ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่177 ผลตอบรับ

กระแสตอบรับวง P41 เป็นไปได้ด้วยดี หนุ่มหล่อทั้ง 7 หลังจากปล่อยเพลงเดบิวต์ไปบนช่องทางยูทูป ยอดวิวพุ่งถึง 7 ล้านในวันเดียว!

อาจไม่ได้มากมายอะไรหากเทียบกับค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ที่มีเส้นสายในเกาหลี แต่สำหรับค่ายเพลงเล็กๆ แล้วถือว่าสุดยอดมาก

วันนี้คังโยซอนเป็นฝ่ายเชิญเจมส์มาเลี้ยงอาหาร พร้อมด้วยสมาชิกหนุ่มหล่อทั้ง 7 เรียกได้ว่าต้องเปิดห้องส่วนตัว ไม่งั้นบรรดาแฟนคลับคงเข้ามากวนไม่เป็นอันกินอันนอน

“ตอนนี้ทุกอย่างดูจะราบรื่นดีนะครับ และผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคุณจะไม่ขายหุ้นบริษัทออกไป...” เจมส์นั่งติดกับหนึ่งในนักร้อง หันไปพูดหยั่งเชิงกับผู้ถือหุ้นอันดับสอง

“ขายหุ้น...ทำไมผมต้องขายด้วย ค่ายเพลง NG เป็นสิ่งที่ผมสร้างมันมากับมือ จะขายเหมือนนักลงทุนหัวหดพวกนั้นได้ยังไง” ต่อให้รู้ว่ามูลค่าของบริษัทฯ ในตลาดจะสูงขึ้น สำหรับคังโยซอนก็ไม่มีทางหวั่นใจ มองว่าบริษัทที่ตนสร้างขึ้นสำคัญที่สุด

“งั้นก็แล้วไป แต่ถ้าหากคุณอยากขายเมื่อไหร่บอกผมมาได้เลยนะครับ”

“หึ! ผมไม่ตกไปในหลุมพรางคุณหรอกน่า” คังโยซอนคร่ำหวอดวงการธุรกิจ มีเหรอจะไม่รู้ความนัยของอีกฝ่าย

เจมส์หัวเราะในลำคอ หันไปคุยกับสมาชิกวง P41 บ้างพอเป็นพิธี

กล่าวด้วยความสัตย์จริงหุ่นยนต์เพอร์เฟคแมนไม่จำเป็นต้องดื่มกิน แต่เพราะต้องจำลองการใช้ชีวิตแบบมนุษย์เลยมีแต่ต้องทำตัวให้กลมกลืนกับชีวิต

“เลิกพูดถึงเรื่องน่าปวดกันดีกว่า เรามาพูดถึงซิงเกิ้ลต่อไปของ P41” คังโยซอนรู้ว่าเจมส์มีคลังเพลงมากกว่าร้อยเพลง สำหรับหมาป่าเจ้าเล่ห์คนนี้เขาคิดว่าคงมีแผนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

เจมส์คีบปลาดิบเข้าปาก หลังจากเคี้ยวได้ครู่หนึ่งจึงกล่าว “เพลงต่อไปผมคิดว่าควรจะเป็นเพลงเร็วเหมือนกับเพลงแรก แต่ครั้งนี้จะมาในมาดหวานๆ ไม่ใช่บริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างเพลงแรก ทั้งนี้ลองมาฟังความเห็นของสมาชิกวงไหม ผมอยากรู้ว่าพวกเขาจะชอบเพลงอะไรบ้างในลิสต์”

“อา...” คังโยซอนไม่ได้คัดค้าน

ถ้าหากมันดีก็โอเคแต่ถ้าพูดถึงเรื่องปกติใครที่ไหนก็คงไม่ทำกันแบบนี้

ส่วนใหญ่บริษัทจะจัดหาเพลง ท่าเต้น และทุกๆ อย่าง

ตัวศิลปินมีหน้าที่เพียงแค่ทำตามคำสั่ง เหมือนกับเครื่องจักรที่ต้องหาเงินให้ค่ายเพลง

“ผมยังไงก็ได้ ถ้าเพลงไหนท่านประธานว่าดีผมก็ว่าดี ใช่ไหมทุกคน” ฮงกิเป็นฝ่ายนำ และสมาชิกที่เหลืออีก 6 คนก็พยักหน้าเห็นด้วย

เนื่องจากพวกเขาเป็นหุ่นยนต์ของเจมส์ คำสั่งของเจมส์คือเด็ดขาด มีแต่ต้องทำตามเท่านั้น

เจมส์ตบไหล่ฮงกิ “อย่าพูดอย่างนั้นสิ ผมเป็นประธานบริษัทนะจะไม่ฟังความคิดเห็นของพนักงานได้ยังไง โดยเฉพาะพวกนายที่เป็นเหมือนเสาหลัก ข้อมูลนี้เองก็มีค่ามากที่จะพัฒนาโปรเจคถัดไป และผมเชื่อว่าทุกคนมีสิ่งที่อยากจะเสนอเพียงแต่ไม่กล้าพูด”

“วันนี้มีผมนั่งตำแหน่งประธาน ผมอยากให้พวกนายเสนอความคิดได้อย่างอิสระ เพลงน่ะหากทำตามกรอบแปบเดียวคนก็จะลืม จำเป็นต้องคิดนอกกรอบบ้าง ดังนั้นความคิดของสมาชิกวงก็สำคัญไม่แพ้กัน”

เห่าเหรินและคนที่เหลือเลือดถึงกับพุ่งพล่าน จากคำกล่าวดูเหมือนพวกเขาจะทำประโยชน์ให้กับเจ้านายได้ แบบนี้ต้องรีบทำคะแนน!

คังโยซอนนั่งฟัง 7 เทพบุตรพูดถึงแนวเพลงที่ตนเองชื่นชอบ หรืออยากลองทำในซิงเกิ้ลที่สอง กล่าวด้วยความสัตย์จริงนี่คือครั้งแรกที่มาฟังอะไรแบบนี้ ซึ่งมันได้เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ ให้กับเขา ความคิดของศิลปินก็มีความหมาย

เจมส์ต้องไปกลับเกาหลีใต้อยู่บ่อยครั้ง ทว่าเพราะ'ประตูสายรุ้ง'ทำให้เขาประหยัดเวลาไปได้เยอะเลย แถมเงินค่าเดินทางยังน้อยกว่าตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสและเดินทางได้เร็วกว่า เรียกได้ว่าเครื่องบินก็เป็นแค่ยานพาหนะไร้ประสิทธิภาพเมื่อเทียบกับประตู เหมือนกับเศษเหล็กที่รอวันถูกโล๊ะทิ้ง

เจมส์นั่งอยู่ในบริษัท NG ช่วงบ่าย มองดูตารางงานที่เข้ามาแน่นเอี๊ยดของวง P41 ก็รู้สึกมีแรงฮึกเหิมในการทำงาน ดูเหมือนว่าการลงทุนเงินมากกว่าพันล้านวอนเพื่อบริษัทฯ จะเป็นการเลือกข้างที่ถูกต้อง

“เจ้านายครับ ผมว่าตัวเลขพวกนี้น้อยเกินไปหน่อยไหมครับ”

“หมายความว่ายังไง?” เจมส์เลิกคิ้วข้างหนึ่งมองทอย

“แบบว่า...ถ้าหากให้ผมเป็นนักร้องเดี่ยว เต้นแซมบ้าบนเวทีแล้วร้องเพลงสากล น่าจะทำกำไรได้มากกว่านี้” ทอยพูดมาได้อย่างไม่อายปาก แถมวันนี้ยังทำผมสีรุ้ง นึกว่าเจ้าแม่แฟชั่นจากแคทวอล์คมาเอง

“ขี้โม้!” ผู้จัดการวง P41 อย่างฮันบินซึ่งเป็นหุ่นแบนเนอร์กล่าวลอยๆ

“อ้าว...นี่ไม่เชื่อกันเลยใช่ไหม แต่อย่างน้อยในฐานะที่ผมเป็นหุ่นยนต์รุ่นพี่ รุ่นน้องก็ควรจะเคารพกันสักหน่อยนะครับ”

“ถ้ารุ่นพี่น่าเคารพ”

“ชิ! งั้นมาแบทเทิลกัน”

“ได้!”

เจมส์ถึงกับต้องนวดขมับ รีบไล่ทั้งคู่ออกไปจากห้องประเดี๋ยวประสาทได้กินก่อนพอดี

จัดการเรื่องตารางโดยคร่าวๆ แล้วปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้ถือหุ้นอันดับสอง เจมส์หันมามองเอกสารเพลงที่ถูกคัดเลือกสำหรับอัลบั้ม ONE ของวง P41

นี่คือเพลงที่ดีที่สุดในยุคก็ว่าได้ ดนตรีล้ำยุคที่ฟังแล้วต้องลุกขึ้นมาเต้น เจมส์ไม่หวังให้โด่งดังทั่วโลกอย่างน้อยขอแค่กลายเป็นค่ายใหญ่ในเกาหลีใต้ ขอแค่รากฐานมั่นคงหลังจากนี้การเดินเส้นทางธุรกิจในเกาหลีก็ไม่ใช่เรื่องยาก

.......

วังน้ำเขียว ไร่นายเจมส์

ไอด้าเดินทางมาถึงที่หมายพร้อมกับเพื่อนคนสนิทที่ทำงานที่เดียวกัน เป็นผู้หญิงสวยชื่อว่าอั้ม ตอนแรกคิดว่าจะมาหาข้อมูลกันสองคนแต่แล้วแผนกลับผิดพลาด ดันมีตัวน่าปวดหัวอย่างโย่งและแบงค์พ่วงมาด้วย

“เนี่ยเหรอไร่นายเจมส์ คนเยอะชะมัด” โย่งคือชายในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้ากางเกงขายาว สวมรองเท้าหนังผมถูกหวีเรียบแป้

“ที่แบบนี้มีอะไรดี แค่เป็นกระแสนิดหน่อยเดี๋ยวก็เจ๊ง” แบงค์กล่าวพลางดูถูกชัดเจน

“ไม่มีใครใช้ให้พวกนายมาเลยนะ ถ้าไม่พอใจก็กลับไปซะ น่ารำคาญชะมัด” อั้มมองพวกเขาด้วยหางตา จะว่าไปหล่อนก็เป็นผู้หญิงสวยคนหนึ่ง

“อย่าพูดอย่างนั้นสิอั้ม แบงค์ก็แค่พูดตามที่เห็น เธอเองก็น่าจะรู้ไม่ใช่เหรอว่านักข่าวมักพูดอะไรเกินจริง สายฟ้าที่เป็นสายรุ้งบ้างแหละทุเรียนลูกละยี่สิบกิโลกรัมบ้างแหละ ของแบบนั้นมีจริงที่ไหน” ขณะพูดโย่งไม่ได้มองอั้ม สายตาเอาแต่จดจ่ออยู่กับไอด้า ราวกับเป็นเป้าหมายสำคัญที่ทำให้เขาเดินทางตามมาจากระยอง

“เลิกพูดมากเถอะ รีบไปซื้อตั๋วได้แล้ว อยู่ตรงนี้ไปก็ไม่ช่วยอะไรดีขึ้นมา” วันนี้ไอด้าแต่งตัวเรียบง่าย ชุดแขนยาวกางเกงขายาว ใส่หมวกใบใหญ่พร้อมกับแว่นตากันแดด

ทั้งกลุ่มเริ่มซื้อตั๋วแล้วเช่ารถกอล์ฟขับชมไร่ทุเรียน

ปากของแบงค์ฟังดูผิดหูตั้งแต่ข้างนอก พอเห็นต้นทุเรียนจริงๆ ถึงกับปิดปากสนิท ไม่กล้าแสดงความคิดเห็น

“ลูกใหญ่ชะมัด แบบนี้เนื้อข้างในต้องกลวงมากแน่ มีดีแค่เปลือก” โย่งเริ่มวิจารณ์หลังจากเห็นผลทุเรียนโตๆ

“ก็ไม่แน่ ถ้าหากเนื้อมันกลวงจริงอย่างที่นายพูด ป่านนี้คงไม่มีใครอยากเข้ามาที่นี่อีกเป็นครั้งที่สอง” อั้มเบะปาก ไม่ให้ความสนใจผู้ชายหน้าม่อ

ฝ่ายโย่งกับแบงค์เองก็ไม่สนใจ เพราะเป้าหมายทั้งคู่คือไอด้า

“ถ้างั้นทำไมไม่แกะมันออกมาดูล่ะ” แบงค์เสนอ สีหน้าดูเจ้าเล่ห์

“ความคิดแย่ชะมัด!” ไอด้ามองเหยียดตรงๆ

“เอ๋...นี่ฉันพูดผิดตรงไหน ก็มันเรื่องจริงนี่นาอีกอย่างราคาต่อกิโลกรัมก็แพงมาก ทำงานมาทั้งเดือนเพื่อทุเรียนหนึ่งลูก บ้าหรือเปล่า” พูดไปก็น้ำลายไหล แบงค์อยากจะเด็ดทุเรียนลูกใหญ่จากต้นลงมากินเสียเดี๋ยวนั้น

“หึ แล้วนายจะทำยังไง เราไม่ได้พกมีดมากันซะหน่อย” เพราะหมอนี่พูดขัดหูไอด้า โย่งจึงอยากจะรู้นักว่าเขาจะมีวิธีการจัดการยังไงต่อ

“เอ่อ...นั่นก็...”

“ชิ หน้าโง่ชะมัด เสียเวลาจริงๆ” โย่งรู้สึกขายหน้า รีบตามไอด้าและอั้มไปดูต้นถัดไป แบงค์กัดฟันกรอด ไม่พอใจก็จริงแต่ก็ไม่อยากถูกทิ้งไว้คนเดียว จึงรีบตามไปติดๆ

เดินได้ครู่หนึ่งจึงออกมาซื้อทุเรียน

ในส่วนนี้ไอด้าไม่ได้ประหยัดเงิน เนื่องด้วยหล่อนต้องการรู้ถึงความลับของเจมส์จึงตัดสินใจซื้อเองทั้งลูก

ทุเรียนแต่ละลูกถูกคัดจากสวนมาอย่างสวยงาม มองเห็นแล้วถ้าบอกว่าไม่อยากได้ก็คงโกหก

ความจริงโย่งเองก็อยากจะทำตัวเป็นป๊าเพราะต้องการให้ไอด้าสนอกสนใจ แต่เมื่อเห็นราคาต่อกิโลกรัมและหล่อนยังเลือกเป็นลูกใหญ่ เป็นใครใครก็ต้องถอยจริงไหม โดยเฉพาะตอนนี้เงินส่วนหนึ่งต้องเจียดไว้ผ่อนรถเก๋ง จะนำมาใช้สุรุ่ยสุร่ายได้ยังไง มีหวังสิ้นเดือนได้กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ในขณะที่ไอด้ากำลังจะจ่ายตังค์เสียงหนึ่งได้ดังขึ้น

“ลูกนั้นผมจ่ายให้”

ไอด้าหันไปมอง หล่อนไม่ประหลาดใจสักนิดที่เห็นชายเจ้าของถุงมือดำตรงหน้า

“รู้หรือเปล่าว่าทุเรียนลูกหนึ่งราคาเท่าไหร คนอย่างนายจะมีปัญญาจ่ายเหรอ?” แบงค์โกรธตั้งแต่อยู่ในไร่ที่ไม่สามารถหามีดมาฟันทุเรียนได้ ตอนนี้มีสุนัขมาให้ระบายความโกรธถึงที่ แล้วจะไม่ให้เขาแยกเขี้ยวใส่ก็คงแปลก

ไอด้าอมยิ้มมุมปากเมื่อเห็นปฏิกิริยาของแบงค์ แต่สำหรับโย่งกำลังคิดว่าเธอกำลังสนใจชายเจ้าของถุงมือดำ!