ดวงตาของหนิงเฟยหลงเผยไอสังหารเขารู้ได้ทันทีว่ากลุ่มคนพวกนี้อยู่เบื้องหลังเรื่องราวทั้งหมด พวกคนสมควรตาย!
หัวหน้ากลุ่มนั้นหากไม่ผิดพลาดควรจะเป็นหญิงสาวอายุประมาณสิบหกถึงสิบเจ็ดปีในมือโอบอุ้มลูกหมาป่ากระหายเลือด
นางเป็นหญิงสาวที่มีความสวยงามอย่างไม่น่าเชื่อรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าไร้การแต่งแต้ม แต่ก็สวยงามราวกับแสงแรกยามเช้าผมยาวตรงถึงกลางหลัง ร่างกายของนางราวกับถูกแกะสลักด้วยหยกชั้นดีสวมชุดสีขาวราวกับเทพธิดา
ทว่ากลับมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวอย่างน่ากลัวสมกับคำที่ว่าดอกไม้ยิ่งสวยยิ่งอันตราย นางจัดว่าเป็นหนึ่งในนั้น
แต่ถึงอย่างนั้นหนิงเฟยหลงก็ไม่อาจละสายตาจากนางไปครู่หนึ่งก่อนที่ดวงตาจะกลับมาเย็นชา เขาปรับปรุงความคิดอย่างเร่งด่วน
“เยี่ยนฉวี่เจ้าส่งแกนสัตว์อสูรมาให้ข้าแล้วข้าจะปล่อยพวกเจ้าทั้งสองไป” เสียงเย็นชาของหญิงสาวดังขึ้นใบหน้าของโต่วเยี่ยนฉวี่ก็ดิ่งลง เฟิงเหลยเองก็ไม่ต่างกัน
เมื่อครู่ทั้งสองคนต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายจึงเอาชนะสัตว์อสูรระดับห้าตัวนี้มาได้ทั้งยังสังหารสัตว์อสูรระดับสี่ทั้งหมดลงแต่ผู้หญิงคนนี้กลับขอให้นางส่งแกนสัตว์อสูรไปให้ง่าย ๆ จะเป็นไปได้อย่างไร?
“คุณหนูเจียงเหม่ยหลินขออภัยที่เสียมารยาท แต่แกนสัตว์อสูรชิ้นนี้ข้าคงให้ท่านไม่ได้”โต่วเยี่ยนฉวี่กัดฟันเปล่งเสียงตอบ ดูเหมือนว่าทั้งสองจะรู้จักกันและดูเหมือนว่าสถานะของเจียงเหม่ยหลินผู้นี้จะสูงส่งกว่านางที่เป็นบุตรสาวของเจ้าเขตทวีปหยิน
ดวงหน้าของเจียงเหม่ยหลินยังคงดูเฉยเมยราวกับว่ามันไม่มีอะไรน่าแปลกใจ นางเพียงพยักหน้าให้กับคนในกลุ่มเท่านั้นคนพวกนั้นสวมอาภรณ์สีฟ้าหน้าอกซ้ายปักลายเหรียญสมาพันธ์ บ่งบอกถึงสถานะที่เป็นคนของสมาพันธ์การค้ามีทั้งสิ้นสิบสองคน คนทั้งสิบสองประสานมือรับคำสั่งแล้วก็ลงมือโจมตีในทันที
เฟิงเหลยกัดฟันกรอดเขาใช้พลังจิตมากเกินไปแล้วแล้วตอนนี้ก็ยังรู้สึกอ่อนล้าอยู่ คนพวกนี้เจ้าเล่ห์จริง ๆถึงปรากฏตัวในวินาทีสุดท้าย
สิบสองคนลงมือพร้อมกันคลื่นหยวนมหาศาลก็กระจายออกอย่างรุนแรงโต่วเยี่ยนฉวี่ใบหน้าซีดเผือดโลหิตไหลซึมที่มุมปาก ดวงตาฉายความโกรธแส้ในมือก็กวาดออกไปด้วยเปลวเพลิงลุกโชนเวลาเดียวกันนั้นคลื่นพลังจิตก็เปลี่ยนเป็นพายุทอร์นาโดหมุนคว้างสกัดกั้นการโจมตีของคนทั้งสิบสองไว้
ตูม ตูม!
กระแสพลังจิตและเปลวเพลิงที่ร้อนแรงสามารถหยุดการโจมตีประสานได้ชั่วคราวเพียงพอให้หหนิงเฟยหลงพักฟื้นตัวเองจากอาการบาดเจ็บได้ครู่หนึ่ง
“สะบั้นสายลม!”
ใบหน้าของหนิงเฟยหลงเหี้ยมเกรียมขึ้นกระบี่ร่วงโรยในมือก็ฟันออกคลื่นหยวนปะทุในพริบตา ปราณสายลมเกื้อหนุนเจตจำนงคมกล้ามิเสื่อคลายเขาประสานปราณวายุเจตจำนงคมกล้าเข้ากับวิชากระบี่สายลม จึงเกิดอานุภาพที่น่าสะพรึงอย่างไม่เคยมีมาก่อน
“ตาย!”
เสียงคำรามต่ำทำเอาคนทั้งสิบสองขนหัวลุกพลังกดดันจากปราณกระบี่สั่นสะเทือนหัวใจพวกเขาแทบพังทลาย “ลงมือพร้อมกัน!”หนึ่งในคนทั้งสิบสองรีบออกคำสั่งดูเหมือนว่าเขาจะตำแหน่งสูงรองลงมาจากเจียงเหม่ยหลิน
“ผนึกแผ่นทองคำ!”
เสียงสิบสองประสานไปเพียงแค่เสียงคลื่นพลังทั้งสิบสองคนก็ประสานกันเหนือฟ้าแผ่นทองขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วพุ่งตรงไปยังปราณกระบี่
แคว่ก!
แผ่นทองถูกกระบี่สะบั้นสายลมฉีกเป็นชิ้นๆ ปราณกระบี่ระเบิดคลื่นกระบี่กำจายออกมา เจตจำนงที่เหลือไว้ก็เพียงพอให้คนทั้งสิบสองพ่นหมอกโลหิตถ้วนทั่ว
เจียงเหม่ยเหลินจับจ้องก็ขมวดคิ้วนี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เข้ารับการทดสอบที่นางมีปฏิกิริยาอย่างนี้ก่อนหน้าล้วนผ่านได้โดยสะดวกตลอดมา แต่ดูเหมือนว่าจะนำเท้าไปเตะเข้าตอใหญ่เสียแล้ว
“เจ้าเป็นใคร?”นางหันมามองชายหนุ่มผู้ถือกระบี่อย่างเฉยเมย กับคำถามที่ใช้น้ำเสียงเรียบ ๆแต่ความรู้สึกคล้ายบ่งบอกให้เขาต้องตอบคำถาม
“สำคัญด้วยหรือ?”หนิงเฟยหลงเยาะ เขาค่อนข้างไม่พอใจการกระทำของอีกฝ่ายทั้งยังไม่ชอบน้ำเสียงที่สตรีผู้นี้พูดกับเขา “ข้าเองก็ไม่รู้จักเจ้าแล้วเราจะรู้จักกันไปทำไม?” เขายิ้มเย้ย แล้วก็สืบเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวกระแสลมแรงก็พัดผ่าน ร่างเขาก็มาเยือนห่างจากนางไม่ถึงหนึ่งจั้งแล้ว
เจียงเหม่ยหลินขมวดคิ้วขึ้นอย่างไม่พอใจไม่มีทีท่าจะเกรงกลัวชายหนุ่มแม้แต่น้อย แต่ดูเหมือนว่านางจะปรับอารมณ์เร็วมากคิ้วที่ย่นก็ถูกดึงกลับไปอย่างเร็วสีหน้าเรียบเฉยปรากฏอีกครั้ง “เจ้าจะทำอะไร?”
หนิงเฟยหลงไม่ตอบกลิ่นอายของหนิงเฟยหลงกำจายออกมาอย่างบางเบาแต่นั่นก็ทำให้เจ้าตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมอกของนางตื่นขึ้นมันรีบดันหัวออกมามองหน้าหนิงเฟยหลงในทันทีด้วยแววตาเปล่งประกาย
“หืม?”เจียงเหม่ยหลินประหลาดใจเล็กน้อย เจ้าตัวเล็กนี่ไม่ใช่ว่าถูกทำให้สลบไปแล้วรึ?เจียงเหม่ยหลินมองหนิงเฟยหลงอย่างล้ำลึก แล้วก็ถอนหายใจเบา ๆ
“เจ้าคงต้องการลูกหมาป่านี่?”
“ใช่”
“ไม่ได้! เจ้าไปซะ ข้าจะไม่เอาเรื่องเจ้าที่ทำร้ายคนของข้า” นางกล่าวอย่างไม่เกรงกลัวนัยน์ตาทั้งคู่ประสานกัน ที่น่าแปลกคือดวงตาของพวกเขาเย็นชาทั้งคู่
“เป็นไปไม่ได้”หนิงเฟยหลงไม่คิดเจรจาต่อ เขามาที่นี่ไม่ใช่เพื่อเจรจา แต่เพื่อแย่งชิงอย่างที่พวกเจียงเหม่ยหลินทำ
คลื่นหยวนลูกใหญ่ก็ครอบร่างกายบอบบางของหญิงสาวในทันทีเจียงเหม่ยหลินจ้องชายหนุ่มเขม็ง ในมือรัดเจ้าตัวเล็กไว้แน่น หนิงเฟยหลงยื่นมือออกไปกลุ่มคนทั้งสิบสองก็พุ่งพรวดตรงมาอย่างไม่คิดชีวิต เพื่อยับยั้งชายหนุ่มไว้
เขายกเอื้อมมือที่ทรงพลังคว้าจับไปที่ลูกหมาป่าแต่ก็ถูกนางนำมือขาวเนียนดุจหยกมาหยุดไว้ ดวงตาสาดประกายเย็นยะเยือก หนิงเฟยหลงไม่สะทกสะท้านมืออีกข้างก็คว้าจับข้อมือหญิงสาวใบหน้าของนางก็พลันมีจุดแดงขึ้นเป็นแถบ จากนั้นนางก็ผละตัวออกอย่างตกใจทำให้ลูกหมาป่าร่วงหล่นจากมือ
หนิงเฟยหลงรับมันไว้อย่างอ่อนโยนก่อนจะใช้ก้าวย่างชมจันทร์ถอยไปยืนอยู่กับสหายอย่างรวดเร็ว
“เจ้า!” เจียงเหม่ยหลินตะเบ็งเสียง นางทั้งโกรธเคืองทั้งอับอายคนผู้นี้กล้าแย่งของจากมือนาง ทั้งยังกล้าสัมผัสตัวนางอีกด้วย
“ฆ่ามัน!”
กลุ่มคนทั้งหมดก็ระดมพลังโจมตีหนิงเฟยหลงอย่างหนักหน่วงไม่เพียงแต่เขาจะไม่หลบ เขายังหัวเราะเยาะความดื้อรั้นของนาง
“ลาก่อนนะคุณหนูน้อย”
ฝ่ามือหยวนขนาดใหญ่ก่อตัวขึ้นแต่เมื่อมันเด่นชัดก็ปรากฏเป็นภูเขาหยวนเกือบร้อยจั้ง แผ่พลังพลานุภาพที่น่าสะพรึง
“ฝ่ามือทลายบรรพต!”
กลุ่มคนทั้งสิบสองตัวสั่นเทิ้มต่อหน้าพลังอันยิ่งใหญ่พวกมันก็แค่มดปลวกเจียงเหม่ยหลินถลึงตามองชายหนุ่มอย่างดื้อรั้น หนิงเฟยหลงแสยะยิ้มฝ่ามือนั้นก็กดลง
สมุนทั้งสิบสองของนางแทบจะไร้ประโยชน์เมื่ออยู่ต่อหน้าจอมยุทธ์ที่แท้จริงอย่างหนิงเฟยหลงพวกมันไม่แม้แต่กล้าที่จะต่อต้านด้วยซ้ำไป
เห็นภูเขาขนาดใหญ่ถล่มลงมาใบหน้าของเจียงเหม่ยหลินก็มืดหม่นลงท่าทีอันสง่างามก็แปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวในพริบตา!
“หัตถ์เปลวทองคำ!”
เจียงเหม่ยหลินกระแทกเท้าถีบส่งตนเองขึ้นอากาศเผชิญหน้ากับภูเขาสูงใหญ่เกือบร้อยจั้งด้วยความเด็ดเดี่ยวฝ่ามือเรียวงามก็ยกขึ้น แสงสีทองกระเซ็นขึ้นไปบนฟ้า ฉับพลันแสงนั่นก็รวมตัวกันกลายเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมสีทองขนาดใหญ่
ตูม!
บนฟ้าลำแสงหลายร้อยสายพุ่งออกมาจากแผ่นทองยักษ์เกิดเสียงดังก้องสะท้อนไปทั่ว ตามด้วยเสียงระเบิดราวกับฟ้าผ่าข้ามขอบฟ้า
ทันทีที่แสงสีทองกระจายออกไปสีหน้าเจียงเหม่ยหลินเคร่งเครียดขึ้น แผ่นทองยักษ์ พยายามต่อต้านภูเขาหยวนสุดความสามารถสุดท้ายมันก็ระเบิดไปพร้อมกัน
เมื่อการโจมตีของเจียงเหม่ยหลินสิ้นสุดลงหนิงเฟยหลงและพรรคพวกก็ได้หายตัวไปแล้ว หญิงสาวพยายามสงบใจใบหน้านางมีริ้วแดงของความโกรธและดวงตาก็ฉายรังสีฆ่าฟันยากสงบลงนี่เป็นครั้งแรกเลยนับตั้งแต่เกิดที่มีคนกล้ามาล่วงเกินนาง
“ข้าจะจดจำเจ้าไว้!” นัยน์ตาสะท้อนความอาฆาตอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นเยียบเย็นดุจเดิมหญิงสาวก็นำพากลุ่มของตนเข้าไปในส่วนลึกของหุบเขาเพื่อล่าสัตว์อสูรระดับห้าต่อ...
...