นี้แหละคุณพ่อของพวกเรา

    บทที่ 11

    “เด็กๆ มากินข้าวกันได้แล้ว”
    “มาแล้วค่า/คร้าบ”
    “ว้าว มีแต่ของโปรดของน้ำทิพย์เลย” น้ำทิพย์ยิ้มออกมาอย่างมีความสุขของช่วงเช้าวันนี้
    “ถ้าชอบก็ไปล้างมือก่อนกินข้าวก่อนนะคะ” เอกมองเจ้าตัวแสบทั้งสองอย่างอบอุ่น เขาคิดถูกแล้วสินะที่มาที่นี่
    “เอาละพวกเรารีบก่อนข้าวกันเถอะเดี๋ยววันนี้จะไปโรงเรียนไปทันนะครับ” เมื่อเห็นลูกๆ ของเขาทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้ว เขาก็สั่งให้ทั้งสองลงมือกินข้าวทันทีก่อนที่เขาจะพาทั้งสองไปส่งโรงเรียนสาย
    “ค่า/คร้าบ”
    จากนั้นไม่นานเอกก็ตักข้าวเหนียวร้อนๆ ให้พวกเด็กๆ ได้ลองกินกันดูเพราะตั้งแต่เอกมาอยู่เชียงใหม่เอกยังไม่เคยให้พวกเด็กๆ ได้ลองชิมข้าวพื้นเมืองเลย
    “คุณพ่อค่ะทำไมข้าวของพวกเราถึงเป็นก้อนอย่างนี้ละค่ะ ไม่เห็นเหมือนข้าวที่คุณพ่อทำให้ปกติเลย” น้ำทิพย์จิ้มข้าวเหนียวร้อนๆ เล่น พร้อมกับเอียงคอถามเอกอย่างสงสัย
    “ก็เพราะมันเป็นข้าวพื้นเมืองของที่นี่ยังไงละ และที่นี่เค้าเรียกกันว่าข้าวเหนียวแถมยังอร่อยกว่าที่เขาขายข้างนอกด้วยนะ เพราะข้าวพวกนี้คุณตาสีกับคุณยายนานำมาให้พ่อเอามาให้พวกลูกๆ ลองกินกันยังไงละ”
    “เอ๋ คุณตากับคุณยายเอามาให้พวกเราเหรอพวกเขาใจดีกับพวกเราจัง” ไมค์กล่าวด้วยความแปลกใจเพราะมันเป็นครั้งแรกที่มีคนนำอะไรมาให้กับพวกเขาทำให้ไมค์รู้สึกแปลกใจไม่ใช่น้อย
    “ฮ่าๆ ก็เพราะคนที่นี่เขาเป็นแบบนี้แหละเดี๋ยวพวกลูกๆ อยู่ที่นี่เดี๋ยวก็ชินกันไปเอง ไมค์คงแปลกใจเพราะมันยังแตกต่างกับเมืองใหญ่ใช่ไหมล่ะครับ” เอกกล่าวยิ้มๆ เมื่อเห็นสีหน้าลูกชายเขา
    “มันก็ใช่แหละครับ เพราะตอนที่เราอยู่บ้านเก่ามีแต่คนมองเราด้วยสายตาแปลกๆ แถมยังขี้งกอีกด้วย” ไมค์กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยสู้ดี
    “ใช่ๆ คุณพ่อรู้ไหมคะตอนนั้นพี่ไมค์แค่จะช่วยเก็บของที่ตกให้กับป้าคนนั้น แต่พอช่วยเสร็จกับตวาดใส่หาว่าพี่ไมค์ช่วยเพราะพวกเราหวังของตอบแทนจากป้าคนนั้น พอหนูคิดถึงตอนนั้นทีไรหนูรู้สึกไม่ดีทุกที” น้ำทิพย์บุ๋ยปากไม่พอใจ ทั้งๆ ที่พี่ชายของเธอแค่ต้องการช่วยเท่านั้นเอง
    “หืม มีเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอถ้าอย่างนั้นต่อไปไมค์จะช่วย เราก็ดูให้ดีๆ นะครับเพราะเราไม่รู้ว่าการที่เราจะไปช่วยเขาอาจจะทำให้เขาเดือดร้อนมากกว่าเดิมก็ได้ แต่กรณีของป้าคนนั้นเขาเรียกว่าเห็นแก่ตัวลูกไมค์ไม่ต้องไปสนใจมันให้มากหรอกนะครับ”
    เมื่อเห็นทั้งสองพยักหน้าอย่างเข้าใจแล้ว สามพ่อลูกก็รีบกินข้าวอย่างมีความสุขกันต่อไป
    “หืม ทำไมน้ำทิพย์ทำหน้าอย่างนั้นละลูก” เอกกล่าวถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นสีหน้าของน้ำทิพย์ไม่ค่อยสู้ดี
    “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” น้ำทิพย์ส่ายหน้าปฏิเสธ
    “ไม่ได้นะคะ ถ้าหนูมีปัญหาอะไรน้ำทิพย์ต้องบอกพ่อสิคะ ไหนน้ำทิพย์ลองเล่ามาให้พ่อฟังสิว่าเราเป็นอะไร” เอกลุกจากโต๊ะและเดินเข้ามาหาน้ำทิพย์อย่างตั้งใจ
    “คะ..คือหนูคิดว่าคุณแม่จะเป็นยังไงบ้างนะคะ” น้ำทิพย์กันใจตอบเสร็จก็หันหน้าหนีเอกทันที เพราะกลัวว่าคุณพ่อเธอจะโมโห แต่ทำยังไงได้ในเมื่อเธอคิดถึงคุณแม่นี่น่า
    “อย่างนั้นเหรอ” เอกพูดแค่นั้นก็เงียบไป ทำให้น้ำทิพย์รู้สึกไม่ค่อยดีเมื่อเห็นท่าท่างของคุณพ่อเธอเปลี่ยนไป
    “นะ...หนูขอโท...” ก่อนที่น้ำทิพย์จะพูดอะไรออกไป มือใหญ่ๆ ของเอกก็ว่างบนหัวเธออย่างเบาๆ ทำให้น้ำทิพย์รู้สึกแปลกใจเธอนึกว่าพ่อของเธอจะลงโทษเธอซะแล้ว
    “พ่อรู้ว่าลูกคิดถึงคุณแม่ แต่พ่ออยากบอกให้พวกลูกๆ รู้ไว้ว่าพวกเราไม่สามารถกลับไปเป็นเหมือนเดิมได้แล้ว แต่ถ้าน้ำทิพย์อยากเจอคุณแม่อีกครั้งน้ำทิพย์ต้องโตพอที่จะช่วยเหลือตัวเองได้ก่อนพ่อถึงจะยอมให้เราทั้งสองไปหาแม่ของลูกได้ แต่ถึงตอนนั้นเธอจะยังเห็นเราทั้งสองว่าเป็นลูกของเธอรึเปล่าพ่อก็คงตอบไม่ได้” เอกกล่าวกับน้ำทิพย์ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
    ถ้าถามว่าเขายังคิดถึงเธออยู่ไหมแน่นอนว่าเขาก็คงไม่สามารถปฏิเสธกับผู้คนได้ว่าเขานั้นไม่คิดถึงเธอ การที่เขาและเธออยู่ด้วยกันมากกว่า8 ปี นั้น เอกย่อมมีความผูกพันกับน้ำหนึ่งไม่ใช่น้อย เขายังคงคิดเสมอว่าให้เธอกับตัวกับใจแล้วมาเริ่มต้นกับเขาใหม่ แต่ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงตัวเขาก็ต้องมานั่งระแวงเธออีกว่าเธอจะกลับไปทำสิ่งผิดๆ เดิมๆ อย่างนั้นหรือไม่
    แค่เขาคิดถึงเรื่องพวกนี้ ก็มีเพียงแค่เสียงถอนหายใจของเขาเท่านั้นเพราะยังไงเขาก็ตัดสินใจอย่างแนวแน่แล้วว่าจะไม่เอาเธอมาอยู่กับครอบครัวนี้ต่อไป
    “เอาละ ตอนนี้สิ่งที่พวกลูกๆ ต้องทำก็คือการเรียนหนังสืออย่างมีความสุขก็พอแล้วส่วนเรื่องแม่ของลูกนั้นพวกเราค่อยคุยกันที่หลังเพราะเดี๋ยววันนี้เราจะไปโรงเรียนสายกันแล้วนะครับ”
    “อะ..จริงด้วยไม่ได้ๆ น้ำทิพย์จะไปโรงเรียนสายไม่ได้ คุณครูบอกว่าใครที่มาโรงเรียนสายคนคนนั้นจะถูกทำโทษ พี่ไมค์เร็วๆ หน่อยน้ำทิพย์ไม่อยากโดนทำโทษ” น้ำทิพย์กล่าวอย่างร้อนรนเมื่อเธอได้ยินคุณพ่อบอกว่าสายแล้ว
    “พี่นะเตรียมตัวเสร็จแล้ว เหลือแต่น้ำทิพย์นั่นแหละที่ยังไม่ได้เตรียมตัว” ไมค์กล่าวอย่างเหนื่อยใจกับน้องสาวตัวเอง
    “มาๆ เดี๋ยวพ่อช่วย” เมื่อเห็นว่าลูกสาวของเขายังไม่ได้เตรียมหนังสือใส่กระเป๋าเขาก็รีบเข้ามาช่วยลูกสาวของเขาทันที
    เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว เขาก็ทำการอุ้มทั้งสองคนวิ่งไปที่รถทันที เมื่อทั้งสามคนขึ้นรถเสร็จเอกก็ทำการสตาร์ทรถออกตัวอย่างรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้นเอกก็ไม่มีทางประมาณเด็ดขาดเพราะบนถนนมักจะเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนเสมอ
    จากนั้นไม่นานรถยนต์ของเอกก็มาถึงโรงเรียนของเจ้าวองตัวแสบได้ทันเวลา
    “เอาละพวกเรามาถึงโรงเรียนแล้วทั้งสองคนก็ต้องใจเรียนละ เดี๋ยวเลิกเรียนเสร็จพ่อจะมารับ” เอกกล่าวกับทั้งสอง
    “ค่า/คร้าบ”
    เมื่อเห็นทั้งสองละจากสายตาแล้ว เอกก็รีบขับรถไปตลาดเพราะวันนี้เขาต้องการซื้อผักและผลไม้เมื่อกินเสร็จเขาจะได้นำเมล็ดมันไปปลูกดู
    “ว้าย...ขอโทษค่ะเป็นอะไรไหมคะ” น้ำเสียงที่ไพเราะกล่าวขอโทษเอกอย่างไม่ได้ตั้งใจ ทำให้เอกอดไม่ได้ที่จะมองหน้าเธอ
    “อ๋อ...ไม่เป็นไรหรอกครับ” เอกตอบกลับอย่างเหม่อลอยหลังจากได้เห็นหน้าเธอคนนี้ ถึงตัวเธอจะไม่ได้สวยอะไรมากมายแต่ถ้าเธอแต่งหน้านิดแต่งตัวหน่อยเขาเชื่อเลยว่าเธอจะเป็นคนที่สวยไม่แพ้ใคร แต่ที่สำคัญเอกกับเห็นความเสน่ห์ที่ออกมาจากตัวของเธอที่มันสามารถสะกดตัวของเอกได้อย่างไม่น่าเชื่อ
    “คุณค่ะ คุณ” หลังจากที่เอกเหม่อลอย ลดาก็รีบกล่าวขอโทษเอกอยู่นานเมื่อเห็นว่าเอกทำถ้าเหม่อลอยเธอก็ทำการเรียกเอกทันที เพราะเธอกลัวว่าเอกจะเป็นอะไรถ้าเป็นอะไรจริงก็เป็นเธอนั่นแหละที่ผิดไปชนคนอื่นเขา
    “คะ...ครับ ขอโทษนะครับพอดีผมกำลังคิดอะไรเพลินอยู่” เอกกล่าวอายๆ เพียงแค่เขาหลงเสน่ห์ของเธอไม่ได้นานก็เป็นขนาดนี้แล้ว โดยที่ภายในใจของเอกมีความคิดแวบหนึ่งว่าจะลองจีบเธอดู แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ต้องตัดใจไปเพราะเอกคงไม่คิดว่าเธออยากจะได้เขาไปเป็นแฟนหรอกเพราะตัวของเขาเองก็มีลูกแล้ว ผู้หญิงที่ไหนเขาอยากจะมาเป็นแฟนกับเขากันละ
    “อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ แต่ยังไงฉันก็ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ไปชนคุณเข้า” ลดาก้มหัวขอโทษเอกอีกครั้ง เธอยังคงรู้สึกไม่ดีจริงๆ ที่ไปชนคนอื่นเข้าด้วยความประมาณของเธอ
    “แฮะๆ ไม่เป็นไรหรอกครับผมสบายดี” เอกกล่าวยิ้มๆ กับท่าทางของเธอยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเสียดายหญิงสาวตรงหน้าของเขาจริงๆ
    “ถ้าคุณว่าอย่างนั้นดิฉันก็โล่งใจค่ะ” ลดาถอนหายใจทันทีเมื่อเห็นว่าเอกไม่ได้คิดอะไรมากกับเธอ
    “เออ ผมเกร็งว่าถ้าเรายังยืนอยู่ตรงนี้มันจะเกะกะเค้าซะเปล่านะครับ” เอกกล่าวด้วยน้ำเสียงขบขัน
    “อะ จริงด้วยดิฉันลืมไปเลยตายแล้วๆ ฉันมัวแต่กังวลกับคุณจนลืมเก็บของที่ตกไปแล้ว” ลดากล่าวอย่างรีบร้อนเมื่อเธอมัวแต่กังวลคนอื่น
    “ถ้าไม่รังเกียจให้ผมช่วยนะครับ” เอกรีบเสนอตัวช่วยทันที เพราะบ้างที่เขาอาจจะมีโอกาสจีบเธอก็ได้
    “ถ้าอย่างนั้นดิฉัน ต้องขอบคุณมากเลยค่ะ” ลดาไม่กล่าวปฏิเสธเพราะตอนนี้เธอต้องรีบทำเวลาจริงๆ
    หลังจากที่ทั้งสองช่วยกันเก็บของที่ตกพื้นเสร็จลดาก็ทำการขอบคุณเอกอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับเสิร์ฟน้ำดื่มให้กับเอกที่ให้ความช่วยเหลือเธออีกครั้ง
    “เฮ้อ ดิฉันต้องขอบคุณเอกอีกครั้งนะคะ เป็นเพราะความสะเพร่าของฉันทำให้ตัวเองต้องไปเดินชนคนอื่น แถมยังต้องขอให้คนที่เรามาชนต้องมาช่วยเราอีก” ลดาถอนหายใจกับความสะเพร่าของเธอ
    “ฮ่าๆ ไม่เป็นไรหรอกครับเรื่องเล็กน้อยแค่นี้เอง ว่าแต่ว่าร้านนี้เป็นร้านของลดาเหรอครับ” เอกมองไปรอบๆ ร้านนี้อย่างเงียบเหงาถึงพื้นที่ร้านของเธอจะดูโอเค แต่เอกกับไม่เห็นคนเข้าร้านสักเท่าไรเลย
    “ใช่ค่ะ นี้เป็นร้านที่ฉันพึ่งเช่าได้ สามเดือนก่อนเองก็อย่างที่เห็นละคะ ลูกค้าแถมจะไม่เข้าร้านของดิฉันเลย” ลดากล่าวอย่างเศร้าใจทั้งๆ ที่เธอพยายามแทบตายแต่เธอกับไม่สามารถขายผักผลไม้ของเธอได้เลยทั้งๆ ที่ร้านของเธอออกจะราคาถูกว่าเจ้าอื่นด้วยซ้ำ
    “อะไร กันผักของน้องลดาก็ออกจะสดใหม่แถมยังราคาถูกกว่าชาวบ้านเค้าทำไมถึงขายไม่ได้กัน” เอกถือวิสาสะเรียกลดาว่าน้องเพราะเธอบอกว่าเธอแก่กว่าเขาปีหนึ่ง
    เอกทำถ้าตกใจเพราะทั้งๆ ที่ร้านของเธอดีขนาดนี้แต่ไม่มีคนเข้ามันออกจะแปลกๆ อยู่นะ
    “มันก็ใช้อยู่หรอกค่ะ ถึงร้านเราจะเป็นของที่สดใหม่แต่เรื่องรสชาติทางเรากลับไม่สามารถสู้ร้านอื่นได้เลย” ลดากล่าวเสียงเศร้าถึงเธอจะพยายามแค่ไหนลูกค้าก็ไม่มีทางที่จะเพิ่มขึ้นเลย
    เมื่อเอกเห็นลดาทำสีหน้าแบบนั้นมันก็ทำให้เอกรู้สึกเจ็บแปล๊บที่หัวใจถึงทั้งสองคนจะไม่ได้เป็นอะไรกันก็เถอะ
    “เอาอย่างนี้ไหมครับ ถ้าลดาไม่ว่าอะไรลดาลองเอาแตงโมของพี่ไปว่างขายดูไหมแต่ถ้ายังไม่ใจเรื่องคุณภาพแตงโมของพี่ลดาสามารถมาดูสวนแตงโมของพี่ได้นะครับ” เอกกล่าวอย่างใจกล้างส่วนหนึ่งมันก็เป็นแผนของเขาที่อยากจะพาสาวมาที่บ้านของเขานั่นแหละ
    “จริงเหรอคะ ที่บ้านพี่แตงปลูกแตงโมขายเหรอคะ” ลดากล่าวถามเอกตาเป็นประกายเพราะมันอยากมากที่ใครจะให้เธอเขาไปเลือกแตงโมมาขายเองส่วนมากจะเป็นพ่อค้าคนกลางคัดมาให้ กับเธอมากกว่าแถมพ่อค้าคนกลางยังคิดราคากับเธอแพงอีกและการที่เอกสามารถให้เธอไปดูที่สวนของเขาได้นั้นก็หมายความว่าเธอสามารถที่จะเลือกแตงโมมาขายได้เองแถมเธอไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางอีกด้วยทำให้ราคาซื้อขายของเธอยิ่งลดลง
    “จริงสิครับ ถ้าน้องลดาอยากลองไปดู ก่อนจะเอาแตงโมของพี่ไปขายพี่ก็ไม่ว่าหรอก” เอกกล่าวยิ้มๆ เมื่อเห็นสีหน้าท่าทางของเธอ
    “ขอบคุณพี่เอกมากเลยนะคะ ที่ให้โอกาสน้องคนนี้ พี่เอกรู้ไหมกว่าหนูจะหาผลไม้ดีๆ มาได้ต้องโดนพ่าค้าคนกลางรีดเลือดไปมากเท่าไร” ลดากล่าวฮึดฮัดเมื่อเธอนึกถึงตอนที่เธอต่อราคากับพ่อค้าคนกลางคนนั้น
    เอกได้แต่มอง แล้วยิ้มตามเธอถึงความรักของเขาจะไม่สมหวังแต่อย่างน้อยความสุขเล็กๆ ของเขา เขาก็อยากจะคว้ามันมาเมื่อเขามีโอกาสเขาไม่อยากจะมานั่งเสียใจที่หลังอีกแล้วอะไรที่สามารถคว้าเอาไว้ได้เขาก็จะคว้าเอาไว้
    แต่ถึงอย่างนั้นเอกก็ส่ายหน้าปัดความคิดที่จะนำเธอมาเป็นครอบครัวทันทีเพราะเอกคงไม่คิดว่าเธอจะสามารถยอมรับเรื่องลูกของเขาได้แน่ๆ ตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้ เอกก็ขอเพียงแค่ชื่นชมเธออยู่ใกล้ๆ แค่นี้เอกก็มีความสุขแล้ว