ทศกัณฐ์ เนบิวล่าแห่งยักษา

    บทที่ 39 การเตรียมตัวของผู้พิทักษ์

            หลังจากการประชุมใหญ่ในพระราชวังลังกาเกี่ยวกับรอยรั่วของมิติสิ้นสุดลงเหล่านักรบที่เคยรวมตัวกันเพื่อต่อสู้กับศัตรูจากต่างมิติก็เริ่มแยกย้ายกลับไปยังสถานที่ของตนเองอีกครั้งไม่ใช่เพราะความร่วมมือสิ้นสุดลงแต่เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าสงครามครั้งต่อไปอาจรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมาและแต่ละคนก็ต้องเตรียมความพร้อมของตนเองให้ถึงขีดสุดหนุมานเป็นคนแรกที่ออกเดินทาง เขายืนอยู่บนหน้าผาสูงทางตะวันออกของลังกามองไปยังมหาสมุทรที่ทอดยาวสุดสายตา ลมทะเลพัดผ่านผมสีขาวของเขาอย่างแผ่วเบา“ดูเหมือนช่วงเวลาพักจะจบลงแล้วจริงๆ” เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะกระโดดพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในพริบตาจุดหมายของเขาคือเทือกเขาศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสถานที่ฝึกฝนของเหล่าวานรนักรบสถานที่ที่เขาเคยฝึกฝนพลังของตนเองมานานหลายปี หากสงครามครั้งใหม่กำลังจะมาถึงหนุมานตั้งใจจะทำให้พลังของตนเองแข็งแกร่งยิ่งขึ้นกว่าเดิม

            อีกด้านหนึ่งสุครีพได้เดินทางกลับไปยังป่าศิลาอสูร สถานที่ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขาสถานที่ที่เขาเติบโตมาก่อนที่เขาจะย้ายไปตั้งถิ่นฐานบนดาววาลคาร์เสียงคำรามของสัตว์ป่าดังก้องไปทั่วผืนป่าเมื่อเขามาถึงเหล่านักรบวานรต่างออกมาต้อนรับผู้นำของพวกเขา “เตรียมกองกำลังทั้งหมดให้พร้อม”สุครีพกล่าวกับเหล่านักรบ“ครั้งนี้เราอาจต้องต่อสู้กับศัตรูที่ใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมา”เหล่านักรบตอบรับด้วยเสียงคำรามกึกก้อง

            ทางด้านของไกรศรเดินทางไปยังหุบเขาเหล็กดำเพื่อพบกับเพื่อนเก่าที่เป็นช่างตีเหล็กสถานที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางของการสร้างอาวุธและเกราะสำหรับนักรบระดับสูงเสียงค้อนกระแทกโลหะดังสะท้อนก้องไปทั่วหุบเขาเมื่อเขาเดินเข้าไปในโรงตีเหล็กขนาดยักษ์ช่างตีเหล็กจำนวนมากหยุดมือแล้วหันมามองเขา “ถึงเวลาแล้ว” ไกรศรกล่าวสั้นๆ“เตรียมอาวุธสำหรับสงครามครั้งใหญ่”

            ส่วนรามกลับเดินทางไปยังศูนย์บัญชาการของรัฐบาลโลกที่ซึ่งลักษณ์กำลังบริหารการเตรียมกำลังของกองกำลังทั่วโลกเมื่อรามเดินเข้ามาในห้องบัญชาการ ลักษณ์ก็เงยหน้าจากจอโฮโลกราฟิกแล้วมองพี่ชายของเขา“พวกมันกำลังเคลื่อนไหวอีกครั้งสินะ” ลักษณ์กล่าว รามพยักหน้า “ใช่และคราวนี้มันอาจไม่ใช่แค่การทดลองอีกต่อไป” ลักษณ์มองแผนที่โลกที่มีจุดพลังงานมิติกะพริบอยู่สามจุดก่อนจะพูด“งั้นเราก็ต้องเตรียมโลกทั้งใบให้พร้อม” รามยิ้มเล็กน้อย “ชั้นถึงมาที่นี่ไง”

            ในขณะที่นักรบทุกคนกำลังเตรียมตัวสำหรับสงครามที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อภายในพระราชวังลังกา ทศกัณฐ์และสีดากำลังเผชิญกับความท้าทายอีกแบบหนึ่งห้องฝึกพลังใต้พระราชวังถูกเปิดใช้งานอีกครั้งพื้นห้องถูกสลักด้วยวงแหวนพลังโบราณที่สามารถช่วยควบคุมพลังงานระดับสูงได้ทศกัณฐ์ยืนอยู่กลางวงแหวนพลังนั้น ขณะที่สีดายืนอยู่ด้านนอกคอยสังเกตพลังงานที่เริ่มไหลออกมาจากร่างของเขา

            “เริ่มจากระดับต่ำก่อน” สีดากล่าวทศกัณฐ์พยักหน้าเบาๆจากนั้นพลังสีดำเข้มก็เริ่มไหลออกมาจากร่างของเขาเหมือนหมอกพลังงานที่ค่อยๆขยายตัวออกไปทั่วห้องพื้นหินใต้เท้าของเขาสั่นเล็กน้อยเมื่อพลังของผู้สืบสายอวตารเริ่มถูกปลดปล่อย “คุณต้องหยุดก่อนที่จะถึงจุดที่คุณเริ่มเสียการควบคุม”สีดากล่าว ทศกัณฐ์พยายามควบคุมการไหลของพลังให้คงที่ แต่เพียงไม่นานแรงกดดันจากพลังมหาศาลก็เริ่มเพิ่มขึ้นเส้นพลังสีดำเริ่มกระพริบรุนแรงขึ้นเล็กน้อย สีดาสังเกตเห็นทันที “พอแค่นั้นก่อน”เธอกล่าว ทศกัณฐ์ค่อยๆดึงพลังกลับเข้าสู่ร่างของตัวเอง ห้องฝึกจึงกลับมาเงียบสงบอีกครั้งสีดามองข้อมูลพลังงานที่ปรากฏบนเครื่องตรวจวัดก่อนจะพูด

            “คุณควบคุมได้ประมาณหกสิบเปอร์เซ็นต์โดยไม่มีปัญหา”ทศกัณฐ์ถอนหายใจเบาๆ “แต่หลังจากนั้นพลังมันเริ่มควบคุมผมแทน” สีดาพยักหน้า“นั่นแปลว่าเรายังต้องหาวิธีเพิ่มขีดจำกัดนั้นให้สูงขึ้น”เธอมองวงแหวนพลังบนพื้นก่อนจะพูดต่อ “ถ้าคุณสามารถควบคุมมันได้เต็มหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์…”ทศกัณฐ์พูดต่อแทนเธอ“…ผมก็จะสามารถใช้พลังทั้งหมดของผู้สืบสายอวตารได้โดยไม่สูญเสียสติ”สีดายิ้มเล็กน้อย “ใช่ และถ้าศัตรูจากต่างมิติบุกเข้ามาจริงๆนั่นอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีโอกาสชนะ” ทศกัณฐ์มองฝ่ามือของตัวเองเงียบๆพลังสีดำจางๆยังคงหมุนวนอยู่รอบมือของเขา แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่เขาก็รู้ดีว่าพลังที่แท้จริงของมันยังลึกกว่านั้นมากและการฝึกครั้งนี้อาจเป็นกุญแจสำคัญที่จะกำหนดผลของสงครามในอนาคต

            ห้องฝึกพลังใต้พระราชวังลังกายังคงสว่างด้วยแสงจากวงแหวนอาคมโบราณที่สลักอยู่บนพื้นหินเส้นอักขระพลังงานเรืองแสงเป็นวงซ้อนกันหลายชั้นราวกับกลไกโบราณที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อควบคุมพลังมหาศาลทศกัณฐ์ยังคงยืนอยู่กลางวงแหวน สีดำหม่นของพลังผู้สืบสายอวตารยังคงหมุนวนรอบตัวเขาเป็นไอพลังจางๆขณะที่สีดายืนมองอยู่ด้านนอกพร้อมอุปกรณ์ตรวจวัดพลังงานที่เชื่อมต่อกับระบบของห้องฝึก“ลองอีกครั้ง” สีดากล่าวอย่างสงบ “แต่คราวนี้อย่าปล่อยพลังออกมาเหมือนเมื่อกี้”ทศกัณฐ์เลิกคิ้วเล็กน้อย “หมายความว่ายังไง” สีดาจึงตอบ “เมื่อกี้คุณปล่อยพลังออกมาเหมือนการระเบิดแต่ถ้าจะควบคุมมันจริงๆ คุณต้องทำให้มันไหลเหมือนกระแสน้ำแทน”ทศกัณฐ์นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อยเขาหลับตาลงช้าๆแล้วเริ่มรวบรวมพลังอีกครั้ง พลังสีดำค่อยๆก่อตัวขึ้นรอบร่างของเขาแต่คราวนี้มันไม่ได้พุ่งออกมารุนแรงเหมือนก่อน กลับกันมันไหลวนช้าๆเหมือนกระแสน้ำที่หมุนอยู่รอบตัวเขาเส้นพลังเริ่มไหลไปตามร่องอักขระบนพื้นห้องฝึกราวกับวงแหวนอาคมกำลังช่วยกระจายแรงกดดันของพลังออกไป

            สีดามองค่าบนเครื่องตรวจวัดอย่างตั้งใจตัวเลขเริ่มเพิ่มขึ้นจากหกสิบเปอร์เซ็นต์ไปหกสิบห้า…เจ็ดสิบ…เจ็ดสิบห้าเปลวพลังสีดำรอบตัวทศกัณฐ์เริ่มเข้มขึ้นอากาศภายในห้องฝึกเริ่มสั่นเบาๆเหมือนถูกแรงกดดันจากพลังมหาศาล “ยังคงที่ไว้”สีดากล่าวเบาๆ ทศกัณฐ์พยายามควบคุมลมหายใจของตัวเองให้สม่ำเสมอขณะที่พลังในร่างยังคงเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ เจ็ดสิบแปด…แปดสิบ…แปดสิบสองวงแหวนอาคมบนพื้นเริ่มส่องแสงแรงขึ้นเพื่อรับแรงกดดันจากพลังของเขาเสียงสั่นของพลังงานเริ่มดังขึ้นเบาๆภายในห้องสีดามองค่าพลังงานที่กำลังเพิ่มขึ้นแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย “ระวัง” เธอกล่าว“ตอนนี้คุณกำลังเข้าใกล้ขีดจำกัดเดิมแล้ว” ทศกัณฐ์ยังคงหลับตาอยู่เขาสามารถรู้สึกได้ว่าพลังในตัวเองกำลังพยายามทะลักออกมาเหมือนคลื่นมหาศาลที่กำลังจะพังเขื่อนแต่คราวนี้เขาพยายามไม่ต่อต้านมัน เขาเพียงพยายามควบคุมทิศทางของมันแทน ตัวเลขบนเครื่องตรวจวัดขยับขึ้นอีกแปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ ทันใดนั้นพลังสีดำรอบตัวเขาก็สั่นไหวรุนแรงขึ้นเส้นพลังเริ่มแตกกระจายเหมือนเปลวไฟที่กำลังควบคุมไม่อยู่สีดาก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าวทันที

            “พอแล้ว!” เธอกล่าวทศกัณฐ์ลืมตาขึ้นทันทีแล้วดึงพลังทั้งหมดกลับเข้าสู่ร่างของตัวเองเปลวพลังสีดำหายวับไปในพริบตา ห้องฝึกกลับมาเงียบอีกครั้งเหลือเพียงเสียงเครื่องตรวจวัดที่ยังคงทำงานอยู่สีดามองหน้าจอข้อมูลก่อนจะถอนหายใจเบาๆ “แปดสิบห้าเปอร์เซ็นต์” เธอกล่าว“มากกว่าครั้งก่อนเยอะเลย” ทศกัณฐ์ยกมือขึ้นมองฝ่ามือตัวเองเล็กน้อยเขายังรู้สึกถึงแรงกดดันของพลังที่หมุนอยู่ภายในร่าง “แต่ก็ยังไม่ถึงร้อยอยู่ดี”เขากล่าว สีดาพยักหน้า “ใช่ แต่เรารู้แล้วว่าคุณสามารถควบคุมมันได้มากกว่าที่คิด”เธอหยุดครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ “แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่ฉันสังเกตเห็น”ทศกัณฐ์หันมามองเธอ “อะไรเหรอ” สีดามองเขานิ่งๆก่อนจะตอบ“ตอนที่พลังขึ้นถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์ จิตใจของคุณเริ่มเปลี่ยนไป”ทศกัณฐ์นิ่งไปเล็กน้อย “เปลี่ยนยังไง” สีดาตอบอย่างตรงไปตรงมา“คุณเริ่มมีความรู้สึกอยากทำลายทุกอย่างรอบตัว” ห้องฝึกเงียบลงเล็กน้อยทศกัณฐ์ไม่ได้ปฏิเสธ เพราะเขาเองก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆในช่วงเสี้ยววินาทีนั้นสีดาจึงพูดต่อ “นั่นแปลว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่พลังอย่างเดียว” เธอกล่าว“แต่มันอยู่ที่จิตใจของคุณด้วย” ทศกัณฐ์ขมวดคิ้วเล็กน้อย “หมายความว่า” สีดาจึงตอบ“ถ้าคุณจะควบคุมพลังหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ได้จริงๆคุณต้องควบคุมความมืดในตัวเองให้ได้ก่อน” ลมพลังจางๆยังคงหมุนวนอยู่ในห้องฝึกขณะที่ทศกัณฐ์ยืนเงียบอยู่กลางวงแหวนอาคมเขารู้ดีว่าสิ่งที่สีดาพูดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะพลังของผู้สืบสายอวตารไม่ได้เป็นเพียงพลังธรรมดา แต่มันเป็นพลังที่เชื่อมโยงกับสัญชาตญาณดิบและความโกรธที่อยู่ลึกที่สุดในตัวของเขาและอีกอย่างพลังนี้ไม่ได้เป็นพลังของเขาเองมาตั้งแต่ต้นเพราะอย่างที่รู้กันดีว่าในอดีตเขาเป็นแค่ตัวทดลองที่ถูกนำพลังของผู้สืบสายอวตารนี้มาใส่ไว้ในร่างและถ้าเขาต้องการควบคุมมันได้อย่างสมบูรณ์เขาอาจต้องเผชิญหน้ากับด้านที่มืดที่สุดของพลังนี้ซะก่อน