จารึกที่ 144 : ทวงหนี้เลือด : ปฏิบัติการปล้นคลังสมบัติตระกูลหลิว
ราตรียาวนานผ่านพ้นไปอีกหนึ่งวัน วันเวลาในสำนักหมื่นอักขระไหลผ่านไปอย่างรวดเร็วสำหรับผู้ฝึกตน แต่สำหรับคนถังแตกอย่างอาเจีย หนึ่งวันช่างยาวนานราวกับหนึ่งปี
ณ ชายป่าไผ่ม่วง ยามสนธยาที่ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า อาเจียนั่งกินซาลาเปาไส้ผัก (ราคาถูกที่สุดในโรงอาหาร) อยู่บนก้อนหิน โดยมีเจ้าสัวและเจ้าถุงเงินนั่งมองตาปริบๆ
"หมดแล้ว..." อาเจียตบถุงมิติที่ว่างเปล่า "แต้มสำนักเหลือแค่ 50 แต้ม... ซื้อวัตถุดิบทำยันต์ยังไม่ได้เลย"
การอัปเกรดเจ้าถุงเงินนั้นผลาญทรัพยากรไปมหาศาล ทั้งค่ายา ค่าอักขระ และค่าบำรุงรักษา แม้จะได้รางวัลมาเยอะแต่ก็ใช้ไปเยอะเช่นกัน
"เราต้องการเงินก้อนโต..." อาเจียกัดซาลาเปาคำสุดท้าย แล้วเคี้ยวอย่างเจ็บใจ
"และข้าก็นึกถึง 'เศรษฐีใจบุญ' คนหนึ่งขึ้นมาได้... คนที่ติดหนี้ชีวิตข้าอยู่"
หลิวจิน... นายน้อยแห่งตระกูลหลิว ผู้ร่ำรวยและโอหัง
คนที่เคยส่งนักฆ่าต้วนเถี่ยมาสังหารเขาถึงเรือนไผ่ม่วง หนี้แค้นครั้งนั้นยังไม่ได้ชำระ
"ตระกูลหลิวทำธุรกิจการค้าใหญ่โตในเมืองหน้าด่าน... คลังสินค้าของพวกมันต้องเต็มไปด้วยของมีค่า..."
อาเจียกางแผนที่สำนัก (ที่วาดเองแบบคร่าวๆ จากความทรงจำ) ลงบนพื้นหิน
"และคืนนี้... เป็นคืนเดือนมืด... เหมาะแก่การ 'เยี่ยมเยียน' เพื่อนเก่าเป็นที่สุด"
...
ยามจื่อ (ช่วงเวลาห้าทุ่มถึงตีหนึ่ง) ณ เขตที่พักตระกูลหลิว
เขตที่พักของตระกูลหลิวไม่ได้เป็นเพียงเรือนไม้ธรรมดาเหมือนศิษย์คนอื่น แต่มันคือ "คฤหาสน์หรูหรา" ขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ภูเขาไปเกือบครึ่งลูก แสดงถึงอำนาจและเม็ดเงินที่พวกเขามี กำแพงสูงใหญ่ล้อมรอบอาณาเขต ทุกๆ สิบก้าวมีโคมไฟหินส่องสว่าง และมียามเดินตรวจตราเป็นระยะ
อาเจียในชุดพรางกายสีดำสนิท แอบซุ่มอยู่บนยอดต้นสนสูงใหญ่ ห่างจากกำแพงคฤหาสน์ไปร้อยเมตร เขาใช้ "กล้องส่องทางไกล" (ประดิษฐ์เองจากเลนส์คริสตัลและกระบอกไม้ไผ่) ส่องดูลาดเลา
"เวรยามแน่นหนา... ค่ายกลป้องกันระดับสร้างรากฐาน..." อาเจียพึมพำ
"ถ้าเป็นคนทั่วไป แค่เหยียบเข้าไปในรัศมีกำแพง ค่ายกลก็จะส่งสัญญาณเตือนทันที... แต่โชคร้ายหน่อยนะที่คุณชายหลิว... ศัตรูของท่านคืนนี้ ไม่ใช่คน"
อาเจียลดกล้องลง หันไปหาเจ้าถุงเงินที่เกาะอยู่บนไหล่
เจ้าแมงมุมน้อยในร่างใหม่ "เงาจันทรา" ดูตื่นตัวเต็มที่ สีดำเหลือบเงินของมันกลมกลืนไปกับความมืดมิด
"ฟังแผนนะ..." อาเจียกระซิบ
"เป้าหมายคือ 'คลังสินค้าทิศเหนือ' ...จากข้อมูลที่ข้าสืบมา (จากปากคำของต้วนเถี่ยก่อนปล่อยตัว) ที่นั่นคือที่เก็บของมีค่าที่สุด และเป็นจุดที่เวรยามมักจะหละหลวมในช่วงเปลี่ยนเวร"
"เจ้าต้องเข้าไปข้างใน... หลบหลีกค่ายกล... จัดการยามเฝ้าหน้าคลัง (แบบเงียบๆ)... แล้วขนของมีค่าออกมาให้มากที่สุด"
"ย้ำนะ... หินวิญญาณ, สมุนไพรหายาก, และของแปลกๆ ...อย่าเอาพวกอาวุธใหญ่ๆ มา มันขนยากและขายยาก เสี่ยงโดนจับได้"
เจ้าถุงเงินผงกหัวรับทราบ มันส่งเสียง จี๊ด เบาๆ เป็นเชิงว่า ไว้ใจได้เลยนายท่าน! เรื่องลักขโมยคืองานถนัด!
"ไปได้!"
วูบ!
ร่างของเจ้าถุงเงินหายวับไปจากไหล่ของอาเจีย
มันพุ่งตัวลงจากยอดไม้ เคลื่อนที่ไปตามเงามืดของกิ่งไม้ราวกับภูตผี ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีกลิ่นอาย
เมื่อมาถึงกำแพงคฤหาสน์... ค่ายกลป้องกัน ทำงานทันที เส้นแสงสีแดงจางๆ ปรากฏขึ้นเป็นตาข่ายปกคลุมกำแพง
สำหรับมนุษย์ นี่คือกำแพงที่ผ่านไม่ได้
แต่สำหรับเจ้าถุงเงิน... มันคือ "ช่องว่าง"
ด้วยขนาดตัวที่เล็กจิ๋ว และสัญชาตญาณสัตว์อสูรที่ว่องไว มันไต่ไปตาม "จุดบอด" ของเส้นพลังงาน มันมองเห็นช่องว่างระหว่างเส้นแสงที่มนุษย์มองไม่เห็น
มันค่อยๆ ลอดตัวผ่านช่องว่างขนาดเท่ารูเข็มเข้าไป...
ขาหลังข้างสุดท้ายตวัดผ่านเส้นแสงไปอย่างเฉียดฉิว...
ผ่าน! สัญญาณเตือนภัยเงียบกริบ!
เจ้าถุงเงินเข้ามาในเขตคฤหาสน์ได้สำเร็จ มันวิ่งเลาะไปตามมุมกำแพง หลบหลีกสายตาของยามลาดตระเวนอย่างชำนาญ
จนกระทั่งมาถึงเป้าหมาย... คลังสินค้าทิศเหนือ
หน้าประตูคลังมียามเฝ้าอยู่สองคน ระดับพลังรวบรวมลมปราณขั้น 8 ยืนถือทวนเฝ้ายามด้วยท่าทางเบื่อหน่าย
"เฮ้อ... เมื่อไหร่จะเช้า ข้าง่วงจะตายอยู่แล้ว" ยามคนหนึ่งบ่นพลางหาวหวอดๆ
"อย่าบ่นน่า... ถ้าคุณชายหลิวมาได้ยินเข้า แกโดนโบยแน่ วันนี้ท่านยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่" อีกคนเตือน
พวกเขาไม่รู้เลยว่า... มัจจุราชตัวจิ๋วกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่จากบนขื่อหลังคา
เจ้าถุงเงินไต่ลงมาอย่างเงียบเชียบ
มันกะระยะ... แล้วพ่น "ใยไร้สภาพ" ออกมา!
เส้นใยโปร่งแสงพุ่งแหวกอากาศ พันรอบลำคอของยามทั้งสองคนพร้อมกัน!
ใยนี้เคลือบด้วย "พิษชา" ชนิดพิเศษที่อาเจียสกัดจากสมุนไพรฤทธิ์เย็น (ผสมกับพิษเดิมของแมงมุม)
อึก!
ยามทั้งสองสะดุ้งเฮือก แต่ยังไม่ทันจะร้องตะโกน ความชาหนึบก็แล่นพล่านไปทั่วร่างกาย ลิ้นแข็ง คอแข็ง ขยับตัวไม่ได้
ดวงตาของพวกเขาเบิกโพลงด้วยความตกใจ แต่ร่างกายกลับยืนนิ่งแข็งทื่อราวกับรูปปั้น
(นี่คือเทคนิคพิเศษที่เจ้าถุงเงินคิดค้นขึ้น... การตรึงเหยื่อในท่ายืน เพื่อไม่ให้คนอื่นผิดสังเกต!)
เมื่อเคลียร์ยามเรียบร้อย
เจ้าถุงเงินไต่ลงไปที่แม่กุญแจยักษ์หน้าประตู
กุญแจนี้ลงอักขระป้องกันไว้... แต่สำหรับสัตว์อสูรที่มีนายเป็นผู้เชี่ยวชาญอักขระ มันไม่ใช่ปัญหา
เจ้าถุงเงินคาย "น้ำลายพิษกรด" หยดลงไปที่รูกุญแจ
ฉ่า...
กรดพิษกัดกร่อนกลไกภายในและอักขระป้องกันอย่างเงียบเชียบ
คลิก!
ตัวล็อกหลุดออก
เจ้าถุงเงินใช้ขาหน้าดันประตูแง้มออกเล็กน้อย เพียงพอให้ตัวมันลอดเข้าไปได้
แล้วมันก็แทรกตัวเข้าไปใน แดนสวรรค์แห่งสมบัติ!
กลิ่นหอมของสมุนไพร... กลิ่นพลังปราณของหินวิญญาณ... และกลิ่นของวัตถุล้ำค่า...
ดวงตาแปดดวงของเจ้าถุงเงินส่องประกายวาววับ
เสร็จโจร!
มันเริ่มปฏิบัติการ "กวาดล้าง" ทันที
มันเลือกเฉพาะของชิ้นเล็กแต่ราคาแพงตามคำสั่ง... กล่องใส่โสมโลหิต... ถุงใส่หินวิญญาณ... ยาเม็ดระดับสูง...
มันใช้ใยพันของเหล่านี้รวมกันเป็นห่อใหญ่ แล้วแบกขึ้นหลัง (ด้วยพละกำลังมหาศาลที่ขัดกับขนาดตัว)
แต่ก่อนจะกลับ... สายตาของมันเหลือบไปเห็นบางสิ่ง
ที่มุมมืดด้านในสุดของคลัง... มี "กล่องไม้สีดำสนิท" ใบหนึ่งซ่อนอยู่ใต้แผ่นไม้กระดาน
กล่องนี้ไม่มีกลิ่นสมบัติ... แต่มีกลิ่นของ "ความลับ" และ "กลิ่นอายชั่วร้าย" จางๆ
สัญชาตญาณสัตว์เลี้ยงของอาเจียบอกว่า... นายท่านต้องสนใจสิ่งนี้แน่ๆ ยิ่งเป็นของลับ ยิ่งขายได้ราคาดี!
เจ้าถุงเงินไม่รอช้า มันใช้งาแงะแผ่นไม้ แล้วลากกล่องนั้นออกมา มัดรวมไปกับห่อสมบัติ
ภารกิจเสร็จสิ้น!
มันแบกของหนักอึ้ง (สำหรับตัวมัน) วิ่งย้อนกลับทางเดิม ลอดผ่านค่ายกล และปีนข้ามกำแพงกลับไปหาเจ้านายที่รออยู่
...
ที่นอกกำแพง อาเจียรออย่างใจจดใจจ่อ
"นานจังแฮะ... หรือจะโดนจับได้?"
ทันใดนั้น เงาสีเงินวูบหนึ่งก็พุ่งลงมาจากกำแพง มาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา
พร้อมกับห่อผ้าใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยของมีค่า!
"เจ้าถุงเงิน!" อาเจียรีบเข้าไปดู
"โอ้โห! หินวิญญาณระดับกลาง! โสมโลหิต! ยาระดับสูง! ...และนี่อะไร? กล่องไม้?"
เขาเปิดดูของในห่ออย่างรวดเร็ว มูลค่าคร่าวๆ ไม่ต่ำกว่า 3,000 แต้ม!
"รวยเละ! ...เก่งมากไอ้ลูกชาย!"
อาเจียเก็บของทั้งหมดลงถุงมิติ แล้วลูบหัวเจ้าถุงเงินอย่างชื่นชม
"กลับกันเถอะ... ก่อนที่พวกมันจะรู้ตัว พรุ่งนี้เช้าตระกูลหลิวคงได้หัวหมุนแน่!"
อาเจียและคู่หูตัวจิ๋วหายตัวไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่าในคลังสมบัติของศัตรู... และปมปริศนาในกล่องไม้สีดำที่จะนำพาความวุ่นวายครั้งใหญ่มาสู่สำนัก!