ธเนศยกแก้วขึ้นตรงหน้า ยิ้มให้กับธนียา “คุณแนน ดื่มกันหน่อยครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”
“ยินดีเช่นกันค่ะ” หญิงสาวยิ้มหวานตอบ ยกแก้วเหล้าปั่นขึ้นชูแล้วดื่ม
ราเชนทร์รู้สึกว่าธนียาเป็ผู้หญิงที่วางตัวได้ดี แม้สายตาเธอจะดูสนใจเขากับธเนศแต่การแสดงออกกลับไม่ได้ดูน่าเกลียด
ผู้ชายหลายคนพยายามชวนธนียาคุย เธอรักษามารยาทกับทุกคนอย่างเสมอภาค ไม่ได้แสดงตัวว่าเลือกที่รักมักที่ชัง ทำให้สายตาทุกคนในโต๊ะมองมายังเธอด้วยความชื่นชม
“ตอนนี้คุณแนนดูแลฟาร์มอยู่เหรอครับ?”
“ค่ะ เป็ฟาร์มของครอบครัวค่ะ คุณปู่กับคุณย่าท่านบุกเบิกฟาร์มแสนรักมาด้วยกัน แต่คุณปู่ป่วยแล้วเสียชีวิตไปก่อน ส่วนคุณย่าเพิ่งเสียเมื่อไม่กี่ปีนี้เอง”
ธเนศฟังแล้วก็นึกชมว่าธนียาตอบได้อย่างชาญฉลาด คนอื่นอาจจะคิดว่าเธอกับพี่ชายรับ่การเป็เ้าของฟาร์มต่อจากปู่และย่า มีเพียงเขากับราเชนทร์ที่รู้ว่าคนที่ได้รับมอบฟาร์มแสนรักก็คือ...พรรษา
“เก่งจังเลยครับ ฟาร์มวัวขนาดใหญ่คงดูแลยาก”
หญิงสาวยิ้มอ่อน “ก็ธรรมดาค่ะ ดีที่มีลูกพี่ลูกน้องช่วยกันหลายคน แนนทำหน้าที่ดูแลทั่วไป น้องชายคนหนึ่งก็เป็สัตวแพทย์ อีกคนก็ดูแลบัญชี ส่วนน้ากับน้าสะใภ้ก็ควบคุมคนงานค่ะ”
“ทำงานอยู่กับคนในครอบครัวคงจะอบอุ่นน่าดูนะครับ” ราเชนทร์เอ่ยขึ้น วันนี้เขารู้จากผู้จัดการร้านมิ่งขวัญแล้วว่าธนนท์เอาของเก่าไปขายอีกหลายชิ้น
ธนียาอมยิ้ม คำถามนี้ของราเชนทร์เข้าทางเธอพอดี “ค่ะ คืนนี้แนนก็มากับพี่ชายนะคะ พี่นนท์นั่งดื่มกับเพื่อนอยู่ทางโน้นแน่ะค่ะ”
ม่านฟ้าได้ทีรีบสำทับ “พี่นนท์นั่งดื่มอยู่กับพี่ชายของม่านเองค่ะ”
“ดีครับ พี่น้องมาด้วยกันจะได้สบายใจ”
“ค่ะ พี่นนท์คอยดูแลเป็ห่วงแนนเสมอ เวลาไปเที่ยวสถานที่กลางคืนก็จะไปด้วยทุกครั้ง พี่นนท์ไม่อยากให้คนอื่นลำบากไปส่งค่ะ”
ผู้ชายในโต๊ะหัวเราะเบาๆ ออกมาพร้อมกัน
“เขาเรียกว่าพี่ชายหวงน้องสาวต่างหากครับ ก็น้องสาวสวยขนาดนี้จะเฝ้าไม่วางตาก็คงไม่แปลก คุณแนนคงจะโตมาแบบไข่ในหินแน่เลย”
หญิงสาวพยักหน้า “ก็ ก็ทำนองนั้นค่ะ”
ราเชนทร์ยกแก้วขึ้นจิบ หันไปสบตากับธเนศ เื่ที่ธนียามีแฟนแล้วเป็ญาติห่างๆ ของท่านประธานวินเนอร์คนในโต๊ะยังไม่มีคนรู้
“พี่ชายเฝ้าขนาดนี้ มีคนผ่านด่านได้หรือยังครับ?” เพื่อนที่นั่งข้างราเชนทร์ถามยิ้มๆ สายตามีความหวัง
“ก็....ก็มีนะคะ แต่ตอนนี้คงจะกลายเป็แค่อดีตไปแล้ว” หญิงสาวยิ้มเศร้า ก้มหน้าน้อยๆ หยาดน้ำตาคล้ายกำลังจะหยด “ทุกคนคงเคยได้ยินข่าวของคุณพ่อแนนแล้ว พอรู้ว่าหนี้สินท่วมหัว ฝ่ายนั้นก็ถอยห่างไปแล้วล่ะค่ะ”
“นั่น ไม่ใช่ความผิดของคุณแนนนะครับ” เพื่อนของราเชนทร์โพล่งขึ้น ดวงตาลุกโชนความหวัง คนสวยท่าทางดีตรงหน้าบอกว่า...โสด
“ใช่ๆ” ผู้ชายอีกสองสามคนรีบเอ่ยสนับสนุน
“จะทำยังไงได้ล่ะค่ะ? ความผิดพลาดครั้งนี้ของคุณพ่อ ทำให้พวกเราต้องขายบ้านขายที่ดินใช้หนี้ ดีที่ยังมีฟาร์มแสนรักให้ซุกหัวนอน ไม่งั้นก็คงจะลำบากแย่”
ท่าทางอ่อนแอน่าสงสารของธนียาช่างชวนให้ผู้ชายอยากจะเข้าไปประคับประคอง หญิงสาวเงยหน้าประกายตาฉายความเข้มแข็ง
“แต่ตอนนี้พวกเราพี่น้องก็กำลังค่อยๆ แก้ไขปัญหาค่ะ”
ผู้ชายรอบข้างต่างพากันแสดงความเห็นอกเห็นใจ ซักถามเื่คดีความ ธนียายืนยันว่าคุณพ่อของเธอถูกคนกลุ่มคนที่อ้างว่าเป็นักธุรกิจใหญ่มาตีสนิทและหลอกลวง ทำให้ต้องตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้าย
ธเนศนั่งฟังอยู่เงียบๆ เขากำลังเก็บข้อมูลที่ธนียาเล่าเปรียบเทียบกับข้อมูลที่เขาให้เลขานุการหนุ่มหามา ส่วนราเชนทร์ก็กำลังจับประเด็นที่น่าสนใจเอาไว้เพื่อจะส่งให้นักสืบช่วยหาคำตอบ
“แนนกับพี่นนท์ พักในบ้านหลังใหญ่ของคุณย่าค่ะ ส่วนลูกหลานคนอื่นก็อาศัยบ้านหลังเล็กที่อยู่ห่างกันไม่ไกล พอดีน้องคนหนึ่งเขามีลูกสาวตัวเล็กค่ะ แต่ไม่มีสามีก็ให้มาอยู่ในฟาร์มด้วยกัน”
“คุณแนนใจดีจังครับ”
“ไม่หรอกค่ะ เราเป็ญาติกัน ลำบากมาก็ดูแลกันไป”
ธเนศฟังถึงตรงนี้ก็สะดุ้ง ฟังๆ ดูเหมือนกับธนียาเห็นใจญาติผู้น้องที่ถูกผู้ชายทิ้ง ต้องเลี้ยงลูกตามลำพัง จึงอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในฟาร์มได้ ไม่ใช่ว่า...เป็พรรษาหรอกเหรอที่ช่วยเหลือครอบครัวของธนียา?
ฟังการพูดคุยในวงเหล้าอยู่ร่วมชั่วโมง ธเนศกับราเชนทร์ขอตัวออกไปเข้าห้องน้ำด้วยกัน
“มึงว่าไง? เื่ที่ผู้หญิงคนนั้นพูด” ธเนศเลิกคิ้วถาม
“หนังมันคนละม้วนน่ะนะ ถ้ากูไม่เคยสืบมาก่อนก็คงคิดว่าเธอเป็คนสวย เก่ง ฉลาด อ่อนหวาน และใจดีมีเมตตา” ราเชนทร์เม้มปาก “ที่กูเรียกมึงออกมาเพราะอยากให้มาทำความรู้จักกับเขาหน่อย”
“กูว่า มึงอยากให้กูรู้เื่พีชจากปากพี่สาวเขามากกว่า”
ราเชนทร์ยิ้ม “มึงรู้ทันกูอีกแล้ว”
“กูว่าพี่สาวคนนี้คงจะให้ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือสักหน่อย”
“เออ แต่เราได้รู้จักเขาก่อนก็ดีแล้วใช่ป่ะ?”
ธเนศยกยิ้มมุมปาก “ก็ดี น่าเสียดายที่ยังไม่ได้ลองคุยกับพี่ชายเขาดูสักหน่อย”
“ไม่เห็นจะยาก เดี๋ยวกูจะให้น้องม่านไปเชิญเขามาร่วมโต๊ะ วันนี้ผู้จัดการร้านบอกว่าธนนท์เอาของเก่ามาขายอีกหลายชิ้น สมบัติที่ย่าเขาสะสมไว้คงมีอีกเยอะเชียวล่ะ”
“เอาเถอะ ของในบ้านเขา เขาอยากเอาไปขายใครจะห้ามได้?”
เ้าของร้านมิ่งขวัญหัวเราะหึๆ “แค่ไม่ได้ขโมยมาก็พอ กูี้เีไปขึ้นศาลคดีรับซื้อของโจร”
“มึงรับซื้อโดยสุจริตและเปิดเผย ยังต้องกลัวอีกเหรอ? ของทุกชิ้นต้องให้ทำสัญญาซื้อขายด้วยนี่?”
“ไปๆ ไม่ต้องพูดแล้ว รีบเข้าห้องน้ำแล้วไปเรียกคนพี่มาคุยดูหน่อย กูอยากรู้ว่าสองพี่น้องนี่เป็คนยังไงกันแน่?”
ธนนท์ยิ้มกริ่มเมื่อม่านฟ้าเดินมาที่โต๊ะแล้วเชิญให้ไปร่วมโต๊ะกับรุ่นพี่ของเธอ “พี่เชนทร์ให้มาเชิญพี่นนท์กับพี่นิจน่ะค่ะ”
บุรุษทั้งสองพยักหน้ารับ โอกาสที่จะได้ทำความสนิทสนมกับเศรษฐีหนุ่มๆ กลุ่มใหญ่มาถึงแล้ว ในโต๊ะนั้นมีทั้งเ้าของบริษัท เ้าของกิจการใหญ่ ประธานบริษัท และลูกผู้ดีเก่า
สองหนุ่มแนะนำตัวแล้วนั่งลงยกแก้วดื่มกับคนในโต๊ะ ธเนศกับราเชนทร์นั่งรอฟังธนนท์พูดคุยกับเพื่อนๆ รอบโต๊ะของตน ราเชนทร์แอบกระซิบให้เพื่อนที่นั่งข้างเขาถามเื่การดำเนินธุรกิจฟาร์ม
ธนนท์ตอบได้ไม่น่าสนใจ แต่ธนียากลับตอบได้อย่างชัดแจ้ง เป็เพราะเธอรู้เห็นสิ่งที่พรรษาและเผ่าพงษ์ทำ
“พี่นนท์คอยออกไปติดต่อเื่ธุรกรรมการเงินค่ะ เลยไม่ค่อยรู้เื่ในฟาร์มเท่าไหร่?”
ธนนท์เชิดหน้ายิ้ม เขานึกในใจว่าน้องสาวคงจะพูดความจริงได้น่าสนใจเช่นเคย เหมือนตอนที่ธนียาดึงความสนใจจากวัลลภได้สำเร็จ ผู้ชายพวกนี้ช่างโง่เง่าเจอผู้หญิงเรียบร้อยอ่อนหวานอย่างน้องสาวเขาเข้าไปก็ตกหลุมพราง
ธนนท์สังเกตว่าธเนศมักจะพูดคุยเบาๆ กับราเชนทร์เหมือนหารือเื่ธุรกิจกันอยู่สองคน ในบรรดาผู้ชายทั้งหมด ธเนศ ศราวุฒิกุลคือผู้ชายที่ร่ำรวยที่สุด หากว่าน้องสาวเขากลายเป็คุณผู้หญิงแห่งศราวุฒิกุล ปัญหาเื่ของบิดาก็คงถูกขจัดอย่างง่ายดาย
ธนียาลอบสบตากับพี่ชาย เธอพอจะมองออกว่าธนนท์อยากจะพูดอะไร?
“น่าเสียดายจังที่กูคงต้องขอตัวกลับก่อน พรุ่งนี้กูมีงานสำคัญต้องทำ”
ทุกคนหันไปมองธเนศ พยายามคะยั้นคะยอให้เขาอยู่ต่อ
“กูก็เหมือนกัน พรุ่งนี้กูก็มีนัดสำคัญ” ราเชนทร์ยืนขึ้นบ้าง
สองหนุ่มลุกขึ้น ค้อมศีรษะบอกลาทุกคน ธนียามองตามหลังสองหนุ่ม คืนนี้เธอไม่ยอมรุก ต้องทิ้งระยะอีกสักหน่อย ค่อยทำตัวสนิทสนม ผู้ชายระดับนั้น ถ้าเขายังไม่แสดงตัวว่าอยากรู้จักกับเธอ เธอก็จะไม่ก้าวเข้าไปก่อน วิธีการต้องแเีกว่าผู้หญิงอื่นๆ เป็การดึงราคาตัวเองให้สูง
แต่...เธอคิดจะก้าวผ่านราเชนทร์ไปหาธเนศเพราะเธออยากใช้นามสกุลศราวุฒิกุลของผู้ชายที่เป็ผู้ควบคุมบริษัทวินเนอร์เบฟเวอเรจ
****************
