็นสิ่งล่อใจอย่างมากสำหรับเซี่ยวซิงอวี่

            “ตอนนี้คนเยอะเกินไปรอให้ฟ้ามืดค่อยลงไปดีกว่า”

            เซี่ยวซิงอวี่พูดกับตัวเอง

            ในขณะเดียวกันเสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้นในหูของเขา

            “ติ๊ง~”

            “ยินดีด้วยท่านโฮสต์!นำทีมเอาชนะสถาบันไป๋หู่ ท่านได้รับรางวัลพิเศษจากระบบ”

            “รางวัลระบบ : 5000 แต้ม”

            “รางวัลถูกจัดส่งแล้ว กรุณาตรวจสอบ”

            ตอนนี้ยอดคงเหลือในบัญชีของเซี่ยวซิงอวี่รวมทั้งสิ้น5050แต้ม

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น ที่คุณอ่าน