ร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก

    บทที่ 68

    หลังจากที่สินค้าได้ออกจากคลังของร้านออกไป เขาก็เอ่ยกับแนนซี่ทำนองถึงเรื่องการฉลองของพวกเขาสองคนที่สามารถทำกำไรออกมาได้มากมายมหาศาลอย่างนี้ แต่มันก็ต้องหยุดเรื่องฉลองเอาไว้เพียงเท่านี้ เพราะมีราชองค์การส่งตรงมาถึงสมาคมนักฆ่าของเขา แม้มันจะยังไม่ออกมาเป็นตัวอักษร แต่ประสิทธิภาพของสายลับของสมาคมแบบใหม่ ทำให้เขาได้ผลลัพธ์ และสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ฌอนจ้องมองไปยังข้อความลับที่ถูกส่งเข้ามา มันระบุถึงการประชุมของราชอาณาจักรเช้าวันนี้ ฌอนมีสายลับมากกว่าใครจะจิตนการได้ในอนาคต ยิ่งตอนนี้เหล่าคนที่เขาเคยฝึกมากำลังฝึกสายลับรุ่นใหม่ๆอยู่อีกจำนวนก็ไม่น้อยเลยทีเดียว และส่วนใหญ่เขาจะเน้นให้สายลับของเขารับตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นสมาคมต่างๆ หรือภายในราชสำนักเองก็มีด้วยเช่นกัน เท่ากับว่าเขาเป็นผู้ควบคุมข่าวสารทั่วทั้งอาณาจักรเลยก็ว่าได้ และยิ่งส่งสารกันเร็วที่สุดในโลกอีก แม้ว่าจะมีข่าวจากนอกอาณาจักรบ้าง แต่มันก็ยังไม่สำคัญเท่าที่ควร เขาจึงเลือกที่จะไม่ให้สนใจกับมัน แต่ข่าวที่ได้รับมาล่าสุด ทำให้เขาต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว “แนนซี่ เจ้าว่าข้าควรจะจัดการกับมันอย่างไรดี เรื่องค้าขายข้าพอจะถนัด แต่พอมีเรื่องการเมืองมาผสมอย่างนี้ ข้าไม่ค่อยเก่งสักเท่าไหร่” ฌอนทำการปิดร้านเพื่อปรึกษาปัญหานี้ และทานข้าวไปด้วย เขาเอ่ยถามออกมา เพราะจากที่รู้มาแนนซี่เคยผ่านเรื่องการเมือง สงครามจิตวิทยามาก็ไม่น้อยเลยทีเดียว เธอน่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สมในเวลานี้“จากที่ข้าพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวต่างๆได้ ..ก็พอจะสรุปได้ว่า พวกเขาต้องการให้ทันกำจัดปัญหาที่พวกเขาอยากจะกำจัดด้วยอำนาจที่พวกเขามี โดยที่ไม่ได้ลงแรงอะไรมากนัก” เธอหยิบน้ำชาที่ทานพร้อมกับปลาดิบอาหารญี่ปุ่นที่ไม่ได้ทานมานานเข้าปากก่อนจะเคี้ยวสักพัก และเอ่ยออกมาต่อ“ให้เดาเลยว่า อาณาจักรแบล็กบาร์บิลอน อาจจะเป็นแผลใหญ่ที่พวกเขาเคยได้รับมาจึงทำให้ไม่กล้าที่จะปะทะตรงๆมาตั้งแต่อดีต และจากข้อมูลที่เรามีคืออาณาจักรแบล็กอะไรนั่น น่าจะมีกองกำลังทางการทหารที่เป็นเลิศอย่างแน่นอน... พวกราชสำนักทำได้เพียงแค่เป็นหอกข้างแคร่เท่านั้น และยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่มันแสดงออกมาให้ข้ารู้สึกสงสัย.. พวกเขาน่าจะมีปัญหาภายในกันมาก่อนด้วยนะ เจ้าพวกราชสำนักนั่น”แนนซี่ทำท่าทางนึกคิด เพราะมันน่าสงสัยอย่างที่เธอว่ามาจริงๆ ทำไมเจ้าชายอันดับสองผู้เป็นน้องของพระราชาจะต้องจ้างสมาคมนักฆ่า เพื่อกำจัดเจ้าชายของอาณาแบล็กด้วย และมันน่าจะมีปมอะไรสักอย่าง หรือเป็นปัญหาภายในที่ไม่ลงรอยกันสักเท่าไหร่ “อย่างนั้นเราก็ต้องรู้ให้ได้ก่อนว่าพวกเขามีปัญหาใดๆกันมาก่อนหรือไม่ ข้าว่าข้าจะสั่งตรวจสอบภูมิหลังของสมาคมต่างๆด้วย.. ไม่น่าจะเกินหนึ่งชั่วโมงหลังจากเราทานอาหารเสร็จ เราก็น่าจะได้คำตอบแล้ว” ฌอนเอ่ยออกมา ซึ่งแนนซี่เองก็เห็นด้วย การรู้ข้อมูลของทั้งศัตรู และมิตร มันจะทำให้ฝั่งเรามีสิ่งที่เรียกแต้มต่อรอง และจะทำให้เราเลือกกลยุทธ์ทางเดินได้ไม่ผิดพลาด ฌอนกดพิมพ์ข้อความให้กับศูนย์ข่าวกรองให้เร่งทำการสืบข่าว และให้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น จากนั้นเขาก็ปรึกษากับแนนซี่ต่อไป“แล้วเราควรที่จะส่งสายลับไปเพิ่มในอาณาจักรนั้นดีหรือไม่ ข้าว่าจากสถานการณ์ที่มันบีบบังคับกันขนาดนี้ เราไม่มีทางที่จะจบลงด้วยสันติวิธีกับอาณาจักรแบล็กบาร์บิลอนได้เลย เจ้าคิดอย่างไรแนนซี่”“อื้มม..มันเป็นที่แน่นอนอย่างที่ท่านได้กล่าวมาแล้ว เราคงจะจบด้วยวิธีสันติไม่ได้ และเราก็เลี่ยงสงครามนี้ไม่ได้เช่นกัน และแน่นอนว่ามันก็มีทั้งข้อดี และข้อเสียสำหรับสงครามในครั้งนี้.. หากท่านชนะสงครามในครั้งนี้ ข้าเชื่อว่าอำนาจของสมาคมนักฆ่าจะเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่าน่ากลัวเป็นอย่างมาก แต่ถ้าหากว่าท่านพ่ายแพ้ แน่นอนว่ามันจะเป็นจุดจบของสมาคม เพราะทัวร์จะลงสมาคมหลังจากเราสูญเสียไปครั้งใหญ่” แนนซี่วิเคราะห์ตามหลักเหตุผล แล้วเธอก็กล่าวออกมาต่อ“ถ้าหากถามว่าท่านควรจะทำเช่นไร ข้ามีวิธีหนึ่งที่อยากจะเสนอท่าน” จากนั้นเธอก็ยิ้มออกมา ราวกับราชินีน้ำแข็ง แต่เธอจะบอกก็ตอนที่ข้อมูลของทั้งสองอาณาจักรครบแล้วเท่านั้น แต่ด้วยศูนย์ข่าวกรองที่ประสิทธิภาพมากขึ้น และมันเป็นปฏิบัติสืบข่าวครั้งแรกที่มีคำสั่งโดยตรงจากท่านฌอน พวกเขาจึงส่งข่าวมาเร็วมาก เพื่อหวังจะสร้างผลงาน เมื่อเครื่องของฌอนดังขึ้น แน่นอนว่ามันเป็นข้อมูลเรื่องของทั้งสองอาณาจักรที่มีส่วนสำคัญในอาณาจักร พวกเขาใช้เวลาในการกรองข้อมูล และสรุปออกมา แนนซี่ที่เห็นผลลัพธ์ออกมา เธอก็ยิ่งยิ้มหวานเข้าไปใหญ่ เรื่องราวมันไม่ต่างจากประวัติศาสตร์ที่เธอเคยพบ หรือเคยผ่านมาเลยแม้แต่น้อย “เราจะเดินเกมกันอย่างนี้ก็แล้วกัน ข้าคิดว่าผลลัพธ์ที่ออกมา ท่านจะเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสองอาณาจักรเลยล่ะ” เธอแอบหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะวางแผน และแนะนำอะไรต่างๆ เมื่อฌอนได้ทราบถึงเหตุผล และการกระทำมันทำให้ยิ้มออกมาตามแนนซี่“แผนการรวมสองแผ่นดินเป็นหนึ่งผืนอย่างนั้นเหรอ ... น่าสนใจไม่น้อย” ฌอนรีบสั่งงานไปในทันที และมันเกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงจริงๆ และกราเซียจะเป็นผู้ออกหน้าเองทั้งหมด ณ ฐานที่มั่นศูนย์ลับ กราเซียที่กำลังนั่งสมาธิเพื่อที่จะฝึกฝนอาวุธลับที่พึ่งได้มาใหม่อย่างดาวกระจาย เขาสามารถคิดค้นท่าต่างๆในการใช้อาวุธชนิดได้อย่างดี และในมันมาประยุกต์กับอาวุธได้อีกหลายรูปแบบ ก็หยิบเครื่องส่งรหัสมอสของตัวเองขึ้นมา เพราะจากที่ได้ยินเสียงแล้วมันน่าจะเป็นเรื่องด่วนที่คนๆนั้นจำเป็นต้องติดต่อเขาโดยตรง และมันมีไม่กี่คนที่ติดต่อเขามาได้ เขาค่อยๆถอดรหัสออกมา มันถึงกับทำให้เขางงเป็นอย่างมาก ว่าท่านฌอนต้องการที่จะทำอะไรกันแน่ เรื่องของการจัดตั้งศูนย์ฝึกหน่วยลับนอกอาณาจักร ไหนภารกิจแฝงคนของเราเข้าไปประจำตามจุดต่างๆนั่นอีก ทุกอย่างมันดูเหมือนไม่มีความหมาย เขาคิดว่าท่านฌอนคงจะไม่พอใจในเรื่องของการสืบข่าวเท่าที่ควร จึงมีรับสั่งแบบนี้ เขาค่อยๆอ่านต่อไปเรื่อยๆจนแล้วจบ เขายิ้มออก และเข้าใจแล้วว่าท่านกำลังจะทำสิ่งใด และสิ่งที่พวกเขากำลังจะทำนั้น... มันสามารถเปลี่ยนโลกได้เลยทีเดียว.. เขาตอบกลับ และเรียกเจ้าลูกชายคนเก่งของตัวเองเข้ามา เพื่อฟังแผนการของท่านฌอน พวกเขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ และเวลาปฏิบัติการก็มาถึง หน่วยหมาป่าขาว และฉลามขาว เคลื่อนพลเข้าเมืองหลวงอย่างเงียบเชียบ พวกเขาแยกออกเป็นหลายๆกลุ่ม และแยกตัวออกไปตามบ้านของผู้มีความมั่งคั่ง “พวกท่านอย่าทำอะไรลูกเมียข้าเลย... หากต้องการอะไรตัวข้ายินดีจะให้ พวกเจ้าเอาไปให้หมดเลย... แต่ข้าขอเถอะ” ชายคนหนึ่งกล่าวออกมาทั้งน้ำตา เหล่าองครักษ์ที่เคยคุ้มครองเขา และครอบครัวต่างตายกันหมดแล้ว ในตอนนี้ลูกเมียของเขาถูกจับตัว และถูกจ้องที่หัวด้วยอาวุธชนิดใหม่ของสมาคมนักฆ่าเขาไม่เข้าใจเลยว่า เขา และครอบครัวตกเป็นเป้าหมายของสมาคมนักฆ่าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน และตำแหน่งทางราชสำนักของเขามันก็ไม่สูงอะไรมากนัก มันมีคนที่แค้นเขามากขนาดนั้นเลยหรืออย่างไร รู้ทั้งรู้ว่านักฆ่าที่มีอาวุธชนิดนี้ จะอยู่ในระดับหัวหน้าขึ้นไป และเขาไม่ทางเลยที่จะรอดเลยก็ตาม แต่เขาก็เลือกที่จะพูดเสนอออกไปก่อน ดีกว่าไม่ได้พูดหรือทำอะไรเลย “อย่างนั้นรึ... จริงๆข้าจะบอกให้เจ้าได้รับรู้สักหน่อย เผื่อเจ้าจะค้างคาใจ.. ภารกิจนี้ผู้ที่ออกคำสั่งนี้คือ.. ท่านผู้นำสมาคมนักฆ่า.. และท่านรู้ว่าเจ้าคือหนึ่งในผู้ที่ลงนามว่าสมาคมของเราเป็นภัยต่ออาณาจักร ซึ่งท่านผู้นำของเราไม่ค่อยจะชอบเท่าไหร่นะ” กลุ่มนักฆ่าที่ปิดหน้าปิดตาเอ่ยออกมา พวกเขามาเพียงแค่สามคน แต่มันทำให้ที่แห่งนี้มันเต็มไปด้วยศพนับสิบยี่สิบได้ในพริบตา  

    คล้ายกับเรื่องร้านขายของชำของผมที่ต่างโลก ที่คุณอ่าน