F-Hunter (ภาคแรก โลกวิบัติ+ภาค 2 เมืองศูนย์กลาง)

    8.Death night กับ Devil hunter ฝึกหัด

    วิทย์รู้สึกว่ากำลังวังชากลับมาเป็นเหมือนเดิมและเพิ่มขึ้นจากเดิมนิดหน่อยตอนที่ก้มลงกราบครั้งสุดท้าย  ทันทีที่เงยหน้าขึ้นมา เสาหลักเมืองของหมู่บ้านก็หายไป แทนที่ด้วยบัลลังสีทองเหลืองอร่ามมีชายที่สวมชุดเทวดาสีทอง นั่งอยู่บนบัลลัง“ท่าน..”“ข้าเทวดาอารักษ์ เป็นเทวดาประจำหลักเมืองที่นี้ ยินดีต้อนรับเจ้ามนุษย์    น้อยนักที่คนเป็นจะมาที่ภพภูมวิญญาณได้”เทวดาอารักษ์พูดขึ้น“คะครับ เคยมีคนเข้ามาที่นี้เหรอครับ”“ก็มี ส่วนใหญ่เป็นพระอรหันต์ที่จาริกมาแสวงบุญโปรดสัตว์ แต่เจ้าไม่ใช่ ตบะญาณของเจ้าไม่หน้าจะมาที่นี้ได้ด้วยซ้ำเกิดอะไรขึ้นกันแน่นะ” เทวดาทำหน้าครุ่นคิด“ผมไม่รู้ว่าผมมาที่นี้ได้อย่างไร ผมนอนหลับ รู้สึกตัวอีกครั้งก็มาอยู่ที่นี้แล้ว และได้เจอผีสางมากมายที่ไล่ตามผมมาพวกมันทำร้ายผมจนสาหัส ดีที่ยายภูมิเจ้าที่ช่วยผมไว้ แต่ตอนนี้นี้ไม่รู้แกไปไหนเหลือทิ้งไว้แต่เหรียญทองแดงเหรียญเดียวให้ผมไว้ดูต่างหน้า” วิทย์ทำหน้าเสร้าๆขณะเล่าเรื่องเขาล้วงเหรียญทองแดงเก่าๆ ออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ยื่นออกมาให้เทวดาอารักษ์ดู“หืม!เหรียญ สถิตวิญญาณหรือ อืม แบบนี้นี่เอง นางเป็นบรรพบุรุษของเจ้าถึงได้ยอม เสียสะละญาณตบะ หลายพันปีที่สั่งสมมาเพื่อช่วยเจ้า จนวิญญาณอ่อนแอลงและสถิตอยู่ในเหรียญนั้นอีกไม่นานก็คงสลายไป”เทวดาหารักษ์บอกความจริงกับเขา“อะไรนะ ยายเจ้าที่คือบรรพบุรุษของผม และกำลังจะสลายไป!”วิทยตกใจสุดขีดเมื่อได้ยินเทวดาอารักษ์พยักหน้าเป็นคำตอบ วิทย์อึ้ง ทันที สมองขาวโพลนไปหมด ผู้มีพระคุณของเขาคือ วิญญาณบรรพบุรุษ และกำลังจะสลายหายไปเพราะเขา            “ท่านเทวดาอารักษ์ พอมีทางที่จะชวยยายได้ไหม ผมยอมทำทุกอย่าง ขอแค่ช่วยยายได้”วิทย์ถามออกมาละล่ำละลัก         “มีสิเจ้าหนู ข้าสามารถแบ่งตบะญาณของข้าบางส่วนให้ได้ แต่ข้าไม่ได้ให้ฟรีๆหรอกนะ เจ้าต้องปลดปล่อยวิญญาณร้าย รอบๆนี้ให้ได้ 100000 ดวง หึๆ วิญาณร้ายนะไม่ใช่วิญญาณเร่ร่อนพวกนั้น อารักชี้มือไปที่วิญญาณเร่ร่อนที่เดินไปมาอยู่ในวงอาคมสีส้มรอบๆนั้น”            “วิญญาณร้าย ท่านหมายถึงผีพวกที่อยู่ข้างนอกนั้นใช่ไหม”วิทย์ชี้มือไปด้านนอกของวงแสง            “ใช่ พวกนั้นแหละ เป็นวิญญาณสิ่งมีชีวิตที่เต็มไปด้วยกิเลศทั้งหลายแหล่ และไม่สามารถปล่อยวางได้ จนกระทั่งตายไป จึงเกิดเป็นวิญญาณร้ายรูปแบบต่างๆตามกรรมของพวกมันที่การะทำมาก่อนรอให้พวกภูติวิญญาณมาเก็บเกี่ยวไปลงสู่นรก แต่บางตัวก็หลบหนีไปได้และจำนวนของพวกมันมีมาก เหมือนเปรตตนที่เองเห็นยังไงละ ถ้าปล่อยมันไว้นานกว่านี้ที่นี้คงล่มสลาย หรือไม่ก็ถูกมันครอบงำในที่สุด เมื่อมันมี ฤทธิ์มากกว่าอาคมอารักที่นี้ ถึงตอนนั้นมันก็จะบุกเข้ามาทำลาย เสาหลักเมืองที่เป็นที่สถิตของข้าต้นนี้เป็นแน่”            “แต่ข้าจะสู้พวกมันได้หรือท่าน แค่ออกไปข้าก็คงเป็นอาหารพวกมันไปแล้ว"            “เอานี้ไป แล้วเจ้าจะหาทางได้เอง หมดเวลาของข้าแล้ว เจอกันที่นี้เมื่อเจ้าทำสำเร็จ”เทวดาอารักษ์โยนหนังสือเล่มสีดำให้กับวิทย์ แล้วหายตัวไป วิทย์ยืนมองปกหนังสือเล่มสีดำในมือ            “....ทำเนียบนักล่า....”ร่างของวิทย์ค่อยๆเลือนลางและจางหายไปจากโลกของวิญญาณ โอกอิ๊โอกโอกกกก!...เสียงไก่โต้โก่งคอขันในยามเช้า วิทย์ตื่นขึ้นมาในห้องนอนที่เดิม คือบ้านของแพรว มือข้างซ้ายมีหนังสือเล่มสีดำ มือข้างขวากำเหรียญทองแดงไว้หนึ่งเหรียญวิทย์ตัวผุดลุกขึ้นมานั่งช้าๆ สายตาจับจ้องไปยังของสองสิ่งในมือ ในหัวของเขากำลังสับสนไม่ยากจะเชื่อกับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น แต่จะไม่เชื่อก็ไม่ได้เพราะหลักฐานสำคัญสองชิ้นที่อยู่ในมือเขาบัดนี้ มือที่ถือเหรียญล้วงหย่อนเหรียญทองแดงนั้นเข้าไปในกระเป๋ากางเกงวอม เขาค่อยๆลุกขึ้นจากที่นอนรูดซิปเต็นท์นอนของเขาออก โผล่หัวออกมาดูด้านนอน เขาไม่แน่ใจว่าเข้ามานอนในเต็นท์นี้ตั้งแต่ตอนไหน ที่จำได้ล่าสุดคือนอนหลับลงบนเตียง แต่ตอนนี้เขาตื่นขึ้นมาในเต็นท์นอนซะได้เขาเดินออกมาหน้าระเบียง ในมือยังคงถือหนังสือปกสีดำนั้นอยู่ ร่างสูงโปร่งนั่งลงตรงม้านั่ง สอดสายตาตัดม่านหมอกในยามเช้า   ออกไปยังถนนหน้าบ้าน วันนี้หมอกลงหนามากกว่าวันก่อนๆ ไอดินลอยขึ้นมาส่งกลิ่นหอมที่คุ้นเคยคล้ายๆกับตอนที่ฝนกำลังตกเสร็จใหม่ๆ“เฮ้อ!บรรยากาศเหมือนกับตอนที่อยู่จีนเลยแฮะ เราคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่นะที่มาที่นี้   เกิดเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นมามากมายเหลือเกิน ทั้งๆที่มาได้เพียงแค่ 3 วันเท่านั้น มองไม่ออกเลยว่าทางข้างหน้าจะเป็นยังไง” วิทย์ คิดรำพึงรำพันกับตัวเอง ใบหน้าอันเรียบนิ่งยังคงมองทอดออกไปด้านนอก เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเขามันหน้าเหลือเชื่อเกินไป  ถ้าไม่เจอกับตัวเองเขาก็คงไม่เชื่อแน่ๆว่ามีเรื่องแบบนี้อยู่จริงๆ ถึงจะมีคนมาเล่าให้ฟังและยืนยันเป็นตุเป็นตะก็คงคิดว่าคนๆนั้นบ้าไปแล้วแน่นอน   “หึๆ ตอนนี้เป็นเราสินะ ที่บ้าอยู่ ถ้าเอาเรื่องพวกนี้ไปเล่าให้ใครฟัง คงโดนหัวเราะเยอะจนลูกบวชแน่เลย หนังสือเล่มนี้ จะเปิดมันดีหรือเปล่านะ”“ไม่ว่ายังไงเราก็ต้องเปิดสินะ เพื่อยายเจ้าที่ ถ้าเราไม่ช่วยแกก็ต้องหายไปจริงๆ เราจะเป็นคนเนรคุณคนไม่ได้ไม่สิไม่ใช่คน เทวาอารักษ์ประจำบ้าน”  เขาคิดและตัดสินใจในหัวตัวเองวิทย์ตัดสินใจเปิดหนังสือหน้าแรกขึ้นมาก มีหน้ากระดาษสีดำตรงกลางมีอักขระวงเวทสวยงาม ร้อยเรียงกันเป็นวงกลม ตรงกลางวงกลมมีรูปหยดเลือด ทันทีที่จ้องมองมัน มีเสียงอันเย็นเยือกดังกระซิบข้างหูของเขา“เลือด!ข้าต้องการเลือดของเจ้า...”วิทย์สะดุ้งเล็กน้อย หันซ้ายหันข้าว  หาที่มาของต้นเสียง แต่ก็ไม่เจอใครหรืออะไรเลย และเสียงนั้นก็เงียบไป   “มันเสียงใครอันแน่ ต้องการเลือดเราทำไม...”เมื่อไม่เห็นอะไรหรือได้ยินอะไร สายตาของวิทย์ก็จับจ้องมาที่อักขระในหน้าหนังสือและมาหยุดอยู่ที่รูปหยดเลือดอีกครั้ง   “เลือด!..ข้าต้องการเลือดของเจ้า...”เสียงอันโหยหวนนั้นก็ดังแว่วเข้าหุของเขามาอีกครั้ง! คราวนี้วิทย์จ้องเขม็ง ไปที่หนังสือในมือ แน่ชัดแล้วเสียงนี้มันตองมาจากสิ่งของที่อยู่ตรงหน้านี้เป็นแน่แท้    “เจ้า คือหนังสืออย่างนั้นเหรอ” วิทย์ถามออกไปด้วยสีหน้าที่แปลกประลาด    “เลือด!..ข้าต้องการเลือดของเจ้า...”มันไม่ตอบและยังพูดคำเดิม    “เจ้าต้องการเลือดของข้าทำไม?” “เลือด!..ข้าต้องการเลือดของเจ้า...” ครั้งที่ 3 ยังเป็นประโยคเดิม ไม่มีท่าทีว่าจะตอบคำถามใดๆที่เขาถามเลยแม้แต่น้อยวิทย์จึงตัดสินใจเปิดหน้าต่อไปทันทีดำสนิท มีเพียงกระดาษสีดำโล่งๆเท่านั้น หน้าที่ 3 หน้าที่ 4 หน้าที่ 5....ทุกๆหน้าเหมือนกัน คือโล่งไม่มีอะไรเลย วิทย์เดินกลับเข้าไปในห้องหยิบมีดคัดเตอร์  ที่วางอยู่ที่หัวเตียงออกมา ใช้ปลายคัตเตอร์สะกิดปลายนิ้วชี้ของมือขวาของเขาเบาๆ เลือดไหลซึมออกมาจากบาดแผลและค่อยๆหยดลงไปตรงกลางของวงเวทที่อยู่บนหน้าหนังสือนั้นนั้น ทันทีที่เลือดกระทบกระดาษ   วงเวทที่เขาจ้องมองมันอยู่ ณ ตอนนี้เกิดแสงสีดำเรืองๆขึ้นมา อักขระในวงเวทขยับเลื้อยราวกับงูที่มีชีวิตผ่านไปตามหน้าหนังสืออย่างรวดเร็ว เกิดตัวอักษร ขึ้นที่หน้าหนังสือหน้าแรกพร้อมกับมีที่ขั้นหนังสือปรากฏขึ้นมา 4 อันเรียงจากหน้าถัดไปเมื่อแสงหายไปหน้าแรก มีรูปของเขาเอง พร้อมกับบนหัวรูปปรากฏคำว่าตราประทับวิญญาณผูกพันธ์ ตามมาด้วยชื่อของเขา   วิทย์  สถาณะ   นักล่า  หนังสือสีดำก็แตกสลายหายไปในอากาศละอองสีดำไหลเข้าสู่สมองของเขาเกิดเป็นตราประทับรูปหัวกะโหลกถือปืนสั้นสองกระบอก ขึ้นที่หัวไหล่ซ้ายของเขา และมีตราประทับกาว 5 แฉกตรงกลางเป็นหัวแพะปรากฏที่หลังมือทั้งสองข้าง  เกิดความรู้สึกอุ่นๆ ตรงที่มีรอยตราประทับเกิดขึ้น จนเจ้าตัวต้องถลกเสื้อขึ้นมาดู“นี้มันอะไรกัน”วิทย์คิด“ตราประทับวิญญาณไงละไอ้หนู”มีเสียงตอบกลับมาเบาๆ“เจ้าคือใคร หนังสือเหรอ”“ข้าเรียก ว่า ซาตาล เผ่าพันธุ์ข้าคือ เผ่าวิญญาณ ทำหน้าที่ควบเหล่าวิญญาณที่เกิดขึ้นมาจากภพต่างๆและเดินทางมาสู่ ดินแดน ทุคติภูมิ”“เจ้าก็คือภูติยมทูต ที่ยายบอกสินะ”“ไม่ ตัวพวกข้าเองไม่ใช่ ภูติวิญญาณ หรือที่เจ้าเรียกว่า ยมทูต อะไรนั้นหรอกเป็นเจ้าตางหากละที่เป็น หึๆ และเจ้าเป็น Eater ตนแรกที่มาจากแดนมนุษย์”“อะไรคืออีสเตอร์”“หึๆ ข้าจะบอกเจ้า ภูติวิญญาณมีการเติบโตสองแบบ แบบแรกคือ Holy angels ใช้การฝึกตบะบำเพ็ญเพียร และอย่างที่สองคือ Devil hunter ฆ่าล้างเพื่อเติบโตซึ้งก็คือเจ้า ข้าไม่รู้ว่าทำไมคนเป็นอย่างเจ้าถึงหลุดเข้ามาในโลกวิญญาณที่แสนโสมมแห่งนี้ได้ และอีกไม่นานคงได้รู้คำตอบหึๆ น่าสนใจ น่าสนใจจริงๆ”เสียงของหนังสือพึมพำเบาๆ“อะไรคือ ฆ่าเพื่อเติบโต”“หึ เจ้าต้องฆ่าพวกวิญญาณร้ายเพื่อให้เจ้าแข็งแกร่งขึ้น และ ข้าเป็นเพียงเผ่าพันธุ์ที่เป็นตัวกลางในการรับส่งวิญญาณเข้าสู่วังวนของ “วัฏฏสงสาร”เท่านั้น และ จะรับวิญญาณที่ผ่านการชำระ ผ่านตัวเจ้าหรือเหล่า ภูติวิญญาณ เมื่อเจ้าฆ่าพวกมัน จิตรวิญญาณของพวกมันจะถูกกรองและชำระ กิเลศ เบื้องต้น โดยตราประทับวิญญาณที่อยู่ในมือทั้งสองข้างของเจ้า ต่างจาก พวก Holy angels ที่ต้องจับพวกมันไป ยังส่วนกลางเพื่อรับคำพิพากษา เพื่อชำระล้างบาปตามขั้นตอน”“แบบนี้ตัวข้าก็เท่ากับว่าตั้งศาลเตี้ยตัดสินพวกมันเองนะสิ”“ใช่แล้วเจ้าหนุ่ม เจ้านี้ฉลาดเหมือนกันนะนี้ และเจ้าจงรู้อีกอย่างว่าเจ้าเป็นพวกนอกรีด หรือนอกกฎหมายของเหล่า Holy angels เจ้าก็จัดอยู่ในพวกที่ต้องกำจัดหรือจับตาย หึๆๆที่ข้าบอกให้เจ้ารู้เอาไว้ เผื่อจะได้ไม่ตายไวเหมือนคู่สัญญาของข้าก่อนกน้านี้ หึๆ”“แบบนี้ก็ซวยละสิ ถูกล่าจากทั้ง ภูติวิญญาณ และพวกวิญญาณร้ายอีกซวยสุดๆ”“ไม่หรอกเจ้าหนู Devil hunter จะเติบโตและแข็งแกรงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนพวกนั้นกลัวและต้องกำจัดเจ้าก่อนที่เจ้าจะเติบโต ก็เท่านั้น”“เจ้าก็พูดได้ เจ้าไม่ได้ถูกล่าและเหมือนกับข้า เหอะ” วิทย์พูดออกมาเสียงอ่อย“ข้ามีนามว่า Death night เรียกข้าเมื่อเจ้าต้องการความช่วยเหลือใดๆ หึๆๆ!ถ้าข้าว่าละนะ”แล้วเสียงของ Death night ก็เงียบหายไป ตามมาด้วยเสียงใสแจ๋วก้องกังวานของแพรวที่ร้องเรียกเขาอยู่หน้าบ้าน“พี่วิทย์ แม่เรียกกินข้าว”    คร้าบๆเดี๋ยวพี่ไป ขอล้างหน้าแปลงฟันก่อนพี่จะตามไป เขาร้องตอบไปโดยที่ไม่ได้เปิดประตูออกไปจากห้องเลย    วิทย์ล้างหน้าแปลงฟันอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ผู้ใหญ่ต้องรอนาน  เมื่อกินข้าวเสร็จวิทย์ก็มาทำความสะอาดศาลพระภูมิของบ้าน รูปปั้นตายายที่อยู่ศาล ตอนนี้มีรอยร้าวเล็กๆเกิดขึ้น วิทย์ก็ไม่ได้สงสัยอะไรนักเพราะรู้ดีอยู่แล้วว่า คงเป็นเพราะยายเจ้าที่เสีย ญาณตบะไปมาก จึงเป็นแบบนี้  ตอนนี้คนของผู้ใหญ่บ้านกำลังรื้อ บ้านหลังเก่าของเขาที่ขายไป  ไม่รู้คิดผิดหรือคิดถูกตรงนี้จะถูกสร้างตึกและทำเป็นร้านเกมส์ แต่ก็นะ ขายไปแล้วจะทำอะไรได้ เรื่องที่ต้องคิดตอนนี้ก็คือ ที่อยู่ของเขา จะให้อยู่แบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่จริงๆวิทย์ก็เกรงใจที่ต้องมาอาศัยบ้านหลังนี้อยู่ วันนี้เขาตัดสินใจ จะพาป้าไป ซ๊อปที่ห้างมันซะเลยเพื่อซื้อหมูซื้อไก่ ผัก ของกินต่างๆมาตุนเอาไว้ที่บ้าน และแน่นอน เขาจะเป็นคนจ่ายค่าของพวกนั้นเองเพื่อความสบายใจของหว่าทุกอย่าจะเสร็จสรรพ ล้อหมุนไปห้างได้ก็ราวๆ 9.30 หลังจาก ซื้อของมาแล้ว กลับมาถึงก็เกือบๆเที่ยงวัน ตอนบ่ายวิทย์มีนัดกับพี่ วิชัย เพื่อไปดู คนงานขนอุปกรณ์ก่อสร้างเข้ามาที่นาถึงไม่ต้องไปวุ้นวายอะไรมากแต่ก็คงต้องเข้าไปดูหน้างานซะหน่อย จริงๆปล่อยให้มืออาชีพเขาทำก็ได้ แต่ไหนๆก็ไม่มีอะไรทำไปดูหน่อยก็ดีเผื่ออยากได้อะไรเพิ่ม