การมาถึงของนางเอกทำให้เซวียนซือซือรู้สึกไม่สบายใจ อาจเป็เพราะตัวเธอรู้เนื้อเื่ของนิยายอยู่ก่อนแล้วจึงค่อนข้างระแวงระวังในตัวอีกฝ่าย
แต่ราวกับเส้นเื่ที่สุดแสนจะทรงพลังดึงดูด เพราะเมื่อวันที่ต้องเก็บเกี่ยวผลผลิตมาถึง เซวียนซือซือได้พบเจอกับคนที่ไม่อยากเจออีกครั้ง
“ใครน่ะ! ออกมานะ” หญิงสาวตะคอกเสียงดังเมื่อเห็นว่ามีอะไรผลุบๆ โผล่อยู่ในสวนมะเขือเทศที่ติดกับที่ดินหมายเลข 200
การแบ่งที่ดินของเขต C นั้นไม่มีรั้วกั้น มีเพียงเสาปูนที่ปักห่างๆ บอกระยะพื้นที่ ใครปลูกอะไร ผลผลิตเป็อย่างไรหากเดินผ่านก็จะเห็นได้ในทันที
ที่บ้านเธอยังไม่เป็ที่สะดุดตาเนื่องจากว่าที่ดินนี้อยู่ใน่หลังๆ และห่างไกล ที่ดินผืนตรงข้ามว่างเปล่า มีเพียงที่ดินของป้าเฉินที่อยู่ติดกัน แต่ตอนนี้บ้านหนิงย้ายเข้ามาและเริ่มเฝ้ามองที่ดินของเซวียนซือซือทุกวัน
“อ๊ะ” หน้าตาที่ซีดเผือดดูล่อกแล่กพิกลของหนิงเิโผล่ออกมาจากค้างมะเขือเทศ
ราวกับไม่รับรู้ถึงสายตาเ็าของเซวียนซือซือ หล่อนรีบยิ้มประจบ
“ตะกร้าหนักแย่เลย มาเราช่วย” แขกไม่ได้รับเชิญยิ้มร่าแล้วพยายามดึงตะกร้าที่เต็มไปด้วยมะเขือเทศออกจากมือของอีกฝ่าย
เซวียนซือซือที่เร็วกว่ารีบชักมือหนี ก่อนจะพูดขึ้น “หนิงเิเธอมาทำอะไรตรงนี้”
“เห็นป้าเฉินว่าไว้ั้แ่เมื่อวานว่าวันนี้บ้านเธอจะเก็บผลผลิต ฉันก็เลยว่าจะมาช่วย”
เซวียนซือซือขยับสายตาจากใบหน้าสวยนั่นไปยังต้นมะเขือเทศที่หนิงเิเพิ่งลุกขึ้นมา เธอเห็นว่าต้นมะเขือเทศบริเวณนั้นรวมถึงที่ที่อยู่ติดกับที่ดินของบ้านหนิง หลายต้นมีบางขั้วที่ว่างเปล่าคล้ายว่ามีคนเด็ดไป
ยังจะต้องให้พูดอะไรอีก ถ้าไม่ใช่คนตรงหน้าก็ต้องเป็หนึ่งในสมาชิกครอบครัวของหล่อน แต่เซวียนซือซือก็คร้านจะพูดเพราะไม่อยากให้เื่ราวใหญ่โต มะเขือเทศไม่กี่ผลเธอยกให้ได้อยู่แล้วถ้าเป็คนสนิท แต่เธอกับบ้านหนิงไม่ได้สนิทกับเสียหน่อย เธอเกลียดพวกขี้ขโมยที่สุด
หลายวันมานี้เซวียนซือซือนั่งคิดนอนคิดตั้งสติว่านี่ไม่ใช่นิยาย ตัวเธอไม่ได้ถูกควบคุมด้วยปลายปากกาของผู้แต่งแต่อย่างใด เธอก็ยังเป็เธอมีชีวิต มีความคิดมีหัวใจ เธอไม่ใช่ตัวร้ายไม่ได้อิจฉานางเอก ในเมื่อเธอคือเธอมันคงไม่เป็ไรหากจะทำดีกับหนิงเิ ถ้าหนิงเิดีมาเธอก็จะดีตอบ เพราะถ้ามองอย่างไม่อคติหล่อนก็ดูน่ารักร่าเริงและยังไร้เดียงสา
โลกนี้ใจดีกับคนหน้าตาดีเสมอแหละ ตัวเธอก็เหมือนกันถ้าไม่มีสิ่งที่เรียกว่าอคติบดบังสายตา เธอและหนิงเิก็น่าจะเป็เพื่อนกันได้ หรือถ้าไม่อยากเป็เพื่อนอย่างน้อยก็จะพยายามไม่เป็ศัตรู
แต่หนิงเิที่เธอเห็นในวันนี้ทำอะไรลงไป..
เธอใจดีหรืออ่อนแอไปจนนางเอกคิดจะเอาเปรียบอย่างนั้นเหรอ?
“ไม่เป็ไร เธอไปดูแลแปลงผักของบ้านเธอเถอะ ยังไม่ได้รดน้ำเลยไม่ใช่เหรอ ทางนี้เก็บง่ายมาก”
หนิงเิแสร้งไม่เข้าใจที่เซวียนซือซือดึงตะกร้าหนี
“แปลงผักที่บ้านฉันปลูกยังไม่ต้องดูแลอะไรมากมายหรอก ดูสิมันยังไม่ขึ้นเลย ซือซือเธอไม่ต้องเกรงใจหรอกนะ ฉันจะช่วยเองมา พวกเราอายุไล่ๆ กันมาเป็เพื่อนกันเถอะ”
เซวียนซือซือหัวเราะเบาๆ อยากเป็เพื่อนกันแต่แอบขโมยมะเขือเทศบ้านเธอเนี่ยนะ
เพื่อนบ้านป้าแกสิ!
เซวียนซือซือกล่าวกับหนิงเิบอกว่าไม่เป็ไรหลายต่อหลายครั้ง อีกฝ่ายก็เอาแต่พูดว่าไม่เป็ไร เอาเถอะอยากทำอะไรก็ทำ
พอเห็นว่าใกล้จะได้เวลาที่เถ้าแก่หยวนจะมาแล้ว เธอจะช้ากว่านี้ไม่ได้ เซวียนซือซือจึงปล่อยให้แม่นางเอกเดินเชยชมพืชผัก สายลม แสงแดดที่สวนบ้านเธอตามใจชอบ ตอนนี้เธอไม่มีเวลาจะสงบสติอารมณ์ด้วยซ้ำ
นอกจากเถ้าแก่หยวนจะเอาเงินมาให้ถึงที่แล้ว บ้านเซวียนและบ้านเฉินยังได้รับข่าวดีเื่ที่เห็ดฟางและเห็ดหอมได้รับการรับรองจากสถาบันวิจัยพืชผลทางการเกษตรแห่งชาติแล้ว เพราะอย่างนั้นการมาในครั้งต่อไปเขาจะมารับเห็ดอีกสองชนิดไปด้วยถ้าพวกเธอเพาะปลูกทัน
ทางเซวียนซือซือทันแน่นอนแต่กับป้าเฉินไม่แน่ เื่การเพาะปลูกเห็ดชนิดใหม่คงต้องพูดคุยกันหลังจากนี้
หนิงเิที่อยู่ไกลๆ พยายามเงี่ยหูฟังว่าแปลงมะเขือเทศแปลงนี้ทำรายได้ได้เท่าไหร่ แต่ก็จนใจเพราะพวกเขาคุยกันเบามากเลยไม่ได้ยิน แต่จากที่ประเมินคร่าวๆ ด้วยสายตา มะเขือเทศของเซวียนซือซือผลใหญ่ ผิวสวยเงาอีกทั้งยังแดงฉ่ำ รสชาติยังหวานเอามากๆ ราคาต้องไม่แย่แน่นอน
พอหันกลับไปดูที่ดินของบ้านตัวเอง ไฉนมันจึงแตกต่างกันเช่นนี้ ผักพวกนั้นก็ปลูกมาหลายวันแล้ว ทำไมถึงงอกแค่บางต้นก็ไม่รู้ หรือว่าควรจะหันมาปลูกมะเขือเทศแบบเซวียนซือซือดี?
หนิงเิใช้เวลาอยู่ที่แปลงเพาะปลูกของเซวียนซือซืออยู่นานเมื่อกลับไปถึงบ้านก็ถูกนางหลี่เซิง (ต่อไปจะขอเรียกว่านางหนิง) ผู้เป็แม่ดุ
“หายหัวไปไหนมาตั้งครึ่งค่อนวัน ดูซิเนี่ยพวกฉันต้องทำงานกันงกๆ”
ที่ดินของบ้านหนิงมีขนาดใหญ่กว่าของบ้านเซวียนและบ้านเฉินเพราะจำนวนสมาชิกที่ขายตัวเป็ทาสมีมากกว่า วันนี้คนบ้านหนิงคนอื่นจึงไปเตรียมดินที่แปลงอีกฝั่งจึงไม่เห็นเื่ราวที่เกิดขึ้นในที่ดินหมายเลข 199
“ฉันไปช่วยซือซือเก็บมะเขือเทศมาน่ะสิ เห็นแปลงเล็กๆ อย่างนั้นแต่ผลดกมากเลยนะแม่ มียานบินมารับถึงที่เลยนะ ฉันว่าการค้าขายของซือซือครั้งนี้ต้องได้เงินเป็หมื่นเป็แสนเหรียญแน่ๆ”
“อะไรนะ!” นางหนิงแว๊ดออกมา “ไปช่วยคนอื่นทั้งๆ ที่บ้านตัวเองยุ่งจะตาย นี่แกถูกเอาเปรียบแล้วนะรู้ไหม เด็กบ้านนั้นหน้าตาก็ดูซื่อๆ อยู่หร๊อกแต่ทำไมถึงเป็อย่างนี้ก็ไม่รู้”
“เมื่อกี้แกว่าไงนะ บ้านเซวียนได้เงินมากขนาดนั้นเลยเหรอ” หนิงอี้หังพ่นควันบุหรี่สังเคราะห์ออกมาแล้วเอ่ยถาม
“แน่นอนสิ อยู่กันแค่สองพี่น้องได้รับเต็มๆ อยู่แล้ว พี่ก็เห็นว่ามะเขือเทศบ้านนั้นสีแดงแจ๋ ฉันลองชิมแล้วหวานมากเลยล่ะ”
เขาเม้มปากครุ่นคิด “มาอยู่ไม่กี่วันแกสนิทกับคนบ้านนั้นขนาดนั้นเลยเหรอ แนะนำให้ฉันรู้จักบ้างสิ” ตอนที่เขาและคนที่บ้านไปทำความรู้จักกับเซวียนซือซือ เขาตาพร่าไปชั่วขณะ สายตาไม่อาจละจากเด็กสาวได้เลย ใบหน้าจิ้มลิ้ม สะโพกกลมกลึง ส่วนที่ควรโค้งก็โค้ง ส่วนที่ควรเว้าก็เว้า ถ้าเขาได้รู้จักเธอล่ะก็...
“อืม ไปตีสนิทไว้ก็ดีเหมือนกัน ถ้ามีรายได้ขนาดนี้ไม่เกิน 10 ปีก็คงไถ่ตัวได้แล้ว เด็กนั่นอายุ 20 ปีใช่ไหม พอเป็พลเมืองชั้นสองแล้วก็อายุ 30 วัยกำลังดีที่จะสร้างครอบครัว ฉันไปดูมาแล้วละแวกนี้คนที่รุ่นราวคราวเดียวกับพวกแก ผู้หญิงที่หน้าตาดีไม่มีภาระทางบ้าน เด็กนั่นเหมาะสมสุด ถ้าได้คบหาดูใจกันก็ใช้โอกาส่ยังอยู่ที่นี่ช่วยมันเก็บเงินซะ ผลผลิตที่ดินนั้นดีรายได้ก็ต้องดีตามไปด้วย”
คำพูดของนางหนิงทุกคนในบ้านต่างเห็นด้วย ถ้าหนิงอี้หังรวบหัวรวบหางเซวียนซือซือแล้ว รายได้จากบ้านนั้นจะไปไหนเสีย ดีไม่ดีคนที่ได้ไถ่ตัวเป็อิสระก่อนอาจคือคนบ้านหนิงเองก็ได้
ให้เซวียนซือซือทำฟาร์มอยู่ที่นี่แล้วให้หนิงอี้หังคอยควบคุมการใช้จ่ายและเงินเก็บทั้งหมด จากนั้นก็นำเงินไปไถ่ตัวคนบ้านหนิงแต่ละคน
พวกเขาต้องเป็ทาส 20 ปี ตอนนี้หนิงอี้หังอายุ 35 ปีแล้ว กว่าจะได้พ้นโทษก็เกือบถึงวัยเกษียณ ตอนนั้นจะไปหาภรรยาที่ไหนได้ล่ะ ดังนั้นเซวียนซือซือที่โดดเด่นที่สุดในย่านนี้จึงเป็ว่าที่สะใภ้ที่เป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดของบ้านหนิงที่พวกเขาหมายตาเอาไว้