ราชันหมื่นอักขระ

    จารึกที่ 102 : คุณหนูผู้ร่ำรวย

    จารึกที่ 102 : คุณหนูผู้ร่ำรวย : การมาเยือนของเฟิงหลิงเอ๋อร์


    หลังจากตกลงรับ "ค่าเสียเวลา" ก้อนโต อาเจียกุลีกุจอจัดแจงที่นั่งให้คุณหนูเฟิง (โดยเอาผ้าเช็ดหน้าของตัวเองมาเช็ดเก้าอี้ไม้ไผ่ให้สะอาดเอี่ยมอ่อง) พร้อมกับเสิร์ฟชารสเลิศ (ที่เพิ่งไปขโมยใบชาดีๆ มาจากแปลงของผู้อาวุโสคนหนึ่งเมื่อวันก่อน)


    เฟิงหลิงเอ๋อร์ นั่งลงอย่างสง่างาม จิบชาเพียงปลายลิ้นแล้ววางลง


    "ชารสชาติพอใช้ได้... เอาล่ะ เข้าเรื่องเลยนะ"


    นางล้วงหยิบสิ่งของบางอย่างออกมาจากถุงมิติ มันคือ 'กล่องกลไกทรงลูกบาศก์' ที่ทำจากโลหะสีเงินวาววับ ผิวของมันสลักลวดลายซับซ้อนและมีร่องเลื่อนไปมาได้นับร้อยจุด


    "นี่คือ 'ลูกบาศก์เก้าดารา' ของดูต่างหน้าท่านแม่ข้า" น้ำเสียงของนางอ่อนลงเล็กน้อยเมื่อพูดถึงมารดา "ท่านแม่สั่งเสียไว้ว่า ภายในนี้เก็บ 'ของสำคัญ' บางอย่างไว้ และมีเพียงผู้ที่มีปัญญาเป็นเลิศเท่านั้นที่จะเปิดมันได้ ข้าพยายามมาสามปีแล้ว จ้างช่างกลไกทั่วเมืองหลวง ก็ไม่มีใครเปิดได้สักคน!"


    นางดันลูกบาศก์มาตรงหน้าอาเจีย


    "ท่านพี่บอกว่าเจ้าไขปริศนาประตูกลไกในเหมืองร้างได้... ข้าเลยอยากรู้ว่า เจ้าจะแน่สักแค่ไหน"


    อาเจียหยิบลูกบาศก์ขึ้นมาหมุนดู ผิวสัมผัสเย็นเฉียบและน้ำหนักที่มากกว่าตาเห็นบ่งบอกว่าเป็นโลหะหายาก


    "มู่เฉิน... เจ้าเห็นอะไรไหม?" อาเจียถามในใจ


    "อืม..." วิญญาณบรรพชนตอบเสียงเครียด "นี่ไม่ใช่กลไกธรรมดา... มันคือ 'ค่ายกลล็อครหัสแบบแปดทิศ' ที่ผสานกับ 'อักขระลวงตา' ถ้าเจ้าเลื่อนผิดแม้แต่ก้าวเดียว กลไกภายในจะล็อคตายทันที และอาจจะทำลายของข้างในด้วย"


    "โหดร้ายชะมัด..." อาเจียบ่นพึมพำ


    "ว่าไง? ทำไม่ได้ล่ะสิ?" เฟิงหลิงเอ๋อร์ยิ้มเยาะ "ถ้ายอมแพ้ตอนนี้ ข้าจะคิดดอกเบี้ยแค่ครึ่งเดียวนะ"


    คำดูถูกนั้นเหมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟแห่งศักดิ์ศรี (และความงก) ของอาเจีย


    "ใครว่าทำไม่ได้? แค่กำลังคิดราคา 'ค่าฝีมือ' อยู่ต่างหากขอรับ"


    อาเจียยิ้มเจ้าเล่ห์ "ห้าเท่าที่ท่านว่ามา... คือห้าร้อยตำลึงทองใช่ไหมขอรับ? งั้นข้าขอเพิ่มเงื่อนไข... ถ้าข้าเปิดได้ นอกจากเงินแล้ว ท่านต้องสัญญาว่าจะ 'ช่วยเหลือ' ข้าหนึ่งอย่างในอนาคต โดยไม่มีข้อแม้"


    "เจ้าจะให้ข้าทำอะไร?" เฟิงหลิงเอ๋อร์ระแวง "ข้าไม่แต่งงานกับคนจนนะ!"


    "โอ๊ย! ไม่ใช่เรื่องนั้น!" อาเจียรีบปฏิเสธ (เพราะกลัวค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูนาง) "แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น... การใช้เส้นสายตระกูลเฟิง หรือข่าวสารวงใน... อะไรเทือกนั้นแหละ"


    "ก็ได้!" เฟิงหลิงเอ๋อร์ตบโต๊ะ "ข้ารับคำท้า! แต่ข้าให้เวลาเจ้าแค่หนึ่งชั่วยาม!"


    อาเจียยิ้มกริ่ม เขาหลับตาลง วางมือทั้งสองข้างทาบบนลูกบาศก์ แล้วเริ่มเดินลมปราณกระตุ้น "เนตรอักขระ"


    ในสายตาคนนอก อาเจียแค่นั่งหลับตาคลำกล่อง แต่ในสายตาของ มู่เฉิน และอาเจีย พวกเขากำลังมองเห็นเส้นแสงสีน้ำเงินที่ซ้อนทับกันไปมาเหมือนเขาวงกต


    กริ๊ก... กริ๊ก... แกรก...


    นิ้วมือของอาเจียเริ่มขยับเลื่อนชิ้นส่วนกลไกอย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทุกการขยับสอดคล้องกับจังหวะการหายใจ เหงื่อเม็ดโป้งเริ่มผุดขึ้นที่หน้าผาก


    เฟิงหลิงเอ๋อร์จ้องมองตาไม่กระพริบ ตอนแรกนางกะจะหัวเราะเยาะ แต่เมื่อเห็นความลื่นไหลและสมาธิที่แน่วแน่ของอาเจีย ความรู้สึกดูถูกก็เริ่มเปลี่ยนเป็นความทึ่ง


    'หมอนี่... ไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วย'


    ...


    ในขณะเดียวกัน ณ ยอดเขาพู่กันหยก


    หลินชิงเสวี่ย กำลังยืนรายงานสถานการณ์ประจำวันต่อ ผู้อาวุโสเทียนหยวน ชายชราผมขาวผู้มีดวงตาดุจพญาอินทรี นั่งอยู่บนบัลลังก์หยก


    "เรื่องเหมืองร้าง... ข้าได้ส่งคนไปปิดกั้นพื้นที่แล้ว" ผู้อาวุโสเทียนหยวนเอ่ยเสียงทุ้มกังวาน "แต่สิ่งที่ข้ากังวลไม่ใช่สัตว์อสูร... แต่เป็น 'ร่องรอย' ที่เจ้าบอกว่าถูกเปิดออกก่อนที่พวกเจ้าจะเข้าไปถึงห้องในสุด"


    "เจ้าค่ะ ท่านอาจารย์" หลินชิงเสวี่ยก้มหน้า "ดูเหมือนจะมีใครบางคน... หรือกลุ่มคนที่มีความรู้เรื่องอักขระโบราณ เข้าไปเกี่ยวข้อง"


    "จับตาดูต่อไป..." เทียนหยวนสั่งการ "โดยเฉพาะเจ้าศิษย์สายนอกที่ชื่ออาเจีย... ข้าได้ยินว่า เย่ปิงอวิ๋น ก็สนใจในตัวเด็กคนนี้... อย่าให้ใครมาขัดขวางแผนการของสำนักเราได้"


    "รับทราบเจ้าค่ะ"


    เมื่อหลินชิงเสวี่ยเดินออกมาจากตำหนัก นางก็พบกับ เย่ปิงอวิ๋น ที่ยืนรออยู่ใต้ต้นท้อ


    "ท่านอาจารย์ว่าอย่างไรบ้าง?" เย่ปิงอวิ๋นถามเรียบๆ


    "ท่านสงสัย... และสั่งให้จับตาดู" หลินชิงเสวี่ยถอนหายใจ "เจ้าเองก็ระวังตัวด้วย อย่าเพิ่งผลีผลามไปยุ่งกับอาเจียมากนัก ท่านอาจารย์เริ่มระแคะระคายแล้ว"


    เย่ปิงอวิ๋นยิ้มมุมปาก แววตาฉายแววสนุกสนาน


    "ยิ่งห้าม... ก็เหมือนยิ่งยุนะศิษย์พี่... ข้าแค่อยากจะรู้ว่า เด็กหนุ่มที่ทำให้เจ้าต้องยอม 'จ่ายยา' ให้เพื่อปิดปาก... จะมีดีอะไรนักหนา"


    เย่ปิงอวิ๋นมองลงไปยังทิศทางของกระท่อมศิษย์สายนอก สายตาของนางคมกริบราวกับจะมองทะลุลงไปถึงตัวอาเจีย


    "อีกไม่นาน... เราคงได้เจอกัน อาเจีย"